ขนาดตัวอักษร

ตอนที่28 การเตรียมตัวของแต่ละคน

 256 Views

จุดลับตาแห่งหนึ่งในสำนักดานวู

ขณะนี้ได้มีคนสองคนกำลังพูดคุยกันด้วยโทนเสียงที่ต่ำ

“หยางปิง เจ้าคิดอย่างไรกับการประลองกับเย่ หยวน?”

 

“คิดอย่างไรงั้นรึ? ข้าก็จะฆ่ามันไงล่ะ!”

“พอกันทีกับเจ้าขยะนั้น! มันคงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ..และในครานี้ข้าจะไม่ให้เจ้านั้นมันกลับมาหายใจได้อีกเป็นครั้งที่สอง เวลาชีวิตของเจ้านั้นมันเหลืออีกเพียงไม่กี่วัน…เจ้านั้นจะทำอะไรได้ ไปฝึกวรยุทธเพื่อมาเตะข้า? การประลองครั้งนี้ข้าจะไม่ปรานีใดๆ”

คำพูดของเฟย หยางปิงมันเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่มีต่อเย่ หยวน

 

เย่ หยวนและหวัง หยวน นั้นต่างเติบโตและต่อสู้กันมาตลอด ดังนั้นทั้งสองคนก็ต่างรู้ไส้รู้พุงกันทั้งนั้น และด้วยพลังของเย่ หยวนที่หวัง หยวนรู้จักเป็นอย่างดี เขาจึงมั่นใจได้ว่าเย่ หยวนจะต้องตายในการประลองครั้งนี้แน่นอน

แต่เมื่อจู่ๆหวัง หยวนก็ถามคิดเรื่องนี้ มันก็ทำให้เฟย หยางปิงรู้สึกสงสัยขึ้นมาและได้ถามไปว่า

“นายน้อยหวัง จากที่ฟังท่านกล่าวมา…ท่านคงไม่คิดว่าข้าจะพลาดท่าไปในระหว่างการต่อสู้ครั้งนี้ ใช่หรือไม่?”

 

หวัง หยวนขมวดคิ้วขึ้นและพูดว่า

 “ข้าไม่ได้หมายถึงขนาดนั้น…ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะแพ้หรอก แต่ข้ารู้สึกว่าตั้งแต่เย่ หยวนกลับมาในครั้งนี้ เจ้านั้นก็ดูแปลกไป….แปลกมากๆ แตกต่างไปจากที่ผ่านมาเลยล่ะ”

 

“เห้อ…ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่เจ้านั้นมันสำเร็จสองระดับภายในไม่กี่วัน…มันต้องมีอย่างอื่นอีก? แต่ชั่งเถอะ..จากความเห็นของข้า เจ้านั้นก็แค่ขยะที่กำลังจะทิ้งชีวิตของตนเท่านั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

แม้เฟย หยางปิงจะอายุมากกว่าหวัง หยวนถึง2ปี แต่สำหรับเฟย หยางปิง..ก็เห็นหวัง หยวนเป็นหัวหน้าเสมอมา

เมื่อได้ยินที่เฟย หยางปิงกล่าวดูถูกเย่ หยวนเช่นนี้ หวัง หยวนก็คิดว่ามันไม่สมควรที่จะไปว่าเขาและอยากที่จะตำหนิมาก แต่เมื่อคิดไปคิดมา..เขาก็รู้สึกว่าเหย หยางปิงก็พูดถูกต้อง

 

การต่อสู้ครั้งนี้ก็เหมือนกับตลกร้ายที่นำเศษขยะไปสู้กับสวรรค์ แต่ก็ไม่มีใครรับรองได่ว่า..เจ้าเศษขยะคนนี้จะสามารถพลิกสวรรค์ได้?

แม้ว่าเฟย หยางปิงจะไม่ใช่คนที่มีพรสววรค์มากมาย แต่เขาก็มีพลังถึงอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับสี่ และอีกเพียงนิดเดียวเขาก็สามารถสำเร็จระหับห้าได้แล้ว

อาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับสามและระดับสี่ เนื่องจากเป็นขั้นรอยต่อขนาดใหญ่…จึงมีพลังที่แตกต่างกันมาก ดังนั้นเฟย หยางปิงจึงได้ไม่กังวลเลยแม้แต่น้อยแถมยังดูถูกเย่ หยวนขนาดนี้อีก

แม้จะจะห่างเพียงก้าวเดียว…แต่มันก็เป็นก้าวที่ใหญ่มากในการข้ามมา

 

สำนักดานวูเป็นสำนักวรยุทธระดับสูง ทุกคนที่อยู่ที่นี่เมื่อออกไปต่างได้แสสดงฝีมือจัดการคนที่เก่งกว่ามานัดต่อนัดแล้ว

 

ทรัพยากรภายในสำนักดานวูก็ยังอุดมสมบูรณ์ อย่างเช่น…คัมภีร์วรยุทธ, เทคนิคพิเศษต่างๆ และยังรวมไปถึงประสบการณ์การต่อสู้โดยตรงจากเหล่าอาจารย์ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถหาได้เลยในโลกภายนอก

แต่ภายในสำนักดานวู…หากต้องการจะอยู่รอดก็ต้องสู้เท่านั้น เว้นเสียแต่..จะมีพรสวรรค์อย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะถูกดูแลโดยทางสำนัก

หากในตอนนี้หลงถัง หรือเฟิง ฉีหลัว อยู่เพียงอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับสามล่ะก็…อย่าได้หวังว่า หวัง หยวนจะก้าวขึ้นมาได้ขนาดนี้…และไม่ต้องคิดถึงเฟย หยางปิงเลย

แต่หากเป็นเย่ หยวน ล่ะก็ จนหวัง หยวนตาย…เขาก็ไม่มีวันเชื่อว่าอย่างเขาจะแพ้ให้กับเย่ หยวนได้

เพราะเขารู้จักเย่ หยวนดี…ดีเกินไปเลยด้วยซ้ำ!

