ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 77 ร้อยเท่า

 264 Views

จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 77 ร้อยเท่า

 

หนึ่งเท่า สองเท่า สามเท่า… พื้นที่ภายในตันเถียนของหลิงฮันขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยความเร็วที่น่าตะลึง

 

เขารู้สึกราวกับว่าร่างของเขากำลังจะระเบิดออก แต่ในความเป็นจริง ตันเถียนคือโลกเล็กๆใบหนึ่ง ถึงแม้มันจะขยายจนใหญ่กว่าโลกที่แท้จริงใบนี้ ร่างกายของเขาก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

ด้วยการช่วยเหลือของเม็ดยาเสริมมิติ ตันเถียนของหลิงฮันถูกกระตุ้นจนขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆครั้งที่เกิดการขยายตัวล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อเขามาก

 

สิบเท่า ยี่สิบเท่า สามสิบเท่า!

 

หลิงฮันตกอยู่ในความตะลึงและดีใจ ภายในตันเถียนของเขายังมีฤทธิ์ยาอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ใช้ เม็ดยาเสริมมิติจะช่วยตันเถียนของเขาจะขยายไปได้ถึงขนาดไหนกัน?

 

แต่เมื่อคิดไปสักพัก นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะนี่คือเม็ดยาที่แม้แต่จอมยุทธระดับสวรรค์ยังต้องสั่นไหว และตอนนี้เขาได้ใช้มันไปแล้ว จอมยุทธระดับต่ำที่อยู่เพียงระดับรวมธาตุ ดังนั้นแล้วผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันจึงเกินกว่าจะจินตนาการได้! โชคร้ายยิ่งนักที่ผู้คนในสมัยนี้ไม่รู้จักสมบัติเช่นนี้และใช้มันใช้การทะลวงระดับก่อเกิดธาตุ ช่างเสียของจริงๆ!

 

น่าเสียดายที่ทั้งชีวิต จอมยุทธสามารถใช้เม็ดยาเสริมมิติได้ครั้งเดียว แต่กินอีกเม็ดลงไป จะไม่เกิดผลลัพธ์ใดๆทั้งสิ้น ถ้าไม่ใช่เพราะแบบนี้ หลิงฮันจะต้องค้นหาหญ้าแสงจันทรามาครอบครองให้มากกว่านี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เม็ดยาเสริมมิติไม่ได้มิติสำหรับพวกเขามากนัก เพราะว่าหายากให้นักที่พวกเขาจะสู้จนกระทั่งปราณก่อเกิดของพวกเขาถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น

 

…การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ในตันเถียนสามารถทำให้จอมยุทธสามารถต่อสู้ได้นานขึ้น ไม่ใด้เพิ่มพลังในการโจมตีใดๆทั้งสิ้น

 

แต่สำหรับอัจฉริยะน้อยคน สิ่งนี้ถือว่ามีค่าเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขามักจะต่อสู้จนถึงจุดที่พวกเขาไม่สามารถต่อสู้ได้ต่อ ดังนั้นยิ่งพื้นที่ในตันเถียนมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ พวกเขาก็จะสามารถต่อสู้ได้นานขึ้นเท่านั้น และในบางครั้ง มันอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตพวกเขาจากอันตรายอีกด้วย

 

หลิงฮันพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาครอบครองเมล็ดก่อเกิดห้าธาตุ และก่อนหน้านี้พื้นที่ภายในตันเถียนของเขานั้นเล็กเป็นอย่างมาก เขาจึงสามารถใช้ปราณก่อเกิดได้เพียงเล็กน้อย

 

แปดสิบเท่า เก้าสิบเท่า หนึ่งร้อยเท่า… และในที่สุด ฤทธิ์ของเม็ดยาเสริมมิติก็หมดลง หลิงฮันเปิดตาขึ้นมา

 

ขยายเพิ่มขึ้นร้อยเท่า!

