*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่39 หลิน เทียนเฉิน

 196 Views

หลังจากที่เย่ หยวนกลั่นยาทลายแท่นแท้อีกชุดหนึ่งสำเร็จ เขาก็นั่งพักเป็นเวลานาน

สองสามวันที่ผ่านมา..เขาเอาแต่กลั่นยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคือความทรมานที่เกิดขึ้นซ้ำๆกัน…จนทำให้เขาเหนื่อยอย่างกับจะตาย

แต่สิ่งที่ทำลงไปมันก็คุ้มกับสิ่งที่ได้รับกลับมา ตลอดเวลาในการกลั่นยาเขาได้เพาะปลูกพลังปราณไปด้วยโดยไม่รู้ตัว

ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับสี่อยู่เพียงก้าวเดียวเท่านั้น ตราบเท่าที่เขาสามารถสะสมพลังปราณได้เพียงพอ…เขาก็สามารถสำเร็จระดับสี่ได้ทุกเมื่อ

ในตอนนี้เหลือเพียงนำเม็ดยาลงไปในขวดเท่านั้น

 

“เฮ้อออ…เสร็จซะที ลู่เอ๋อช่วยยืนเฝ้าประตูห้องให้ที…ข้าจะทำการทลายพลังปราณเพื่อก้าวสู่ระดับสี่” เย่ หยวนสั่งลู่เอ๋อ

ในตอนนี้ยาต้องกลั่นนั้นเหลือไม่มากแล้ว ดังนั้นเย่ หยวนจึงไม่ได้ใช้พลังปราณของตนมากนัก

 

หลังจากที่กลืนยาฟื้นคืนร่างกายลงไป เขาก็ทำสมาธิเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง…จากนั้นพลังปราณเย่ หยวนก็ถูกฟื้นฟูจนเต็มเปี่ยม

เขาได้ใช้โอกาสนี้..หยิบยาทลายแก่นแท้ขั้นเหนือฟ้า5เม็ดโยนเข้าปากเขาในทันที จากนั้นก็ได้ใช้วรยุทธเก้าเซียนบูรพาในการเพาะปลูกพลังเพื่อให้สำเร็จอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับสี่

 

ถ้าเป็นผู้มีพลังระดับสามคนอื่นๆได้กินยาปริมาณมากขนาดนี้เข้าไปในครั้งเดียวคงได้ตายแน่ๆ

แต่เป็นเพราะวรยุทธเก้าเซียนบูรพาที่ทรงพลัง…เพียงแค่ยาระดับต่ำแบบนี้สามารถรับมือได้สบายมาก ฤทธิ์ยาได้ผสานเข้ากับพลังปราณของเขา…และได้ไหลเวียนไปทั่วร่างผ่านเส้นเลือดและเส้นเอ็น

เย่ หยวนไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า…เขาได้กินยาทลายแก่นแท้ขั้นเหนือฟ้าไปอีก 3เม็ดทันที เนื่องจากพลังปราณในตอนนี้ยังไม่เป็นที่พอใจสำหรับเย่ หยวน

เย่ หยวนได้เดินลมปราณในร่างกายอีกครั้งและด้วยลมปราณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังตอนนี้ของเขา…จึงทำให้เขาสามารถก้าวข้ามปัญหาคอขวดไปได้ หากเป็นคนอื่นเมื่อพบกับปัญหาคอขวดแบบนี้คงย่อท้อไปแล้ว…กลับกันเย่ หยวนได้ใช้พลังปราณทั้งหมดที่มีในการทลายปัญหาเหล่านั้นทิ้งไป จนในที่สุด….

 

สำเร็จอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับสี่!

