ขนาดตัวอักษร

ตอนที่50 วาดวงกลมด้วยมือซ้ายและวาดสี่เหลื่ยมด้วยมือขวา

 282 Views

หากเป็นเรื่องการต่อสู้เย่ หยวนอาจจะด้อยกว่าเฟิน หลัวปิง แต่สำหรับเรื่องโอสถนางยังห่างไกลกับเขามากมายนัก  อาจกล่าวได้ว่าชีวิตที่ผ่านมาของเย่ หยวน…เขาอยู่แต่กับสมุนไพรและโอสถมาทั้งชีวิต จนสิ่งเหล่านี้มันได้ฝังแน่นอยู่ในดวงวิญญาณของเขาไปแล้ว

แม้ร่างกายของเขาจะเปลี่ยนไป…แต่จิตวิญญาณของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนตาม ดังนั้นเมื่อเขามีโอกาสมาปรุงโอสถแบบนี้…มีหรือที่เขาจะพลาด

 

จริงๆแล้วเย่ หยวนก็ไม่ได้ต้องการจะมาทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่ แต่เมื่อเขาได้สัมผัสสมุนไพรเหล่านี้…เขาก็คันไม้คันมือและไม่สามารถระงับความต้องการที่ปรุงเหมือนครั้นในอดีตได้ จนในที่สุดเขาก็เผลอลงมือปรุงโอสถอย่างสนุกสนาน..และผลสุดท้ายก็เป็นอย่างที่เฟิน หลัวปิงเห็นในขณะนี้

ในตอนที่เตรียมสมุนไพร..หากเป็นคนอื่นคงหนักใจไม่น้อยกับการวัดปริมาณสมุนไพรที่นำไปปรุงจนเสียความมั่นใจในตนเองไป แต่กลับกันกับเย่ หยวน…เพียงแค่การหยิบครั้งเดียว เขาก็สามารถกะปริมาณสมุนไพรได้อย่างถูกต้องและแม่นยำตามที่ต้องการ

นี่คือความสามารถพิเศษของเย่ หยวนที่ผ่านการปรุงมาแล้วนับล้านๆครั้ง และไม่มีใครสามารถเลียนแบบเขาได้

 

เฟิน หลิวปิงจ้องหน้าเย่ หยวนอย่างไม่พอใจ..แต่ก็ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรกลับไปดี

การปรุงยาระดับหนึ่งน่ะรึ…ง่าย?

 

“ยะ-อยากทำอะไรก็เชิญ! ข้าจะไปยังห้องอ่านหนังสือเพื่อทำสมาธิ!”

จากนั้นนางก็หันกลับไปและเดินเข้าไปยังห้องหนังสืออีกครั้ง

การทำสมาธิในรอบนี้ใช้เวลาถึง4ชั่วโมง ซึ่งมันนานกว่าที่วางแผนไว้มาก

ในตอนแรกสภาพจิตใจของเฟิน หลัวปิงนั้นยุ่งเหยิงไปหมดและไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้เลย และเมื่อเวลาผ่านไป2ชั่วโมง…นางก็ค่อยๆรวบรวมสมาธิได้และเข้าสู่สภาวะแห่งความสงบ

หลังจากนั้นนางก็ได้เดินออกจากห้องหนังสือ เฟิน หลัวปิงได้กลับมาเป็นหญิงสาวที่เยือกเย็นอีกครั้งหนึ่ง…นางได้เดินตรงไปที่หม้อโอสถบัวแดงพร้อมกับออกคำสั่งเย่ หยวนด้วยความสงบ

“นำวัตถุดิบยาทลายแก่นแท้ลงไปในหม้อพร้อมตั้งไฟให้เรียบร้อย!”

 

ตลอดเวลา4ชั่วโมงมานี้ เย่ หยวนไม่ได้ปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ…เขาได้ทำสมาธิเช่นกัน

เมื่อเทียบกับตัวเย่ หยวนในอดีตแล้ว ปัจจุบันเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

เย่ หยวนผู้เคยเป็นจักรพรรดิโอสถในอดีตรู้ดีว่า…ไม่มีทางลัดสำหรับการเพาะปลูกพลัง ไม่ว่าใครจะมีพรสวรรค์แค่ไหน…แต่หากไร้พรแสหวงมันก็เท่านั้น

 

เมื่อเย่ หยวนได้ยินคำสั่งของเฟิน หลัวปิง เขาก็หยิบชามหยกสองอันที่มียาทลายแก่นแท้มอบให้นาง พร้อมกับไปตั้งไฟหม้อหลอมโอสถ

 

