ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 79 พลั้งปากเพราะเมา

 308 Views

จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 79 พลั้งปากเพราะเมา

 

“เจ้าไม่ได้พูดเล่นจริงๆ ฟันของเด็กน้อยคนนี้แข็งแกร่งยิ่งนัก!” หลิวอู๋ตงยกแขนซ้ายขึ้นมา ฝ่ามือและข้อศอกของนางมีผ้าพันแผลพันเอาไว้ เห็นได้ชัดว่านางถูกกัด

 

…ก่อนหน้านี้ แม้แต่หลิงฮันก็ยังถูกกัดตอนที่ลดการป้องกันลง เป็นการยืนยันได้ว่าเด็กสาวคนนี้ลอบโจมตีได้เก่งขนาดไหน ยิ่งกว่านั้น คงจะไม่มีใครเชื่อแน่ว่าฟันของนางแหลมคมขนาดไหนจนกว่าจะได้ลองด้วยตัวเอง

 

“เด็กสาวคนนี้ต้องเกิดในปีสุนัขเป็นแน่!” หลิงฮันส่ายหัว

 

“นางแข็งแกร่งยิ่งกว่าสุนัขมาก นางสมควรจะเกิดในปีเสือ!” หลิวอู๋ตงเองก็ได้ลิ้มรสความเจ็บปวดนั่นมาแล้ว ครั้งแรกที่นางถูกกัดเป็นเพราะความประมาท แตะนางก็ยังถูกกัดอีกครั้งแม้ว่าจะเพิ่มความระมัดระวังขึ้นแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเด็กน้อยคนนี้น่ากลัวขนาดไหน

 

แน่นอนว่านี่เป็นเพราะหลิวอู๋ตงไม่มีความคิดที่จะทำร้ายเด็กสาวคนนี้

ไม่เช่นนั้น แม้ว่าฟันของนางจะแหลมคมขนาดไหน หลิวอู๋ตงก็ยังสามารถสังหารนางได้อย่างง่ายดายด้วยการตบเพียงครั้งเดียวอยู่ดี

 

“นางมาจากที่ใดกัน?” หลิวอู๋ตงถามด้วยความสงสัย

 

“นางเคยอาศัยอยู่ในป่า และถูกเลี้ยงโดยพยัคฆ์ ข้าไม่รู้อะไรนอกจากนั้น” หลิงฮันก้มลงตรงหน้าเด็กสาว มือของเขายื่นออกไปเพื่อที่จะเย้าแหย่กับนาง “เด็กน้อย เจ้าคงยังไม่มีชื่อ ดังนั้นข้าจะตั้งให้เจ้าเอง”

 

“แฮ่! แฮ่!” เด็กสาวกัดฟันอย่างต่อเนื่อง นางตั้งใจจะกัดนิ้วของหลิงฮัน

 

“เจ้าถูกเลี้ยงดูโดยพยัคฆ์ ดังนั้นพวกเราจะเรียกเจ้าว่า ฮูหนิว!” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม จากนั้นได้หันไปทางหลิวอู๋ตงและถาม “บนร่างของนางมีอะไรบางอย่างคล้ายๆปานหรือไม่? ด้วยสิ่งนั้น พวกเราจะสามารถช่วยนางหาครอบครัวของนางได้ในอนาคต”

 

“มีอยู่ที่หนึ่ง!” หลิวอู๋ตงพยักหน้า “ที่ข้อเท้าของนางมีรอยปานแปลกๆ แต่ข้าไม่สามารถบอกได้ว่ามันติดตัวนางมาตั้งแต่เกิดหรือมีใครบางคนสลักมันเอาไว้หลังจากที่นางเกิด”

 

หลิงฮันยกผ้าปูที่นอนขึ้น บนข้อเท้าซ้ายของเด็กสาวมีรอยปานอยู่จริงๆ รอยปานมีขนาดประมาณเหรียญทองแดง ลวดลายของมันซับซ้อนจนไม่สามารถบอกได้ว่ามันหมายถึงอะไร ตามหลักแล้ว รอยปานที่ซับซ้อนเช่นนี้จะต้องถูกสลักไว้หลังจากที่นางเกิด แต่จากที่ดูแล้ว รอยปานนี้ไม่มีร่องรอยว่าถูกสลักลงไปแม้แต่น้อย มันดูราวกับว่ารอยปานนี้ติดตัวนางมาตั้งแต่เกิด

