ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 54 มุ่งหน้าไปเมืองต้าหยวน

 226 Views

จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 54 มุ่งหน้าไปเมืองต้าหยวน

 

หลิงฮันไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร

 

หลิวอู๋ตงมีพรสวรรค์ในด้านวรยุทธมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้านางไม่สามารถสร้างปราณดาบได้สิถึงจะเป็นเรื่องแปลก

 

อย่างไรก็ตาม ปราณดาบเล่มที่สามไม่สามารถสร้างขึ้นได้ง่ายๆ

 

แต่หลิวอู๋ตงก็พอใจแล้วกับการที่สามารถสร้างปราณดาบได้สองเล่มในขณะที่มีอายุสิบแปดปีและก้าวไปยังรุ่นเยาว์ระดับแนวหน้า และในหมู่รุ่นเยาว์ระดับแนวหน้านางนับว่าแข็งแกร่งกว่าคนเหล่านั้นเป็นอย่างมาก

 

…พื้นฐานพลังของจอมยุทธในแคว้นพิรุณนั้นต่ำเกินไป เพียงแค่สามารถสร้างปราณดาบหรือกระบี่ได้ก็ถูกนับว่าเป็นจอมยุทธระดับแนวหน้าแล้ว

 

เมื่อปีใหม่มาถึง ตระกูลหลิงสาขาต่างๆได้กลับมายังที่พักอาศัยของตระกูลหลักและจัดฉลองร่วมกัน

 

ปกติแล้ว ตระกูลสาขาจะมีที่พักอาศัยอยู่นอกตระกูลหลักและคอยทำหน้าที่จัดการธุรกิจต่างๆของตระกูล ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนธรรมดา มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบ่มเพาะ เพราะจากสิบคนจะมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นมีครอบครองรากฐานวิญญาณ

 

“พี่ชายฮัน!” เด็กสาวชื่อหลิงจือซ่วนเดินตามหลิงฮันไปทั่ว เด็กสาวคนนี้อายุเพียงแปดปีเท่านั้น แต่นางกลับปลุกรากฐานวิญญาณขึ้นมาได้แล้ว ยิ่งกว่านั้นมันยังเป็นรากฐานวิญญาณระดับปฐพีขั้นต่ำ ตามกฎของตระกูลแล้วนางมีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมกับสำนักหมอกเมฆา ตระกูลจะต้องจ่ายค่าเข้าสำนักให้นางรวมถึงทรัพยากรบ่มเพาะต่างๆด้วย

 

ทุกคนรู้ดีว่าจะรักษาความมั่งคั่งไว้ไม่ได้หากไม่มีพลังมากพอ ดังนั่น ทุกๆตระกูลจึงต้องฟูมฟักคนในตระกูลที่มีพรสวรรค์จะกลายเป็นจอมยุทธ ถ้ามีอัจฉริยะเกิดขึ้นภายในตระกูล นั่นจะถือว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจเป็นอย่างมาก

 

อย่างเช่นแปดตระกูลใหญ่ของเมืองจักรพรรดิ พวกมันต่างก็เคยเป็นตระกูลเล็กมาก่อน ซึ่งพวกมันเติบโตขึ้นโดยการใช้วิธีฟูมฟักเหล่าอัจฉริยะในตระกูล

 

ในตระกูลหลิง มีสมาชิกสามคนที่เข้าร่วมกับสำนักหมอกเมฆา นอกจากหลิงฮันกับหลิงมู่เหยินแล้ว อีกคนหนึ่งคือ หลิงซือเต๋า แต่เพราะอายุที่มากขึ้นของมัน ทำให้หลังจากปีใหม่นี้มันไม่สามารถอยู่ในสำนักต่อได้ เพราะงั้นจึงต้องเข้าร่วมกับกองกำลังองครักษ์ของตระกูล

 

ในขณะเดียวกัน หลิงจือซ่วนที่ปลุกรากฐานวิญญาณตื่นได้แล้ว หลังจากปีใหม่นี้นางจะต้องเข้าร่วมกับสำนักหมอกเมฆา

 

อย่างไรก็ตาม หลิงฮันมีอีกความคิดหนึ่ง

 

เขาไม่สามารถอยู่ที่ตระกูลหลิงได้ตลอดไป เขาปรารถนาจะปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุดของวิถีวรยุทธ สำหรับเขาแล้วแคว้นพิรุณเล็กเกินไป ดังนั้นก่อนที่เขาจะจากที่นี่ไป เขาจะต้องทำให้ตระกูลมีอัจฉริยะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยให้บิดาของเขาลดความกังวลลง

 

เขาตัดสินใจจะพาหลิงจือซ่วนไปยังเมืองจักรพรรดิกับเขาด้วย และให้นางเข้าร่วมกับสำนักฮูหยาง

 

ก่อนหน้านี้หลิงตงซิงได้รับสิทธิในการเข้าร่วมสำนักฮูหยางมาหนึ่งที่ และในการประลองต้าหยวนหลิงฮันจะได้อันดับสูงกว่าห้าสิบอย่างแน่นอน ดังนั้นสิทธิได้มาจึงไม่จำเป็นสำหรับเขา