เฟิน หลัวปิงมองไปยังเย่ หยวนด้วยความประหลาดใจ ในตอนแรกนางคิดว่า..จะต้องปะทะคารมกับเขาอย่างแน่นอนก่อนที่จะได้ปรุงโอสถ แต่ใครจะคิดว่าเย่ หยวนจะทำตามนางอย่างขยันขันแข็งและคล่องแคล่วเช่นนี้กัน

 

ภายในห้องหลอมโอสถแห่งสำนักดานวู มีเพียงแค่ไฟแห่งปฐพีเท่านั้นที่ใช้จุดไฟได้…ซึ่งไฟประเภทนี้เหมาะสำหรับพวกที่ปรุงโอสถระดับต่ำเท่านั้น หากเป็นการหลอมโอสถระดับสูงนั้นจะต้องใช้ทั้งไฟแห่งปฐพีและไฟสวรรค์ในการหลอมโอสถ แต่เย่ หยวนก็รู้เหตุผลดีว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงมีเพียงแค่ไฟปฐพีเท่านั้น

 

เมื่อเขาได้เปิดวาวไฟแห่งปฐพี…จากนั้นก็ได้มีเพลิงจำนวนมากพวยพุ่งออกมาใช้หม้อหลอม จากนั้นเขาก็ค่อยๆควบคุมความร้อนให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม

แม้ว่าคุณภาพไฟปฐพีนี้นั้นจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับไฟปฐพีในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้เลย แต่มันก็มากพอที่จะปรุงยาระดับหนึ่งแบบในตอนนี้

 

เมื่อเขาได้อุณหภูมิไฟที่เหมาะสมแล้ว เขาก็ยกมือและตะโกนออกไปว่า

“อุณหภูมิไฟเสถียรแล้ว!”

ไฟได้ถูกปรับโดยเย่ หยวนเรียบร้อย…เปลวไฟกำลังแผดเผาอยู่ใต้หม้อโอสถบัวแดงอย่างสม่ำเสมอ แต่จุดที่แปลกคือ ไฟที่ผ่านการปรับโดยเย่ หยวนนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน…ส่วนซ้ายและส่วนขวาจะมีรูปแบบไฟที่แตกต่างกัน และทั้งสองส่วนก็ต่างสัมผัสหม้อหลอมโดยตรงอีกด้วย

 

เมื่อเฟิน หลัวปิงเห็นดังนั้น นางก็เผยสีหน้าที่ตกตะลึงอีกครั้ง…พร้อมกับประกายแสงที่สว่างจ้าออกจากดวงตาคู่นั้นของนาง เมื่อจ้องไปยังไฟที่ถูกแบ่งเป็นครึ่งสองส่วนแบบนี้

นางไม่เคยเห็นเทคนิคการควบคุมไฟแบบนี้มาก่อน!

 

โดยปกติแล้ว เมื่อนางปรับไฟแห่งปฐพี…นางสามารถทำได้เพียงแค่ปรับไฟเป็นสองชั้นบนและล่าง และชั้นที่สัมผัสหม้อหลอมจะเป็นไฟชั้นบนเท่านั้น

 

แม้กระนั้นเทคนิคที่นางใช้ควบคุมไฟ มันก็ไม่ใช่เทคนิคที่ผู้มีพลังเพียงระดับสี่ที่จะสามารถทำได้

แต่ไฟที่อยู่ตรงหน้านางมันเป็นอะไรที่ดูเหนือกว่าเทคนิคของนางมาก มากซะจนนางเกรงและไม่กล้าที่จะใส่วัตถุดิบลงไป  แต่เมื่อการปรุงได้เริ่มขึ้นแล้ว นางจึงต้องรีบดึงสมาธิและทำจิตใจให้สงบโดยเร็วที่สุด

 

นางได้ใช้มือไปเปิดผนึกของหม้อออกมา จากนั้นก็ค่อยๆเทเม็ดยาเหล่านี้ออกจากชามหยกทั้งสองที่เย่ หยวนเตรียมไว้ให้ทีแรกลงไป…สักพักหนึ่งกลิ่นสมุนไพรจากยาทลายแก่นแท้ก็ลอยออกมาจากหม้อหลอม และตอนนี้กลิ่นหอมของมันก็ได้อบอวลไปทั่วห้องหลอม

 

“เอาล่ะ! เริ่มวิธีการกลั่นแบบหยินหยาง!”

