ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 58 หัวหน้าพ่อบ้าน

 248 Views

จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 58 หัวหน้าพ่อบ้าน

 

“ข้าไม่สนใจว่าเจ้าเป็นใคร แต่ไปต่อแถวหลังสุดซะ!” หลิงฮันพูดอย่างเย็นชา

 

“ฮ่าๆๆ!” ชายหนุ่มหัวเราะราวกับว่าได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก มันพูดออกมา “เจ้าไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร? ข้าคือจิงหวู่เชียง พี่ชายของข้าคือจิงหวู่จื้อ!”

 

จิงหวู่จื้อคือหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่แข็งแกร่งที่สุดในการประลองครั้งนี้

 

ในฐานะนายน้อยของตระกูลจิงและมีพี่ชายที่แข็งแกร่ง ไม่แปลกเลยเหมอนี่จะทำตัวหยิ่งผยอง

 

แต่โชคร้ายที่คนที่มันมาพบเป็นหลิงฮัน

 

“ใครสนกันว่าเจ้าคือจิงหวู่เชียง หรือจิงหวู่จื้อ… ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร กลับไปต่อที่ท้ายแถวซะ!” หลิงฮันสะบัดมือไล่อย่างไม่แยแส

 

รอยยิ้มของจิงหวู่เชียงหายไป และแทนที่ด้วยความโกรธ หลังจากที่เจ้าเด็กนี้รู้ว่ามันเป็นใคร ยังจะกล้ามาเถียงมันอีก? มันเค้นเสียงในลำคอและพูด “คนอย่างข้าไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปอยู่ระดับเดียวกับตัวตนอันกระจ้อยร่อยเช่นเจ้า!”

 

มันหันหลังและกำลังจะทำการลงทะเบียนเข้าร่วม

 

“ไสหัวไปซะ!” หลิงฮันยื่นมือออกไปจับไหล่ของจิงหวู่เชียงและดึงกลับมา จนตัวของมันกระเด็นออกไปจากแถว

 

“ตุบ!”

 

ตัวของจิงหวู่เชียงกระเด็นไปชนเข้ากับกำแพงและร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

 

“นายน้อยหวู่เชียง!” ชายชุดดำสี่คนรีบพุ่งเข้าไปช่วยประคองจิงหวู่เชียงขึ้นมา

 

หลิงฮันไม่ชำเลืองมองมันแม้แต่น้อยและพูดออกไป “ข้าอยากจะลงทะเบียนเข้าร่วม” เมื่อเขามองไปยังชายที่ทำหน้าที่รับสมัคร ใบหน้าได้แสดงออกถึงความประหลาดใจเล็กน้อย นั่นเพราะชายชราที่ดูแสนจะธรรมดาคนนี้เป็นจอมยุทธในระดับก่อเกิดธาตุ

 

“บัดซบ เจ้ากล้าลงมือกับข้า แต่กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น?” จิงหวู่เชียงผลักชายชุดดำทั้งสี่ออกไป และเดินตรงมาพร้อมกับแววตาอาฆาต

 

มันคือนายน้อยหกแห่งตระกูลจิง และยังเป็นน้องชายของจิงหวู่จื้อ แต่กลับมีคนที่กล้าดูหมิ่นมัน?

 

“ไสหัวไป!” หลิงฮันพูดอย่างเย็นชา

 

“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงได้บังอาจมาต่อต้านข้า!” จิงหวู่เชียงพูดอย่างเกรี้ยวกราด พร้อมกับยื่นมือออกไปเพื่อที่จะจับหลิงฮัน

 

“เจ้าจะมาส่งเสียงเอะอะทำไมที่นี่?” ชายชราที่ทำหน้าที่รับสมัครพูดออกมาด้วยความไม่พอใจอย่างมาก

 

“ตาแก่ เจ้ากล้าเข้ามายุ่งเรื่องของข้ารึ?” จิงหวู่เชียงแสดงท่าทีดูถูกออกมาและจ้องไปที่ชายชรา มันเป็นคนที่หยิ่งผยองรวมทั้งตอนนี้กำลังโมโหอยู่ ดังนั้นมันจึงพูดออกไปโดยไม่คิด

 

หลิงฮันส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เจ้าหมอนี่หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ

 

“เหอๆ ตระกูลจิงในทุกๆรุ่นล้วนแต่อ่อนแอกว่าในอดีตมาก และตอนนี้ยังมีรุ่นเยาว์ทำตัวไร้ความคิดอีก” ชายชราถอนหายใจออกมา มันยื่นมือขวาไปทางจิงหวู่เชียงและสะบัดเบาๆ “ตูม” พลังมหาศาลพุ่งออกไปและจิงหวู่เชียงถูกคลื่นกระแทกทำให้ลอยกระเด็นออกไปจากห้องลงทะเบียน

 

เมื่อชายชราลงมือ ทุกๆคนถึงได้เริ่มรู้สึกตัวว่าชายชราคนนี้เป็นจอมยุทธที่ทรงพลัง ใบหน้าของพวกมันเต็มเป็นด้วยความตกตะลึง

 

ใครจะไปคิดว่าชายชราที่ทำหน้าที่รับสมัครผู้เข้าร่วม ที่แท้จริงจะเป็นจอมยุทธผู้ทรงพลังที่แสร้งทำเป็นอ่อนแอ

 

“ข้ารู้ว่าผู้อาวุโสคนนี้เป็นใคร เขาคือหัวหน้าพ่อบ้านของราชวงศ์ต้าหยวน!”

