*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่30 ให้เจ้าเริ่มก่อนสามกระบวนท่า

 207 Views

“ได้!…ข้าจะเดิมพันกับเจ้า!”

ขณะนั้นหวัง หย่วนก็ปรากฏตัวออกมา ด้วยท่าทางของเขามันทำให้ถังหยุนรู้สึกอึดอัดอย่างมาก

 

“หึ!” ถางหยุนไม่ได้ตอบใดๆกลับไปเพราะลำพังตอนนี้เขารู้สึกกดดันอย่างมาก

 

“ไหนๆก็มีการเดิมพันกันแล้ว…ข้าว่าต้องเพิ่มมูลค่ากันหน่อย!”

หวัง หยวนยิ้มออกมาอย่างเย็นชาให้กับถางหยุน ทุกอย่างได้ไปเป็นตามแผนที่หวัง หยวนวางเอาไว้แล้ว

 

“เจ้าต้องการอะไร?” ถางหยุนก้มหน้ากัดฟันพูด

 

“ยา1,000เม็ด! และต้องเป็น..ยาทลายแก่นแท้แห่งปราณขั้นสูง!”

“ว่าไง..จะยอมรับข้อเสมอไหม?” การแสดงออกของสีหน้าถางหยุนมันทำให้หวัง หยวนพอใจเป็นอย่างมาก

 

ถางหยุนกลัวขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยินตัวเลขขนาดนั้น…เขาเผยสีหน้าอย่างลำบากใจออกมา

“เย่ หยวนคงผิดหวังในตัวแก และเนื่องด้วยพ่อของเขาเย่ ฮาน…เขาเป็นถึงเซียนโอสถที่ทุกคนเคารพนับถือ มันไม่มีทางเป็นไปไม่ได้เลยว่าจะไม่มียาไม่ถึง1,000เม็ด ว่าไง?”

เมื่อได้เห็นทางทางที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของถางหยุน หวัง หยวนก็ยิ่งพอใจขึ้นไปอีก

 

“ได้! 1,000เม็ด!…ใครจะกลัวแกกัน?” ถางหยุนกัดฟันพูดออกมา

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ! ทุกคนจงฟัง!…หากหลังจบการประลองครั้งนี้ พวกเจ้าสามารถไปยังหอโอสถเพื่อไปรับยาฟรีได้”หวัง หยวนตะโกนออกมา

 

หลายคนเมื่อเห็นท่าทางที่ดูแย่ของถางหยุน พวกเขาก็รู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้นว่าจะได้ยาฟรีแน่นอน

 

“ข้าขอเดิมพัน1000เม็ด!”

 

“ข้าด้วย!”

“ข้าด้วย!”

 

………………………………..

 

หลังจากที่ทุกคนได้ยินชื่อของเย่ ฮาน..พวกเขาก็ไม่มีความกังวลใดๆอีก เพราะเขากลัวเย่ หยวนจะมาล้มโต๊ะทีหลัง ดังนั้นในตอนนี้ทุกคนจึงกล้าที่จะเดิมพันในครั้งนี้

หลังจากนั้นเขาก็นำเอาใครสักคนมาลงนามเป็นพยานว่าสัญญาการเดิมพันฉบับนี้ถูกต้อง พร้อมกับทุดคนในนั้นลงนามให้สัญญาฉบับนี้กัน

เมื่อมองไปยังลายเซ็นของแต่ละคน ถางหยุนมีความสุขออย่างมาก

 

“ดูเหมือนศิษย์น้องเย่ยังคงสุดยอดเช่นเคย คนที่ลงนามเหล่านี้เพิ่งเสียเงินจำนวนมากไป…อนาคตพวกเราจะไม่ขาดแครนยาทลายแก่นแท้แห่งปราณอีกต่อไป” ถางหยุนได้คิดกับตัวเอง

บางคนอาจไม่รู้ แต่ถางหยุนพึ่งได้เห็นกับตาว่า…เย่ หยวนผู้มีพลังเพียงแก่นแท้แห่งปราณระดับสาม แต่สามารถเอาชนะผู้มีพลังถึงระดับเจ็ดได้ ดังนั้นเขาจะแพ้…เศษหินอย่างเฟย หยางปิงได้อย่างไร?

