*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่45 อย่างไม่กลัวตาย

 268 Views

“ระ-ดับถัดไป?”

 

จิตวิญญาณแห่งหอคอยไปต่อไม่เป็นเลยเมื่อได้ยินเย่ หยวนกล่าวเช่นนั้น หรือว่าเขาต้องการจะสอบระดับเทวะต่อจริงๆกัน?

ไม่นะ…เขายังสติดีอยู่หรือเปล่า?

 

แม้แต่การสอบระดับปฐพีก็ทำให้เขาเจียนตายอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังต้องการจะสอบระดับเทวะต่อ..เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ?

ไม่ว่าใครจะโง่เพียงใด แต่ก็ไม่มีทางเลยที่จะไม่รู้ถึงความแตกต่างระหว่างอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณ และ อาณาจักรหลอมรวมวิญญาณ?

ความห่างชั้นของพลังมันต่างกันถึงหนึ่งอาณาจักร!

 

เย่ หยวนกัดฟันตนเองด้วยความเจ็บปวดและสูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมตะโกนออกมาว่า

“นี่ท่าน! ท่านไม่คิดจะรักษาข้าจริงๆรึไงกัน? หากท่านยังไม่รักษาข้าแบบนี้ต่อไป…ข้าจะฆ่าตัวตายพร้อมกับไปร้องเรียนกับทางสำนักโดยตรง!”

 

คำพูดเหล่านี้ได้จี้ไปยังจิตวิญญาณแห่งหอคอย เจ้าเด็กเหลือขอคนนี้…เจ้านี้มันอัจฉริยะชัดๆ!

เขาไม่รู้จริงๆแล้วเย่ หยวยคนนี้นั้นคืออัจฉริยะหรือคนบ้าที่โง่เขล่ากันแน่ ทำไมคำพูดของเขาถึงเต็มไปด้วยความโง่เขล่าแบบนี้กัน?

 

จิตวิญญาณแห่งหอคอยนั้นอยู่เหนือกว่าสำนัก ดังนั้นเพียงแค่สำนักเล็กๆอย่างสาขารัฐฉินน่ะรึ..จะสามารถทำอะไรเขาได้?

 

เขาอยากจะหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินคำพูดแบบนั้น แต่เขาก็ยังช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเย่ หยวนให้ จิตวิญญาณแห่งหอคอยวาดมือเบาๆ ร่างกายของเย่ หยวนก็ถูกฟื้นฟูจนหายดีในทันที

 

เมื่อเย่ หยวนรู้สึกได้ถึงพลังปราณที่ถูกฟื้นฟูจนเต็ม เขาก็ยิ้มอย่างดีใจจนเผลอหลุดปากออกมาว่า

“ฮ่า ฮ่า อยู่ในโลกแห่งความฝันมันก็ดีแบบนี้แหละ…ไม่ว่าจะบาดเจ็บสาหัสเพียงใด ก็สามารถทำให้หายได้ในพริบตา”

 

ทันทีที่จิตวิญญาณแห่งหอคอยได้ยินคำพูดของเย่ หยวน เขาก็กระตุกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยและจ้องหน้าเย่ หยวนพร้อมกับถามขึ้นว่า

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าที่นี่..คือโลกแห่งความฝันกัน? ข้าจำไม่ได้เลยว่า…ข้าเคยบอกเจ้าว่าที่นี่คือโลกแห่งความฝัน ดังนั้นเจ้ารู้ได้อย่างไรกัน?”

 

เย่ หยวนกรอกตาไปมาและแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง พร้อมกับกล่าวออกมาอย่างซื่อๆว่า

“นี่ท่านดูถูกสติปัญญาข้างั้นรึ? หากที่นี่ไม่ใช่โลกแห่งความฝันแล้ว..ทำไมท่านถึงเสกดาบออกมาได้ รวมไปถึงเหล่าทั้งสู้พวกนั้นอีก…หลังจากที่พวกเขาตายไปจู่ๆร่างของพวกเขาก็หายไปเฉยๆ แล้วจะให้ข้าคิดเป็นอย่างอื่นอีกรึ? ท่านเป็นถึงผู้ดูแลข้า…แต่ทำไมถึงกล่าวดูถูกเช่นนี้? หลังจากจบการสอบไปข้าคงต้องรายงานให้ทางสำนักซะแล้วล่ะ”

