*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่33 เจ้านี่ช่างพูดจริงๆ

 261 Views

การโบยนั้นเป็นรูปแบบหนึ่งที่นิยมลงโทษเหล่าศิษย์ที่กระทำผิด

การโบยแบบนี้แตกต่างจากการโบกธรรมดาตรงที่ แส้ที่ใช้จะมีพลังปราณซ่อนอยู่ข้างใน…เวลาฟาดลงไปในแต่ละครั้งจะเกิดอาการเจ็บปวดถึงกระดูกเลยทีเดียว

ค่าเฉลี่ยที่ลูกศิษย์เคยโดนจะอยู่ประมาณ 30-50ครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาจะต้องนอนพักฟื้นเป็นเวลาสิบกว่าวัน

แต่ตอนนี้หวัง หยวนต้องโดนโบยถึง100ครั้ง ตัวเขาเองคงไม่สามารถเดินได้อย่างน้อยสิบวันเป็นอย่างต่ำแน่นอน

หวัง หยวนรู้ดีว่าในตอนนี้ฮั่นหยางย่งกำลังอารมณ์ไม่ดี ดังนั้นเขาจึงเลี่ยงที่จะคุยและเดินไปทางเย่ หยวนแทนพร้อมพูดว่า “หึ!…หลังจบการประลองแล้วข้าจะมาเคารพศพเจ้าเอง!”

 

เย่ หยวนไม่เผยความรู้สึกใดๆออกมา และพูดด้วยเสียงที่ดังว่า

“ขอบคุณมาก…แต่ข้าคิดว่าท่านควรนำศพสุนัขรับใช้ของท่านไปฝังมากกว่า”

เมื่อเย่ หยวนพูดเสร็จ เขาก็กวักมือไล่หวัง หยวนให้ออกไปจากลานประลอง

 

ถ้านี่ไม่ใช่สัญญาความเป็นความตายล่ะก็ หวัง หยวนคงรีบพุ่งลงสนามและจัดการฉีกเย่ หยวนเป็นชิ้นๆไปแล้ว

 

หลังจากที่หวัง หยวนเดินออกไป…ฮั่นหยางย่งก็ได้ประกาศต่อว่า

“การประลอง..เริ่มขึ้นได้!”

 

 

ในตอนนี้เฟย หยางปิงได้ฟื้นตัวแล้ว สายตาที่จับจ้องไปทางเย่ หยวนเต็มไปด้วยความเกลียดชัง..ราวกับว่าต้องการกำจัดเย่ หยวนออกไปจากชีวิตให้ได้

“เย่ หยวน..แกนี่มันน่ารังเกลียดจริงๆ ใช้วิธีสกปรกๆลอบโจมตีข้า!”

เฟย หยางปิงกัดฟันพูดออกมาด้วยความเกลียดชัง

 

เย่ หยวนได้จ้องไปทางเขาดั่งคนงี่เง่า

“นี่ๆ ก็เจ้าพูดเองไม่ใช่รึว่า..ให้ข้าเริ่มก่อนสามกระบวนท่า แล้วจู่ๆเจ้าจะมาพูดแบบนี้ไม่ได้หรอก..จะว่าไปหน้าของเจ้ากลายเป็นหัวหมูตั้งแต่เมื่อไหร่? ฮ่าฮ่า”

 

“ไอ้ขยะ…แกตายซะ!” เฟย หยางปิงโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแล้วขณะนี้

เมื่อสิ้นเสียงของเฟย หยางปิง จู่ๆเย่ หยวนก็พุ่งมาตรงหน้าอย่างรวดเร็วด้วยก้าวพริบตา

 

บูมมม บูมมมมมม!

 

ร่างของเฟย หยางปิงกระเด็นไปอีกครั้ง

แต่คราวนี้ผู้คนที่รับชมอยู่ได้สังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกติ

ก่อนหน้านี้ที่เฟย หยางปิงกระเด็นออกไปเป็นเพราะประมาทในคราแรก จึงไม่ได้เตรียมตัวที่จะรับการโจมตีของเย่ หยวน

แต่ทำไมคราวนี้เขาก็ยังกระเด็นอยู่ล่ะ?

