*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่31 ผู้คนต่างตกตะลึง

 192 Views

“แกทำบ้าอะไรของแก!”

เมื่อได้ยินที่เฟย หยางปิงบอกว่าจะให้เย่ หยวนเริ่มก่อนสามกระบวนท่า หวัง หยวนที่อยู่ข้างๆลานประลองได้กัดฟันด้วยความโกรธอย่างมาก

ทั่งๆไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาพึ่งพูดเตือนไปแล้วแท้ๆว่าห้ามประมาทเด็ดขาด แถมหลายวันมานี้ก็อุตส่าตั้งใจฝึกซ่อมรวมถึงให้ยาผสานแก่นแท้ไปกินจนสำเร็จระดับห้าได้ แต่ในท้ายที่สุดนิสัยดูถูกของต่อสู้ของมันก็กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง

หวัง หยวนแตกต่างจากเฟย หยางปิงตรงที่..เขาไม่เคยดูถูกเย่ หยวนเลย และหากคนในสนามเป็นเขา เขาจะไม่มีวันต่อให้แบบที่เฟย หยางปิงบอกแน่นอน กลับกัน…เขาจะใช้พลังทั้งหมดที่มีในการล้มเย่ หยวนแทน

 

หลิว หลัวซุยที่ยืนอยู่ข้างๆ…ได้นำมือบางๆของนางมาปิดปากพร้อมหัวเราะเล็กน้อย

“ไม่เห็นเป็นไรนิ แม้นิสัยของเฟย หยางปิงจะเป็นแบบนั้นเล็กๆน้อยๆ…แต่เนื่องด้วยความห่างชั้นของพลังระดับสามและระดับห้า ท่านก็ไม่เห็นจะต้องกังวลไป…แม้จะให้เริ่มก่อน3กระบวนท่าก็ไม่มีผลใดๆกับสถานการณ์โดยรวมอยู่แล้ว”

 

“ข้าเข้าใจสถานการณ์โดยรวมดีศิษย์น้องหญิงหลิว แต่เนื่องด้วยนี่เป็นสัญญาความเป็นความตาย..เจ้าหยางปิงก็ไม่ควรประมาทแบบนี้ แต่ยังไงๆข้าก็คิดว่าเย่ หยวนคงทำอะไรไม่ได้หรอกภายในสามกระบวนท่า”หวัง หยวนส่ายหวังพร้อมกับยิ้มออกมา

 

“มันเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว หลายวันที่ผ่านมาเฟย หยางปิงได้เก็บตัวซุ่มซ้อมอย่างหนัก…หากไม่มีอะไรพัฒนาคงเป็นเรื่องตลก นอกจากนี้เขายังมีข้อได้เปรียบเรื่องความต่างของพลังอย่างมาก และดูจากการพูดโอ้อวดตะกี้นี้ของเย่ หยวนมันแสดงให้เห็นว่าเขาก็ยังคงเป็นขยะเย่ หยวนคนเดิม”

ประโยคหลังหลิว หลัวซุยพูดออกมาด้วยความเกลียดชัง

 

“อืม…ที่เจ้าพูดก็ถูก บางทีข้าอาจจะระมัดระวังเกินไป ด้วยการพูดตะกี้นี้..มันคือนิสัยของเย่ หยวนคนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน”

หลังจากที่หลิว หลัวซุยพูดถึงเย่ หยวนในการกระทำตะกี้แล้ว หวัง หยวนก็ฉุกคิดขึ้นมาพร้อมกับลืมเรื่องก่อนหน้านี้ที่สงสัยเย่ หยวนไปสนิท

 

แต่นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คิดแบบนี้…..

 

………………………

 

กลางลานประลองได้มีชายวัยกลางคนในชุดสีดำค่อยๆเดินขึ้นมายังลานประลอง เขาคือผู้ดูแลการประลองในครั้งนี้ ฮั่นหยางย่ง

 

ฮ่านหยางย่งมองไปยังทั้งสองฝ่ายโดยไม่มีสีหน้าใดๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก

“เนื่องจากพวกเจ้าทั้งสองต่างมากันพร้อมหน้าแล้ว…และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้สังหารอีกฝ่ายลงไป ก็อย่าได้ถือโทษโกรธกัน…เอาล่ะ”

“เริ่มการประลอง!”

 

เมื่อพูดจบฮ่านหยางย่ง ก็ได้ก้าวเท้าซ้ายออกมาทันที

ในตอนนี้เย่ หยวนสวมชุดผ้าไหมสีขาวและตั้งท่าอย่างองอาจ

เมื่อผู้คนเห็นท่าของเย่ หยวน เขาก็รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

 

“นี่…เจ้าพูดเองว่าจะให้ข้าเริ่มก่อนสามกระบวนท่า หากข้าโจมตีใส่เจ้า…ก็อย่าพึ่งตายซะล่ะ!”