 

ถ้าเม็ดยาเสริมมิติถูกใช้โดยจอมยุทธในระดับสวรรค์ พื้นที่ภายในตันเถียนจะขยายเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม หนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่ว่านั้นจะขยายเพิ่มมากขึ้นมาร้อยเท่าของเขาเป็นอย่างมาก

 

ทั้งสองระดับไม่สามารถนำมาเทียบกันได้

 

ไม่ใช่เพราะว่าเม็ดยาเสริมมิติไม่ดีพอ แต่เป็นเพราะพลังบ่มเพาะของเขาในตอนนี้ยังต่ำเกินไป อัตราการขยายของพื้นที่ภายในตันเถียนจึงดูเหมือนจะเยอะ แต่ยิ่งพลังบ่มเพาะสูงขึ้นอัตราการขยายก็จะลดลงเรื่อยๆจนกระทั่งเหลือเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เมื่อบรรลุถึงระดับสวรรค์

 

จากผลลัพธ์แล้ว การที่เขาจะใช้มันตั้งแต่ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย ยิ่งเขาใช้เร็วก็ยิ่งได้รับผลประโยชน์เร็ว เม็ดยาเสริมมิติจะมีผลตั้งแต่จอมยุทธระดับรวมธาตุไปจนถึงระดับสวรรค์ หรืออาจจะกระทั่งระดับทลายมิติ

 

เขาไม่ลุกยืนขึ้นในทันที แต่กลับกระตุ้นเมล็ดก่อเกิดห้าธาตุเพื่อทำการดูดซับพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพลังวิญญาณจะเปลี่ยนไปปราณก่อเกิดภายในตันเถียนของเขา

 

ถึงแม้พื้นที่ภายในตันเถียนของเขาในตอนนี้จะใหญ่เป็นอย่างมาก แต่ด้วยความยอดเยี่ยมของรากฐานวิญญาณดอกบัวหายนะห้าธาตุผสานและทักษะห้าธาตุสวรรค์ การดูดซับและการกลั่นพลังวิญญาณจึงเสร็จสิ้นด้วยความรวดเร็ว หนึ่งคืนผ่านไป เขาสามารถเติมเต็มพื้นที่ภายในตันเถียนได้อย่างสมบูรณ์

 

และนี่หมายความว่าในอนาคต ถ้าเขาต่อสู้จนต้องเผาผลาญปราณก่อเกิดจนหมด ถ้าเขาไม่ใช่เม็ดยาเพิ่งเร่งความเร็วในการฟื้นฟู เขาจะใช้เวลาเพียงอย่างน้อยหนึ่งคืนเพื่อฟื้นฟูกลับไปยังสภาวะที่ดีที่สุด

 

“ฮันเอ๋อร์ เจ้าวางแผนจะกลับไปเมืองหมอกเมฆาเมื่อใด?” หลิงตงซิงถามในขณะที่มันมาถึงห้องที่อยู่ส่วนนอกเพื่อทานอาหาร

 

หลิงฮันคิดอยู่ชั่วขณะและตอบกลับไป “มีคนไม่น้อยที่เชิญชวนข้าให้ไปร่วมทานอาหารกับพวกเขา และข้าไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะงั้นคงจะเป็นหลังจากนี้ประมาณสามถึงสี่วัน”

 

“ยอดเยี่ยม งั้นเจ้าอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักพัก ส่วนข้าจะกลับไปก่อนเพื่อเตรียมงานฉลอง!” หลิงตงซิงพูดด้วยความตื่นเต้น มันไม่สามารถทนรอที่จะไปบอกให้คนทั้งเมืองรู้ได้ว่าหลิงฮันได้อันดับที่หนึ่งในการประลองต้าหยวนครั้งนี้

 

“เอาเช่นนั้นก็ได้ เดินทางระวังตัวด้วยท่านพ่อ” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

 