 

“ว่าไงนะ หัวหน้าพ่อบ้านของราชวงศ์ต้าหยวน? เป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะยอมมาทำงานแบบนี้?”

 

“เจ้าถามข้าแล้วข้าจะไปถามใครเล่า?”

 

มีคนผู้หนึ่งรู้ถึงตัวตนของชายชราและพูดขึ้นมาจากในหมู่ผู้เห็นเหตุการณ์ ในขณะเดียวกัน จิงหวู่เชียงที่คิดจะแก้แค้นได้กลายเป็นสุภาพขึ้นมาทันที

 

ถึงแม้ตระกูลจิงจะแข็งแกร่ง มันก็ยังเทียบกับอำนาจของราชวงศ์ต้าหยวนไม่ได้! ไม่ว่าตัวมันจะหยิ่งผยองและอวดดีขนาดไหน มันก็ไม่ใช่คนโง่ มันรู้ว่าคนแบบไหนที่มันสามารถล่วงเกินได้ กับคนแบบไหนที่ห้ามคิดจะล่วงเกินเด็ดขาด

 

มันรีบวิ่งหนีหางจุกตูดออกไปพร้อมกับคนติดตามทั้งสี่ เพราะอย่างไรวันสิ้นสุดการรับสมัครก็คืออีกสองวัน ไม่จำเป็นที่มันต้องลงทะเบียนในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม หลิงฮันได้กลายเป็นเป้าหมายที่จะระบายความขุ่นแค้นใจของมันไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะหลิงฮันยื่นมือเข้ามาแทรก การแซงคิวของมันคงจะไม่เกิดเรื่องยุ่งยากขึ้น

 

“ขอบคุณผู้อาวุโสมากที่ตัดสินอย่างเป็นธรรม” หลิงฮันพูดพร้อมกับประสานมือขอบคุณ ชายชราคนนี้มีพลังระดับก่อเกิดธาตุ เมื่อเทียบกับตัวเขาในปัจจุบัน แน่นอนว่าชายชราแข็งแกร่งกว่ามาก ยิ่งกว่านั้นเขาได้ตัดสินใจละทิ้งสถานะจักรพรรดิปรุงยาและจอมยุทธระดับสวรรค์เมื่อชีวิตก่อนไปแล้ว การเรียกชายชราว่า ‘ผู้อาวุโส’ จึงไม่ใช่เรื่องไม่เหมาะสม

 

ชายชรายิ้มให้หลิงฮันและพูด “การที่สามารถทะลวงผ่านระดับรวมธาตุได้ในอายุเพียงเท่านี้ เจ้าช่างมีอนาคตไกลยิ่งนัก! คุณหนูเจ็ดของเข้าเองก็อายุใกล้เคียงกัน บางทีพวกเจ้าอาจจะเหมาสมกันก็ได้!”

 

เมื่อทุกคนได้ยินแบบนั้น สีหน้าประหลาดใจได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้า หัวหน้าพ่อบ้านคนนี้กำลังหาองค์ชายให้กับราชวงศ์งั้นรึ?

 

อย่างไรก็ตาม การที่องค์หญิงจะแต่งงานโดยการตัดสินใจของพ่อบ้านนับว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ อย่างมากหัวหน้าพ่อบ้านก็สามารถรับหน้าที่ในการตัดสินใจในส่วนแรก ส่วนจะมีคุณสมบัติมากพอหรือไม่ ราชาต้าหยวนยังคงต้องเป็นผู้ตัดสินอยู่ดี

 

ถึงจะอย่างนั้น ทุกคนก็ยังหันมองไปที่หลิงฮัน การที่ได้รับการพิจารณาจากจอมยุทธในระดับก่อเกิดธาตุ คนคนนี้ต้องมีความสามารถที่โดดเด่นเป็นแน่!

 

หลิงฮันคิดอยู่ชั่วครู่จึงนึกออก คุณหนูเจ็ดที่ว่าไม่ใช่ฉีซางไต๋คนนั้นหรอกรึ? เขาหัวเราะและพูดออกไป “ขอบคุณผู้อาวุโสมากที่ยอมรับในตัวข้า แต่พวกเราควรจะลงทะเบียนให้เสร็จก่อนเป็นอันดับแรก!”

