ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 73 ปราณดาบสี่เล่ม

 261 Views

จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 73 ปราณดาบสี่เล่ม

 

มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าหลิงฮันยังไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงออกไป เพราะว่าเขาเพิ่งจะใช้ปราณดาบออกมาแค่สองจากสี่เล่ม  และมีเพียงหลิงฮันคนเดียวที่รู้ว่าตัวเขายังไม่ได้กระตุ้นใช้ทักษะโลหิตหมาป่าเดียวดายที่จะทำให้พลังต่อสู้ของเขาเพิ่มไปสู่ระดับใหม่

 

และด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งของหลิงฮัน ไม้เท้าวินาศสลายจึงไม่มีผลกระทบต่อเขาเท่าไหร่ นั่นหมายถึงไป๋ลี่เถิงหยุนจะต้องพึ่งพลังตัวเองเป็นส่วนใหญ่ และตัวมันที่อ่อนแอกว่าหลีตงเย่จะมาเป็นคู่ต่อสู้ของหลิงฮันได้อย่างไร?

 

ในการต่อสู้ที่ดุเดือดครั้งนี้ หลิงฮันได้เปรียบเป็นอย่างมาก!

 

“เฮ้! เฮ้! เฮ้! ขนาดจิงหวู่จื้อก็ยังไม่สามารถสู้กับไป๋ลี่เถิงหยุนได้อย่างง่ายๆแบบนั้นเลยไม่ใช่รึไง? นั่นหมายความว่าหลิงฮันแข็งแกร่งยิ่งกว่าจิงหวู่จื้ออีกน่ะสิ?” ผู้ชมคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

 

“นั่นเป็นไปไม่ได้… พลังจากทุกๆการโจมตีของหลิงฮันด้อยกว่าจิงหวู่จื้อ แล้วเขาจะแข็งแกร่งกว่าจิงหวู่จื้อได้อย่างไร?” ผู้คนอีกคนพูดตอบโต้ขึ้นมา

 

“แต่ทำไมตอนที่จิงหวู่จื้อสู้กับไป๋ลี่เถิงหยุนถึงได้ลำบากขนาดนั้น แต่หลิงฮันกลับได้เปรียบอย่างง่ายดายกันล่ะ?”

 

“เรื่องนี้…”

 

ไม่มีใครรู้ว่าความสามารถของไม้เท้าวินาศสลายคือการกำราบจิตวิญญาณของศัตรู ดังนั้นพวกมันจึงไม่เข้าใจว่าทำไมหลิงฮันถึงสามารถต่อสู้กับไป๋ลี่เถิงหยุนได้อย่างง่ายดายทั้งๆที่การโจมตีของเขามีพลังด้อยกว่าหลีตงเย่ ต่อให้ครุ่นคิดขนาดไหนพวกมันก็ยังสับสนอยู่ดี

 

ในขณะเดียวกัน ไป๋ลี่เถิงหยุนเริ่มมีความคิดหนึ่งขึ้นมา ‘ผู้เข้าประลองก่อนหน้านี้ต่างก็สร้างความพึงพอใจให้กับหลิงฮัน ถ้าข้าไม่ทำเช่นเดียวกัน หลิงฮันอาจจะไม่พอใจในตัวข้าก็ได้! ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่สามารถได้อันดับหนึ่งอยู่แล้ว จะได้อันดับสี่หรือห้าจะไปต่างอะไรกัน?’

 

เมื่อมันคิดได้แบบนั้น มันจึงรีบเก็บไม้เท้าและถอยหลังกลับไป “น้องชายหลิงช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก ข้าขอยอมแพ้!”

 

บัดซบ! ทำไมถึงมีการยอมแพ้อีกแล้ว?

