*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่42 สังหารในพริบตา!

 302 Views

ทุกครั้งที่มีการสอบเลื่อนระดับ…มันมักจะเป็นจุดสนใจของเหล่าลูกศิษย์จำนวนมาก เพราะผลของการสอบนั้นจะส่งผลกระทบต่อการจัดอันดับในสำนัก

ในส่วนของด้านนอกหอคอยได้มีภาพของแต่ละคนที่กำลังสอบอยู่ภายในหอคอยฉายออกมาให้รับชมกันและผู้คนมากมายก็ต่างเฝ้าดูการสอบของแต่ละคนอย่างใจจดใจจ่อ

 

“เอ๊ะ? พึ่งจะเริ่มการสอบเองไม่ใช่รึ…เพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็มีคนสอบผ่านไปแล้ว?…นั้นมันเย่ หยวน!”

เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของภาพที่ฉายอยู่ด้านนอก…ทุกคนที่ได้เห็นก็ต่างตกตะลึงและโห่ร้องด้วยความประหลาดใจ

 

“นั้นมัน…เย่ หยวนผู้สังหารเฟย หยางปิงในวันประลองนิ?…เจ้านั้นมันจะเก่งเกินไปแล้ว!”

 

“แต่มันก็เป็นไปได้อยู่ที่จะเร็วขนาดนี้ เนื่องจากเย่ หยวนนั้นพึ่งมาสอบครั้งนี้เป็นครั้งแรก…เขาจึงต้องเริ่มต้นตั้งแต่การทดสอบในระดับริเริ่ม”

 

“แต่นั้นมันเร็วเกินไป! เพียงแค่กี่วินาทีเขาก็สามารถสอบผ่านได้แล้ว…แม้จะเป็นระดับริเริ่มก็เถอะ แต่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับนักสู้ระดับสี่ถึง5คน แถมตัวเย่ หยวนเองก็อยู่เพียงระดับสี่เท่านั้นอีก…การที่จะสอบผ่านเร็วขนาดนี้ แสดงว่าเขาสามารถจัดการทั้ง5คนภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว?”

 

“อืม…ไม่น่าเชื่อจริงๆ! ไม่คิดเลยว่าเจ้านั้นจะทรงพลังเช่นนี้?…หากย้อนกลับไปในตอนที่ข้าทดสอบระดับริเริ่ม ข้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงเลยในการจัดการนักสู้ทั้ง5ลงได้! ในความคิดข้า…แม้แต่เฟย หยางปิงที่สำเร็จระดับห้า ก็ไม่สามารถจัดการทั้ง5คนภายในการโจมตีครั้งเดียวแบบนี้ได้”

 

“ฮ่า ฮ่า ดูเหมือนว่าข้าจะโชคดีจริงๆ…ที่ตัดสินใจมาดูการสอบในวันนี้ อันดับของเจ้าเย่ หยวนคงทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นแน่ ข้าของดูให้เต็มสองตาหน่อยเถอะว่า…เขาจะสามารถฝ่าฟันไปได้ไกลแค่ไหนกัน!”

 

สถานการณ์ตอนนี้มันเกินกว่าจะคาดเดาได้…ไม่มีใครคิดว่าเย่ หยวนจะสามารถจัดการนักสู้ทั้ง5คนที่มีพลังอยู่ในระดับเดียวกันได้ภายในพริบตาแบบนี้ มันทำให้ทุดคนที่เฝ้าดูอยู่ต่างตกตะลึงและพูดคุยกันอย่างคึกคัก

เหล่าศิษย์ทุกคนนั้นต่างเคยผ่านการสอบในระดับริเริ่มกันหมดแล้ว….แต่ไม่มีใครที่สามารถจัดการนักสู้ทั้ง5คนได้เร็วแบบนี้ แม้ในตอนนั้นบางคนจะมีพลังที่สูงกว่าสี่ก็เถอะ

 

เย่ หยวนในตอนนั้นเขามีพลังอยู่เพียงระดับสาม แต่เขาก็สามารถสังหารเฟย หยางปิงที่มีพลังสูงกว่าเขาถึงสองระดับลงได้ และตอนนี้ตัวเย่ หยวนเองก็มีพลังอยู่ในระดับสี่…ดังนั้นไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า เขาในตอนนี้จะแข็งแกร่งขึ้นเพียงใด?