หลิงตงซิงพยักหน้า มันไม่กังวลอะไรในตัวหลิงฮันนัก เพราะตอนนี้บุตรของมันแข็งแกร่งกว่าตัวมันแล้ว ต่อให้มันอยู่กับหลิงฮันมันก็ไม่สามารถปกป้องหลิงฮันได้อยู่ดี ยิ่งกว่านั้นมันที่เป็นผู้นำตระกูลได้หายออกมาจากตระกูลนานแล้ว มันต้องรีบกลับไปจัดการเรื่องต่างๆของตระกูล

 

หลังอาหารเช้า หลิงตงซิงออกเดินทางกลับไปยังเมืองหมอกเมฆาในขณะที่หลิงฮันถูกฉีฮวงเย่และคนอื่นๆลากไปทานอาหารที่นู่นที่นี่ เนื่องจากคนเหล่านี้ยอมละทิ้งการประลองเพื่อเขา เขาจึงไม่สามารถเมินเฉยได้

 

ในวันที่สอง ฉีฮวงเย่ชวนหลิงฮันไปร่วมสนุกที่ลานประลอง

 

ลานประลองมีอะไรน่าสนุกกัน?

 

หลิงฮันไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานการเร้าหรือของฉีฮวงเย่ได้ เขาจึงถูกลากตัวไปด้วย มันเป็นสถานที่ที่จัดงานประลองต้าหยวนเมื่อไม่กี่วันก่อน ในตอนนี้ทุกลานประลองถูกรื้อถอนออกไปจนเหลือเพียงพื้นที่ต่อสู้ขนาดกว้างเพียงอย่างเดียว โดยตอนนี้นักสู้ทั้งห้ากำลังถูกล้อมโดยสัตว์อสูรสิบสามตัว การต่อสู้ช่างรุนแรงและป่าเถื่อน และมีผู้ชมที่กำลังดูและตะโกนออกไปด้วยความตื่นเต้น

 

“คนเหล่านั้นคือนักโทษที่รอคอยการประหาร ถึงแม้การต่อสู้ในที่นี้จะอันตราย แต่ถ้าพวกมันสามารถชนะสิบครั้งติดต่อกัน พวกมันจะได้รับการอภัยโทษและได้รับอิสระคืนมาอีกครั้ง” ฉีฮวงเย่อธิบาย

 

หลิงฮันพยักหน้า อาณาจักรส่วนใหญ่ล้วนก็มีระบบแบบนี้ หลังจากนักโทษถูกพิพากษาให้ถูกประหาร พวกมันสามารถเลือกที่จะสู้ตายในการประลองและชนะเพื่อที่จะได้มีโอกาสมีชีวิตต่อ แต่แน่นอนว่าพวกมันส่วนใหญ่ล้วนแต่ตายในการประลองกันทั้งนั้น จำนวนของคนที่สามารถชนะและได้รับอิสระคืนมาสามารถนับดับด้วยมือข้างเดียว

 

“เยี่ยม!” ผู้ชมทุกคนส่งเสียงตะโกนออกมา เพราะมีนักโทษคนหนึ่งทำพลาดและถูกสัตว์อสูรสามตัวโจมตีพร้อมกันจนต้องเสียแขนไป ความเจ็บปวดทำให้มันต้องร้องครวญครางอย่างทรมาน มันกรีดร้องได้ไม่นานนักก็ถูกสัตว์อสูรขย้ำลำคอจนขาด

 

เหล่าผู้ชมต่างก็มาเพื่อฉากที่น่าสยดสยองเช่นนี้ เมื่อเห็นฉากแบบนี้นี้เข้า ผู้หญิงสติไม่ดีบางคนถึงกับฉีกเสื้อตัวเองและกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น

 

นักโทษที่เหลือสี่คนไม่แสดงความตื่นตระหนกออกมา แน่นอนว่าพวกมันมีประสบการณ์เช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นพวกมันจึงช่วยเหลือกันและมุ่งเป้าไปที่เหล่าศัตรูที่อยู่ข้างหน้าเท่านั้น