 

แน่นอนว่าเขาไม่คิดที่จะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เขาจึงจำเป็นต้องให้ครอบครัวของนางติดตามไปยังเมืองจักรพรรดิเพื่อคอยดูแลชีวิตประจำวันของนางด้วย

 

“ทำไมเจ้าร้องให้อีกแล้วล่ะ?” หลิงฮันยิ้มพร้อมกับอุ้มเด็กสาวขึ้นมา

 

“ต้าซงรังแกซ่วนซ่วน!” เด็กสาวพูดระบายออกมา “พี่ชายฮัน จัดการให้ซ่วนซ่วนหน่อย!”

 

หลิงฮันหัวเราะ และลูบหัวเด็กสาว “เจ้ากับต้าซงเป็นคนของตระกูลหลิงเหมือนกัน พวกเจ้าควรจะช่วยเหลือกันไว้ดีกว่า กำปั้นของเรามีไว้หันใส่คนภายนอกเท่านั้น ไม่ได้มีไว้หันใส่พวกเดียวกันเอง”

 

“แต่มันบอกว่าซ่วนซ่วนน่าเกลียด!” เด็กสาวพูดพร้อมกับทำแก้มป่อง

 

“ซ่วนซ่วนเป็นเด็กที่สวยอย่างแน่นอน ถึงแม้ตอนนี้จะยังสวยแบบเด็กๆ แต่ในอนาคตเจ้าจะต้องสวยงามมากไม่ผิดแน่ ต้าซงแค่อิจฉาเจ้าเท่านั้นเอง” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

 

เด็กสาวร่าเริงขึ้นมาเพราะคำชมในทันที และพูดออกมา “ซ่วนซ่วนเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก!” แต่พอคิดไปสักพักนางจึงคิดว่าคำพูดนี้มันดูอวดดีเกินไป นางจึงเปลี่ยนคำพูด “พี่สาวอู๋ตงสวยที่สุดในโลก และซ่วนซ่วนสวยเป็นอันดับที่สอง”

 

หลิงฮันหัวเราะดังและพูดกับหลิวอู๋ตง “นางกำลังชมเจ้าอยู่นะ!”

 

“พี่สาวอู๋ตง เมื่อไหร่พี่สาวจะแต่งงานกับพี่ชายฮันกันล่ะ?” เด็กสาวเอียงคอถามอย่างไร้เดียงสา

 

หลิวอู๋ตงหน้าแดงขึ้นมาทันที นางหันหน้าเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หลิงจือซ่วนรู้สึกสับสน

 

 “ซ่วนซ่วน เจ้าทำภรรยาข้ากลัวจนหนีไปแล้ว เจ้าจะชดใช้ข้าอย่างไร?” หลิงฮันแสร้งทำเป็นขมวดคิ้วและพูดออกไป

 

หลิงจือซ่วนกัดเล็บมือและคิดอยู่ชั่วขณะ จากนั้นจึงพูดกับหลิงฮัน “พี่ชายฮัน ซ่วนซ่วนจะหาพี่สาวที่งดงามกว่านี้ให้เอง!” เมื่อพูดออกไปท่าทางของนางดูซุกซนเป็นอย่างมาก

 

หลิงฮันกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้ พวกเด็กๆมักจะพูดตามที่อยาก ซึ่งทั้งน่ารักและไร้เดียงสาเป็นอย่างมาก น่าเสียดายที่ไม่ว่าเด็กคนไหนก็ไม่สามารถไร้เดียงสาแบบนี้ได้ตลอดไป

 

หลังจากการเฉลิมฉลองปีใหม่ หลิงตงซิง หลิงฮัน และหลิวอู๋ตงได้เดินทางออกไปยังเมืองต้าหยวนเพื่อเข้าร่วมการประลอง

 

เมืองต้าหยวนอยู่ห่างจากเมืองหมอกเมฆามากกว่าแปดร้อยไมล์ ทั้งสามคนรีบเร่งเดินทางอย่างรวดเร็ว และสองวันต่อมาจึงมาถึงด้านนอกของเมืองต้าหยวน

 

เมื่อเทียบกับเมืองที่เล็กและห่างไกลอย่างเมืองหมอกเมฆา เมืองต้าหยวนดูยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก พื้นที่ของเมืองครอบคลุมไปมากกว่าหลายสิบไมล์ และกำแพงเมืองมีความสูงถึงร้อยเมตร ดูราวกับเป็นสัตว์อสูรขนาดมหึมา

 

เมืองต้าหยวนมีประตูทั้งหมดสี่ประตู ประตูทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ในทุกๆวัน มีนักเดินทางเข้ามาที่เมืองอย่างล้นหลาม โดยมีทั้งพ่อค้า ผู้ลี้ภัย และจอมยุทธพเนจร

 

