*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่55 กระทบถึงจิตใจ

 251 Views

การคิดค้นสูตรยาที่เหนือการยาทลายแก่นแท้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก

แม้เย่ ฮานจะเป็นถึงเซียนโอสถ แต่เขาก็เป็นเพียงเซียนโอสถระดับต่ำ…ดังนั้นเขาไม่มีความสามารถพอที่จะคิดค้นสูตรยาที่เหนือกว่าได้เลย เห็นได้ชัดว่าปัญหาในครั้งนี้มันท้าทายเขาเพียงใด

สำหรับการสร้างโอสถระดับหนึ่งขึ้นมาใหม่โดยมีประสิทธิภาพเหนือว่ายาทลายแก่นแท้หลายเท่า…แท้จริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น? และ…คฤหาสน์ดวงดาวก็ยังสามารถคิดค้นยาผสานแก่นแท้ขึ้นมาได้อีก แม้จะมากกว่าครึ่งเท่าก็ตาม…แต่มันก็มากพอที่จะสร้างความกดดันอย่างมหาศาลให้กับเย่ ฮานได้?

แต่ในตอนนี้ความฝันนั้นได้เป็นจริงแล้ว! ทันทีที่เย่ ฮานได้ยินเขาก็ตกตะลึงอย่างมาก

 

 

นับตั้งแต่ที่เย่ ฮานก้าวสู้เส้นทางแห่งโอสถ…เขาไม่เคยได้ยินเลยว่าจะมีโอสถระดับหนึ่งชนิดใดที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ายาทลายแก่นแท้ถึงหลายเท่าในทศวรรษที่ผ่านมา!

เขารู้สึกมีความหวังขึ้นอีกครั้ง ทันทีที่เย่ หยวนกล่าวว่า…ยาทลายลมปราณนั้นเหนือกว่ายาทลายแก่นแท้ถึงหลายเท่า!

 

ภายในความคิดของเย่ ฮานมันได้ขัดแย้งและสับสันอย่างมากในตอนนี้ สมองของเขาบอกว่าเย่ หยวนโกหก…แต่หัวใจของเขากลับบอกว่า เขาสามารถเชื่อใจลูกของตนได้ ดังนั้น..เขาควรจะเชื่ออะไรล่ะ?

หลังจากนั้นเย่ ฮานก็สูดหายใจลึกๆและหลับตาครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็ได้ลืมตาและถามเย่ หยวนว่า “หยวนเอ๋อ เจ้าไม่ได้หลอกพ่อคนนี้ใช่รึไม่?”

 

เมื่อได้เย่ หยวนยินแบบนี้ เขาเพียงแค่ยิ้มและตอบว่า

“แล้วทำไมท่านถึงไม่ลองพิสูจน์ให้เห็นกับตาเลยล่ะ…ท่านพ่อ?”

 

เย่ ฮานลุกขึ้นในทันทีที่ได้ยิน..จากนั้นเขาก็ลากเย่ หยวนไปในทันที

“แล้วจะมัวรอช้าอะไรอยู่ เอาล่ะ!…ไปห้องปรุงกันดีกว่า!”

 

“อย่าพึ่งรีบร้อนท่านพ่อ ข้ายังมีอีกเรื่องที่ต้องบอกกับท่าน”

เย่ หยวนได้รั้งพ่อของตนเอาไว้ก่อน

 

“หื้ม? ไว้ปรุงยาเสร็จก็ยังไม่สาย…ค่อยคุยหลังจากปรุงเสร็จก็ได้มิใช่รึ?”