 

“ที่นี่สามารถเดิมพันกันได้ น้องชายหลิงสนใจหรือไม่?” ฉีฮวงเย่หันมาหาเขาและถาม

 

หลิงฮันส่ายหัวปฏิเสธ เขาไม่ชอบการกระทำที่เอาชีวิตของคนอื่นมาสร้างความสนุกเช่นนี้

 

“น้องชายหลิงไม่ชอบการประลองเช่นนี้สินะ ที่จริงแล้วข้าเองก็เช่นกัน แต่การประลองหลังจากนี้จะต้องน่าสนใจเป็นแน่” ฉีฮวงเย่พูดอย่างมีเลศนัย “จอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุที่ชอบการข่มขืน ไม่มีใครรู้ว่ามีชีวิตของผู้หญิงกี่คนแล้วที่ต้องพังทลายไปด้วยมือของมัน วันนี้จะการประลองครั้งที่หนึ่งพันของมัน ถ้ามันชนะอีกครั้ง พวกเราก็ต้องปล่อยมันเป็นอิสระอย่างไม่มีทางเลือก”

 

นักโทษระดับหลอมกายาจะเป็นอิสระหลังจากสู้ชนะสิบครั้งติด สำหรับระดับรวมธาตุจะต้องชนะติดต่อกันหนึ่งร้อยครั้ง ในขณะที่ระดับก่อเกิดธาตุจะต้องชนะหนึ่งพันครั้ง

 

ประกายสังหารปรากฏขึ้นที่ดวงตาของหลิงฮัน นี่คือคนประเภทหนึ่งที่หลิงฮันเกลียดที่สุด คนต่ำช้าเช่นนั้นควรจะสังหารอย่างไม่รีรอและไม่ควรมอบโอกาสใดๆให้อีก

 

“วันนี้ ผู้ชมหลายคนต่างก็มาเพื่อดูนักโทษวิปริตคนนี้ถูกลงโทษ!” ฉีฮวงเย่พูดออกมา “และด้วยเหตุนี้ ราชวงศ์ต้าหยวนของเราจึงต้องมอบการต่อสู้ที่ยากลำบากให้กับมัน และไม่มีทางที่จะยอมให้มันหลบเลี่ยงบทลงโทษไปได้”

 

ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ การต่อสู้ก็ใกล้จะมาถึงบทสรุปแล้ว นักโทษทั้งสี่ที่ถูกล้อมรอบและโจมตีโดยสัตว์อสูรมากกว่าสิบตัว เมื่อพวกมันจัดการไปได้แล้วเจ็ดตัว พวกมันต่างก็ถูกสัตว์อสูรที่เหลืออยู่ฆ่าตายไปทีละคน ทำให้ผู้ชมที่ดูอยู่ส่งเสียงเชียร์ออกมา

 

“ทุกๆท่าน ก่อนจะถึงการประลองนัดสำคัญของวันนี้ เราอยากจะขอให้ผู้ชมทุกท่านสนุกกับการแสดงเล็กๆน้อยๆ!” เจ้าภาพของงานประลองเข้ายืนบนเวที เมื่อเขายกมือขึ้น รั้วเหล็กจากทั้งสองฝั่งได้ถูกยกขึ้น ข้างหลังรั้วเหล็กทั้งสองฝั่งมีกรงเหล็กถูกดันออกมา กรงเหล็กอันหนึ่งมีหมาป่าคลั่งที่ดูโหดเหี้ยมและอำมหิตถูกขังเอาไว้ ในขณะที่อีกกรงหนึ่งมีเด็กสาวที่ดูมีอายุเพียงห้าถึงหกปีถูกขังเอาไว้อยู่!

 

หลิงฮันยืนขึ้น เปลวเพลิงแห่งความโกรธได้ปะทุขึ้นมาภายในตัวเขา

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top