 

จิตวิญญาณแห่งหอคอยรู้ดีว่าที่เย่ หยวนกล่าวอ้างออกมานั้นไม่เป็นความจริง แต่เขาก็ไม่ต้องการจะเถียงกับเย่ หยวนต่อแต่อย่างใด

ไม่ว่าเจ้านี้จะนิสัยแย่แค่ไหน แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับสำนักดานวูที่ได้มีอัจฉริยะเพิ่มขึ้นอีกคน

 

“เจ้าต้องการท้าทายการสอบระดับเทวะงั้นรึ?”

 

“ท่านคิดว่าข้าพูดเล่นงั้นรึ?” เย่ หยวนกรอกตาไปมาพร้อมถามกลับ

 

“ดี..หากเจ้ามีความกล้าหาญเช่นนี้ แม้ว่าความเจ็บปวดที่เจ้าจะได้รับมันจะรู้สึกจริงๆ…แต่เมื่อเจ้าตายไปในโลกแห่งนี้ มันไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะตายในโลกแห่งความจริงตามไปด้วย”

 

“ข้ารู้แล้วๆ ท่านหยุดพูดและส่งข้าไปได้หรือยัง?…ข้ากำลังรีบ!” เย่ หยวนตอบกลับด้วยความใจร้อน

 

“ได้…หากเจ้าต้องการ!”

 

จิตวิญญาณแห่งหอคอยได้เผยรอยยิ้มบางๆขึ้น พร้อมกับเรียกนักสู้ทั้งห้าคนขึ้นมาอีกครั้ง…แต่สิ่งที่แตกต่างจากครั้งก่อนๆคือ ทั้งห้าคนที่อยู่ตรงหน้าเย่ หยวนนัน้ดูทรงพลังอย่างมาก…เนื่องจากระดับพลังที่ก้าวข้ามไปยังอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณไปแล้วนั้นเอง!

 

…………………………………………………..

 

 

ภายนอกหอคอยจิตมายามันเต็มไปด้วยเสียงของผู้คนที่พูดคุยกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว

 

“ปะ-เป็นไปได้อย่างไร? เขาทำมันได้!”

 

“เจ้าเห็นเมื่อครู่นี้หรือไม่ เขาได้สร้างลมพายุภายในฝ่ามือเดียวเท่านั้น…แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็จบลง เขาทำได้อย่างไรกัน?”

 

“เย่ หยวนสามารถสร้างปฏิหาริย์ขึ้นมาได้จริงๆ! ในตอนนี้เขาคือลูกศิษย์ระดับปฐพีที่มีพลังต่ำที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งสำนักดานวูขึ้นมา!”

“และเขาก็ยังคงเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดอีกด้วย!”

 

“ทั้งหมดนี้ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? ที่ผ่านมา…เขาแกล้งทำตัวเป็นขยะมาโดยตลอดในอดีต? ไม่น่าเชื่อจริงๆ!”

 

เหล่าศิษย์ที่อยู่ด้านนอกหอจิตมายารู้สึกภูมิใจอย่างมากที่พวกเขาได้อยู่ในช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์

แต่พวกเขาก็ต่างไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขายังคือขยะเย่ หยวนผู้อยู่อันดับสุดท้ายในสำนักอยู่เลยแท้ๆ แต่เพียงไม่นาน…อันดับเขาได้ทะยานขึ้นสู่อับดับบนๆอย่างรวดเร็ว และในตอนนี้ก็ยังได้กลายเป็นศิษย์ระดับปฐพีอีก

 

ความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้กับตัวเย่ หยวน ภายในระยะเวลาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ!