นางกล่าวออกมาด้วยโทนเสียงที่ต่ำ พร้อมกับใช้ไม้กวนที่ทำจากหยกทั้งสองอันกวนส่วนผสมทั้งสองอย่างช้าๆและประณีต

 

ในตอนนี้หน้าที่ของเย่ หยวนยังไม่มีอะไร เขาจึงนั่งดูนางหลอมโอสถอย่างอิสระ…เวลาค่อยๆผ่านไป นางก็ยังคงกวนโอสถในหม้อหลอมนั้นด้วยความตั้งใจอย่างสูง เมื่อเขาเห็นดังนั้น…เขาก็พยักหน้าให้กับนางในทันที

แม้ว่าหญิงสาวคนนี้จะดูขาดๆเกินๆไปบ้าง แต่นางก็ดูทุ่มเทและตั้งใจอย่างมากในการหลอมโอสถโดยใช้วิธีการกลั่นแบบหยินหยางแบบนี้

แต่นางก็ยังไม่สามารถควบคุมวิธีการกลั้นแบบหยินหยางได้ และดูนางค่อยๆอ่อนแรงลงแล้วด้วย…ดูท่าโอสถหม้อนี้คงจะล้มเหลวเป็นแน่

วิธีการกลั่นแบบหยินหยางนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆในการควบคุม ในระหว่างที่หลอมอยู่นั้น…นักหลอมจะต้องควบคุมทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน ข้างหนึ่งจะต้องกวนโดยใช้พลังปราณธาตุหยิน…ส่วนมืออีกข้างจะต้องกวนโดยใช้พลังปราณธาตุหยาง นอกจากนี้จะต้องควบคุมพลังปราณทั้งสองมือให้สมดุลกันอีกด้วย และหากพลังปราณธาตุหยินและหยางไม่สมดุลกัน..แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม มันก็จะล้มเหลวทันที

 

นี่คือการทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจผู้หลอมอย่างแท้จริง

ในช่วงเริ่มต้นเฟิน หลัวปิงทำได้ดีเลยทีเดียว แต่ช่วงระยะกลางในการหลอมนั้น…สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า พลังปราณในมือทั้งสองข้างนั้นเริ่มไม่สมดุลกันแล้ว…แถมในช่วงระยะปลายเหงื่อจำนวนมากเริ่มไหลออกจากหน้าผากของนางแล้ว และร่างกายของนางก็ดูเหมือนจะทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน

 

พึบบบ!

ได้มีควันสีดำปราณขึ้นออกจากหม้อหลอม

ยาเม็ดทลายแก่นแท้ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ การหลอมโอสถในรอบนี้ประสบความล้มเหลว….

 

 

เฟิน หลัวปิงกระถีบเท้าของนางลงกับพื้นด้วยความโมโห และตะโกนไปทางเย่ หยวนว่า

“อีกครั้ง!”

 

เย่ หยวนมองไปยังนาง..แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาได้ลุกขึ้นไปเตรียมสมุนไพรใส่ชามหยกอีกครั้ง

คราวนี้เฟิน หลัวปิงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเย่ หยวนมีวิธีเตรียมสมุนไพรอย่างไรบ้าง

 

เย่ หยวนได้คว้าสมุนไพรชนิดโน่นชนิดนี้ขึ้นโดยไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย จากนั้นก็โยนสมุนไพรเหล่านั้นลงใส่ชามหยกที่วางเอาไว้ และเริ่มคลุกเคล้าให้เข้ากัน…ท่าทางการเตรียมวัตถุดิบของเย่ หยวนนั้นหยาบและไร้ความผิดชอบสิ้นดี

 

อย่างไรก็ตามเฟิน หลัวปิงก็ไม่อาจจะเปิดปากตำหนิเขาได้เลย…นั้นเป็นเพราะนางรู้ดีว่าคุณภาพยาที่ทำโดยท่าทางหยาบๆของเย่ หยวนนี้ มันมีประสิทธิภาพที่สูงกว่ายาที่นางปรุงขึ้นเองมากนัก

 

เจ้านี้มันยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า? หรือว่าบางทีมือเจ้านี้อาจจะสร้างขึ้นจากตราชั่ง? …เพียงแค่เขาหยิบขึ้นมา เขาก็รู้ได้ทันทีว่าปริมาณมันเท่าใดกัน?

 

วิธีการปรุงโอสถของเย่ หยวนมันดูหยาบเกินไปจริงๆ….

เมื่อเย่ หยวนเห็นสายตาของนางแบบนี้ เขาก็ทำเสียงไอเล็กน้อยก่อนที่จะหัวเราะขึ้นว่า

“ฮ่าฮ่า วิธีนี่น่ะ…พ่อข้าสอนเองกับมือ ท่านคงรู้ใช่ไหมว่า…พ่อของข้าคือเซียนโอสถ ข้าเลยถูกบังคับให้ฝึกหลอมโอสถตั้งแต่เด็ก ฮ่า ฮ่า….”