 

ผู้ชมเพิ่งจะเริ่มตื่นเต้นจากการดูการต่อสู้ ทำไมไป๋ลี่เถิงหยุนต้องยอมแพ้เหมือนกับคนอื่นๆก่อนหน้านี้ด้วย? หลิงฮันมีเบื้องหลังแบบไหนอยู่กันแน่ ถึงได้ทำให้คู่ต่อสู้ทุกคนต้องการทำให้เขาพึงพอใจเช่นนั้น?

 

หลิงฮันยืนอยู่บนลานประลองที่สี่ เบื้องหน้าเขามีคู่ต่อสู้อีกสามคนเท่านั้น

 

ถึงแม้เขาจะใช้ปราณก่อเกิดมากกว่าปกติเล็กน้อยเมื่อตอนที่สู้กับไป๋ลี่เถิงหยุน เขาก็ยังสามารถสู้อีกรอบได้อยู่ หลิงฮันกระโดดไปยังลานประลองที่สาม

 

“ยินดีกับน้องชายหลิงด้วย ที่ฝ่าฟันความยากลำบากจนมาได้ขนาดนี้” หลีตงเย่พูดกับหลิงฮันก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง “อย่างไรก็ตาม ด้วยความเคารพที่มีต่อน้องชายหลิง ข้าจะเอาจริงในการต่อสู้ครั้งนี้”

 

“โปรดชี้แนะด้วย!” หลิงฮันชักดาบและแสดงกระบวนท่าตอบโต้

 

หลีตงเย่เค้นเสียงและเตรียมใช้ฝ่ามือแก่นแท้สวรรค์โจมตีใส่หลิงฮัน

 

ถึงแม้มันจะใช้มือเปล่า แต่หลังจากที่เรียนรู้ทักษะนี้ เมื่อมันโคจรปราณก่อเกิด มือของมันจะเปลี่ยนเป็นดั่งเหล็กที่หลอมขึ้นอย่างประณีต ต่อให้เป็นใบมีดที่แหลมคมก็ไม่อาจสร้างบาดแผลให้มันมือมันได้ ไม่ต้องพูดถึงดาบเหล็กธรรมดาที่หลิงฮันใช้ มันไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมือของมันได้แน่นอน

 

“ปัง ปัง ปัง ปัง” เมื่อใบดาบกับฝ่ามือปะทะกัน ได้เกิดประกายไฟและเสียงดังก้องกังวลไปทั่ว

 

หลีตงเย่อยู่ในระดับรวมธาตุขั้นเก้า ดังนั้นพลังของมันจึงเหนือกว่าทั้งไป๋ลี่เถิงหยุนและหลิงฮัน ดังนั้นเมื่อแลกเปลี่ยนกระบวนท่าไปสักพัก ความรู้สึกชาจึงได้เกิดขึ้นที่มือของหลิงฮัน

 

อย่างไรก็ตาม เขาได้เรียนรู้ความสามารถกายาต้นไม้มรณะจากคัมภีร์สวรรค์นิรันดร์มาเรียบร้อยแล้ว ความเสียหายแค่นี้จึงไม่ส่งผลอะไรกับเขาแม้แต่น้อย

 

หลิงฮันส่ายหัว ถึงแม้ร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งเพราะกายาต้นไม้มรณะและสามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายจากการปะทะกับหลีตงเย่ได้ มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดีหากเขาไม่สามารถตอบโต้และยังเสียเปรียบอยู่แบบนี้ เขาใช้เพลงดาบอสนีบาตฟาดฟันออกไป ปราณดาบสองเล่มได้เคลื่อนไหวอย่างไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ความเสียเปรียบของเขาหายไปทันที

 

แต่หลีตงเย่ไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงเพราะคำพูด มันสามารถสร้างปราณได้ถึงสามอัน แน่นอนว่าพลังโจมตีของมันต้องอยู่ในระดับที่น่ากลัว!