ทุกคนในตอนนี้ต่างอยากรู้อยากเห็นอย่างมาก

 

ในทีแรก…คนส่วนใหญ่ที่มาดูการสอบเลื่อนระดับนั้นต่างมาดูว่าใครบ้างที่จะสอบผ่านไปยังระดับเทวะ แต่ในตอนนี้ทุกคนได้หันไปสนใจเย่ หยวนกันแทน

ฮั่นหยางย่งได้ดูภาพฉายอย่างเงียบๆ สิ่งที่เย่ หยวนแตกต่างจากคนอื่นๆในการสอบคือ…ฮั่นหยางย่งได้ใส่ใจกับการสอบของเย่ หยวนเป็นพิเศษ

และในตอนที่เขาเห็นเย่ หยวนผ่านการสอบระดับริเริ่มภายในเสี้ยววิ เขาก็ตกตะลึงไม่น้อยไปกว่าผู้คนที่ดูอยู่เลย

ในความเป็นจริง…หากผู้ทดสอบมีพลังอยู่เพียงระดับสี่ ซึ่งเป็นพลังในระดับเดียวกับนักสู้ทั้ง5คน…มันมีโอกาสสูงอย่างมากที่จะไม่ผ่าน แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขามันคืออะไรกัน…เย่ หยวนสามารถจัดการทั้ง5คนได้ภายในพริบตา…..

เย่ หยวนผู้นี้สามารถทำให้ทุกคนประหลาดใจได้ตลอดเวลาจริงๆ

 

“ดูนั้น! หวัง หยวน และ หลิว หลัวซุยก็มาดูด้วย!…พวกเขาคงมาสอดแนมเพื่อค้นหาจุดอ่อนของเย่ หยวนเป็นแน่”

 

“นี่ๆ ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่า…พวกเขาจะคิดยังไงในตอนที่เห็นเย่ หยวนผ่านการสอบได้ภายในเสี้ยววินาที?”

ในตอนนี้ผู้คนต่างเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่า…หวัง หยวนและหลิว หลัวซุยก็ต่างมาดูด้วย

ความขัดแย้งระหว่างหวัง หยวนและเย่ หยวนไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปภายในสำนักแห่งนี้ เหตุผลที่หวัง หยวนปรากฏตัวมาที่นี่คงเป็นเพราะเย่ หยวนอย่างแน่นอน

และพวกเขาทั้งคู่ก็ได้เห็นฉากที่เย่ หยวนสามารถกำจัดนักสู้ทั้ง5คนได้ชั่วพริบตาเหมือนกับคนอื่นๆเช่นกัน แต่สิ่งหนึ่งที่หวัง หยวนไม่ทราบก็คือ..เย่ หยวนในตอนนี้มีพลังอยู่ในระดับสี่แล้ว หากเขารู้ถึงเรื่องนี้ก็ไม่ทราบได้เลยว่าในใจเขาจะคิดอย่างไรบ้าง….

 

……………………….

 

 

จิตวิญญาณแห่งหอคอยตกตะลึงอย่างมากเมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับหันหน้าไปมองเย่ หยวน

เขาได้ทดสอบลูกศิษย์มานับไม่ถ้วนในตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ละคนก็มีลักษณะต่างกันไป…บางคนทั้งๆที่มีพลังอยู่ในระดับที่เหนือกว่านักสู้ทั้งห้า…แต่ในท้ายที่สุดก็พ่ายแพ้ไปอย่างง่ายดายก็ยังมี แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็น…คนที่อยู่ในระดับเดียวกับนักสู้ทั้งห้า แต่สามารถจัดการได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

คนที่จะทำแบบนี้ได้จะต้องผู้ที่มีพลังไม่ต่ำกว่าอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับเจ็ด ถึงจะสามารถจัดการนักสู้ทั้งห้าคนได้ในพริบตาแบบนี้

มันไม่ใช่เรื่องยากในการยกระดับตนเองโดยการประลองกับผู้ที่เก่งกว่า แต่สิ่งที่ยากจริงๆคือ…การสังหารผู้ที่อยู่ในระดับเท่ากันหรือเหนือกว่า

 

ในตอนที่เย่ หยวนยังมีพลังอยู่เพียงระดับสาม เขาไม่สามารถสังหารเฟย หยางปิงได้ แม้ว่าเขาจะใช้

คลื่นอาญาที่หนึ่งได้ก็ตาม เห็นได้ชัดว่า…แม้จะใช้วรยุทธที่ทรงพลังและยากต่อการฝึกเพียงใด แต่มันไม่ใช่ง่ายๆเลยที่จะสังหารผู้ที่มีระดับพลังเหนือกว่า

แต่ในตอนนี้แย่ หยวนสามารถใช้วรยุทธนั้นในฐานะของผู้มีพลังระดับสี่ได้แล้ว…จึงไม่แปลกเลยที่จะจัดการนักสู้ทั้งห้าคนภายในการโจมตีครั้งเดียวได้ มันแสดงให้เห็นแล้วว่า…เขาทรงพลังแค่ไหนในตอนนี้!