 

เฟิน หลัวปิงจ้องเขม่งไปที่เย่ หยวนด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก

“เชื่อก็บ้าแล้ว!” นางคำรามขึ้นในใจ

แต่นางก็รู้ดีว่าเย่ หยวนคงไม่มีทางบอกความจริงเป็นแน่ ดังนั้นคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะจี้ถาม

 

หลังจากผ่านไป15นาที เย่ หยวนก็ได้ปรุงยาทลายแก่นแท้ขึ้นมาอีกครั้ง

ระหว่างนั้นนางก็กลืนยาฟื้นคืนลมปราณระดับสองลงไป จากนั้นนางก็ทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังปราณของนาง

 

เย่ หยวนจ้องนางด้วยความสงสัยอย่างมาก เพราะยาฟื้นคืนลมปราณระดับสองที่ยาในรัฐฉินนั้นมีราคาที่สูงมาก แต่นางก็หยิบยาขึ้นมากินโดยไม่คิดอะไรแบบนี้ได้…นั้นหมายความว่านางจะต้องมาจากตระกูลชั้นสูง?

แม้ในสายตาของเย่ หยวน…ยาฟื้นคืนลมปราณระดับสองจะไม่ได้มีค่าอะไร แต่สำหรับคนธรรมดาทั่วๆไปในรัฐฉิน ยาชนิดนี้นั้นมีค่าอย่างมากสำหรับพวกเขา

 

หากเป็นคนมาจากตระกูลธรรมดาๆคงไม่มีท่าทางกลืนมันอย่างกับกลืนขนมแบบนี้แน่นอน

นอกจากนั้นหม้อหลอมโอสถชั้นยอดแบบนี้ คงเป็นไปไม่ได้ที่คนธรรมดาๆจะสามารถถือครองได้

ดูเหมือนว่าอาจารย์เฟินจะไม่ใช่คนธรรมดาๆซะแล้ว!

 

 

เวลาได้ผ่านไป….การปรุงโอสถครั้งที่สองและสามก็ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า

แต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้…นางได้เริ่มการปรุงใหม่อีกครั้ง

ครั้งที่สี่…และครั้งที่ห้า…. ผลก็ยังคงเป็นเช่นเดิม….

 

ควันสีดำจำนวนมากได้พวยพุ่งออกมาจากหม้อหลอมซ้ำแล้วซ้ำเหล่า

เฟิน หลัวปิงเริ่มหดหู่มากขึ้น แต่นางก็รู้ดีว่า…เหตุผลที่ในวันนี้นางสามารถควบคุมมันได้ถึงระยะกลางและปลายเป็นเพราะวัตถุดิบที่มีคุณภาพที่สร้างโดยเย่ หยวนและเทคนิคการควบคุมไฟของเขา มิฉะนั้นนางจะไม่มีทางควบคุมมันได้ถึงระยะปลายได้แบบนี้!

 

ทั้งชีวิตของข้า…ข้าจะมีสักวันไหมที่จะสามารถควบคุมวิธีการกลั่นแบบหยินหยางได้?!

 

“อีกครั้ง!” แม้จะกินยาฟื้นคืนลมปราณระดับสองเข้าไปแล้วก็ตาม…แต่ในตอนนี้สภาพร่างกายและจิตใจของนางมันเกินกว่าที่จะฟื้นฟูได้แล้ว แถมหากใช้ยามากกว่านี้…มันก็อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายนางได้

 

ในตอนนี้เย่ หยวนมองไปยังเฟิน หลิวปิงด้วยสายตาที่ขัดใจนางอย่างมาก

 

“มองอะไรของเจ้า? ไปเตรียมสมุนไพรมา!” ในตอนนี้เฟิน หลัวปิงอารมณ์เสียอย่างมาก

 

แม้จะได้ยินแบบนั้นเย่ หยวนก็ไม่ได้ลุกไปเตรียมสมุนไพรแต่อย่างใด แต่กลับกัน…เขาได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาแทน จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นไปหยิบแผ่นกระดาษและพู่กันมา2อัน

 

เฟิน หลัวปิงสงสัยอย่างมากว่าทำไมเย่ หยวนถึงเดินไปหยิบของพวกนั้นมาแทน นางจึงเดินตรงเข้าไปยังโต๊ะที่เขายืนอยู่

เย่ หยวนได้ถือพู่กันอันหนึ่งด้วยมือซ้ายส่วนอีกอันด้วยมือขวา…จากนั้นเขาก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกมาและได้ใช้มือซ้ายวาดรูปวงกลม ส่วนมือขวาวาดรูปสี่เหลี่ยม

 

“ท่านพอเถอะ…ข้าได้เฝ้ามองท่านมาสักพักหนึ่งแล้ว และวิธีของท่านมันก็ล้มเหลว”

“พวกเราจะมาเจอกันใหม่อีกครั้ง…หลังจากที่ท่านทำแบบที่ข้าทำตอนนี้จนคล่องแคล่วแล้ว”

ทันทีที่กล่าวเสร็จเย่ หยวนก็ยื่นพู่กันทั้งสองอันให้กับเฟิน หลัวปิง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top