*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่38 การสอบเลื่อนระดับ

 207 Views

ภายใต้ทุกสายตาที่ยังตกตะลึงกับคำขอของอาจารย์เฟิน เย่ หยวนได้ใช้ก้าวพริบตาออกไปในทันที ทิ้งให้อาจารย์เฟินยืนเก้ออยู่แบบนั้น

แต่ในตอนนี้เย่ หยวนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น…เขาง่วงนอนอย่างมาก

ที่เจ้าเด็กนี้ไม่ได้นอนหรือว่า…..เพราะมีศึกหนักในยามราตรีกัน?

 

สำหรับเรื่องการมาเป็นผู้ช่วยอาจารย์เฟินของเย่ หยวน พวกเขายังไม่ได้ตกลงอย่างเป็นทางการ และตัวเย่ หยวนเองก็ไม่เหลือทางเลือกใดๆแล้วด้วย

เฟิน หลัวปิงมีพลังอยู่ในอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณ หากนางไม่ต้องการให้เย่ หยวนหนีไปจริงๆ..นางก็สามารถห้ามเขาได้ง่ายมาก เพียงแค่ก้าวพริบตาของเย่ หยวน…นางสามารถหยุดได้สบายๆ

 

เวลาได้ผ่านไป…ณ ที่พักของเย่ หยวน เขาได้นอนหลับจนถึงหัวค่ำ…จากนั้นเขาก็ค่อยๆได้สติและลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อย

เขาโยนยาฟื้นคืนร่างกายขั้นเหนือฟ้าลงคออย่างรวดเร็ว เพื่อให้ยาตัวนี้ไปฟื้นฟูพลังปราณของเขาให้กลับมาเร็วขึ้น  เขาได้ปรุงยาฟื้นคืนร่างกายก่อนออกเดินทางมายังสำหนักดานวู…ซึ่งในตอนนี้มันมีประโยชน์มากเลยทีเดียว

เมื่อฟื้นฟูพลังปราณของตนเสร็จ เขาก็หันไปกลั่นยาโดยวิธีผสานหกดาวต่อทันที…เพื่อยาทลายแก่นแท้ขั้นเหนือฟ้า

 

นี่เป็นแผนการขนาดมหาโหดที่ใช้ยาทลายแก่นแท้ขั้นสูงนับหมื่นๆเม็ด แม้ว่าการกลั่นหนึ่งครั้งจะใช้ยาจำนวนถึงหกกอง…แต่มันก็ไม่มีวี่แววจะเสร็จง่ายๆเลย แต่หากสำเร็จสิ่งที่เขาจะได้มันมีมูลค่ามหาศาลอย่างมาก เป็นถึงยาทลายแก่นแท้ขั้นเหนือฟ้าเป็นพันๆเม็ดเลยทีเดียว

ดังนั้นเย่ หยวนจึงทุ่มสุดตัวจนหมดแรง..จึงปรากฏฉากแอบหลับในตอนเรียนแบบนั้น และเวลาที่เหลือเขาก็กลับมากลั่นยาต่อ

 

จู่ๆเย่ หยวนก็ถูกเรียกโดยลู่เอ๋อ เมื่อเดินออกไป…เขาก็พบว่านางกำลังยืนปิดทางไม่ให้ใครบางคนเข้ามาอยู่ คนๆนั้นคือ..ฮั่นหยางย่ง ที่เป็นผู้ดูแลการประลองความเป็นความตายเมื่อวานนี้ ดูท่าทางแล้ว…อาจารย์ฮั่นเหมือนกำลังมองหาตัวเย่ หยวนอยู่

 

 

“ฮ่า ฮ่า คาราวะอาจารย์ฮั่น…ท่านกำลังมองหาข้าอยู่ใช่หรือไม่ พอดีข้ากำลังมีธุระด่วนอยู่ หากท่านมีเรื่องเร่งด่วนอะไรก็โปรดบอกข้ามาเลย” เย่ หยวนหัวเราะและกล่าวแบบนี้ออกไป

 

ฮั่นหยางย่งไม่ใช่คนที่คิดเล็กคิดน้อย ดังนั้นเขาจึงไม่โกรธที่เย่ หยวนกล่าวแบบนี้กับเขา

เขาจึงได้ถามออกไปทันทีว่า “ไม่เป็นไร แต่…ไม่เชิญข้านั่งหน่อยรึ?”