ตอนนี้เย่ ฮานตื่นเต้นจนไม่สามารถรอไหวแล้ว

ปัญหาในตอนนี้มันเกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของหอโอสถโดยตรง ดังนั้น…แม้ภายนอกเย่ ฮานจะดูนิ่งขรึม…แต่ภายในใจเขาตื่นเต้นจนอยู่ไม่สุขแล้ว

 

หอโอสถมันเป็นดั่งครึ่งชีวิตของเขาไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะสุขหรือทุกข์ส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวข้องกับหอโอสถทั้งสิ้น…ดังนั้นเมื่อเขาทราบหนทางที่จะต่อลมหายใจของหอโอสถแล้ว เขาจึงกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก

 

แม้จะเป็นแบบนั้น แต่เย่ หยวนก็ดูไม่มีความกังวลเลย…เขาได้ดึงพ่อของเขากลับมา และให้ท่านนั่งลงก่อน…พร้อมกล่าวว่า

“ยาทลายลมปราณมันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ข้ายังมีสูตรยาอีกนับไม่ถ้วนที่ท่านเซียนสอนข้ามา…และสิ่งที่ข้าจะกล่าวต่อไปนี้มันสำคัญกว่ามาก ใจเย็นและฟังข้าก่อนท่านพ่อ”

 

 

เย่ ฮานงงงวยเล็กน้อย

“สำคัญกว่าเรื่องการช่วยหอโอสถอีกงั้นรึ?…เข้าใจแล้ว..ไม่เป็นไร เจ้ากล่าวมากเลย..ข้าฟังอยู่”

 

เย่ หยวนนั่งลงและกล่าวอย่างจริงจังว่า

“มีหลายสิ่งอย่างมากมายที่ท่านเซียนสอนข้ามา และข้ามีสองวรยุทธที่จะมาถ่ายทอดให้ท่านต่อ…วรยุทธแรกมีชื่อว่า เก้าเซียนบูรพา และอีกอันชื่อว่า…พันวิญญาณแผ่ไพศาล และข้าเชื่อว่า…ท่านพ่อจะสามารถสลับสับเปลี่ยนวรยุทธการเพาะปลูกทั้งสองได้อย่างคล่องแคล่วได้ในอนาคต

เมื่อท่านสำเร็จวรยุทธเหล่านี้…ท่านจะมองนิกายเมฆาราตรีเป็นเพียงนิกายเล็กๆแห่งหนึ่งไปเลยทันที”

 

เมื่อได้ยินชื่อวรยุทธทั้งสองที่ลูกชายของตนกล่าวมานั้น เย่ ฮานก็ตกใจอย่างมาก…เขารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันยิ่งใหญ่กว่าเรื่องยาทลายลมปราณเสียอีก

 

“พันวิญญาณแผ่ไพศาล? เป็นวรยุทธเพาะปลูกจิตวิญญาณงั้นรึ?”

เย่ ฮานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่น เห็นได้ชัดเลยว่าเขากำลังตื่นเต้นอย่างมาก

 

เย่ ฮานไม่รู้ว่าวรยุทธเก้าเซียนบูรพามันคืออะไร แต่ทันทีที่ได้ยินชื่อ…วรยุทธพันวิญญาณแผ่ไพศาล เขารู้สึกได้ทันทีว่า..มันจะต้องเกี่ยวกับการเพาะปลูกจิตวิญญาณ

 

ไม่รู้จะใช้คำใดมาอธิบายได้เลยว่า…วิธีการเพาะปลูกจิตวิญญาณมันล่ำค่าเพียงใดในรัฐฉินแห่งนี้

เพียงแค่วิธีการเพาะปลูกจิตวิญญาณระดับต่ำสุด..มันก็สามารถสร้างพายุเลือดได้แล้วตั้งแต่เริ่มฝึก ดังนั้นสิ่งเหล่านี้มันมีค่ามากจนไม่อาจจะประเมินมูลค่าได้เลย

 

สำหรับนักสู้..การที่มีวิธีเพาะปลูกพลังเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป และสิ่งที่ทำให้แต่ละวิธีแตกต่างและมีมูลค่าก็คือ..คุณภาพ แต่บางสิ่งที่เรียกว่า…วิธีเพาะปลูกจิตวิญญาณนั้นมันเป็นอะไรที่หายากมากๆ บางคนแม้จะใฝ่หามาทั้งชีวิตแต่ไม่ได้ก็ยังมี!