 

ไม่มีใครไม่มาลงชื่อกับการเดิมพันครั้งนี้ ตั้งแต่ชื่อแรกยันสุดท้าย..ได้มีคงลงนามมากกว่า200คน มันก็เท่ากับได้มียาทลายลมปราณจำนวนมหาศาลเป็นเดิมพัน!

หากเย่ หยวนได้แพ้และถูกสังหารไปจริงๆ น่าอาจเป็นปัญหาที่ร้ายแรงต่อหอโอสถเป็นแน่

แต่….เหตุการณ์เหล่านั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…หวัง หยวนในตอนนี้เขาจะประสบกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่

 

………………………………..

 

หลังจากที่จัดการเรื่องสัญญาเรียบร้อย เฟย หยางปิงก็ได้เดินเข้าสู่ลานประลองอย่างช้าๆ

“หืม? เฟย หยางปิงได้สำเร็จอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับห้าแล้ว!”

 

“จริงๆด้วย!…วันนี้เย่ หยวนชะตาขาดเป็นแน่!”

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! คิดถูกจริงๆที่ไปลงนามเดิมพัน…ยาตั้ง100เม็ด วันนี้ข้าโชคดีจริงๆ!”

 

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เนื่องด้วยพลังปราณที่ห่างชั้นกันขนาดนี้ ผู้คนรอบข้างจึงได้ตัดสินไปแล้ว และไม่มีใครมองเย่ หยวนในแง่ดีเลยสักคน

และหากยังมีบางคนเชื่อมั่นในตัวเย่ หยวนอยู่…ความเชื่อมั่นของพวกเขาคงสลายไปทันทีเมื่อได้สัมผัสพลังของเฟย หยางปิงในตอนนี้

เมื่อได้ยินผู้คนพพูดคุยกันแบบนี้ เฟย หยางปปิงก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาก….เขาตื่นเต้นอย่างมากเมื่อทุกๆคนต่างให้กำลังใจเขา จนในหัวของเขาลืมทุกอย่างไปหมด

ตลอดมาเฟย หยางปิงได้แต่คอยอยู่ข้างหลังและรับใช้หวัง หยวน เขาไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนแบบนี้

 

หลังจากวันนี้ข้าจะได้รับจดหมายรักจากสาวๆมากมายก็ดีสิ? เฟย หยางปิงคิดกับตัวเอง

ในช่วงสามวันที่ผ่านมา เฟย หยางปิงไม่กล้าแม้แต่จะอู้การฝึกเลยแม้แต่น้อย

ก่อนอื่น…เขาได้ใช้เวลาทั้นหมดของวันแรกในการก้าวผ่านปัญหาคอขวดไปให้ได้ และเนื่องด้วยผลของยาผสานแก่นแท้ที่มีฤทธิ์อย่างไม่น่าเชื่อช่วยเอาไว้ เขาจึงสามารถสำเร็จระดับห้าได้…ต่อมาเขาจึงเขาจึงเก็บตัวอยู่ในห้องฝึกซ้อมเพื่อฝึกฝ่ามือผนึกตะวัน และทุกอย่างในการฝึกครั้งนี้มันอยู่ภายใต้การควบคุมของหวัง หยวน

 

“ถึงเวลาแล้ว ทำไมเย่ หยวนถึงยังไม่มาอีก?”

 

“เจ้านั้นคงกลัวและได้วิ่งหนีกลับไปแล้ว ฮ่าฮ่า…”

 

“เสียศักดิ์ศรียังดีกว่าเสียชีวิต เจ้านั้นคงคิดว่าต้องถูกฆ่าแน่ๆ…ก็เลยวิ่งไปหาพ่อเพื่อให้พ่อของตนมาปกป้องล่ะมั้ง”

ในตอนนี้ทุกคนหมดความอดทนกับการรอเย่ หยวนเต็มทนแล้ว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ผู้คนต่างคิดว่า เย่ หยวนได้กลัวจนวิ่งหนีกลับบ้านไปแล้ว

 

……………………………………….