เฟย หยางปิงไม่มีทางไม่เตรียมพร้อมแน่นอนเมื่อเผชิญหน้ากับเย่ หยวนในตอนนี้…แล้วทำไมร่างของเขายังกระเด็นแบบเดิมอยู่ทั้งๆที่เย่ หยวนใช้เพียงฝ่ามือเดียว

 

มีบางคนตระหนักได้จากการโจมตีครั้งนี้ แม้ว่าเฟย หยางปิงจะเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้แล้วก็จริง…แต่ยังไงๆเขาก็ยังช้ากว่าเย่ หยวนอยู่มาก

 

“นี่…ก้าวพริบตามันรวดเร็วขนาดนี้เลยรึ?” วันนี้มีสิ่งต่างๆมากมายที่ทำให้จั่ว บู่กุยตะลึง..จนมันเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้แล้ว

 

หลงถังได้หันไปมองพร้อมตอบกลับว่า

“ดูเหมือนว่าพวกเราทั้งสองจะเข้าใจผิดแล้วล่ะ…แท้จริงแล้วก้าวพริบตาของเย่ หยวนนั้นได้บรรลุไปถึงขั้นสวรรค์ลือลั่นไปแล้ว”

 

จั่ว บู่กุยสูดหายใจลึกๆในทันทีเมื่อได้ยิน “หืมมม…สวรรค์ลือลั่นเลยงั้นรึ ….แล้วเจ้าเข้าใจเกี่ยวกับก้าวพริบตาแค่ไหนกัน?”

 

หลงถังเข้าใจในความหมายของคำถามนั้นทันทีและได้พยักหน้าเบาๆ

“ข้าน่ะ…ยังไม่สามารถแก้จุดอ่อนจุดสุดท้ายก่อนที่จะก้าวไปสู่ขั้นสวรรค์ลือลั่นได้”

 

จั่ว บู่กุยได้เผยสีหน้าที่ลำบากใจออกมา

“เย่ หยวนงั้นรึ…ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆซะแล้ว ในอนาคต…พวกเราจะต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวเพียงนี้เลยรึ”

 

เมื่อฟังคำพูดของจั่ว บู่กุย ใบหน้าของหลงถังไม่ได้กลัวแต่อย่างใด…กลับกันเขาได้เผยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นแทน

 

“หากเขาสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆขึ้นมาจนอยู่ในระดับเดียวกับเรา…เขาคงเป็นคู่ต่อสู้ที่สุดยอดอย่างแน่นอน” หลงถังกล่าวราวกับว่าเขาจะอยู่ในสำนักดานวูไปอีกครั้งชีวิตอย่างใดอย่างนั้น

 

จั่ว บู่กุยได้กรอกตาไปมาพร้อมกับพูดว่า

“เจ้านี่มันบื้อจริงๆ แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเหตุอันใดเย่ หยวนถึงได้เก่งขนาดนี้…แต่ว่ายังไงๆ เจ้านั้นก็ไม่มีทางเหนือกว่าเจ้าแน่นอน เพราะพลังของเจ้านั้นสูงกว่าเขาในทุกๆด้าน”

 

“มันก็ไม่แน่หรอก! อย่าบอกนะว่าเจ้ายังคงเชื่อว่า…ที่เย่ หยวนสามารถบรรลุได้ถึงสองระดับเป็นเพราะโอสถของพ่อเย่ หยวนปรุงให้?”

 

จั่ว บู่กุยส่ายหน้าและตอบกลับว่า

“แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเขาทำได้อย่างไร แต่รากฐานตั้งแต่ระดับหนึ่งจนถึงระดับสามมันได้รับการพิสูจน์แล้วว่า..รากฐานของเจ้านั้นมันไม่ได้ตื้นๆ!”

“ตั้งแต่เริ่มการประลองจนถึงตอนนี้ เขาได้ใช้ก้าวพริบตาและหัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้าไปมากกว่าครั้งแล้ว ทั้งหมดนี้มันพิสูจน์ได้ว่าเจ้านั้นไม่ได้มีพื้นฐานตื้นๆแน่นอน…และเจ้านั้นก็ดูไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน…เจ้านั้นใช้วรยุทธระดับนี้ราวกับว่ามันใช้ได้ง่ายๆ แต่คำถามคือ…เขาใช้มันขนาดนี้ได้อย่างไร?”