 

สำหรับคนอื่นๆปัญหาคอขวดแบบนี้จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย2-3เดือนในการก้าวข้ามมันไป บางกรณีอาจใช้เวลานานนับปีก็มี….แต่เย่ หยวนสามารถก้าวข้ามมันได้ภายในสองชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม…เย่ หยวนไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เขายังคงกินยาทลายแก่นแท้อย่างต่อเนื่อง…และทำการเพาะปลูกพลังต่อ จนในที่สุดเขาก็หยุดลงในตอนที่พลังของเขามาถึงจุดสูงสุดของระดับสี่

 

เขารับรู้ได้ทันทีถึงพลังปราณในร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น แม้จะเป็นเช่นนั้นเขขาก็ยังส่ายหัวอย่างไม่พอใจ

ข้ายังคงอ่อนแอเกินไปอยู่ดี ข้าสงสัยจริงๆว่า…ต้องมีพลังขนาดไหนถึงจะกลับไปยังกินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้? แต่เอาเถอะ….หากเป็นพลังในตอนนี้ล่ะก็ ข้าสามารถใช้คลื่นอาญาที่หนึ่งสังหารเฟย หยางปิงได้สบายๆ

หลังจากที่เขาใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการเพาะปลูกพลัง…ในตอนนี้รุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ก็ได้มาถึงแล้ว และอีกไม่กี่ชั่วโมงเขาจะต้องเดินทางไปหาฮั่นหยางย่งแล้ว

เนื่องจากเย่ หยวนก้าวเข้าสู่ระดับสี่มาสักพักแล้ว ร่างกายของเขาจึงฟื้นหูเต็มที่แล้วในตอนนี้….และในปัจจุบันการที่ลู่เอ๋อเพาะปลูกพลังทั้งคืนอย่างเย่ หยวน มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนางมากเท่าไหร่

 

ในขณะนี้นายน้อยและสาวใช้ของเขากำลังเดินทางไปยังหอคอยจิตมายาด้วยกัน และเมื่อไปถึงก็พบว่า อาจารย์ฮั่นได้กำลังรอพวกเขาอยู่นานแล้ว

 

“ขอคาราวะอาจารย์ฮั่น”เย่ หยวนและลู่เอ๋อได้พูดพร้อมกัน

 

ฮั่นหยางย่งได้พยักหน้าเล็กน้อยอย่างเงียบๆ

สัญชาตญาณของฮั่นหยางย่งรู้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของเย่ หยวนได้ทันที…และมันทำให้ฮั่นหยางย่งประหลาดใจเล็กน้อย

“ข้าไม่เห็นเจ้าไม่ถึงวัน…เพียงคืนเดียวเจ้าสามารถสำเร็จระดับสี่ได้แล้วรึเนี่ย?”

ฮั่นหยางย่งถามด้วยความประหลาดใจ

 

“ฮ่าฮ่า…ข้าเพียงโชคดีน่ะท่าน” เย่ หยวนกล่าวขึ้นพร้อมหัวเราะ

 

“ในคราแรก…คนอื่นๆต่างบอกเจ้าว่า ที่เจ้าสามารถบรรลุได้ถึงสองระดับภายในเวลาอันสั้นเป็นเพราะพ่อของเจ้า แต่หลังจากที่ข้าเห็นฝีมือของเจ้าในการประลองครั้งนั้น…ข้าก็รู้ได้ว่ามันม่ใช่เพราะพ่อของเจ้า แต่..เป็นเพราะตัวเจ้าเองต่างหาก”

“แม้จะเป็นแบบนั้น แต่ข้าก็ไม่คาดคิดเวลาว่า…เจ้าจะสำเร็จระดับสี่ได้เร็วเพียงนี้”

 

“มันก็หลายๆอย่างน่ะท่าน ข้าเองก็เป็นลูกชายขของเซียนโอสถ…ซึ่งตั้งแต่เด็กจนโตข้าก็ได้กินยาบำรุงมากมาย มันคงมีส่วนช่วยให้ข้าพัฒนาเร็วเช่นนี้…และหากข้ายังไม่รีบสำเร็จระดับสี่ล่ะก็ ข้าคงทำให้วงศ์ตระกูลข้าขายหน้าเป็นแน่” เย่ หยวนกล่าวขึ้น และในประโยคเหล่านั้นก็มีทั้งความจริงและเรื่องที่กุขึ้น

 

ฮั่นหยางย่งพยักหน้าและไม่ได้ตอบใดๆกลับไป ราวกับว่าเขาได้รับรู้และเข้าใจในสิ่งที่เย่ หยวนพยายามสื่อ จากนั้นสักครู่เขาจึงพูดต่อว่า

