*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่57 การพูดคุยเล็กๆ

 248 Views

เย่ หยวนพูดอะไรไม่ออกเลย เมื่อได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเปล่งประกายที่ออกมาจากดวงตาของเฟิน ฉีหลัวในขณะที่มองเขา

หญิงสาวคนนี้จะต้องรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและหวัง หยวนเป็นแน่ว่ามันเลวร้ายเพียงใด ดังนั้นนางจึงตั้งใจที่จะหักหน้าหวัง หยวนและวิ่งมาทักทายเขาแบบนี้

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดของเย่ หยวนเท่านั้น แต่ระหว่างเขากับหวัง หยวน…จะต้องมีคนใดคนหนึ่งตายไปข้างและที่สำคัญ อีกไม่นานก็คงถึงวันนั้นแล้ว

เย่ หยวนรู้สึกปวดหัวกับบุคลิกของเฟิน ฉีหลัวที่เคยได้ยินมา มันช่างแตกต่างกับการกระทำของนางในขณะนี้เหลือเกิน? ไหนว่า..เป็นดอกไม้น้ำแข็งแห่งสำนักดานวู?…ล่าสุดเขายังอ้างชื่อของนางเพื่อใช้ข่มขู่หลิว หลัวซุยอยู่เลย

 

“แล้วทำไมข้าจะต้องมาเร็วด้วย? มาเร็วก็ใช่ว่าการสอบจะเริ่มขึ้นเร็วตาม…ไม่เห็นจะต้องบ่น สุดท้ายก็ได้สอบอยู่ดี” เย่ หยวนบ่นออกมา

 

 

“หึ! ข้าไม่เข้าใจจริงๆเลยว่า…ทำไมอาหญิงถึงได้หลงใหลเจ้าถึงเพียงนี้! วันๆนางก็เอาแต่เล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังตลอดเวลา ข้าไม่รู้เลยว่าเจ้าทำอย่างไรกัน…ถึงสามารถล่อหลวงอาหญิงข้าได้แบบนี้” เฟิน ฉีหลัวถอนหายใจออกมาอย่างไม่พอใจ

 

เย่ หยวนห่วงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากเขาอธิบายให้นางฟัง ดังนั้นเขาจึงไม่เลือกที่จะอธิบาย

และเดินผ่านนางไปดื้อๆเพื่อไปทักทายเฟิน หลัวปิง

 

ฉากทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันได้สะท้อนอยู่ในแววตาของหวัง หยวน รอบกายเย่ หยวนได้เต็มไปด้วยสาวงาม…และด้วยความเจ้าชู้ของตัวเย่ หยวน เขาก็คงวางแผนเก็บนางทั้งสองไว้ข้างกายเป็นแน่ เมื่อหวัง หยวนคิดได้แบบนี้…เขาก็กัดฟันด้วยความเกลียดชัง

 

แม้ว่าเขาจะชอบหลิว หลัวซุยแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจจะปฎิเสธได้เลยว่าเฟิน ฉีหลัวนั้นงดงามกว่าเพียงใด และหากเขาสามารถเอาชนะความงดงามนี้ได้…ต่อไปหลิว หลัวซุยคงหมดค่าไปอย่างแน่นอน?

 

เฟิน ฉีหลัวเป็นดั่งเทพธิดาของเหล่าศิษย์ผู้ชายทุกคนและหวัง หยวนก็เป็นหนึ่งในนั้น เพียงเพราะความแตกต่างของระดับขั้นจึงทำให้หวัง หยวนไม่มีโอกาสที่จะพบเจอกับนางได้เลย

แต่ปัจจุบันหวัง หยวนก็ได้กลายมาเป็นศิษย์ระดับปฐพีแล้ว แถมในตอนนี้เขาก็เป็นถึงผู้ช่วยฝึกหัดระดับกลาง…และเขาก็ยังมีความมั่นใจอย่างมากอีกว่าจะสามารถเลื่อนไปยังระดับสูงได้ภายในการสอบครั้งนี้

 

หวัง หยวนเชื่อว่าอีกไม่นานเขาก็จะได้อยู่ในระดับเดียวกับเฟิน ฉีหลัว

เมื่อถึงตอนนั้น เขาก็อาจมีโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนางและนำไปสู่ความรักได้ในอนาคต

หวัง หยวนไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบเฟิน ฉีหลัวในการสอบครั้งนี้ ดังนั้นเขาจึงรวบรวมความกล้าและเดินเข้าไปทักทายนาง…แต่ผลที่ได้กลับมาคือ นางไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย

 

 

ภายในรัฐฉิน ใครๆก็หวังที่ครองคู่กับตระกูลที่มีเซียนโอสถระดับกลางทั้งนั้น…เพราะหากได้อยู่กับคนพวกนั้นก็คงสบายไปทั้งชาติ ไม่เช่นนั้นหลิว หลัวซุยคงไม่จะตามติดหวัง หยวนขนาดนี้เป็นแน่?

แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถใช้กับเฟิน ฉีหลัวได้เลย เพราะดูเหมือนว่านางจะไม่สนใจเซียนโอสถระดับกลางอย่างหวัง ตงไห่เลยแม้แต่น้อย

 

หวัง หยวนหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะคิดอะไรออกและรู้สึกโล่งใจขึ้นมา…ผู้ที่อยู่ในสามอันดับแรกแห่งหอนักสู้คงมีอนาคตที่สดใสกว่าพ่อของตนแน่นอน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่นางจะไม่สนใจ

แต่เมื่อคิดอีกแง่หนึ่ง…เขาก็รู้สึกเหนื่อยใจอย่างมาก

เขาไม่คิดเลยว่าการที่จะเอาชนะใจหญิงสาว..มันจะยากเพียงนี้ แต่แม้จะยากเพียงใดมันก็ยิ่งท้าทายความเป็นลูกผู้ชายของเขายิ่งขึ้น

 

และตัวหวัง หยวนเองไม่คาดคิดเลยว่าจะได้มาเห็นเย่ หยวนในที่แบบนี้ นอกจากนั้นเย่ หยวนก็ดูจะสนิทสนมกับเฟิน ฉีหลัวอย่างมาก แถมก่อนหน้านี้…เย่ หยวนก็ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ครุมเครือกับเฟิน หลัวปิงอีก….สิ่งเหล่านี้มันได้ปลุกไฟแห่งความริษยาของหวัง หยวนขึ้น

 

เย่ หยวนมันเป็นใครกัน…เหตุใดถึงได้สนิทสนมกับเทพธิดาทั้งสองแห่งสำนักดานวูแบบนี้?

 

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาเย่ หยวนจะสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดด และด้วยความเร็วขนาดนั้นแม้แต่หวัง หยวนเองก็ยังรู้สึกอิจฉาและเกลียดชังเขาอย่างมาก แถมยังมีเรื่องแบบนี้เข้ามาอีก ในใจลึกๆของหวัง หยวน…เขารู้สึกว่าเย่ หยวนไม่คู่ควรที่จะได้สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดไป

 

 

ดวงตาของเฟิน หลัวปิงเปล่งประกายขึ้นในทันทีที่ได้เห็นเย่ หยวน จากนั้นนางก็รีบพุ่งไปหาและดึงแขนของเขาออกไปยังที่เงียบๆเพื่อพูดคุยกัน

 

“การที่เจ้าให้ข้าฝึกวาดวงกลมและสี่เหลี่ยมแบบนั้น ข้าไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกการกลั่นแบบหยินหยางมากถึงเพียงนี้!”

 

เฟิน หลิวปิงผู้เงียบสงบและเยือกเย็นอยู่เสมอ บัดนี้ท่าทางและแววตาของนางมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น… นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนางต้องลากเย่ หยวนออกมาในที่เงียบๆแบบนี้ เพราะนางกลัวคนอื่นๆจะมาเห็นท่าทางแบบนี้ของนาง

 

ที่นางตื่นเต้นขนาดนี้เพราะ…นางได้ฝึกฝนการกลั่นแบบหยินหยางมาก็นานแล้ว และแม้ว่าจะฝึกฝนมากเพียงใด…นางก็ไม่เคยทำได้สำเร็จเลยสักครั้ง

แต่หลังจากที่นางฝึกวาดแบบนั้นไปเรื่อยๆ…ความพัฒนาในการฝึกฝนการกลั่นแบบหยินหยางของนางก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนตัวนางเองยังตกใจ

 

เย่ หยวนกรอกตาไปมาด้วยอารมณ์ที่ขุ่นเคืองพร้อมกล่าวว่า

“ท่านบอกเองว่ามันไร้ประโยชน์มิใช่รึ?…แล้วเหตุท่านถึงยังเสียเวลาฝึกมันอีก?”

 

ความตื่นเต้นของนางหายไปในทันทีที่ได้ยินเย่ หยวนกล่าวแบบนี้ พร้อมกับก้มหน้าก้มตาด้วยความละอาย และบ่นพึมพำกับตัวเองว่า..เหตุใดชายคนนี้ถึงไม่มีความอ่อนโยนกับผู้หญิงเลย? เขาไม่รู้สึกอะไรเลยรึไงที่กล่าวแบบนี้ออกมาต่อหน้าผู้หญิงอย่างข้า!