เย่ หยวนยิ้มกว้างพร้อมกับตะโกนออกมา

 

เฟย หยางปิงยิ้มอย่างหนาวเหน็บ “คิดว่าทำได้ก็เข้ามา?”

 

“ฮี่ฮี่…เจ้าช่างไม่รู้อะไรเลย!”

หลังจากที่เย่ หยวนพูดกับตัวเองเสร็จ เขาก็ตั้งท่าเตรียมโจมตี

 

“หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า – คลื่นอาญาที่หนึ่ง!”

 

บูมม บูมมมมม!

ร่างของเฟย หยางปิงกระเด็นออกมาทันทีอย่างกับลูกกระสุนปีนใหญ่ และร่างนั้นกระแทกลงกับพื้นอย่างจัง

 

เงียบบบ….

เงียบสนิท…..!

 

ทุกคนมองไปทางเย่ หยวนด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก และตอนนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ไม่…พวกข้าไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า นี่มันความจริงรึนี่!?

เขาทำได้อย่างไรกัน…ด้วยความเร็วขนาดนี้?

นั่นมัน…หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า?

ขะ-เขาควบคุมมันได้จริงๆ?!

เป็นไปได้อย่างไรกัน?!

 

“ตะ-ตะกี้นี่มัน…หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า ”บนที่นั่งลานประลอง จั่ว บู่กุยเปลี่ยนสีหน้าแทบจะในทันที สีหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

 

ฉากที่เกิดขึ้นตะกี้ยังตรึงตาหลงถังอยู่แม้ในขณะนี้ เขาได้ตอบกลับทันทีว่า

“ถูกต้อง…นั้นคือ หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า…คลื่นอาญาที่หนึ่ง!”

 

“ตะ-แต่…เจ้านั้นฝึกเพียงสามวันเองมิใช่รึ?” ในหัวของจั่ว บู่กุยได้สับสนไปหมดแล้วในตอนนี้

 

เพียงสามวันเย่ หยวนก็สามารถสำเร็จคลื่นอาญาที่หนึ่งได้ เป็นไปได้ไหมว่า..แท้จริงแล้วเขาได้มีพรสวรรค์ระดับพระเจ้าซ่อนเร้นอยู่ และมันคือพรสวรรค์ที่สุดยอดที่สุดตั้งแต่เคยปรากฏมา?

 

แต่…..

แม้ว่าจะสุดยอดเพียงใดและอาจเหนือกว่าหลงถัง แต่…เขาสามารถสำเร็จได้ภายในสามวัน!…นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม?

หลงถังใช้เวลาหนึ่งเดือน แต่เย่ หยวนใช้เวลาเพียงสามวัน…ระยะเวลาของเย่ หยวนนั้นเร็วกว่าหลงถังถึง10เท่า!?

 

นี่มันไม่เกินไปหน่อยรึ?

หลงถังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในหมู่ลูกศิษย์ในปัจจุบันแห่งสำนักดานวู เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้มากกว่าเขามาก่อนเลย

สิ่งที่เย่ หยวนใช้เมื่อครู่คือ…คลื่นอาญาที่หนึ่งจริงๆ!

 

“หากนี่เป็นครั้งแรกที่เย่ หยวนเจอหยกก้อนนั้นจริงๆ…แสดงว่าเขาสามารถสำเร็จได้ภายในสามวันจริงๆ!” คำพูดของหลงถัง สามารถเผยความรู้สึกต่างๆได้หลากหลาย

 

จั่ว บู่กุยได้ตระหนักถึงความหมายที่หลงถังพูดมาและได้ถามต่อว่า

“เจ้าหมายความว่า…เขาอาจได้รับการฝึกฝนมาก่อนหน้า และการประลองครั้งนี้เขาได้หลอกลวงผู้คน? หากเป็นเช่นนั้น…มันก็ยังมีความเป็นไปได้”

 

ยิ่งจั่ว บู่กุยคิดถึงกรณีนี้มากเท่าไหร่…เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความเป็นไปได้ จากนั้นเขาก็เผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้า

“ที่ข้าพูดไปมีความเป็นไปได้อย่างมาก…จะมีคนที่บ้าไปกว่าเจ้าได้อย่างไรกัน? นอกจากนี้คงไม่มีใครบ้าไปกว่าเจ้าอีกแล้วด้วย”

 

หลงถังส่ายหน้าและตอบกลับอย่างใจเย็นว่า

“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…ข้าเพียงตั้งสมมติฐานเท่านั้น แต่ข้าก็ยังเชื่อว่านี่เป็นครั้งแรกที่เจ้านั้นจับหยกชิ้นนี้”

 

“…..”