 

เมื่อนำการเพาะปลูกพลังธรรมดาๆเปรียบเทียบกับการเพาะปลูกจิตวิญญาณแล้ว การเพาะปลูกจิตวิญญาณเป็นอะไรที่ลึกลับและซับซ้อนกว่ามาก เรียกได้ว่าการที่จะใช้วรยุทธการเพาะปลูกจิตวิญญาณให้คล่องแคล่ว มันยังยากกว่า…การขึ้นสวรรค์เสียอีก!

 

ตั้งแต่อดีตกาล…สิ่งที่สำคัญเพียงอย่างเดียวในการเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์คือ…พลังจิตวิญญาณ และการที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่จิตวิญญาณก็มีอยู่หนทางเดียวคือ การเพาะปลูกมัน…ดังนั้นจึงมีคนกลุ่มหนึ่งได้สร้างวรยุทธการเพาะปลูกวิญญาณขึ้น และนำมันมาเพาะปลูกจิตวิญญาณของพวกเขาเอง

จำนวนวรยุทธการเพาะปลูกจิตวิญญาณนั้นมีน้อยอย่างมาก เรียกได้ว่ามีหนึ่งในแสนของวรยุทธการเพาะปลูกพลังทั่วๆไป ความหายากของมันอยู่เหนือกว่าจินตนาการของทุกๆคน

 

อย่างไรก็ตาม…จุดเด่นของการเพาะปลูกจิตวิญญาณไม่ได้อยู่ที่พลังทางกายภาพหรือพลังปราณ แต่มันคือความแข็งแกร่งของของจิตวิญญาณล้วนๆ…และในความเป็นจริง ความแข็งแกร่งของวิญญาณ..มันมีผลกระทบต่อพลังปราณของนักสู้ไม่น้อยเลย

 

กลุ่มคนที่ต้องการวิธีเพาะปลูกจิตวิญญาณที่สุดคงหนีไม่พ้น..นักหลอมโอสถ! แล้วอะไรคือนักหลอมโอสถ?… นักหลอมโอสถคือผู้ที่คิดค้นและปรุงโอสถต่างๆอย่างไม่มีสิ้นสุด และสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักหลอมโอสถคืออะไร?…แน่นอนว่าสมาธิหรือความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณนั้นเอง!

นั้นหมายความว่า…หากเหล่านักหลอมโอสถมีวิธีการเพาะปลูกจิตวิญญาณล่ะก็…จะสามารถยกระดับความสามารถของทั้งนิกายให้แข็งแกร่งขึ้นได้ในทันที!

 

ลองนึกภาพตามว่า…ภายในนิกายๆหนึ่ง มีผู้คนที่มีพลังอยู่ในระดับอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณอยู่จำนวนมาก แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้สักคน…เนื่องจากขีดจำกัดของความสามารถพวกเขาเอง และถ้าหากเหล่านักหลอมโอสถได้รับวิธีการเพาะปลูกจิตวิญญาณขึ้นมาล่ะก็…เหล่านักหลอมโอสถก็จะสามารถคิดค้นโอสถที่จะทลายขีดจำกัดเหล่านั้นของพวกเขาได้ และผลที่ตามมาคือ…ผู้คนก็ต่างแข็งแกร่งขึ้นอย่างทวีคูณภายในเวลาอันสั้น

และหากเป็นแบบนั้น…นิกายนั้นจะน่ากลัวขนาดไหน?

 

น้อยคนนักที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งนักหลอมโอสถได้ แต่การที่จะประสบความสำเร็จในด้านนี้มันยากยิ่งกว่า

 

ที่บอกว่าน้อยคนนักที่จะก้าวสู่เส้นทางนี้ได้เป็นเพราะ…ศิษย์ในด้านโอสถระดับหนึ่งดาว ซึ่งเรียกกันว่า…ผู้ช่วยนักหลอม จะมีความแข็งแกร่งของจิตใจต่ำมาก…แต่บางคนแม้จะมีความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณที่สูง แต่พลังตนเองอยู่เพียงอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณก็มี

 

แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยนักหลอมโอสถระดับเซียนโอสถได้…จะต้องมีความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณที่สูงมาก นั้นเป็นเพราะจะต้องช่วยเซียนโอสถในการหลอมโอสถอย่างน้อยระดับสองขึ้นไป…ดังนั้นหากมีจิตวิญญาณที่อ่อนแอ มันก็จะมีโอกาสล้มเหลวสูงมากแม้จะเป็นผู้ช่วยก็ตาม!