 

“ก็เจ้าไม่คิดจะอธิบายอะไรข้าเลยนอกจากบอกให้ฝึกอย่างเดียว? หากเจ้าอธิบายข้าสักหน่อย…ข้าก็คงไม่พูดแบบนั้นเป็นแน่!” เฟิน หลัวปิงรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย

 

 

เมื่อเขาเห็นท่าทางที่ซึมเศร้าและรู้สึกผิดของเฟิน หลัวปิง เขาก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นจะต้องแกล้งนางอีกต่อไปแล้ว

“แก่นแท้ของการกลั้นแบบหยินหยางคือ…ความเสถียรและสมดุล เมื่อท่านมีจิตใจและพลังปราณที่ไม่นิ่งสงบ..มันจึงทำให้ลมปราณที่ออกมาจากมือทั้งสองไม่เสถียรและสมดุลกัน จึงทำให้ท่านล้มเหลวซ้ำๆมาโดยตลอด…และมันคงแปลกอย่างมากที่ท่านจะประสบความสำเร็จทั้งๆแบบนั้นได้!”

“ดังนั้นข้าจึงให้ท่านฝึกวาดแบบนี้ไงล่ะ หากท่านเริ่มต้นฝึกมันอย่างถูกต้อง…ในอนาคตท่านก็จะสามารถควบคุมพลังหยินและหยางให้เสถียรและสมดุลได้ง่ายขึ้น”

 

เฟิน หลัวปิงกล่าวอย่างรู้สึกผิดออกมาในทันที

“อย่างที่เจ้ากล่าวมันนั้นแหละ เพราะแบบนั้นข้าถึงได้ล้มเหลวซ้ำๆมาโดยตลอด..แม้ว่าข้าจะฝึกฝนมันมากเพียงใด!”

 

ในทุกๆเรื่อง..สิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น แม้ว่านี่จะเป็นเพียงก้าวแรกของเฟิน หลัวปิง…แต่นางก็ได้เริ่มต้นในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว ดังนั้นในอนาคต…นางจะต้องประสบความสำเร็จเป็นแน่ในไม่ช้านี้

 

ในฐานะนักหลอมโอสถ…ฝีมือของนางไม่ได้แย่เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ขาดไปสำหรับนางมีเพียงคนนำทางที่ถูกต้องและประสบการณ์เท่านั้น

 

“เอาล่ะ…ท่านไม่จำเป็นจะต้องตอบแทนข้าแต่อย่างใด แค่อย่ามาให้ข้าไปเป็นผู้ช่วยของท่านอีกก็พอ เพราะช่วงนี้ข้ายุ่งมาก” จากนั้นเย่ หยวนก็โบกมือลา

 

เมื่อได้ยินแบบนี้…หัวใจของนางก็ได้ตกสู่ห้วงแห่งความโศกเศร้าอีกครั้ง คนอื่นๆต่างใฝ่ฝันและต้องการมาเป็นผู้ช่วยของนางกันทั้งนั้น…แต่เหตุใดเย่ หยวนถึงพยายามตีตัวออกห่างจากนาง อย่างกับว่านางเป็นตัวเชื้อโรคเช่นนี้….

ในสายตาเย่ หยวน…นางไม่ใช่คนสำคัญสำหรับเขาเลยงั้นเหรอ?

 

ผู้หญิงนั้นเป็นเพศที่มีความลึกลับอย่างมาก ยิ่งชายใดต้องการนางมากเท่าไหร่…ชายคนนั้นก็จะยิ่งดูไร้ค่าสำหรับนางมากเท่านั้น แต่กลับกัน…หากฝ่ายชายยิ่งทิ้งระยะห่างจากนางมากเท่าไหร่ ชายคนนั้นก็จะยิ่งมีค่าในสายตาของนางมากขึ้นเท่านั้น

ในตอนนี้…เฟิน หลัวปิงกำลังรู้สึกสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญไป…..