 

ในส่วนที่นั่งคนดูข้างลานประลอง

ได้มีชายหนุ่มสองคนที่มีอายุประมาณ17-18ปี กำลังยืนจ้องพร้อมเอามือไขว้หลัง

และได้มีชายคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาพร้อมกับมีเกลียวลมอ่อนๆรอบตัวโดยที่คนอื่นๆไม่สังเกตเห็น

 

“ไม่คิดว่าอันดับหนึ่งของหอนักสู้แห่งเกียรติยศจะลดตัวมาดูการประลองเล็กๆเช่นนี้”

ชายที่ยืนเอามือไขว้หลังไม่ได้หันไปมองแต่อย่างใด แต่เขารู้สึกได้ทันทีเมื่อมีใครบางคนเดินเข้ามาจากด้านหลัง

 

อันดับหนึ่งในหอนักสู้เกียรติยศ คือคนที่มีเกลียวลมอ่อนๆล้อมรอบตัวอยู่ นั้นคือบุคคลในตำนานแห่งสำนักดานวู หลงถัง

หลงถังไม่ตอบโต้ใดๆกลับไป เขารู้ดีว่าคนที่ยืนไขว้หลังอยู่ข้างหน้าคือใครและนิสัยเขาแย่แค่ไหน

 

“ข้าก็ไม่คิดว่าอันดับสองในหอนักสู้แห่งเกียรติยศจะมาเช่นกัน”

หลงถางตอบกลับนิ่งๆ

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้อันดับสองในหอนักสู้แห่งเกียริยศก็หันไปมองทันที

ผู้เป็นอันดับสองคนนี้นามว่า…จั้ว บู่กุย!

 

สักครู่หนึ่งผู้คนรอบสนามก็เริ่มสังเกตเห็นและตกใจเป็นอย่างมากเมื่อ อันดับหนึ่งและสองในหอนักสู้เกียริยศได้ปรากฏตัวมายังลานประลองเพื่อดูการต่อสู้ในครั้งนี้ นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนคาดไม่ถึงและไม่นึกไม่ฝันว่าจะเกิดขึ้น

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ! ข้าคงอยู่ในอันดับสองได้อีกไม่นานหรอก…ศิษย์น้องหญิงเฟิงเองก็จี้ข้ามาติดๆแล้ว ข้าเกรงว่าจะได้มีการเปลี่ยนเจ้าของอันดับสองคนใหม่ในการประลองหอเกียริยศครั้งต่อไป”

จั้ว บู่กุยพูดอย่างหมดหนทาง

 

หลงถังไม่ได้ต้องการพูดถึงเรื่องนี้เลย เขารู้ดีว่าพลังของจั้ว บู่กุยไม่สามารถล้มเขาอย่างที่พวกนั้นหวังได้ แม้จะเป็นแบบนั้นแต่ทุกครั้งที่เจอจั้ว บู่กุยเขาต้องระมัดระวังตัวเสมอ

 

“ไม่ใช่แค่เราสองคนหรอก ทั้งซู หยินห่านและเฉียน ปิงเฟย พวกนั้นก็กำลังไล่เรามาติดๆเช่นกัน เจ้าลองมองดูรอบๆลานประลองสิ…สองปีแล้วที่ไม่มีการทำสัญญาความเป็นความตายหลังจากตอนนั้น ไม่แปลกเลยที่ครั้งนี้จะมีผู้คนมากมายขนาดนี้ ตอนนั้นพวกเราก็ยังเป็นมือใหม่กันอยู่เลย?” หลงถังพูดออกมาเบาๆ

 

“ฮ่าฮ่า ใช่แล้วล่ะ…แค่ตอนนี้เราไม่ได้มือใหม่แบบแต่ก่อนก็เท่านั้น? แต่พวกซู หยินห่านและหวัง หยวนน่าจะสนใจเป็นธรรมดา เขามาที่นี่เพื่องดูการแสดงตลก?…หลังจากการประลองนี้หอโอสถคงไม่เงียบเหงาแล้วล่ะ”