 

เรียกได้ว่า…ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณนั้นเป็นตัวสกัดดาวรุ่งนักหลอมโอสถผู้มีพรสวรรค์ไปแล้วมากมายหลายคน

ทุกครั้งที่เหล่านักสู้ได้สำเร็จการเพาะปลูกพลัง..และไปยังระดับที่สูงขึ้น พวกเขาจะได้รับพลังปราณและพลังกายภาพที่มากขึ้นไปด้วยจากพื้นปฐพีและสวรรค์ แต่มันแตกต่างกับการเพาะปลูกจิตวิญญาณโดยสิ้นเชิง…แม้ว่าจิตวิญญาณจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ก็ใช่ว่าพลังปราณและพลังทางกายภาพจะแกร่งขึ้นตาม….ดังนั้นแม้จะมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง แต่หากมีระดับพลังที่ต่ำ..ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จในด้านโอสถได้อยู่ดี

 

เฟิน ฉีหลัวเป็นผู้ช่วยนักหลอมระดับสูงและนางก็ได้ก้าวข้ามอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณได้นานแล้ว…แต่นางก็ไม่สามารถกลายเป็นนักหลอมโอสถได้ เนื่องจาก…ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณของนางยังอ่อนเกินไป

 

 

เมื่อรู้ว่า..ตนเองกำลังจะได้รับวรยุทธการเพาะปลูกจิตวิญญาณ แล้วเย่ ฮานจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร?

 

เย่ ฮานยังคงเป็นเซียนโอสถระดับต่ำมาหลายปีแล้ว และที่เขาไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้มากกว่านี้เป็นเพราะ…จิตวิญญาณของเขาอ่อนแอเกินไปนั้นเอง

ด้วยวรยุทธพันวิญญาณแผ่ไพศาลนี้…จะทำให้เย่ ฮานสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองได้พร้อมกับเลื่อนขั้นเป็นเซียนโอสถระดับกลาง!

 

เย่ หยวนพูดถูกต้อง ทั้งเรื่องยาทลายลมปราณและเรื่องอื่นๆอีกมาก…มันดูเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับ วรยุทธพันวิญญาณแผ่ไพศาล

แม้ว่าเขาจะถูกหวัง ตงไห่เล่นงานจนเขาไม่สามารถตอบโต้อะไรได้…แต่ด้วยวรยุทธพันวิญญาณแผ่ไพศาลนี่แหละ เขาจะพลิกกลับมาเอาชนะหวัง ตงไห่ได้อย่างง่ายดาย…และในอนาคต การโค่นล้มคฤหาสน์ดวงดาวก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

 

“ถูกต้องแล้ว พันวิญญาณแผ่ไพศาลคือวรยุทธเพาะปลูกจิตวิญญาณ…และมันยังเป็นวรยุทธที่สุดยอดอย่างมาก” เย่ หยวนตอบกลับ

 

“ยอดมาก! ยอดจริงๆ!…ด้วยพันวิญญาณแผ่ไพศาลนี่แหละ หวัง ตงไห่…ชะตาเจ้าขาดแน่!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆ”

เย่ ฮานในตอนนี้ทั้งตื่นเต้นและดีใจอย่างมากในเวลาเดียวกัน

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็นึกอะไรบางอย่างได้จนทำให้หยุดดีใจไปดื้อๆ…เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

เมื่อคิดได้แบบนี้..เขาก็เอ่ยปากถามลูกของตนในทันที

“หยวนเอ๋อ เจ้าบอกว่า…วรยุทธทั้งสองอันนี้ เจ้าได้รับการถ่ายทอดจากท่านเซียนใช่หรือไม่?”

