ขนาดตัวอักษร

ตอนที่43 ทักษะพิเศษของจิตวิญญาณแห่งหอคอย

 285 Views

การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเย่ หยวนนั้นทำให้หวัง หยวนแอบกังวลอยู่ลึกๆ

การที่เย่ หยวนสามารถสังหารนักสู้ระดับหกทั้งห้าคนได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ มันแสดงให้เห็นแล้วว่า..แท้จริงแล้วเย่ หยวนมีพลังอยู่ในขั้นเดียวกับศิษย์ระดับปฐพีเลยทีเดียว!

แม้ว่าในความเป็นจริงเขายังไม่ได้เป็นศิษย์ระดับปฐพีก็ตาม…แต่ก็อาจจะในอีกไม่ช้า

ความแข็งแกร่งของเขาไล่ตามหวัง หยวนแทบจะทันแล้วในตอนนี้

ณ ตอนนี้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเย่ หยวนได้เหนือไปกว่าหวัง หยวนไปแล้วด้วย แถมในด้านวรยุทธการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่าอีกเช่นกัน…เรียกได้ว่าเขามีอะไรบางที่เหนือกว่าเย่ หยวนในตอนนี้?

 

ในระหว่างการทดสอบไร้สิ้นสุด ข้าคงจะต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศิษย์พี่ซูซะแล้ว…หากไม่ใช้ไม้แข็งล่ะก็ เย่ หยวนจะสร้างปัญหาให้ข้าแน่ในอนาคต! หวัง หวนได้ตัดสินใจแล้วในตอนนี้

 

“พวกเจ้าคิดเหมือนกันไหมว่า…บางทีเย่ หยวนอาจเข้าทดสอบเพื่อเลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพีต่อ?”

ได้มีใครบางคนกล่าวออกมาทามกลางผู้คนที่กำลังช็อกกับความแข็งแกร่งของเย่ หยวน

 

 

ภายนอกหอคอยจิตมายาปกคลุมไปด้วยความเงียบ….

พวกเขาทั้งหมดรู้ดีว่า..เย่ หยวนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด แต่พวกเขาก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะแข็งแกร่งจนสามารถสังหารนักสู้ระดับหกทั้งห้าภายในพริบตาแบบนี้?

 

คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เห็นนักสู้แก่นแท้แห่งปราณระดับสี่สู้กับระดับหก แต่หากให้นักสู้เพียงระดับสี่ต่อสู้กับระดับแปด…มันคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้  มันเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเป็นไปได้เลยที่จะก้าวข้ามมันไปได้

แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะข้ามผ่านมันไปได้!

แต่สิ่งที่เย่ หยวนทำมันได้สร้างความประหลาดใจอย่างมากให้แก่พวกเขา โดยการผ่านบททดสอบเพื่อเลื่อนขั้นไปยังระดับดำภายในเสี้ยววินาที มันเร็วซะจนทำให้พวกเขาคิดว่า…บางทีเขาอาจจะสร้างปาฏิหาริย์และสอบการสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพีผ่านก็เป็นได้

 

“พวกเจ้าดูนี่เร็ว! เย่ หยวนตัดสินใจที่จะสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพีต่อ!”

 

ท่ามกลางความเงียบจู่ๆก็ได้มีเสียงคนบางคนกล่าวขึ้น…เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกสายตาได้จับจ้องไปยังภาพฉายอีกครั้ง

 

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน…ท้าทายบททดสอบถึงสามระดับภายในครั้งเดียว! เรื่องแบบนี้มันไม่เคยมีมาก่อน….ข้าเกรงว่านี่คงเป็นประวัติศาสตร์ที่สำนักดานวูจะต้องจารึก!”

 

“พวกเจ้าคิดว่า..เย่ หยวนจะผ่านการทดสอบต่อไปได้หรือไม่?”

คำถามนี้มันทำให้ผู้คนต่างครุ่นคิดอย่างหนัก และบริเวณด้านนอกหอคอยก็ตกสู่ความนิ่งเงียบอีกครั้ง

 

…………………………………………………………..

 

 

กลับมาทางด้านในของหอคอยจิตมายา นักสู้อาณาจักรแก้นแท้แห่งปราณระดับแปดทั้งห้าคนกำลังโจมตีเข้าใส่เย่ หยวนอย่างต่อเนื่อง และในการทดสอบครั้งนี้เย่ หยวนก็ไม่ได้อ่อนข้อเหมือนครั้งก่อนๆ กลับกัน…เขาได้ระเบิดพลังทั้งหมดออกมาเพื่อมาต่อสู้ในครั้งนี้

 

แม้จะระเบิดพลังของตนออกมาทั้งหมด…แต่ตัวเย่ หยวนเองก็ยังคงตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอยู่ดี การต้องรับมือการโจมตีผสานของนักสู้ทั้งห้า..มันช่างรับมือลำบากยิ่งนัก

 

“บ้าจริง! พวกเจ้าโจมตีให้แม่นๆหน่อยสิ!…หืม? …พวกเจ้าสามารถควบคุมดาบด้วยลมปราณได้ด้วยงั้นรึ?!” เย่ หยวนตะโกนออกมาทันทีเมื่อพวกนั้นใช้ดาบที่ควบคุมโดยลมปราณโจมตีใส่เขา พร้อมกับหลบดาบทั้งห้าอย่างว่องไว

 

“…..”