 

เจ้าเด็กนี่ช่างอวดดีจริงๆที่กล้าปฏิเสธหัวหน้าพ่อบ้านอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้

 

แต่ถึงอย่างนั้นหัวหน้าพ่อบ้านก็ยังคงยิ้ม เขาได้รับคำสั่งมาจากราชาต้าหยวนเพื่อดูว่ามีอัจฉริยะโดดเด่นคนใดในการประลองรอบนี้บ้าง เป็นไปไม่ได้แน่นอนที่หลิงฮันจะกลายเป็นบุตรเขยของราชวงศ์เพียงเพราะชายชราชื่นชมเขา

 

“ดีมาก เช่นนั้น เจ้ามาจากที่ไหน อายุเท่าไหร่ พลังบ่มเพาะอยู่ในระดับใดและชื่ออะไร?” ชายชราถาม

 

“ข้าชื่อหลิงฮัน มาจากเมืองหมอกเมฆา หลังปีใหม่ข้าจะอายุสิบเจ็ดปี ตอนนี้อยู่ในระดับรวมธาตุขั้นสี่” หลิงฮันตอบทุกคำถามด้วยรอยยิ้ม

 

“ตุบ!”

 

ลูกตาของเหล่าคนที่ยืนอยู่ใกล้พอจะได้ยินคำพูดหลิงฮันล้วนแต่เกือบจะถลนออกมา ราวกับพวกมันกำลังเห็นผี

 

หลายๆคนดูออกว่าหลิงฮันอยู่ในระดับรวมธาตุ แต่ด้วยรูปร่างที่ดูเยาว์วัยของเขาทำให้พวกมันคิดว่าเขาเพิ่งจะทะลวงผ่านระดับรวมธาตุมา และอย่างมากก็อยู่ในรวมธาตุขั้นแรกระดับสูงสุดเท่านั้น

 

แต่แท้จริงแล้วหลิงฮันกลับอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นสี่!

 

อายุสิบเจ็ดปี มีพลังระดับรวมธาตุขั้นสี่… มันน่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก!  อัจฉริยะอย่างองค์ชายสี่ที่มีทรัพยากรบ่มเพาะไม่จำกัด สามารถบรรลุถึงระดับรวมธาตุขั้นสี่ได้ตอนอายุสิบเจ็ดปีรึเปล่า?

 

แน่นอนว่าเป็นเช่นนั้น แต่นั้นก็คือขีดจำกัดสูงสุดที่เขาสามารถทำได้แล้ว!

 

เมื่อเทียบกับหลิงฮันที่ไม่มีทรัพยากรเช่นนั้น พวกมันสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าหลิงฮันเป็นอัจฉริยะดั่งสัตว์ประหลาดขนาดไหน ไม่แปลกเลยที่หัวหน้าพ่อบ้าน จะอยากได้เขาไปเป็นผู้เข้าร่วมแข่งขันการเป็นองค์ชายให้กับองค์หญิงเจ็ด

 

หลิงฮันหยิบแผ่นยืนยันตัวตนออกมา นี่คือสิ่งที่พลเมืองของแคว้นพิรุณทุกคนจะได้รับเมื่อตอนเกิดมา สำหรับคนที่ไม่มีแผ่นยืนยันตัวตนและถูกพบตัวเข้า พวกเขาอาจจะต้องกลายเป็นทาสหรือไม่ก็ถูกไล่ต้อนจนต้องหนีออกนอกแคว้น

 

หัวหน้าพ่อบ้านชำเลืองมองแค่ครู่เดียว และมอบป้ายโลหะให้กับหลิงฮัน  นี่คือป้ายที่จะทำให้หลิงฮันเข้าร่วมการประลองต้าหยวนที่จะจัดขึ้นอีกสองวันข้างหน้าได้

 

โดยปกติแล้ว ไม่มีใครกล้าที่จะปลอมแปลงตัวตนเด็ดขาด เพราะหากสามารถเข้าไปยังห้าสิบอันดับแรกได้ จะต้องมีการตรวจสอบตัวตนครั้งที่สอง และถ้าพบว่ามีคนกล้าปลอมแปลงตัวตนเข้ามา บทลงโทษที่จะได้รับนั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก

 

หัวหน้าพ่อบ้านสนใจในตัวหลิงฮันเป็นอย่างมาก ชายชราพูดคุยกับเขาถึงเรื่องทั่วไปและชีวิตประจำวัน มันทำราวกับว่ากำลังคิดจะยกลูกสาวให้แต่งงานกับหลิงฮัน

 

ถึงแม้จะมีคนรอจนเริ่มรู้สึกหงุดหงิด แต่ก็ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กล้าจะเข้าไปแทรกแซง ต่อให้ไม่มีตำแหน่งหัวหน้าพ่อบ้านแห่งราชวงศ์ต้าหยวน ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าฐานะของจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุ คือตัวตนอันแข็งแกร่งภายในอาณาเขตพันไมล์นี้

 

ในขณะที่หลิงฮันพูดออกไปว่าเขาต้องไปจากที่นี่แล้ว และการพูดคุยกับหัวพ่อบ้านบ้านจึงได้จบลง มันได้บอกกับหลิงฮันว่าหากมีเวลาว่างเขาสามารถไปเยี่ยมเยือนราชวงศ์ต้าหยวนได้ตามสบาย ซึ่งทำให้คนรอบข้างดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความริษยา

 

นี่ก็เหมือนกับการมอบเครื่องรางคุ้มกันให้กับหลิงฮัน ตอนนี้ใครกันจะกล้าไปล่วงเกินเขา?

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

**ตอนนี้ผมเปิดกลุ่ม 2 แล้วนะครับ**

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top