 

ฝ่ามือแก่นแท้สวรรค์ของมันเป็นทักษะระดับเหลืองขั้นสูง ดังนั้นหลิงฮันจึงไม่ได้เปรียบในด้านระดับของทักษะยุทธ เขามีพลังบ่มเพาะที่ต่ำกว่าหลีตงเย่ เมื่อต้องปะทะกับการโจมตีเต็มกำลังของมัน หลิงฮันจึงกลายเป็นฝ่ายที่ค่อยๆเสียเปรียบ

 

“อะไรกัน? หลิงฮันสามารถต่อสู้กับไป๋ลี่เถิงหยุนได้อย่างง่ายดาย แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้สู้กับหลีตงเย่อย่างยากลำบากเช่นนั้น?”

 

“หรือว่าไป๋ลี่เถิงหยุนจะไม่ได้จริงในการประลองเมื่อสักครู่?”

 

“ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ไม่อย่างนั้นสถานการณ์จะเป็นอย่างตอนนี้ได้อย่างไร?”

 

“ข้าอยากรู้จริงๆว่าหลิงฮันมีเบื้องหลังแบบไหนกัน? ทำไมคู่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ถึงจงใจยอมให้เขาชนะ?”

 

ผู้ชมทุกคนต่างสับสนและสงสัยเป็นอย่างมาก

 

ในขณะเดียวกัน หลิงตงซิงขมวดคิ้วเป็นกังวล บุตรของมันโค่นไป๋ลี่เถิงหยุนลงได้ ดังนั้นเขาก็น่าจะสามารถจัดการกับหลีตงเย่ได้สิ แต่ทำไมเขาถึงได้กำลังเสียเปรียบกัน?

 

รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลิงฮัน ดูเหมือนว่าเขาต้องใช้ความสามารถเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย

 

ด้วยการสะบัดดาบยาวในมือ ปราณดาบทั้งสี่ได้ปรากฏขึ้นมา!

 

“พรวด!”

 

ในครั้งนี้ ผู้ชมต่างก็สำลักออกมา พวกมันทุกคนกลายเป็นตกตะลึงอย่างสมบูรณ์

 

ปราณดาบสี่เล่ม เขามีปราณดาบถึงสี่เล่ม!

 

ทุกคนควรจะรู้ไว้ว่าการครอบครองปราณดาบถึงสี่เล่มหมายถึงคนคนนั้นได้ประสบความสำเร็จในขั้นต้นแล้ว คนเช่นนั้นคู่ควรกับฉายาราชาอย่างแท้จริง มันบ่งชี้ว่าคนคนนั้นจะไร้พ่ายในหมู่คนที่มีพลังบ่มเพาะใกล้เคียงกัน!

 

ราชาที่มีอายุเพียงสิบเจ็ดปี!

 

หลิงตงซิงทั้งตกตะลึงและดีใจ มันหันไปถามหลิวอู๋ตง “ฮันเอ๋อร์สามารถสร้างปราณดาบได้สี่เล่ม เจ้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วสินะ?”

 

“อืม!” หลิวอู๋ตงพยักหน้า หลิงฮันสามารถสร้างปราณดาบได้สี่เล่มตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ในระดับหลอมกายา แต่ชายคนนี้ไม่อยากจะเปิดเผยพรสวรรค์และพลังที่แท้จริงออกไป ดังนั้นการที่เขาค่อยๆเปิดเผยมันออกมาทีละน้อย ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนตกตะลึงแล้ว

 

“ยอดเยี่ยม!” หลิงตงซิงตบอย่างหนักหน่วงไปที่ต้นขาของมัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “เจ้าลูกบ้านั่นถึงขนาดทำให้บิดาตัวเองเป็นกังวลอยู่ตั้งนาน ถ้าข้าไม่สั่งสอนให้เข็ดคงจะไม่ได้เสียแล้ว!”

 

หลิวอู๋ตงยิ้มบางๆ นางรู้ว่าตอนนี้หลิงตงซิงกำลังรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เขาจะไปตำหนิหลิงฮันได้อย่างไร

 

“ไม่แปลกใจเลยที่คู่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ขอยอมแพ้ ปรากฏว่าเจ้าเด็กนั่นสามารถสร้างปราณดาบได้ถึงสี่เล่ม!”