“ดูจากบุคลิกของลูกชายเย่ ฮานแล้ว…เจ้านั้นคงเป็นพวกที่มีความสุขเมื่อถูกฆ่าแต่ก็ทำให้คนอื่นเคราะห์ร้ายไปด้วยแท้ๆ” จั้ว บู่กุยได้วิเคราะห์ผลการประลองนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว

 

“มันไม่ใช่เรื่องของข้า” หลงถังพูดอย่างเฉยเมย

 

“หึ..เจ้าก็เป็นแบบนี้อยู่เรื่อย! แต่ข้ารู้ว่าเหตุใดเจ้าถึงมาดูการประลองครั้งนี้…เพราะเจ้าต้องการดู หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า ที่ขนาดเจ้ายังไม่สามารถควบคุมได้…เจ้าคงอยากรู้ล่ะสิว่าเจ้ามือใหม่นั้นจะควบคุมได้ไหม ข้าพูดถูกไหมล่ะ?” จั้ว บู่กุยรู้ดีถึงจุดประสงค์และเป้าหมายของหลงถัง เนื่องจากเขาเป็นเรื่องง่ายมากในการคาดเดา

 

หลงถังไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด เขาเพียงพยักหน้าของเขาและพูดว่า

“วรยุทธหัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้าคือวรยุทธที่ไม่สมบูรณ์ แต่มันก็ยังได้รับการอนุมัติจากสำนักว่าเป็นวรยุทธที่ยากที่สุดมนการควบคุมมัน และวรยุทธนี้ก็ยังทรงพลังมากที่สุดอีกด้วย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา..ไม่มีใครสักคนไปหยิบจับวรยุทธนี้เลยแม้แต่น้อย…ข้าต้องการจะดูว่าเย่ หยวนเป็นเพียงตัวตลกอย่างที่ทุกคนบอกหรือจริงๆแล้ว..เขามีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า เขาจึงหยิบวรยุทธนี้มาฝึกฝนกันแน่?”

 

จั่ว บู่กุยขดริบฝีปากของตนและตอบกลัวว่า

“ข้าว่าเจ้าคิดมากไปแล้วล่ะ…แม้แต่คนบ้าเช่นเจ้ายังต้องใช้เวลาเป็นเดือนถึงจะควบคุมได้ แถมเป็นกระบวนท่าแรกเองเท่านั้น..ยิ่งเป็นอันดับโหล่อย่างเย่ หยวนไม่ต้องพูดถึงเลย? แม้ว่าเขาอาจควบคุมกระบวนท่าแรกได้..แล้วยังไงล่ะ? ความแตกต่างของพลังระหว่างเย่ หยวนและเฟย หยางปิง มันแตกต่างกันถึงสองระดับ!”

 

“ไม่แน่หรอก” หลงถังตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ..เนื่องจากเขาไม่ต้องการจะโต้เถียงกับจั่ว บู่กุย

 

“นี่เจ้า…ที่พูดแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร? เจ้าต้องการเห็นต่างเพื่อเป็นจุดสนใจหรือไงกัน?”

 

“….”

 

“ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่มีโอกาสเห็นหน้าเย่ หยวนแล้วล่ะ ป่านนี้คงวิ่งหนีหางจุกตูดกลับไปแล้ว”

“ดูซะ…จนถึงตอนนี้เจ้าขยะนั้นก็ยังไม่ปรากฏตัวมาเลย”

จั่ว บู่กุยยังคงพูดไม่หยุด..แต่หลงถังก็ยังเงียบและไม่ตอบโต้ใดๆ

 

……………………………………………..

 

 

“ขอทางหน่อย! ขอทางหน่อย!” เย่ หยวนตะโกนออกมาเนื่องด้วยจำนวนผู้คนที่มาก จึงทำให้เย่ หยวนไม่สามารถเดินเข้าไปยังลานปประลองได้

 

“นั้นมันเย่ หยวน…เขามาแล้ว!”

 

“เขากล้ามาจริงๆ!”

 

“เร็วเข้า!…รีบหลีกทางให้เขาเร็ว! จะได้รีบสู้รีบกลับไปเอายาฟรี!”