ระดับพลังโดยรวมของจอมยุทธในเมืองมีระดับสูงกว่าพื้นที่รอบๆหลายระดับ ราชาต้าหยวนในปัจจุบันเป็นจอมยุทธระดับแก่นแท้จิตวิญญาณ และจากข่าวลือ เขายังเป็นคนที่มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งอย่างมาก

 

พวกหลิงฮันเดินทางมาถึงประตูเมือง พวกเขาไม่จำเป็นต้องถูกตรวจสอบประวัติใดๆทั้งสิ้น พวกเขาเพียงต้องจ่ายค่าผ่านทางเท่านั้น หนึ่งเหรียญเงินต่อหนึ่งคน แม้นี่จะไม่นับว่าเป็นจำนวนที่มากมายสำหรับพวกเขา แต่สำหรับคนธรรมดาแล้วถือว่าเป็นเงินจำนวนที่มหาศาลมาก

 

ภายในเมือง มีสิ่งปลูกสร้างสูงใหญ่อยู่มากมาย ซึ่งเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับคนที่เดินทางมาครั้งแรกเป็นอย่างมาก

 

หลิงตงซิงเคยมาที่นี่เมื่อนานมาแล้ว แถมยังเคยออกนอกแค้วนไปแล้วด้วย ดังนั้นมันจึงไม่รู้สึกตกตะลึงอะไร หลิวอู๋ตงเองก็มาจากเมืองจักรพรรดิ ในสายตาของนางแล้วสิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งสองคนต่างคิดในใจว่าหลิงฮันจะต้องตกตะลึงกับภาพอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ตรงหน้านี้ แต่ถึงอย่างนั้นหลิงฮันกลับนิ่งสงบไม่หวั่นไหวแม้แต่นิดเดียว ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

 

พวกเขาเดินหาโรงแรมในเมือง แต่ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนมากมายที่เข้ารวมการประลองต้าหยวนที่กำลังจะจัดขึ้น โรงแรมส่วนใหญ่จึงเต็มไปหมดแล้ว  พวกเขาเดินไปรอบเมืองกว่าครึ่งวัน แต่ก็ยังไม่สามารถหาที่พักได้

 

“ปรมาจารย์หลิง!” พวกเขาที่กำลังเดินอยู่บนถนนหลักได้ยินเสียงคนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ จากนั้นชายชราผมขาวคนหนึ่งได้เดินเข้ามาหาพวกเขา คนคนนั้นคือจูเฮอซิน

 

“เจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“ปรมาจารย์หลิง ข้าได้รับการเชิญชวนจากสหายเก่าให้มาเยี่ยมในช่วงปีใหม่ ข้าหวังว่าปรมาจารย์หลิงจะยกโทษให้ข้าที่ไม่ได้เยี่ยมเยือนท่านในช่วงปีใหม่” จูเฮอซินโค้งตัวลงเล็กน้อย สีหน้าของมันแสดงออกถึงความหวาดหวั่น

 

มันคิดไปแล้วว่าหลิงฮันคืออาจารย์ของมันครึ่งหนึ่ง จึงไม่แปลกที่มันจะกลัวว่าจะทำให้หลิงฮันไม่พอใจ

 

หลิงฮันส่ายหัวแล้วยิ้ม “เจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าปรมาจารย์ เจ้าสามารถเรียกข้าแค่ชื่อก็ได้” ในชีวิตนี้ เขาตัดสินใจที่จะเริ่มต้นจากตัวตนอันต่ำต้อย และก้าวเดินต่อไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคง พร้อมกับต่อสู้กับเหล่าอัจฉริยะต่างๆเพื่อพัฒนาตัวเอง

 

ไม่เช่นนั้น หากเขาก้าวเดินต่อไปโดยการเป็นปรมาจารย์นักปรุงยา ชื่อเสียงและสถานะต่างๆจะกลายเป็นเกี่ยวกับนักปรุงยาทั้งหมด แล้วอัจฉริยะที่ไหนจะกล้ามาสู้กับเขากัน?

 

“เรื่องนี้มัน…” จูเฮอซินส่ายหัวอย่างต่อเนื่อง มันเป็นคนที่จะแสดงความเคารพต่ออาจารย์และคนที่สอนความรู้ให้มัน ก่อนหน้าที่หลิงฮันได้เมตตาคอยชี้นำเรื่องต่างๆให้กับมัน ดังนั้นแล้วในใจของมัน หลิงฮันก็เป็นอาจารย์ของมันไปเรียบร้อยแล้ว การเรียกชื่ออาจารย์โดยไม่ให้เกียรตินั้น… เป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างแท้จริง!

 

“ไม่ต้องมาพูดอ้ำอึ้ง ถ้าในอนาคตเจ้ายังเรียกข้าว่าปรมาจารย์อยู่อีก ข้าจะโมโหเป็นอย่างมาก” หลิงฮันจงใจทำหน้าเข้มงวด และพูดด้วยท่าทีกึ่งพูดเล่นพูดจริง

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top