 

ในตอนนี้เย่ หยวนได้ยืนคุยกับอาจารย์ฮั่นอยู่หน้าประตู และเย่ หยวนเองไม่ได้มีเจตนาที่จะเสียมารยาทแบบนี้…แต่ในตอนนี้ห้องของเขามันเต็มไปด้วยอุปกรณ์และกองยาทลายแก่นแท้ที่เกลื่อนกลาดเต็มไปหมด …..ในเวลานี้ ไม่เพียงแค่สำนักดานวูที่วุ่นวาย…ทั่วรัฐฉินในตอนนี้ก็วุ่นวายเช่นกัน

 

“เอ่อ…ข้าต้องขออภัยจริงๆ ในห้องตอนนี้มันรกเกินกว่าจะเข้าไปได้…หลังจากเสร็จธุระข้าจะรีบเก็บกวาดและเชิญท่านมานั่งจิบชาพูดคุยกันดีในวันอื่นดีกว่าหรือไม่?”

เย่ หยวนพูดเพื่อพยายามหลีกเลี่ยงให้อาจารย์ฮั่นเข้ามาในตอนนี้

 

เย่ หยวนเคยได้ยินชื่อเสียงของอาจารย์ฮั่นมาก่อนว่า…เขาเป็นคนที่ดุอย่างมาก แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์และยุติธรรมอย่างมาก ดังนั้นเมื่อเย่ หยวนกล่าวไปตรงๆแบบนี้แล้ว เขาก็มั่นใจได้ว่าอาจารย์จะไม่บุกเข้ามาโต้งๆ

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ฮั่นหยางย่งก็เข้าใจแล้วว่า..เย่ หยวนคงกำลังทดลองหรือทำอะไรบางอย่างในห้องจริงๆ แต่ห้องพักของลูกศิษย์นั้นถือเป็นพื้นที่ส่วนตัว..ดังนั้นเขาจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะบุกเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัวได้

“เอาล่ะ..งั้นข้าจะรอคำเชิญของเจ้า”

 

เย่ หยวนมีตอบกลับอย่างสุภาพ แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่า…อาจารย์ฮั่นจะเป็นฝ่ายยอมรอคำเชิญแบบนี้ และหวังว่าอาจารย์ฮั่นจะทำตามที่เขาพูดไป

ทุกคนในสำนักต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า…อาจารย์ฮั่นนั้นเป็นคนที่คลั่งไคล้ในศาสตร์แห่งการต่อสู้อย่างมากและก็มั่นใจว่าไม่มีใครจะคลั่งไคล้เท่าเขาแล้ว แต่ทำไมวันนี้เขาถึงเป็นฝ่ายที่ยอมถอยกลับไป?

 

“ที่ข้ามาหาเจ้าในวันนี้เพียงแค่จะมาบอกเจ้าว่า…จริงๆแล้วพลังของเจ้าที่มีอยู่ในตอนนี้มันสามารถเลื่อนขั้นไปยังระดับดำได้สบายๆเลยล่ะ ว่าไง…อยากลองไปสอบเลื่อนระดับหน่อยไหม?” ฮั่นหยางย่งกล่าวอย่างกับว่าจะพาเขาไปสอบ

ระดับต่างๆในสำนักดานวูนั้นไม่ได้ถูกกำหนดจากระดับพลังแต่อย่างใด

 

หากคนๆนั้นรู้สึกว่าตนเองแข็งแกร่งพอแล้ว คนๆนั้นจะสามารถไปยังหอคอยจิตมายา…เพื่อเข้าการสอบเลื่อนระดับได้ และผู้ดูแลและผู้รับผิดชอบในการสอบเลื่อนระดับคือ อาจารย์ฮั่นนั้นเอง

และในความเป็นจริงเหล่าศิษย์ที่อยู่ในระดับดำส่วนใหญ่คือพวกรอวันตายเท่านั้น…หมายถึงพวกเขามีพลังเพียงแค่นั้นและไม่สามารถพัฒนาใดๆต่อได้อีกแล้ว จึงติดแหงกอยู่ที่ระดับดำแบบนี้ หากคนไหนเก่งจริงๆ…พวกเขาจะไม่ติดอยู่ในระดับดำนานนัก ภายในระยะเวลาหนึ่งพวกเขาก็สามารถก้าวข้ามไปยังระดับที่สูงกว่านี้ได้

ซึ่งเย่ หยวนในอดีตก็คือพวกรอวันตายแบบคนเหล่านั้น

 

ความแข็งแกร่งของเฟย หยางปิง นั้นโดดเด่นในระดับเหลืองมาอยู่แล้ว…และเมื่อได้ก้าวสู่ระดับห้า หลังการประลองเสร็จเขาก็คิดว่าจะไปสอบเลื่อนระดับดู…แต่ก็ไม่นึกว่าจะถูกเย่ หยวนฆ่าไปเสียก่อน

 