 

เป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ

 

“เจ้าคิดจะทำอย่างไรกับฮูหนิวต่อไป?” หลิวอู๋ตงถาม นางเริ่มรู้สึกผูกพันกับเด็กสาวคนนี้แล้ว “เด็กสาวคนนี้คิดเพียงแต่ว่านางเป็นสัตว์ป่า ถ้าเจ้าไม่วางแผนให้ดี จะต้องมีปัญหาเกิดขึ้นกับนางแน่”

 

หลิงฮันพยักหน้า “ยังไงก็ให้นางตามพวกเราไปก่อน รอจนกว่านางจะได้สติปัญญาของมนุษย์คืนมาแล้วเราจะตัดสินใจอีกที”

 

***

 

ฮูหนิวไม่คิดว่านางเป็นมนุษย์แม้แต่น้อย นางเป็นเหมือนกับแมวหรือไม่ก็ลูกของเสือ พวกหลิงฮันช่วยนางใส่ชุดที่ซื้อมา แต่ไม่ทันไรนางก็ฉีกชุดเหล่านั้นอออกทันที และถ้าพวกเราไม่มัดนางเอาไว้ให้ดี นางจะซุกซนและว่องไวยิ่งกว่าลิงเสียอีก และที่ทำให้หลิงฮันปวดหัวยิ่งกว่านั้นก็คือเรื่องที่นางไม่กินอาหารที่ปรุงสุกแล้ว

 

ไม่ว่าจะเป็นเนื้อที่ย่างหรือต้มแล้ว นางกัดลงไปแม้แต่คำเดียวแม้มันจะมาวางอยู่ตรงหน้า ในทางกลับกัน แววตาของนางได้เพ่งเล็งไปที่คอของหลิงฮัน ภายในแววตาของนางเต็มไปด้วยจิตสังหาร เห็นได้ชัดว่านางอยากจะกินหลิงฮันเป็นอาหาร

 

การที่จะให้ทำให้ความป่าเถื่อนของนางหายไป อย่างแรกเลยคือต้องเปลี่ยนนิสัยการกินของนาง

 

หลิงฮันกัดกินเนื้อยางต่อหน้าเด็กสาว และนำมันวางกลับไปข้างหน้านางเช่นเดิม จากนั้นเขาได้เดินถอยหลังออกไป

 

หลังจากผ่านไปครึ่งวัน ท้องของนางเริ่มส่งเสียงออกมา ดวงตาของนางกลายเป็นดุร้ายมากขึ้น แต่ถึงเป็นอย่างนั้นนางก็ยังไม่ลงมือกินเนื้อตรงหน้า จนกระทั่งเที่ยงคืน ในที่สุดนางก็ไม่สามารถทนต่อไปได้ นางดิ้นไปมาเล็กน้อยและเริ่มกินเนื้อย่างในที่สุด

 

ทั้งมือและเท้าของนางถูกมัดอยู่ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงดิ้นไปข้างหน้าเหมือนหนอน

 

ความหิวของนางน่ากลัวเป็นอย่างมาก นางเขมือบขาหมูตรงหน้าหมดอย่างรวดเร็ว เด็กสาวเลียที่ขอบปากราวกับว่านางยังกินไม่พอ สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด นั่นเพราะนางไม่เคยกินเนื้อที่อร่อยเช่นนี้มาก่อน

 

ในวันที่สอง หลิงฮันตอบรับเข้าร่วมการเชิญชวนต่างๆอย่างต่อเนื่อง และในวันที่สี่ ในที่สุดหลีเฮาและสหายของมันก็สามารถหาโอกาสพบกับหลิงฮันได้

 

“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะสามารถคว้าอันดับหนึ่งมาได้จริงๆ!”