“แล้วหากในอนาคต..ท่านเซียนคนนั้นรู้เข้าว่า เจ้าแอบไปเปิดเผยทั้งสองวรยุทธนี้กับคนอื่น…ผลที่ตามมามันอาจจะหนักหนาเกินกว่าจะชดใช้ได้ อันตรายอาจจะเกิดขึ้นกับเจ้า!”

“ข้าว่าเจ้าไม่ควรมาถ่ายทอดให้ข้าแบบนี้…เจ้าเพียงบอกสูตรยาทลายลมปราณให้ข้าก็พอ”

 

เย่ ฮานกล่าวปฏิเสธในทันที เมื่อคิดถึงผลกระทบที่ลูกของเขาจะได้รับ แต่หากคนอื่นๆมาเห็นสายตาของเขาในตอนนี้…ทุกคนคงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สายตาของเย่ ฮาน..มันเต็มไปด้วยความเสียดาย

“ฮ่า ฮ่า…อีกอย่างวัยของข้ามันก็เกินที่จะเรียนรู้ไปแล้ว”

“เจ้าก็จงตั้งใจฝึกแทนข้าด้วยล่ะกัน ฮ่า ฮ่า….”

 

เมื่อเย่ หยวนได้ยินแบบนี้…ก็เหมือนมีบางสิ่งเข้ามากระทบกับจิตใจเขาอย่างจัง

 

เย่ หยวนรู้ดีว่าวิธีการเพาะปลูกจิตวิญญาณมันเป็นสิ่งล่ำค่าเพียงใดในหมู่นักหลอมโอสถ  และถ้าหากนำหญิงสาวที่งดงามที่สุดในปฐพี มายืนข้างๆคัมภีร์การเพาะปลูกจิตวิญญาณ…แน่นอนว่านักหลอมโอสถทุกคนจะต้องเลือกคัมภีร์อย่างไม่คิดเลย!

 

อาจกล่าวได้อีกว่า…ผู้ใดที่ได้ครอบครองวรยุทธการเพาะปลูกจิตวิญญาณนั้นจะเก่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด รวมถึงอำนาจและชื่อเสียงมากมายที่จะตามมา…ดังนั้นคงไม่มีคนโง่ที่ไหนที่ไม่ต้องการจะเรียนรู้มัน?

 

ทุกคนรู้ดีว่าความแข็งแกร่งไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายหรือจิตใจ นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับนักสู้หรือแม้แต่นักหลอมโอสถก็เช่นกัน

 

แต่เย่ ฮานก็ได้ละทิ้งโอกาสทองนั้นไป…หากเขารับมัน เขาก็คงประสบความสำเร็จและได้กลายเป็นเซียนโอสถระดับสูงอย่างแน่นอน สิ่งต่างๆที่ตามมาอย่างเงินและอำนาจมากมาย…ก็จะเป็นของเขาในทันที

…แต่เขาก็เลือกที่จะปฏิเสธมันลง…เมื่อคิดถึงความปลอดภัยของลูกตัวเอง คำตอบของเย่ ฮานมันทำให้เย่ หยวนช็อกไปดื้อๆ

 

 

เมื่อเขาได้กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง เขาก็ได้รับความทรงจำของเย่ หยวนในอดีตมาด้วย…ดังนั้นเขาจึงรู้ทุกอย่าง

ตั้งแต่เด็กต้นถึงบัดนี้ เย่ หยวนรู้ดีว่า…เขาไม่ใช่ลูกที่ดีเลย ไม่เคยทำให้พ่อของเขาภูมิใจเลยสักครั้ง แถมยังทำให้พ่อของเขาผิดหวังมามากมายนับครั้งไม่ถ้วน…แต่แม้จะเป็นแบบนั้น พ่อของเขาก็ยังคงห่วงใยและอยู่ข้างๆเขาเสมอ…ไม่เคยทอดทิ้งเขาเลยแม้สักครั้ง

 

สิ่งเหล่านี้มันส่งผลกระทบต่อจิตใจเย่ หยวนอย่างมาก และจู่ๆก็มีหยดน้ำสีใสบริสุทธิ์ไหลออกมาจากดวงตาของเขา….

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top