จิตวิญญาณแห่งหอคอยพูดอะไรไม่ออกเลย

 

เมื่อการสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพีเริ่มขึ้น จิตวิญญาณแห่งหอคอยได้แอบเพิ่ม “ทักษะพิเศษ” ลงให้กับเหล่านักสู้ทั้งห้า และเนื่องด้วยทักษะพิเศษนี้จึงทำให้นักสู้ทั้งห้าทรงพลังมากขึ้น…จนมีพลังอยู่ในอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับเก้า!

 

เนื่องด้วยเย่ หยวนเองเคยมีความเชี่ยวชาญในด้านการควบคุมสิ่งของด้วยลมปราณมาก่อน จึงทำให้ขณะที่นักสู้ทั้งห้าได้โจมตีเขา เขาจึงสามารถหลบได้หมดอย่างคล่องแคล่ว

 

และจริงๆแล้วเขาสามารถทำลายดาบที่ควบคุมดดยลมปราณได้อย่างง่ายดาย แต่เนื่องด้วยจำนวนที่เยอะเกินไปถึงห้าคน จึงทำให้เย่ หยวนไม่สามารถทำอะไรได้เลย

 

ความแตกต่างในด้านของพลังปราณมันมีมากเกินกว่าจะใช้ข้อมูลในอดีตมาแก้ไขสถานการณ์และชดเชยได้ แม้ว่าเย่ หยวนจะสามารถอ่านทางดาบของทั้งห้าคนออกหมด รวมไปถึงจุดบอดต่างๆอีกด้วย แต่เขาก็ไม่อาจตอบโต้ใดๆกลับไปได้เลย

 

การโจมตีทุกสิ่งอย่างมันได้ช้าคงทันทีเมื่อผ่านสายตาของเย่ หยวน…เงาดาบที่พุ่งเขารอบทิศทางทั้งห้าเล่ม เขาก็สามารถมองออกหมด…แต่ก็ได้แต่หลบเท่านั้น

โชคยังดีที่เย่ หยวนยังมีก้าวพริบตา ที่สามารถเคลื่อนไหวโดยความเร็วสูงแม้จะเป็นระยะสั้นๆก็ตาม…แต่มันเหมาะอย่างมากกับสถานการณ์แบบนี้ มิฉะนั้น…เย่ หยวนคงได้ตายไปนานแล้ว

 

แม้กระนั้นเย่ หยวนก็ยังคงถูกไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาได้รับบาดแผนเล็กๆน้อยๆทั่วร่างไปแล้วในขณะนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในโลกแห่งความฝัน…แต่ความเจ็บปวดที่เขาได้รับมันก็รู้สึกเหมือนจริงอย่างมาก ทักษะของจิตวิญญาณแห่งหอคอยนี่ช่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

และไม่นานเสื้อท้อนบนของเขาก็ได้ฉีกขาดเพราะการโจมตีของดาบลมปราณทั้งเล่ม

 

 

ในขณะที่จิตวิญญาณแห่งหอคอยกำลังมองไปยังเย่ หยวนที่กำลังเสียเปรียบอยู่…เขาก็บยิ้มออกมาเล็กน้อย ราวกับว่าเขาดูพอใจกับการที่เย่ หยวนเสียเปรียบ…และเมื่อได้ล้างแค้นภายในตัว

แม้ว่าจิตวิญญาณจะมีน่าที่ดูแลเหล่าศิษย์ที่มาทดสอบก็เถอะ แต่เขาก็มีจิตใจและอารมณ์เช่นกัน

เขาไม่รู้ว่าทำไมตั้งแต่เริ่มจนตอนนี้เขาถึงรู้สึกไม่พอใจกับเย่ หยวนอย่างมาก คงเป็นเพราะปฏิกิริยาที่ดูเย็นชาและหยิ่งยโสของเย่ หยวนจึงทำให้เขาไม่พอใจ และการที่เย่ หยวนถูกทำให้เสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆจน ณ ตอนนี้เสื้อผ้าก็ขาดลุ้ยไปหมด…ราวกับว่าถูกเปลือยกายจนโล่งไปหมด

 