แต่จริงๆแล้วที่ฮั่นหยางย่งมาหาเย่ หยวนในวันนี้ไม่ใช่ว่าจะพาเขาไปสอบ

การเข้าไปสอบยังหอคอยจิตมายา..มันเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน ไม่สามารถบังคับกันได้ แต่ฮั่นหยางย่งก็ไม่อาจปล่อยปะละเลยไปได้…เขาจึงมักมาหาเหล่าลูกศิษย์เพื่อกระตุ้นพวกเขา

และในตอนการประลองความเป็นความตาย ฮั่นหยางย่งก็สนใจในตัวเย่ หยวนอย่างมากเมื่อเห็นพลังที่แท้จริงของเขา ในตอนนี้สำหรับฮั่นหยางย่ง…เย่ หยวนคือม้ามืดฝีเท้าดีคนหนึ่งเลย

ตั้งแต่การประลองครั้งนั้น..ฮั่นหยางย่งก็เห็นความสามารถที่ซ้อนอยู่ในตัวเย่ หยวนอย่างชัดเจน และแน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานมันไม่ใช่ความบังเอิญ…ผู้ที่ประสบความสำเร็จแต่ละคนมักจะมีความลับซ่อนอยู่เสมอ?

 

อันดับหนึ่งแห่งหอนักสู้อย่าง..หลงถัง หรือแม้แต่อันดับสองอย่าง..จั่ว บู่กุย แน่นอนว่าคนเหล่านี้มาจากตระกูลชั้นสูง แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่สำนักสนใจ…กลับกัน สิ่งเดียวที่สำนักสนใจคือความแข็งแกร่งเท่านั้น

แม้ว่าเย่ หยวนจะอยู่เพียงอาณาจักรแท่นแท้แห่งปราณระดับสาม แต่เขาสามารถสังหารผู้ที่มีพลังอยู่ในระดับห้าได้ในระหว่างการประลองความเป็นความตาย

แต่สิ่งที่ฮั่นหยางย่งสงสัยที่สุดคือ..แท้จริงแล้วเย่ หยวนมีพลังอยู่ในระดับไหนกันแน่? เนื่องจากในการประลองเขารู้สึกได้ทันทีเลยว่า…ในตอนนั้นเย่ หยวนยังไม่ได้เอาจริง

ดังนั้นการทดสอบในหอคอยจิตมายาคือวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจสอบพลังที่แท้จริงของเย่ หยวนได้

 

ในสำนักดานวูลูกศิษย์ส่วนใหญ่มักจะกระตือรือร้นอย่างมากกับเรื่องสอบเลื่อนระดับ เพื่อความก้าวหน้าของอนาคตพวกเขาเอง แต่…ฮั่นหยางย่งได้ยินมาว่า…สองสามวันที่ผ่านมา เย่ หยวนเอาแต่นอนและแอบหลับในคาบเรียนอีก…และดูไม่มีทีทางที่จะเข้าสอบเลื่อนระดับเลย ดังนั้นเขาจึงมาหาเย่ หยวนถึงที่พักแบบนี้

 

“การสอบเลื่อนระดับงั้นรึ?”

“แล้วข้าสามารถไปสอบได้ตอนไหนบ้าง?”

เย่ หยวนหยุดคิดไปชั่วครู่ก่อน เอ่ยปากตอบ

 

ในสองสามวันที่ผ่านมา…เย่ หยวนเอาแต่หมกมุ่นเรื่องยา จนลืมเรื่องอื่นๆอย่างการสอบเลื่อนระดับไปสนิทเลย คนที่มีฝีมือจริงๆย่อมไม่กลัวการทดสอบแสดงฝีมือแบบนี้เป็นแน่..แจ่เย่ หยวนเองก็ไม่กลัวที่จะแสดงผีมือที่แท้จริงออกมา

 

ในอดีตเย่ หยวนคนนี้เป็นถึงจักรพรรดิโอสถและเขาไม่จำเป็นจะต้องปิดซ่อนพลังแต่อย่างใดในสำนักดานวู นอกจากนี้เขาต้องการจะรู้ด้วยความขีดจำกัดของพลังเขาในปัจจุบันมันมีมากน้อยแค่ไหนกัน

 

“ทุกเวลาที่เจ้าต้องการ” ฮั่นหยางย่งกล่าว

 

“ถ้างั้น..เข้าจะไปยังหอคอยจิตมายาในวันพรุ่งนี้เช้า”

เย่ หยวนหยุดคิดสักพักก่อนจะตอบกลับ

 

ฮั่นหยางย่งพยักหน้าและกำลังจะเดินกลับ

 

“ข้ามีคำถามเล็กน้อย..อาจจารย์ฮั่น” เย่ หยวนพึ่งนึกอะไรบางอย่างออกมาได้..จึงเรียกอาจารย์อย่างกะทันหัน

 

“อะไรงั้นรึ?”