“การสอบของพวกเจ้ายังไม่เริ่ม…พวกเจ้าทั้งสองต้องรอก่อนสักครู่”

 

เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใช่แค่เย่ หยวนและลู่เอ๋อเท่านั้นที่เข้าร่วมการสอบในวันนี้ ได้มีผู้คนเป็นโหลๆที่กำลังรอการสอบอยู่เช่นกัน

 

“เข้าใจแล้วอาจารย์ฮั่น” เย่ หยวนตอบกลับภายในหนึ่งอึดใจ จากนั้นเขาและลู่เอ๋อก็เดินไปยังกลุ่มคนที่กำลังรอการสอบเหมือนพวกเขา

แต่เนื่องจากเขาคือเย่ หยวน เขาจึงทำให้กลุ่มคนที่ได้เห็นเกิดความปั่นป่วนขึ้นในทันที

ปัจจุบันเย่ หยวนมีชื่อเสียงอย่างมาก ไม่เพียงแค่…สามารถสังหารเฟย หยางปิงที่มีพลังมากกว่าตัวเขาเองถึงสองระดับได้เท่านั้น แต่เขาเองก็ทำให้ผู้คนสูญเสียยาทลายแก่นแท้หลายหมื่นเม็ดจากคนสองร้อยกว่าคน

ขนาดคนที่ไม่รู้จักเย่ หยวนมาก่อน…ในเวลานี้พวกเขาก็ต่างคุ้นชื่อนี้เป็นอย่างดี

 

“พวกเจ้า! นั้นเย่ หยวนไม่ใช่รึ?…เขามาเข้าร่วมการสอบเหมือนพวกเราเช่นกัน!”

 

“ก็สมควรอยู่หรอก แต่พลังเพียงระดับสามมาเข้าสอบเลื่อนขึ้นไประดับดำงั้นรึ…เขาอาจได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษก็เป็นได้”

 

“อย่าดูถูกไปหน่อยเลย ขนาดตอนนั้นศิษย์พี่หลงก็อยู่เพียงระดับสาม…เขาก็ยังมาสอบเลื่อนระดับดำเลยไม่ใช่รึ? ไม่แน่เย่ หยวนอาจแกร่งพอๆกับศิษย์พี่หลงในตอนนั้น?”

 

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆเย่ หยวนสามารถใช้หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้าได้…แถมยังใช้ได้ถึงคลื่นอาญาที่สองอีก ไม่แน่อาจจะแกร่งกว่าศิษย์พี่หลงในตอนนั้นไปแล้วก็ได้? เพราะขนาดศิษย์พี่หลงยังต้องใช้เวลาเป็นเดือนในการฝึกฝนมัน…แถมก็ยังเป็นเพียงคลื่นอาญาที่หนึ่งอีกด้วย”

 

“หึ เขาก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ…ดังนั้นจะเอาเจ้านั้นไปเปรียบเทียบกับศิษย์พี่หลงได้อย่างไร?”

 

“แค่โชคดีงั้นรึ? งั้นเจ้าอธิบายมาสิว่า…เขาใช้ก้าวพริบตาขั้นสวรรค์ลือลั่นได้อย่างไร?”

 

“……”

 

“หื้ม? ดูนั้น!”

“เย่ หยวน…ขะ-เขา…ก้าวข้ามไปได้แล้วงั้นรึ…..!”

 

“ก้าวข้ามอะไร? …..!! เขาสำเร็จอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับสี่ได้แล้ว! บ้าน่า..เขาทำได้อย่างไร? สองสามวันก่อนเขายังอยู่ที่ระดับสามเองไม่ใช่รึ?”

 

“…..”