 

หากเหล่าศิษย์ในสำนักดานวูอยู่ในโลกภายนอก…พวกเขาคงถูกเรียกว่าอัจฉริยะ แต่หากเป็นภายในสำนักดานวู..พวกเขาก็เป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น

และเนื่องด้วยผลของความพยายามของเย่ หยวนจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ในตอนนี้เย่ หยวนคือ..บุคคลตัวอย่างของพวกเขาที่ก่อให้เกิดกำลังใจในการฝึกฝนต่อไป

 

ฮั่นหยางย่งมองไปยังภาพฉายพร้อมกับหัวใจของเขาที่เหมือนถูกสาปแช่ง เจ้าเด็กคนนี้…กล้าปกปิดพลังมาโดยตลอดเลยงั้นรึ?! เขาลุ้นจนถึงวินาทีสุดท้ายจนประสบความสำเร็จ…และดูเหมือนว่าในตอนที่สู้กับเฟย หยางปิง เขาไม่ได้ใช้พลังถึง3จาก10ส่วนเลยด้วยซ้ำ!

 

ถัดจากฮั่นหยางย่ง…ได้มีร่างทั้งสองมองภาพฉายอย่างกระวนกระวายใจนั้นก็คือ หวัง หยวน และ หลิว หลัวซุย ทั้งสองพึ่งสอบผ่านและได้เลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพีมาหมาดๆ…กล่าวได้ว่าในขณะนี้ความสามารถของเย่ หยวนอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขาแล้ว

 

เป็นไปไม่ได้! ทั้งๆที่ครึ่งเดือนก่อนเจ้านั้นยังอยู่ในระดับหนึ่งอยู่เลยแท้ๆ…แต่ภายในครึ่งเดือนหลัง เขามีความสามารถเทียบเท่าข้าได้แล้วงั้นรึ?!

แล้วตลอดทั้งปีที่ข้าฝึกฝนอย่างหนัก…มันเพื่ออะไรกัน?!

 

เจ้าขยะเย่ หยวนจะต้องมีเคล็ดลับอะไรบางอย่างเป็นแน่! ไม่งั้นเจ้านั้นไม่มีทางแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้!

ใช่..ต้องใช่แน่ๆ!

ไม่ว่าทางใดข้าจะต้องรีบกำจัดเย่ หยวนทิ้งไปโดยเร็ว

 

หวัง หยวนไม่สามารถทนอะไรไหวอีกแล้ว…เขาต้องการจะเรียกซู หยินห่านมาสังหารเย่ หยวนในทันที

ในวันนี้ข้าได้คิดเรื่องสังหารเย่ หยวนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว และทุกครั้งที่คิด..เขาก็ยิ่งเกลียดชังเย่ หยวนมากขึ้นๆ

 

ทั้งๆที่อาทิตย์ก่อนเย่ หยวนพึ่งกลับมายังสำนักแห่งนี้…แต่ในขณะนี้เขากำลังยืนอยู่ในระดับเดียวกับหวัง หยวนแล้ว!

เขาได้คิดว่า…หากเย่ หยวนใช้ก้าวพริบตาขั้นสวรรค์ลือลั่นควบคู่กับคลื่นอาญาที่สองใส่ตัวเขา เขาจะสามารถรอดจากการโจมตีนั้นหรือไม่?

เมื่อหวัง หยวนคิดแบบนั้นร่างกายเขาก็หนาวสั่นขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

 

เมื่อได้เห็นเย่ หยวนเอาชนะนักสู้ระดับแปดทั้งห้าคนได้แบบนี้..มันแสดงให้เห็นแล้วว่าพลังการโจมตีของเย่ หยวนมันน่ากลัวแค่ไหน และความแรงระดับนี้มันสามารถปลิดชีพเขาได้เลย!

 

มีอะไรที่จะทำให้เขากลัวไปมากกว่านี้ไหม?