ดูเหมือนว่าตั้งแรกเริ่มสู้จนบัดนี้ จั่วบู่กุยก็ค่อยๆตระหนักถึงความลึกลับที่มีอยู่ในร่างกายเย่ หยวนได้มากขึ้นๆ….แต่หลายสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เกินกว่าความเข้าใจของเขา

 

แต่อย่างไรก็ตามจั่ว บู่กุยก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อเย่ หยวนเยี่ยงศัตรู…เพราะในตอนนี้เย่ หยวนอยู่ในสถานะที่ต่ำเกินไปที่จะเป็นได้

ที่เขาสามารถกล่าวได้แบบนั้นเพรา จั่ว บู่กุยเป็นถึงอันดับสองในหอนักสู้แห่งเกียรติยศ…เขามีความภาคภูมิใจในตัวเองสูงมาก ในตอนที่เย่ หยวนก้าวมาถึงจุดที่เขายืนอยู่ในปัจจุบัน…ในเวลานั้นเขาคงอยู่ในจุดที่สุดกว่านี้ไปแล้ว

 

“ดูเหมือนว่าเย่ หยวนคนนี้จะมีความลับมากมายซ่อนอยู่…ข้ารู้สึกว่าอีกไม่นาน เขาจะก้าวขึ้นมาและกลายเป็นปฏิปักษ์ที่น่ากลัวของพวกเรา” หลงถังพูดขึ้น

 

…………………………

 

ในขณะนี้เย่ หยวนกำลังมองไปที่เฟย หยางปิงที่นอนอยู่บนพื้นพร้อมพูดว่า

“ข้าไม่สนใจหรอกว่าเจ้าจะสังหารข้าได้หรือไม่…แต่ถ้าหากเจ้าเล่นถึงพ่อแม่ข้า ข้าคงไม่ยอม…หากเจ้ากล้าพอก็ลองดู…ครั้งต่อไปข้าจะไม่อ้อมมืออีกแล้ว”

 

เฟย หยางปิงพยยามทรงตัวขึ้นมาด้วยความลำบากและส่ายหน้าที่เละอย่างกับหัวหมูโดยซ้อมพร้อมยิ้มอย่างน่ารังเกียจว่า

“ฮ่าฮ่าฮ่า….เจ้าใช้เป็นแค่วรยุทธนั้นรึไง? แม้เจ้าจะใช้คลื่นอาญาที่หนึ่งได้…แล้วมันยังไงล่ะ?”

“มันเป็นเพียงกระบวนท่าแรกเท่านั้น! แม้ว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าใช้จนหน้ำใจ…คิดว่าแกจะสามารถฆ่าข้าได้งั้นรึ? เมื่อพลังปราณของแกหมด…นั้นแหละจะเป็นเวลาตายของแก! อย่างแกจะทำอะไรได้?! ไอ้ขยะ!…เข้ามาสิไอ้ขยะ! …มาเร็วๆ แน่จริงก็ฆ่าข้าให้ได้สิ….ไอ้ตระกูลสวะ!”

 

คราวนี้เฟย หยางปิงฉลาดกว่าเดิม ในขณะที่เขาพูดไปเรื่อย…เขาก็กำลังรวบรวมพลังเพื่อเตรียมพร้อมที่จะใช้ฝ่ามือผนึกตะวัน ในโอกาสที่เหมาะสม

นอกจากที่เขายังตระหนักได้อีกว่า…ในเรื่องความเร็วนั้นเขาด้อยกว่าเย่ หยวน ดังนั้นหนทางเดียวที่จะชนะได้ก็คือ…ต้องอดทนรอจนกว่าพลังปราณของเย่ หยวนจะหมด!