 

“หากข้าต้องการให้สาวใช้ของข้าเข้าสอบเลื่อนระดับด้วยได้หรือไม่? ไม่ทราบว่ามันจะผิดกฎทางสำนักหรือไม่…แล้วท่านสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ไหม?”

 

ลู่เอ๋อได้ติดตามเย่ หยวนมายังสำนักดานวูและได้อาศัยอยู่ในที่พักเย่ หยวนมาก็หลายวันแล้ว แต่เนื่องจากสองสามวันที่ผ่านมาเย่ หยวนกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องยา เขาจึงไม่มีเวลามาฝึกให้นางเลย และในวันนี้เย่ หยวนก็บังเอิญมาพบกับอ่าจารย์ฮั่นพอดี…จึงได้โอกาสถามขึ้นมา

ตามกฎระเบียบของสำนักดานวูแล้ว…พวกเขาจะไม่อนุญาตให้ลูกศิษย์นำคนใช้มายังสำนักได้อย่างอิสระ แม้ว่าจะเป็นคนที่ไม่มีปัญหาใดๆก็ตาม…แต่สำหรับลู่เอ๋อที่มาเข้าพักเพียงไม่กี่วัน จึงไม่มีปัญหาใดๆ…แต่หากอยู่นานกว่านั้น ทางสำนักอาจจะต้องเข้ามาแทรกแซงได้

 

“หญิงสาวนางนี้น่ะรึ…ในตอนนี้อายุก็ยังน้อยแถมยังมีพลังแค่เพียงอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับสามเท่านั้น จริงๆแล้ว…นางแทบไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมการสอบได้เลย ….เอาล่ะ! ….ในวันพรุ่งนี้เจ้าลองพานางมาด้วยก็ได้”  เมื่อฮั่นหยางย่งพูดเสร็จก็ได้พยักหน้าเล็กน้อย

 

เพียงแค่มองครู่เดียว ฮั่นหยางย่งก็รู้ทันทีว่าพลังของหญิงสาวนางนี้อยู่ในระดับอะไร

ลู่เอ๋อนางอายุน้อยกว่าเย่ หยวน 1ปี และพลังของนางในตอนนี้ก็คือระดับสาม…มันเห็นได้ชัดว่าฮั่นหยางย่งไม่ค่อยสนใจนางเท่าไหร่

อย่างไรก็ตามฮั่นหยางย่งไม่รู้เลยว่า…เวลาเพียงไม่ถึงเดือน ลู่เอ๋อก็สามารถสำเร็จระดับสามได้แล้ว

และตัวเย่ หยวนเองก็ตกใจเล็กน้อยอย่างมากกับความเร็วในการเพาะปลูกพลังของลู่เอ๋อ

 

ภายในคืนเดียว..นางสามารถสำเร็จระดับหนึ่งได้แล้ว และหลังจากนั้นห้าวันด้วยความช่วยเหลือของยาทลายลมปราณของเย่ หยวน นางก็สำเร็จในระดับสองได้

และเมื่อวานนี้หลังจากที่นางได้กินยาทลายแก่นแท้ขั้นเหนือฟ้าลงไป นางก็ได้สำเร็จระดับสาม…และในตอนนี้ระดับพลังของนางก็ตามเย่ หยวนทันแล้ว

มันน่าตกใจอย่างมากที่นางมีความเร็วในการเพาะปลูกถึงขนาดนี้

 

แม้ว่ายาจะดีเพียงใดแต่ตัวแปรสำคัญที่สุดคือพรสวรรค์ของนางเอง หากนางเปิดเผยพรสวรรค์ของนางออกมาจริงๆ…ทุกคนที่มีพรสวรรค์ในรัฐฉินจะต้องถูกบดบังใต้เงาของนางแน่นอน

แถมนางก็ยังมีวรยุทธปราณเหมันต์ลวงสวรรค์ที่เย่ หยวนสอนไว้ให้อีก…มันยิ่งทำให้ความเร็วในการเพาะปลูกของนางทวีความเร็วยิ่งขึ้น

 

ลู่เอ๋อมีพรสวรรค์ที่ติดตัวนางมาตั้งแต่เกิด และในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา..เย่ หยวนก็ยังได้สอนทักษะการต่อสู้ให้กับนางอีกด้วย นางสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วราวกับว่านางเกิดมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

พลังของลู่เอ๋อในปัจจุบันนั้นไม่น้อยไปกว่าพลังระดับสี่แน่นอน ดังนั้นนางไม่มีปัญหาในเรื่องสอบเลื่อนระดับเลย

ทั้งนายน้อยและสาวใช้ของเขา ทั้งสองจะเข้าร่วมการสอบเลื่อนระดับ…เป็นอะไรที่น่าสนใจจริงๆ

 

 

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!