ให้หมู่ศิษย์ที่เคยเข้าร่วมการทดสอบทั้งหมด…เขาคือคนเดียวที่มีท่าทางไม่เคารพเขาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงเย่ หยวนคนเดียวเท่านั้นที่มีปฏิกิริยาไม่แยแสต่อสิ่งใดๆ แถมเขายังทำให้จิตวิญญาณแห่งหอคอยอับอายอย่างมากดดยการสังหารเหล่านักสู้ที่จิตวิญญาณเตรียมไว้ให้ภายในเสี้ยววิ

 

ดังนั้นเมื่อเริ่มการทดสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพี จิตวิญญาณแห่งหอคอยจึงแอบใส่ทักษะพิเศษลงให้กับนักสู้ทั้งห้าของเขาไป เพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่เหล่านักสู้ทั้งห้า

 

 

“เจ้าเด็กเหลือขอนี่ สมควรแล้วที่โดนแบบนี้…เพราะเจ้าไม่มีความเคารพข้าเลยแม้แต่น้อย จ้องหองในตัวเองเกินไปหรือป่าว…คิดว่าจะผ่านการสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพีได้งั้นรึ? กลับไปฝึกมาใหม่ซะ!” จิตวิญญาณแห่งหอคอยได้ยินดีกับภาพตรงหน้าเป็นอย่างยิ่ง

 

เขาได้เฝ้าดูการต่อสู้และเขาก็รู้สึกได้ว่า…เย่ หยวนเริ่มเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆแล้วในขณะนี้ แถมบาดแผลบนร่างกายเขาก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ การการคาดการของเขา…อีกไม่นานเขาก็คงพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

แม้จิตวิญญาณแห่งหอคอยจะไม่ชอบหน้าเย่ หยวนเท่าไหร่ แต่เขาก็ยอมรับเลยว่า…เขาตกตะลึงอย่างมากกับฝีมือของเย่ หยวน ที่สามารถต้านทานนักสู้ระดับแปดทั้งห้าคนได้นานถึงเพียงนี้…ทั้งๆที่ตัวเย่ หยวนเองมีพลังเพียงแค่ระดับสี่เท่านั้น มันเป็นสิ่งที่เขาไม่นึกไม่ฝันว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อหน้าเขาแบบนี้

จิตวิญญาณแห่งหอคอยได้เห็นเหล่าศิษย์ที่มีพรสวรรค์มานับไม่ถ้วน แต่เขาไม่เคยเห็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์คนใดที่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้

แต่….ทุกอย่างคงจะจบในอีกไม่ช้า

 

………………………………………………………..

 

 

หลิน เทียนเฉินถูกส่งตัวออกมาจากด้านในหอคอยอย่างหดหู่ เขาได้ล้มเหลวกับการสอบเลื่อนระดับอีกครั้ง นี่เป็นครั้งที่ห้าแล้ว..ที่เขาล้มเหลวในการเลื่อนขั้นไปยังระดับเทวะ!

 

สายตาผู้คนที่จ้องมาทางหลิน เทียนเฉินนั้นเต็มไปด้วยการดูถูกและเยาะเย้ย…สายตาพวกนั้นมันทำให้หลิน เทียนเฉินหงุดหงิด

ในตอนนี้หลิน เทียนเฉินได้ก้าวมาสู่อาณาจักรหลอมรวมวิญญาณได้แล้วแต่เป็นแบบไม่เต็มขั้น ดังนั้นการเผชิญหน้ากับนักสู้อาณาจักรหลอมรวมวิญญาณระดับหนึ่ง..มันจึงเป็นเรื่องที่ฝืนเกินไปสำหรับเขา

ไม่ใช่ว่าหลิน เทียนเฉินไร้ซึ่งพรสวรรค์…แต่เป็นเพราะพลังที่เขามีมันเพียงแค่อาณาจักรหลอมรวมวิญญาณครึ่งขั้นของระดับหนึ่งเท่านั้น

 

ภายในสำนักดานวู..โดยทั่วไปแล้ว ผู้คนที่สำเร็จอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณแม้เพียงครึ่งขั้นของระดับหนึ่ง ก็ต่างสามารถสอบผ่านและได้เลื่อนขั้นไปยังระดับเทวะกันแล้วทั้งนั้น…แม้จะไม่ผ่านในครั้งแรก แต่ภายในครั้งที่สองทุกคนก็ต่างผ่านกันทั้งนั้น..เว้นแต่หลิน เทียนเฉินคนเดียว

 

ถ้าหากเขาสามารถสำเร็จอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณระดับหนึ่งได้เต็มขั้น แน่นอนว่าเขาจะสามารถเอาชนะนักสู้ทั้งห้าคนนั้นได้อย่างแน่นอน  แต่วิธีนี้..ก็ต้องยอมรับว่าไม่รู้ว่าอีกนานเพียงใดเขาถึงจะสำเร็จอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณระดับหนึ่งเต็มขั้นได้

 

เนื่องจากเขาล้มเหลวอย่างไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ เขาจึงได้แต่ก้มหน้าและทนสายตาของคนอื่นๆที่เยาะเย้ยเขา เขาต้องการที่จะผ่านการสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับเทวะด้วยพลังอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณระดับครึ่งขั้นแบบนี้ให้ได้

 

พวกหนึ่งในสิบแห่งหอนักสู้อย่าง หลงถัง, จั่ว บู่กุย หรือแม้แต่ซู หยินห่าน พวกเขาสามารถสอบผ่านและเลื่อนขั้นไปยังระดับเทวะได้โดยในตอนนั้นพวกเขาต่างมีพลังอยู่เพียงอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับเก้าเท่านั้น!