 

เมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นสัมผัสพลังเย่ หยวนได้ พวกเขาก็หน้าซีดอย่างกับเห็นผี

พวกเขาเหล่านั้นต่างจับจ้องไปยังเย่ หยวนด้วยสายตาที่ตกตะลึงที่เย่ หยวนได้สำเร็จระดับสี่แล้วในตอนนี้

 

“ฮ่า ฮ่า…ทำไมทุกคนถึงมองข้าแบบนั้นกัน ข้ารู้..ว่าข้าหล่อเพียงใด แต่ก็อย่าจ้องข้าขนาดนี้เลย..ข้ารู้สึกประหม่าน่ะ แค่พลังระดับสี่เอง..มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย พวกท่านเองก็มีพลังแกร่งกว่าข้ากันทั้งนั้น..พวกท่านไม่ต้องประหลาดใจกันหรอก” เย่ หยวนไม่ได้รู้สึกประหม่าหรืออึดอัดเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่พูดปัดๆไปเท่านั้น

 

ทุกคนในนี้ต่างพูดไม่ออกกับท่าทางการแสดงออกของเย่ หยวน

การก้าวข้ามมายังระดับสี่มันเป็นอะไรที่ลำบากมาก พวกเขาต่างต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างมากในการข้ามมาได้…แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเย่ หยวนนั้นมันอะไรกัน?…ก้าวข้ามได้ภายในสองสามวันเท่านั้น?

ด้วยความเร็วในการก้าวขข้ามมายังระดับสี่ของเขา…มันได้แสดงถึงความแข็งแกร่งของเย่ หยวนได้ในหลายๆแง่มุม แน่นอนว่าไม่มีทางเลยที่เขาจะไม่ได้เลื่อนระดับไปยังระดับดำ?…บางทีระดับดำมันอาจเป็นเพียงเศษฝุ่นข้างทางสำหรับเขาด้วยซ้ำ

 

แต่จู่ๆการพูดคุยของพวกเขาก็ได้หยุดลงด้วยเสียงแทรกเสียงหนึ่ง

 

“นั้นมัน!…ศิษย์พี่หลิน เทียนเฉิน ในตอนนี้เขาอยู่ในระดับปฐพีและมีโอกาสสูงอย่างมากที่จะได้เลื่อนไปยังระดับเทวะ! คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะได้เข้าร่วมการสอบในครั้งนี้ด้วย…การที่เขามาแบบนี้แสดงว่าเขาคงมั่นใจแล้วว่าจะสามารถเลื่อนไปยังระดับเทวะได้” ได้มีเสียงคนๆหนึ่งที่รู้จักเขาตะโกนขึ้นมาในทันที

 

หลิน เทียนเฉินเดินเข้ามาอย่างช้าๆโดยมือที่กำลังไขว้หลังอยู่ เขาได้หยุดตรงหน้าเย่ หยวนเพื่อสร้างความกดดันให้แก่เขาและถามว่า

“เจ้าคือ…เย่ หยวน?”

 

เย่ หยวนไม่รู้สึกกดดันเลยแม้แต่น้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับคนๆนี้ เขาได้ตอบกลับอย่างเยือกเย็นว่า

“ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช่เย่ หยวนชื่อดังคนนั้นหรือป่าว…แต่ผู้คนมากมายก็ต่างเรียกข้าว่า เย่ หยวน”

 

“หึ! ช่างเล่นลิ้นซะจริง!…ไม่กี่วันที่ผ่านมาข้าได้ยินคำล่ำลืออันน่ากลัวเกี่ยวกับเจ้า ในวันนี้ข้าล่ะอยากเห็นกับตาตัวเองจริงๆว่าจะน่ากลัวสมคำล่ำลือหรือไม่” หลิน เทียนเฉินกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยการดูถูก

 

“งั้นรึ? ตอนนี้ข้าดังขนาดนั้นเลย? ที่ผ่านมาข้าก็ได้ยินชื่อเสียงของศิษย์พี่หลินมาก็ไม่น้อย…และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เจอตัวเป็นๆ ในการสอบครั้นนี้ ข้าหวังว่า…ท่านคงไม่พลาดท่าจนล้มเหลวไปซะก่อน ขอให้ผ่านไปสู่ระดับเทวะล่ะกัน”

คำพูดสบประมาทของเย่ หยวนมันทำให้ผู้คนโดยรอบที่ได้ยินต่างเหงื่อตกทั้งสิ้น

เย่ หยวนพูดอย่างกับว่ากำลังแช่งให้หลิน เทียนเฉินให้ล้มเหลวกับการสอบครั้งนี้

 

แต่คำพูดเหล่าก็ก็ไปจี้จุดอ่อนของหลิน เทียนเฉินเข้าอย่างจัง…..

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!