 

 

การที่ออกมาคุยกันในที่ลับตาคนสองต่อสองแบบนี้ มันยิ่งเป็นจุดเด่นและดึงดูดความสนใจของผู้คนมากยิ่งขึ้น

 

แม้ว่าทุกคนจะไม่รู้ว่าพวกเขาทั้งสองกำลังคุยอะไรกันอยู่ แต่ในตอนนี้เฟิน หลัวปิงดูเหมือนกับเมียน้อยที่กำลังถูกผู้ชายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย

 

ทุกสายตาของคนในห้องโถงกำลังจับจ้องไปยังทั้งสอง และพวกเขาเหล่านั้นก็สงสัยเป็นอย่างมากว่า…เกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนั้น

 

ในระหว่างนั้น ได้มีชายแก่สองคนกำลังเดินเข้ามาในยังห้องโถง และชายแก่ทั้งสองก็ได้พาหญิงสาวนางหนึ่งมาด้วย

เฟย หลัวปิงเป็นผู้นำกลุ่มสำหรับการสอบนี้ และในวินาทีสุดท้ายก่อนเริ่มการสอบนางต้องการที่จะเปลี่ยนคนมาแทนนาง

ในวินาทีที่นางกังจะก้าวออกไปนั้น…

 

“ฮ่า ฮ่า นี่ท่านหญิงเฟินมิใช่รึ? ท่านเองก็ไม่ได้มาเข้าร่วมอะไรเลยกับทางเรามาสักระยะหนึ่งแล้ว ข้าเกรงว่า..ท่านคงเอาแต่เก็บตัวค้นค้าโอสถอีกแล้วใช่หรือไม่? หากท่านยังคงเอาแต่เก็บตัวแบบนี้อยู่…ท่านจะทำให้ชายแก่อย่างเราๆรู้สึกเหี่ยวเฉา!”

ชายแก่คนหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าห้องโถงดูเหมือนจะคุ้นเคยกับเฟิน หลิวปิงเป็นอย่างดี จากนั้นพวกเขาก็เริ่มพูดคุยกันเล็กน้อย

 

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น นางที่กำลังโศกเศร้าอยู่….ก็ได้ปรับตัวเองให้กลายเป็นหญิงสาวผู้เยือกเย็นและมากไปด้วยเสน่ห์อีกครั้ง

นางหันไปยิ้มบางๆให้กับชายทั้งสอง พร้อมกับกล่าวว่า

“ท่านหัวหน้าหวาง ท่านหัวหน้าซุน..และผู้อาวุโสท่านอื่นๆ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”

“ครั้งล่าสุดที่เจอหัวหน้าหวางก็คงครึ่งปีก่อน..เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน แม้จะผ่านมาครึ่งปี…แต่พลังการเพาะปลูกข้าข้าก็ยังอ่อนแอเหมือนเคย ขออภัยที่ทำให้ท่านรู้สึกอับอายเช่นนี้…ในตอนนี้ท่านเองก็เป็นถึงหัวหน้าสามคมนักหลอมโอสถในรัฐฉิน ขอแสดงความยินดีด้วย!”

 

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านหญิงเฟิน…ท่านนี่ช่างรู้จักพูดจริงๆ”

“แต่…ชายแก่อย่างข้าคนนี้ขอพูดตรงๆเลย ภายในระยะเวลาสามปี…ข้าคงได้เห็นเซียนโอสถคนใหม่ถือกำเนิดในรัฐฉินแห่งนี้แน่นอน” น้ำเสียงของหัวหน้าหวางดูไม่ได้พูดเล่นแต่อย่างใด ในคำพูดเหล่านั้นมันเต็มไปด้วยคำยกย่องที่มีให้แก่เฟิน หลัวปิง

 

เฟิน หลังปิงยิ้มบางๆและตอบกลับว่า

“ท่านหัวหน้าหวาง…ท่านกล่าวเกินไปแล้ว หลิวปิงคนนี้ไม่สมควร”

 

หัวหน้าหวางระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับตอบกลับทันทีว่า

“ไม่เกินไปแม้แต่น้อย!”

“หากเจ้าไม่สำควร ก็ไม่มีผู้ใดสมควรแล้ว!…หืม? เจ้าหลานชายตระกูลหวัง เจ้าก็มาสอบด้วยงั้นรึ?”

 

ทันทีที่เห็นหวัง หยวนเขาก็ตกใจอย่างมาก ไม่คิดเลยว่าหวัง หยวนจะมาเข้าร่วมการสอบในครั้งนี้ด้วย

หวัง หยวนมองไปยังเย่ หยวนด้วยความความเกลียดชังพร้อมกับเดินไปทักทายเหล่าผู้อาวุโส พร้อมกล่าวว่า

“ข้าดีใจเหลือเกินที่ได้พบท่าน…ท่านยังดูแข็งแรงเหมือนเช่นเคยท่านหัวหน้าหวาง หลานชายผู้อ่อนหัดคนนี้ได้เข้าร่วมการสอบ…เพื่อเลื่อนระดับไปยังผู้ช่วยฝึกหัดระดับสูง”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top