 

“เขาสามารถเรียกได้ว่าเป็นราชาในหมู่คนที่มีพลังบ่มเพาะเท่ากันแล้ว!”

 

“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าอัจฉริยะเช่นนี้จะปรากฏตัวขึ้นภายในเมืองต้าหยวน!”

 

“ใช่แล้ว จากทั้งสามสิบหกเมืองในแคว้นพิรุณ ระดับพลังจอมยุทธของเมืองต้าหยวนของเราอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลับปรากฏอัจฉริยะที่สามารถสร้างปราณดาบได้สี่เล่มในเมืองของพวกเรา เขานับว่าเป็นความภาคภูมิในของเมืองต้าหยวนจริงๆ!”

 

เมืองปราณดาบทั้งสี่ปรากฏขึ้นมา ได้เกิดความตกตะลึงกระจายไปทั่วพื้นที่ คนที่ดูการประลองอันดุเดือดขององค์ชายสี่กับจิงหวู่จื้อได้ลดลงไปและย้ายไปแย่งกันเพื่อดูอำนาจของปราณดาบทั้งสี่เล่มนั่นแทน

 

ใบหน้าของหลีตงเย่เต็มไปด้วยความขมขื่น มันได้บ่มเพาะพลังอย่างหนักในช่วงสามปีที่ผ่านมา ในตอนแรกมันคิดว่ามันจะได้รับอันดับหนึ่งในการประลองต้าหยวนครั้งนี้ แต่ไม่ได้คาดคิดเลยว่าความฝันของมันจะถูกทำลายโดยองค์ชายสี่ ซึ่งทำให้มันรู้สึกตัวว่ามันถูกทิ้งห่างโดยเหล่าคนที่อยู่ในรุ่นเดียวกัน และตอนนี้ ในรุ่นของคนที่มีอายุน้อยกว่ามัน กลับปรากฏสัตว์ประหลาดที่สามารถสร้างปราณดาบได้ถึงสี่เล่ม ความมั่นใจของมันถูกพัดหายไปทันที

 

อย่างไรก็ตาม มันได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว ตราบใดที่มันเข้าร่วมกับสำนักฮูหยาง พลังของมันจะต้องก้าวหน้าไปมากกว่านี้แน่ และมันจะสามารถไล่ตามองค์ชายสี่กับจิงหวู่จื้อได้

 

‘คนคนนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักปรุงยาระดับดำทั้งสามคน ยิ่งกว่านั้นเขายังสามารถสร้างปราดาบได้ถึงสี่เล่ม ทำไมข้าไม่ยอมแพ้และสร้างความพึงพอใจให้เขาล่ะ?’ หลีตงเย่คิดในใจ ‘คนอื่นๆต่างก็สร้างความพอใจให้กับเขา ถ้าข้าไม่ทำ อาจจะทำให้ข้าดูไม่ดีก็ได้’

 

เมื่อคิดได้แบบนี้ มันได้ถอยหลังและประสานมือทันที “น้องชายหลิงช่างเป็นอัจฉริยะจริงๆที่ถึงกับสามารถสร้างปราณดาบได้สี่เล่มในขณะที่มีอายุเพียงสิบเจ็ดปี! ข้าประทับใจในความสำเร็จของน้องชายหลิงเป็นอย่างมาก! เราไม่จำเป็นต้องสู้กันต่อแล้ว ข้าขอยอมแพ้!”

 

‘บัดซบ!’

 

ผู้ชมทุกคนต่างรู้สึกหดหู่ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันได้เห็นอัจฉริยะที่สร้างปราณดาบได้สี่เล่ม แต่เจ้ากลับไม่ยอมสู้ต่ออีกสักนิดเพื่อให้พวกมันได้เห็นพลังของปราณดาบเหล่านั้น… ทำไมเจ้าถึงต้องรีบยอมแพ้กัน?

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top