 

“นั่นสิ เจ้าจะน่าทึ่งเกินไปแล้ว!”

 

“ข้าอิจฉาหลีเฮายิ่งกว่าอีก เขาจะได้เข้าร่วมกับสำนักฮูหยางในไม่ช้านี้ และพี่ชายหลิงจะเป็นคนดูแลเขาเมื่ออยู่ที่นั่น ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกกลั่นแกล้ง”

 

ลิ่วตงและคนอื่นๆเริ่มพูดคุยและรินไวน์ให้กับเขา เพราะสถานะที่ต่ำกว่าของพวกมัน พวกมันจึงต้องรอให้กลุ่มอำนาจอื่นๆแยกย้ายกันไปก่อน พวกมันถึงจะกล้ามาพบกับหลิงฮัน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขารินไวน์ยังไม่ทันจะเสร็จ เชินเพิงจวีแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลังเล หลังจากนั้นสักพัก ในที่สุดมันก็พูดออกมา “ข้าอาจจะสร้างความหายนะครั้งใหญ่ขึ้นแล้วก็ได้”

 

“เรื่องอันใดกัน?” ทุกคนถาม

 

เชินเพิงจวีกำหมัดและพูด “เมื่อตอนที่พวกเรากลับจากภูเขาแห่งสมดุล ข้าได้ร่วมดื่มกับสมาชิกคนหนึ่งในตระกูลข้า เมื่อตอนนั้นข้าดื่มมากเกินไปและดูเหมือนว่าจะเผลอพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ของฮังฉานออกไป”

 

“ว่าไงนะ!” หลีเฮาและอีกสี่คนลุกยืนขึ้น ใบหน้าของพวกมันกลายเป็นซีดขาว

 

ฮังฉานคือบุตรของผู้อาวุโสเจ็ดแห่งนิกายหมาป่าหินผา และในช่วงนี้ผู้คนจากนิกายหมาป่าหินผาต่างก็กำลังตามล่าหาตัวคนร้าย ถ้าข้อมูลเรื่องนี้รั่วไหลออกไป ผู้อาวุโสเจ็ดคนนั้นจะต้องมาหาพวกมันอย่างแน่นอน

 

จอมยุทธที่ทรงพลังในระดับก่อเกิดธาตุ!

 

หลิงฮันไม่ได้เก็บเรื่องนี้ไปคิดมากนัก เขาเองก็มีผู้ช่วยในระดับก่อเกิดธาตุ และนิกายหมาป่าหินผาเองก็คงจะรู้แล้วว่าเบื้องหลังของเขามีนักปรุงยาระดับดำอยู่สามคน ดังนั้นพวกมันจะต้องไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามอย่างแน่นอน

 

บางทีอาจจะมีความเป็นไปได้ที่อาวุโสเจ็ดคนนั้นจะบ้าคลั่ง เพราะอย่างไรหลานในสายเลือดของมันก็ได้เสียชีวิตลงไป ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับอารมณ์ของมัน ถ้ามันเป็นคนที่ดุดันและอารมณ์ร้อน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะรีบดิ่งมาเพื่อสังหารหลิงฮัน

 

“เจ้าพูดอะไรออกไปหรือไม่?” ลิ่วตงถามด้วยความกังวล เมืองกำแพงศิลาอยู่ภายใต้การควบคุมของนิกายหมาป่าหินผา ถ้าอาวุโสเจ็ดคิดจะแก้แค้นให้กับหลานของมันและสังหารหมู่ตระกูลของพวกเขา อย่างมากที่สุดที่ราชาต้าหยวนจะทำคือตำหนิอาวุโสเจ็ดด้วยวาจา

 

เพราะอย่างไรนี่ก็คือโลกที่มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะได้รับความเคารพ

 

“ข้าจำไม่ได้จริงๆ วันนั้นข้าดื่มเยอะเกินไป!” เชินเพิงจวีพูดด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง

 

หลิงฮันคิดชั่วขณะและพูด “ถ้าคนจากนิกายหมาป่าหินผาบุกไปที่ตระกูลของพวกเจ้า เพียงบอกไปว่าให้พวกมันมาหาข้า”

 

“ไม่มีทางพี่ชายหลิง พวกเราจะไม่ทรยศท่านแน่นอน!”