 

 

“ข้าต้องขออภัยจริงๆที่ลืมบอกว่า..ข้ามาที่นี่เพื่อทดสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับดำ”

เย่ หยวนกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย

 

จิตวิญญาณแห่งหอคอยรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับท่าทางของเย่ หยวนเท่าไหร่  เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับว่า

“เอาล่ะ การทดสอบเพื่อเลื่อนขั้นไปยังระดับดำจะเริ่มนับบัดนี้ และนี่คือศัตรูของเจ้า”

จิตวิญญาณแห่งหอคอยได้โบกมือไปมาอีกครั้ง จากนั้นก็ได้ปรากฏนักสู้ในชุดสีดำทั้งห้าอีกครั้ง…แต่คราวนี้พวกนั้นมีพลังถึงระดับหกเลยทีเดียว

 

“แก่นแท้แห่งปราณระดับหก อืม…? ก็ดูไม่ค่อยเท่าไหร่นัก” เย่ หยวนบ่นพึมพำกับตัวเอง

ตามที่เย่ หยวนกล่าวมา…ความยากในการสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับดำ มันก็ไม่ได้ยากกว่าเดิมเท่าไหร่เลย

 

เมื่อเหล่าศิษย์เพาะปลูกพลังไปจนแข็งแกร่งขึ้น มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะกำจัดนักสู้ทั้งห้าคนที่มีพลังอยู่ในระดับหกแบบนี้

แต่ความยากอย่างแท้จริงนั้นจะอยู่ในการสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพีและระดับเทวะ!

การสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับปฐพีนั้นจะต้องต่อสู้กับ…นักสู้ในอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับแปดถึงห้าคน  และการสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับเทวะนั้นจะต้องต่อสู้กับนักสู้ในอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณระดับหนึ่งถึงห้าคนเลยที่เดียว!

 

 

โดยปกติแล้วลูกศิษย์จะต้องไปเตรียมตัวฝึกฝนตนเองให้แกร่งขึ้นก่อนเพื่อมาสอบเลื่อนระดับ มิเช่นนั้นมันจะเป็นสิ่งที่ยากเกินจะผ่านได้

อย่างแรกก่อนที่จะไปสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับเทวะนั้นจะต้องสำเร็จอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณในระดับหนึ่งให้ได้เสียก่อน ถึงจะมีโอกาสอบผ่าน แต่สำหรับลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์ระดับพระเจ้าอย่าง หลงถัง…เขาสามารถจัดการนักสู้ทั้งห้าที่มีพลังอยู่ในอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณระดับหนึ่งได้ ในตอนที่เขามีพลังอยู่แค่เพียงอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับเจ็ดเท่านั้น ด้วยเหตุนี้…ทางสำนักจึงได้ค่อยดูและและสนับสนุนหลงถังอย่างดีแบบนี้

 

นักสู้ระดับหกทั้งห้าคนตรงนี้ พวกเขาแข็งแกร่งกว่าเฟย หยางปิงมาก

แต่อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เย่ หยวนมีพลังอยู่ในระดับสาม…เขาสามารถสังหารเฟย หยางปิงได้อย่างง่ายดาย และตอนนี้เขาก็แข็งแกร่งขึ้นจนสำเร็จระดับสี่อย่างที่เห็น…แล้วศัตรูทั้งห้าที่เขาต้องกำจัดก็มีระดับพลังมากกว่าเฟย หยางปิงเพียงระดับเดียวเท่านั้น ดังนั้นนักสู้ทั้งห้าคนจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรในการจัดการเลย

 

ณ ขณะนี้นักสู้ระดับหกทั้งห้าคนได้ค่อยๆเดินตรงมาหาเย่ หยวนอย่างช้าๆ ในทางกลับกัน…เย่ หยวนก็ยังไม่คิดจะหยิบดาบบนพื้นแต่อย่างใด เขาได้ตั้งท่าเตรียมจะใช้หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้าอีกครั้งหนึ่ง

 

หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า – คลื่นอาญาที่สอง!