จั่ว บู่กุยพูดไม่ออก

 

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายขนาดนี้ แววตาของฮั่นหยางย่งก็เปร่งประกายขึ้นมาทันที

ในขณะนี้เขาลืมเรื่องอันน่าเบื่อในคราแรกไปสนิทเลย

สิ่งที่เขารู้สึกทึ่งในตัวเย่ หยวนอย่างมากไม่ใช่เรื่อง..หัตถ์คลื่นอาญาชั้นห้า แต่เป็นวรยุทธการเคลื่อนไหวของเขา!

ก่อนหน้านี้แม้เย่ หยวนจะเปิดเผยแล้วว่าตนสามารถใช้ก้าวพริบตาได้ แต่สิ่งที่ทุกคนรู้คือระดับความเชี่ยวชาญของเขาเป็นเพียงขั้นปฐพีกึกก้องเท่านั้น

แต่ก้าวพริบตาที่เย่ หยวนใช้เมื่อครู่นี้ เขาได้เห็นเต็มสองตา…แน่นอนว่านั้นคือขั้นสวรรค์ลือลั่น!

 

สิ่งที่เย่ หยวนใช้เมื่อครู่นี้มันเร็วจนสามารถสร้างภาพติดตาได้ ดังนั้นเขาจึงสามารถหลอกประสาทตาและหูของเหล่าศิษย์ทุกคนในนี้ได้

การสร้างภาพซ้อนขึ้นมาได้มันแสดงให้เห็นว่า…ก้าวพริบตาของเย่ หยวนนั้นชำนาญถึงขั้นสวรรค์ลือลั่นไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า…หากสำเร็จขั้นสวรรค์ลือลั่นได้แล้ว ไม่ใช่ว่าจะต้องสร้างภาพติดตาเสมอไป

 

ความฉลาดในการวางกลยุทธ์ของแต่ละคนแตกต่างไปตามปัญญาของคนนั้นๆ

การจะสร้างหรือไม่สร้างภาพติดตามันขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ

และสิ่งนั้นแหละคือความหมายที่แท้จริงของ..ขั้นสวรรค์ลือลั่น!

 

บังเอิญว่าในสมัยนั้น..ฮั่นหยางย่งได้ทุ่มเทความพยายามอย่างมากในการฝึกก้าวพริบตา จนตอนนี้เขาเป็นเพียงไม่กี่คนที่มีความเชี่ยวชาญถึงขั้นสวรรค์ลือลั่น!

แม้ว่าเขาจะต้องฝึวรยุทธระดับสูงขึ้น แต่เขาก็ยังคุ้นเคยกับวรยุทธก้าวพริบตานี่ดี

และไม่ต้องสงสัยเลยว่าความเข้าใจในวรยุทธนี้ของเย่ หยวนนั้นเหนือชั้นไปกว่าเขาแล้ว

 

เจ้านี้มันไม่ธรรมดา!

ฮั่นหยางย่ง ผู้ซึ่งไม่สนใจเลยในทีแรก กลับกันในตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกความหวังอย่างมากเมื่อได้เห็นฉากเมื่อครู่

 

“ไอ้โง่! ข้าก็บอกแล้วว่าอย่าประมาท!”

หวัง หยวนกัดฟันด้วยความโกรธ

หวัง หยวนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า..เย่ หยวนจะจัดการหยางปิงโดยหัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้าได้!

เกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้กันแน่..และเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเจ้านี้กัน?

เพียงแค่3วัน!

 

 

แม้แต่ศิษย์พี่หลงยังต้องใช้เวลาเป็นเดือนถึงควบคุมได้…แต่เย่ หยวนใช้เวลาเพียง3วัน!

นี่มันเรื่องจริงรึเนี่ย?

 

“ไม่ต้องกังวลไปท่านพี่หวัง เจ้าเฟย หยางปิงแค่ประมาทไปเท่านั้น..แม้เจ้านั้นจะใช้คลื่นอาญาที่หนึ่งได้ แต่มันก็ไม่สามารถเอาชนะเฟย หยางปิงไปได้แน่” หลิว หลัวซุยพูดออกมาอย่างมั่นใจ

 

หวัง หยวนพยักหน้า เห็นได้ชัดว่าการโจมตีครั้งนี้มันไม่อาจทำอันตรายใดๆต่อหยางปิงได้

 

“แต่ก็ประมาทไม่ได้แล้ว ในตอนนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า…คู่ต่อสู้ของเราไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะล้มอย่างที่คิด ในครั้งต่อไปหวังว่าเขายังทนการโจมตีได้ไหว…ใช่ไหม?”

ฮั่นหยางย่งนั้นอยู่ไม่ไกลจากหวัง หยวนและหลิว หลัวซุยนัก…ดังนั้นการสนทนาเหล่านั้นจึงมาถึงหูของฮั่นหยางย่ง จากคำพูดของพวกเขาทำให้ฮั่นหยางย่งได้วิเคราะห์และประเมินผลลัพธ์ในใจไว้แล้ว

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!