แต่เหตุใด..หลิน เทียนเฉินผู้อยู่ในอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณแล้วแท้ๆ แม้จะเป็นเพียงครึ่งขั้นของระดับหนึ่งก็ตามที แต่เขาไม่สามารถผ่านการทดสอบนี้ไปได้…ทั้งๆที่พลังอขงเขาเหนือกว่าพวกเขาในตอนนั้นอย่างชัดเจน

 

หลิน เทียนเฉินได้เดินออกจากหอคอยอย่างช้าๆด้วยความเศร้าโศกและหดหู่

เขาทำใจแล้วว่าคงมีผู้คนดูถูกเขาเป็นแน่ในขณะที่เขากำลังเดินออกแบบนี้ เขาจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาดูคนรอบข้าง….แต่จู่ๆเขาก็ประหลาดใจอย่างมากเมื่อได้เห็นผู้คนรอบข้าง

 

แท้จริงแล้ว…ไม่มีใครสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ดวงตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปทางภาพฉายภาพหนึ่ง…

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

หลิน เทียนเฉินได้กวาดสายตามองไปยังจุดที่ทุกคนกำลังมองอยู่ในขณะนี้ แต่เขาก็ไม่พบอะไรใดๆ..เนื่องจากภาพที่ฉายออกมานั้นจะสามารถเห็นได้เฉพาะผู้ที่ไม่ได้เข้าไปยังหอคอยจิตมายาเท่านั้น

และเขาพึ่งออกมาจากหอคอย จึงยังไม่สามารถดูได้ในทันที

 

“พวกเจ้ากำลังมองสิ่งใดกัน?” หลิน เทียนเฉินได้กล่าวถามคนที่อยู่ในบริเวณนั้น

 

“อ้าว ศิษย์พี่หลิน…ท่านออกมาแล้วรึ?”

“พวกเรากำลังดูเย่ หยวน…ในตอนนี้เขากำลังทดสอบเพื่อเลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพี แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทนได้อีกไม่นานแล้วล่ะ” ศิษย์ที่ถูกถามโดยหลิน เทียนเฉินดูจะไม่ค่อยสนใจในตัวหลิน เทียนเฉินเท่าไหร่

 

“อะไรนะ? การสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพีงั้นรึ? ไม่ใช่ว่าเจ้านั้นเข้าไปสอบระดับดำรึไงกัน?…ทั้งๆที่เขามีพลังเพียงแค่นั้นน่ะรึ เจ้านั้นเพี้ยนไปแล้วรึไง..ที่กล้าไปสอบระดับปฐพีแบบนั้น?”

หลังจากกล่าวจบหลิน เทียนเฉินก็เผยรอยยิ้มอันเยาะเย้ยขึ้นบนใบหน้าของเขา

 

 

ศิษย์คนนั้นได้มองไปยังสีหน้าแบบนั้นของหลิน เทียนเฉินและถอนหายใจออกมา…ก่อนที่จะเปิดปากกล่าวต่อว่า

“ข้าเกรงว่าท่านคงไม่รู้อะไรเลย…ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้”

“ท่านทราบรึไม่ว่า…เราได้เริ่มต้นสอบตั้งแต่ระดับริเริ่ม ต่อมาเขาก็สำเร็จในระดับเหลืองและได้ขึ้นมายังระดับดำ จากนั้นเขาก็ได้มาทดสอบในระดับปฐพีนี่แหละ”

“แต่ท่านรู้ไหมว่า…ในการทดสอบแต่ละระดับเย่ หยวนสามารถสังหารนักสู้ทั้งห้าได้ภายในการโจมตีเดียวเท่านั้น และเมื่อครู่เพียงแค่เสี้ยววินาที..เขาก็สามารถสังหารนักสู้ระดับหกได้ถึงห้าคนพร้อมกันภายในฝ่ามือเดียว!”

 

 

“สะ-สังหารในพริบตางั้นรึ?”

หลิน เทียนเฉินดูฟาดไปรึป่าว? อย่างไรก็ตามเขาก็หันหน้าออกมาและจ้องไปทางภาพฉายอีกครั้ง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top