 

บื้มมม! บึ้มมมมม!

 

เป็นไปตามที่คิด…ร่างของนักสู้ทั้งห้าได้กระเด็นหายไปในพริบตาอีกครั้งเช่นเดียวกับตอนแรก

 

จิตวิญญาณแห่งหอคอยได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับจ้องหน้าเย่ หยวนด้วยความตกตะลึงอย่างมาก

เจ้าหนุ่มคนนี้….ช่างน่ากลัวเหลือเกิน……

 

ทั้งเหล่าลูกศิษย์และฮั่นหยางย่งที่กำลังเฝ้าดูอยู่ ต่างเบิกตากว้างขึ้นทันทีด้วยความตกตะลึงอย่างมาก

บ้าน่ะ!…สังหารภายในพริบตา? …เป็นไปได้อย่างไร?!

 

 

การทดสอบเพื่อเลื่อนขั้นไปยังระดับดำ..จะต้องจัดการนักสู้ผู้มีพลังระดับหกถึงห้าคน! และตัวเย่ หยวนเองก็มีระดับพลังอยู่เพียงระดับสี่แท้ๆ… อย่างว่าแต่เย่ หยวนจะล้มได้หรือป่าว….แต่นี่สามารถสังหารภายในพริบตาได้อย่างไรกัน?!

แม้ว่าฮั่นหยางย่งจะทราบว่า เย่ หยวนยังมีพรสวรรค์ที่สามารถก้าวข้ามไปยังระดับดำได้แน่นอน…แต่เขาไม่คิดว่าเย่ หยวนจะสามารถผ่านการทดสอบได้ง่ายดายเพียงนี้

 

นักสู้ผู้มีพลังถึงอาณาจักรแก่นแท้แหง่ปราณระดับหก..แถมยังมีจำนวนถึงห้าคน…..แต่ละคนนั้นมีฝีมือที่เหนือกว่าเฟย หยางปิงมาก แม้ว่าเย่ หยวนจะแข็งแกร่งเพียงใด…แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถสังหารทั้งห้าคนได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ มันช่างน่าขันสิ้นดี!

 

“พวกเจ้า!..ดูนั้น การสอบเลื่อนขั้นไปยังระดับดำได้จบลงแล้ว!…เอ่อ ….เจ้านี่มันอยู่ระดับเหลืองจริงๆใช่ไหม?….ในตอนนี้เขาก็กลายเป็นศิษย์ระดับดำแล้วงั้นรึ?”

 

 

“จะ-เจ้านี้มัน…แข็งแกร่งจนน่ากลัวเกินไปแล้ว…. สะ-สังหารภายในพริบตา! ทั้งๆที่ศัตรูของเจ้านั้นเป็นนักสู้ระดับหกแท้ๆ ….ขนาดตอนที่ศิษย์พี่หลงมาสอบเลื่อนระดับดำก็ยังไม่สามารถจัดการได้เร็วเพียงนี้เลย ข้าไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย”

 

“นี่ข้ากำลังเมาอยู่รึป่าว? สิ่งที่ข้าเห็นมันคือความจริงงั้นรึ?…เจ้านั้นมันไม่ใช่มนุษย์แล้ว ความแข็งแกร่งของเจ้านั้นมันเกินกว่าที่ข้าจินตนาการไว้อีก…..”

 

หวัง หยวนจ้องมองไปยังภาพฉายพร้อมกับกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ ในขณะนี้เขาตระหนักได้ว่า…เย่ หยวนคือภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่สำหรับเขาไปแล้ว

ความเร็วในการเพาะปลูกพลังของเย่ หยวนนั้นเร็วเกินไปแล้ว …ในความเร็วระดับนี้อีกไม่นานเจ้านั้นได้เหนือกว่าเขาเป็นแน่ สงสัยว่าจะต้องรีบปลิดชีพให้ได้โดยเร็ว…โอกาสที่จะฆ่าเจ้านั้นง่ายที่สุดคงมีแต่…การทดสอบไร้สิ้นสุด?

 

หึ! เย่ หยวน….แกต้องตาย!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top