หวัง หยวนค่อยๆเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่หัวใจเขาสั่นไปด้วยความกลัว

หากเป็นเจ้านี้ ก็ไม่แน่……

 

…………………………………………………

 

 

ในตอนนี้นักสู้ในชุดสีดำทั้งห้าได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว และในครั้งเย่ หยวนรู้สึกกดดันอย่างมาก…แต่ความกดดันนั้นกลับทำให้เย่ หยวนคันไม้คันมืออยากที่จะสู้มากขึ้น

 

ในการทดสอบระดับนี้จะไม่มีความเมตาใดๆ…ในทุกท่วงท่าการโจมตีของเหล่านักสู้นั้นล้วนหวังปลิดชีพเย่ หยวนในทันที ครั้งนี้เย่ หยวนจะต้องงัดพลังทุกอย่างออกมา

 

“เข้ามา!”

เย่ หยวนคำรามออกมาพร้อมกับมีลมปราณจำนวนมากปรากฏขึ้นอยู่บนฝ่ามือของเขา

สักพักหนึ่งลมปราณทั่วร่างของเขาได้พุ่งสูงขึ้น มากจนสร้างเกลียวคลื่นลมขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวเขาขึ้นมา…ลมปราณเหล่านั้นได้ฉีกแขนเสื้อของเย่ หยวนจนหลุดลุ่ย ดวงตาของเย่ หยวนมันเต็มไปด้วยความกระปรี้กระเปร่าอย่างมากในตอนนี้

 

จิตวิญญาณมองไปยังฉากที่อยู่ตรงหน้าเขาตกใจจนลืมหายใจครู่หนึ่ง พร้อวกับพรึทพร่ำตัวเองว่า

“จะ-เจ้าเด็กนี่…สามารถใช้คลื่นอาญาที่แปดได้งั้นรึ?!”

“ช่างมีพรสวรรค์ที่น่าสะพึ่งกลัวเกินไปแล้ว!”

 

 

ทุกสิ่งอย่างที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของจิตวิญญาณแห่งหอคอย ทั้งรูปแบบพลังและท่าทางของเย่ หยวน…มันเห็นได้ชัดเลยว่านั้นคือ หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า – คลื่นอาญาที่แปด!

 

ทุกคนคงสงสัยว่าเหตุใดในวันประลองกับเฟย หยางปิง เย่ หยวนถึงได้มาช้าเช่นนั้น…ทุกคนต่างคิดว่าเย่ หยวนกำลังฝึกคลื่นอาญาที่สองอยู่ จึงเป็นเหตุให้มาสาย

แต่จริงๆแล้ว….เขากำลังฝึกคลื่นอาญาที่แปดต่างหาก ถึงทำให้เขามาสาย!

 

คลื่นอาญาที่แปดคือกระบวนท่าสุดท้ายในวรยุทธหัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า

มันคือกระบวนท่าสุดท้ายที่มีเขียนไว้ในหยกชิ้นที่เย่ หยวนยืมมาจากหอพระคัมภีร์

 

คลื่นอาญาที่แปดนั้นมีพลังรุนแรงถึง16เท่าของพลังตั้งต้น และด้วยพลังนี้เย่ หยวนจะสามารถก้าวข้ามอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณได้ง่ายขึ้น

และสามารถก้าวได้ว่า…กระบวนท่าคลื่นอาญาที่แปดนี้ คือไผ่ตายใบสุดท้ายของเย่ หยวน!

 

เย่ หยวนรู้ดีว่าที่นี่คือโลกแห่งความฝัน ดังนั้นแม้เขาจะตายมันก็ไม่มีผลต่อความแห่งความเป็นจริง

หลังจากสิ้นเสียงคำรามของเย่ หยวนนักสู้ทั้งห้าคนก็พุ่งโจมตีหวังจะปลิดชีพเย่ หยวนในการโจมตีเดียว

ในเสี้ยววินาทีนั้น เย่ หยวนได้ยื่นมือออกมาเช่นกัน

 

บึ้มมมมมมมม!!

 

ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง มันรุนแรงซะจนสติของเย่ หยวนค่อยๆเลื่อนรางไป….

 

“หืม? ในที่สุดเขาก็พ่ายให้กับการสอบระดับเทวะ…เขาถูกสังหารเรียบร้อย!”

 

ด้านนอกหอคอยจิตมายา ได้มีเสียงพูดมากมายปรากฏขึ้นหลังจากการปะทะที่รุนแรงนั้น….

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top