 

“ใช่แล้ว พวกเราจะทรยศพี่ชายหลิงได้อย่างไร!”

 

ลิ่วตงและคนอื่นๆส่ายหัวปฏิเสธ

 

หลิงฮันยิ้มและพูด “ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด เพราะอย่างไรเรื่องที่ข้าเป็นคนสังหารมันก็เป็นความจริง ยิ่งกว่านั้น ข้ามีความสามารถที่จะปกป้องตัวเอง ข้าไม่กลัวอาวุโสเจ็ดนั่นแม้แต่น้อย แต่สำหรับพวกเจ้า ข้าไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้ได้ ดังนั้นฟังคำพูดของข้าซะ หากพวกมันมาจงพูดความจริงออกไป”

 

เมื่อเห็นหลิงฮันยืนกรานขนาดนั้น ลิ่วตงและคนอื่นๆจึงทำได้เพียงพยักหน้ายอมรับ

 

ด้วยการที่มีความกังวลอัดแน่นอยู่ในอก บรรยากาศจึงกลายมืดมน ไม่นานการรวมตัวกันก็จบลง และทุกๆคนได้กลับไปยังบ้านของตัวเอง

 

เมื่อหลิงฮันกลับไปยังตำหนักโอสถสวรรค์ เขาเห็นหลิวอู๋ตงกำลังสอนให้ฮูหนิวฝึกพูด อย่างไรก็ตาม เด็กสาวคนนี้ยังคงดุร้ายไม่ต่างจากเดิม นางไม่สนใจสิ่งที่หลิวอู๋ตงกำลังสอนอยู่แม้แต่น้อย นางทำเพียงแยกเขี้ยวและคำรามขู่ราวกับลูกเสือตัวน้อย

 

หลิงฮันหัวเราะและพูด “เจ้าต้องใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของนาง ไม่ใช่ว่าเด็กน้อยคนนี้ชอบกินรึไง? เพราะงั้นหากนางทำตัวดี เจ้าสามารถนำอาหารมาใช้เป็นรางวัลได้ ค่อยๆให้นางเรียนรู้ที่จะเชื่อฟังเจ้าอย่างช้าๆ”

 

หลิวอู๋ตงกรอกตามองมาที่เขาและพูดด้วยความไม่พอใจ “เจ้าคิดจะทำเหมือนกับการเลี้ยงลูกแมวหรือลูกสุนัขหรือไงกัน?”

 

 “เด็กสาวคนนี้ดุร้ายกว่าลูกแมวหรือลูกสุนัขมาก!” หลิงฮันพูดพร้อมกับยื่นมือไปจับที่หัวของฮูหนิว เด็กสาวพยายามที่จะกัดมือของหลิงฮันในทันที แต่โชคดีที่เขาดึงมือกลับได้ทัน

 

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นมา หลิงฮันและหลิวอู๋ตงหันหน้าไป มีผู้ช่วยนักปรุงยากำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูและพูดขึ้นมา “นายน้อยหลิง มีคนผู้หนึ่งบอกว่าเขามาจากตระกูลหลิงแห่งเมืองหมอกเมฆากำลังรอท่านอยู่ข้างนอก เขาบอกว่ามีเรื่องเร่งด่วนและต้องการจะพบกับท่าน”

 

“โอ้?” หลิงฮันเดินออกไป มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกัน? บิดาของเขาเพิ่งจะเดินทางกลับไป ถ้าจะให้พูด ก็ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่อะไรเกิดไม่ใช่รึไง?

 

หรือว่า… ผู้อาวุโสเจ็ดจากนิกายหมาป่าหินผา?

 

ใจของเขาเริ่มสั่นไหว และเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งทันที เมื่อเห็นแบบนี้ หลิวอู๋ตงจึงทิ้งฮูหนิวเอาไว้และรีบตามไป

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top