 

แต่ในคราวนี้เย่ หยวนไม่ได้โจมตีใดๆต่ออีกเลย แต่กลับกัน…เย่ หยวนมองไปที่เฟย หยางปิง พร้อมกับยิ้มให้อย่างเลือดเย็น…รอยยิ้มนี้ทำให้ผู้ชมสะท้านไปทั่วสนามในทันทีที่ได้เห็น

 

ฮั่นหยางย่งหรี่ตาแคบลงในทันที…เขาตระหนักได้ดีว่าเย่ หยวนได้โกรธจริงๆแล้วในตอนนี้

การโจมตีครั้งต่อไปอาจรุนแรงดุจสายฟ้าฟาด

 

แต่เขาไม่สามารถรู้เลยว่าการโจมตีครั้งต่อไปจะเป็นอะไร…สิ่งๆนั้นจะสามารถลบความแตกต่างของระดับพลังได้หรือไม่?

เห็นได้ชัดว่า..คลื่นอาญาที่หนึ่งนั้นไม่สามารถใช้สังหารเฟย หยางปิงได้

เป็นไปได้ไหมว่า….บางทีเย่ หยวนอาจมีไผ่ตายอย่างอื่นซ่อนอยู่?

 

ฮั่นหยางย่งจ้องตาไม่กระพริบเลยแม้แต่น้อย เย่ หยวนในวันนี้มันทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก

 

“ฮ่าฮ่า! เยี่ยมมาก… เจ้านี่ช่างพูดจริงๆ ข้าว่านี่เป็นโอกาสที่เหมาะสมแล้วล่ะ…ที่เจ้าจะใช้ฝ่ามือผนึกตะวัน”

“รีบใช้ซะ…ก่อนจะไม่มีโอกาส….”

ใบหน้าของเย่ หยวนในตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เลือดเย็น และด้วยความเอาใจใส่เฟย หยางปิงอย่างพิเศษ…เขาจึงเตือนเฟย หยางปิงแบบนั้น

 

ในวินาทีต่อมา เฟย หยางปิงเห็นว่าการเคลื่อนไหวของเย่ หยวนช้าลงจนเห็นร่างของเขาชัดขึ้นแล้ว…นี่แหละคือโอกาสที่จะใช้ฝ่ามือผนึกตะวัน เขาได้พุ่งไปหาเย่ หยวนอย่างไม่ลังเลใดๆ

แต่จู่ๆร่างเย่ หยวนก็ได้หายไป…มันคือภาพซ้อน!

ร่างของเย่ หยวนปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาอีกครั้ง

และได้ตั้งท่าเตรียมโจมตีเหมือนเดิม แต่……

 

“หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า – คลื่นอาญาที่สอง!”

 

บึ้มมมม!!

 

ร่างของเฟย หยางปิงลอยละล่องไปบนอากาศอย่างกับว่าวที่ไร้เชือกควบคุม

ร่างของเฟย หยางปิงหล่นกระแทกกับพื้นอย่างจัง แทนด้วยคำพูด…เขากลับอาเจียนออกมาเป็นเลือดแทน เห็นได้ชัดว่าในตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก

 

“คลื่นอาญาที่สอง! เขาใช้คลื่นอาญาที่สองได้!? ป-เป็นไปได้อย่างไรกัน…เพียงแค่สามวันเท่านั้น?!” จั่ว บู่กุย ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดตรงหน้าเขาเลย..มันเป็นฉากที่ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก!

 

ถึงแม้ว่ากระบวนท่าที่สองจะมีพลังมากกว่าท่าแรกถึง 4เท่า แต่วิธีควบคุมมันยากกว่า 4เท่ามาก!

 

หลงถังเคยประเมินไว้ว่า หากตนต้องการฝึกคลื่นอาญาที่สอง…เขาจะต้องใช้เวลาในฝึกฝนอย่าน้อยสามเดือน!

 

เด็กหนุ่มนามว่า…เย่ หยวนผู้นี้ เขายังเป็นมนุษย์อยู่รึป่าว?

แม้แต่หลงถังที่ยืนอยู่ข้างๆจั่ว บู่กุยก็ตกใจไม่น้อยไปกว่ากันเลย

 

 

สามารถควบคุมคลื่นอาญาที่สองได้ภายในสองวัน…นี่เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก!

 

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนี้มันแสดงให้เห็นแล้วว่าเย่ หยวนน่ากลัวเพียงใด?

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top