เย่ หยวนได้ยินเสียงหัวเราะของเหล่าผู้คนที่หลีกทางให้อย่างไม่ขาดสาย

 

แต่เย่ หยวนยังไม่เดินเข้าไปยังลานประลอง เขาได้เดินไปหาถังหยุนและพูดอย่างเบาๆว่า

“เป็นไง ตามแผนไหม?”

 

ถางหยุนยิ้มและตอบกลับว่า

“ไม่ต้องห่วงนายน้อยเย่…ทุกอย่างเป็นไปตามแผนดี”

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ! เยี่ยมมาก…เจ้านี่เยี่ยมจริงๆ”

เมื่อพูดเสร็จ เย่ หยวนก็ยกมือทั้งสองข้างและพูดออกไปอย่างสุภาพว่า

“ขอบคุณพี่ๆและน้องๆทุกท่านที่ให้ยาทลายแก่นแท้แห่งปราณเหล่านี้มา ข้าผู้นี้ชั่งซึ้งในน้ำใจของพวกท่านจริงๆ โปรดรับการขอบคุณของข้าด้วยเถิด”

 

เมื่อได้ยินเย่ หยวนกล่าวเช่นนั้น ทุกคนก็ได้เงียบและอึ้งไปในทันที…เหตุใดเย่ หยวนถึงพูดออกมาเช่นนี้ หรือว่าเขาเอาแต่ฝึกจนเสียสติกันแล้ว?

 

เย่ หยวนหันกลับไปยังถางหยุนและพูดว่า

“ศิษย์พี่ถาง โปรดเก็บสัญญาเดิมพันครั้งนี้ให้มิดชิด…หลังจากจบการประลอง เราจะไล่เก็บไปทีละรายชื่อเลย”

เมื่อสิ้นสุดคำพูดเย่ หยวนก็เดินตรงไปยังลานประลองทีละก้าว..ทีละก้าว…

 

เฟย หยางปิงยิ้มออกมาอย่างหนาวเหน็บ และเฝ้ามองเย่ หยวนค่อยๆเดินตรงมายังเขา และพูดว่า

“เจ้ากำลังจะตายแท้ๆ…ยังมีหน้ามาขอยาทลายแก่นแท้แห่งปราณอีกรึ?”

 

เย่ หยวนยิ้มและตอบกลับว่า

“เหย หยางปิง…เจ้าก็ลงชื่อกับเขาด้วยรึ หากขข้ากำลังจะตายจริงๆ..ทำไมเจ้าไม่เดิมพันให้มากกว่านี้ซะล่ะ?”

 

“ไม่ต้องห่วง นั้นคือทุกสิ่งอย่างที่ข้ามีแล้ว! …วันนี้นี่แหละ! ข้าจะส่งเจ้าไปยังสวรรค์ด้วยมือข้าเอง!”เมื่อเสร็จสิ้นคำพูด เฟย หยางปิงก็เบ่งพลังของตนออกมา..ในขณะนี้พลังอาณาจักแก่นแท้แห่งปราณระดับห้าได้พรั่งพลูออกมารอบตัวเขา

 

“โว้ว..จะฆ่าข้างั้นรึ ….ไม่เลวๆ….หื้ม!…พลังนี่มัน แก่นแท้แห่งปราณระดับห้า?!” ใบหน้าของเย่ หยวนเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจอย่างมาก

 

เมื่อเฟย หยางปิงเห็นใบหน้าที่ประหลาดใจขนาดนี้ของเย่ หยวน เขาก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

“หึหึ! ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลายจงฟังข้า…ข้าจะให้เจ้าขยะนี้ได้เริ่มก่อน3กระบวนท่า เอาล่ะเข้ามา!”

 

เย่ หยวนแอบแสยะยิ้มออกมาอย่างดีใจพร้อมกับถามย้ำว่า

“เจ้าเอาจริงรึศิษย์พี่เฟย?”

 

“แน่นอน!”

 

“’เยี่ยม…!”

เย่ หยวนยิ้มออกมาและกวาดสายตาไปรอบๆพร้อมกล่าวว่า

“ทุกท่านทั้งหลายคงได้ยินกันแล้ว…ศิษย์พี่เฟยบอกว่าจะข้าเริ่มก่อน3กระบวนท่า!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!