 

หลังจากที่เงียบไปสักพัก หวัง หยวนได้ส่ายหน้าและพูดว่า

“หยางปิง ในการประลองครั้งนี้…เจ้าต้องชนะเท่านั้นห้ามแพ้เด็ดขาด เจ้านั้นเป็นเพียงหนูตัวเล็กๆตัวหนึ่งเท่านั้น..เจ้าจะต้องใส่ทุกอย่างที่เจ้ามีเพื่อล้มเจ้านั้น จำไว้ว่า..ห้ามอ้อมมือหรือประมาทเด็ดขาด เข้าใจไหม?”

 

“ข้าชนะเจ้าขยะนั้นแน่นอน เจ้านั้นเป็นเพียงคนไม่เอาถ่ายคนหนึ่งเท่านั้น…เหตุใดท่านถึงต้องระแวงเช่นนี้กัน?” เฟย หยางปิงได้ตอบกลับอย่างสงสัย

 

เมื่อได้ยินที่เฟย หยางปิงพูดออกมาแบบนี้…เขารู้สึกได้ทันทีว่าหยางปิงกำลังประมาทและดูถูกคู่ต่อสู่

เขาจึงโมโหและตอบกลับในทันทีว่า

“หากเจ้ายังดูถูกและประมาทอยู่แบบนี้ ข้านี่แหละ…ที่จะกำจัดความประมาทของเจ้าทิ้งซะ”

“จงฟังข้า…ประการแรก เจ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวแทนของข้าเท่านั้น…แต่เจ้ายังเป็นถึงตัวแทนของตระกูลหวังและคฤหาสน์ดวงดาวอีกด้วย! หากเจ้าประมาทจนนำมาสู่ความพ่ายแพ้…ทั้งข้าและพ่อข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน?!”

 

เสียงคำรามด้วยความโกรธของหวัง หยวน ทำให้เฟย หยางปิงตกใจไปครู่หนึ่ง…สมองของเขาเหมือนจะค้างไปเลยเมื่อโดนตะคอกใส่แบบนี้

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นอย่างชัดเจนคือ หวัง หย่วนกำลังโกรธจริงๆ!

 

“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะใช้ทุกอย่างที่มีในการล้มเขาให้ได้!”

เฟย หยางปิงรู้สึกแย่มากที่กล่าวดูถูกคู่ต่อสู้ในทีแรก เขาจึงไม่กล้ากล่าวดูถูกต่อและได้ให้สัญญากับหวัง หยวนไป

 

หวัง หยวนถอนหายใจและตอบกลับว่า

“หยางปิง ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกอย่างไรกับเย่ หยวน…และเจ้าก็รู้ว่าข้าก็รู้สึกเหมือนเจ้า? แต่ครั้งนี้…หลังจากที่เจ้านั้นกลับมายังสำนัก ข้ารู้สึกได้ว่าเจ้านั้นมีอะไรบางอย่างปิดบังอยู่…”

 

“ปิดบัง? หมายความว่าอย่างไร?”

เฟย หยางปิงไม่รู้สึกถึงอะไรเลย แต่พอได้ยินหวัง หยวนพูดแบบนี้มันก็ทำให้เขาอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา

เขารู้ว่าแม้หวัง หยวนจะอายุน้อยกว่าเขา2ปี แต่หวัง หยวนก็เป็นคนช่างสังเกตและระมัดระวังตัวตลอดเหมือนกับพ่อของเขา

ไม่ว่ามันจะเป็นพรสวรรค์หรือสติปัญญา เฟย หยางปิงก็ด้อยกว่าหวัง หยวนมากนัก นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเฟย หยางปิงถึงเคารพหวัง หยวนขนาดนี้

 

“วันนี้ข้าได้ไปหาเจ้าเย่ หยวนเพื่อไปพูดตัดกำลังใจเจ้านั้น และเจ้านั้นก็ได้พูดท้าทายข้า..ในตอนที่เจ้านั้นกำลังเดินจากไปข้าได้ใช้พลังถึง7จาก10ส่วนในการคว้าแขน แต่ข้าก็ล้มเหลวในการคว้า…ใครจะไปรู้ว่าเจ้านั้นจะใช้ ก้าวพริบตาได้…แถมยังได้รับการฝึกฝนอย่างดีจนพัฒนาไปถึงขั้นปฐพีกึกก้องแล้วด้วย!”

 

“ห่ะ? ก้าวพริบตา!?…แถมเป็นขั้นปฐพีกึกก้องอีกด้วย?!”

“ปะ-เป็นไปได้อย่างไร….?”

เฟย หยางปิงตกใจอย่างมากเมื่อได้ยิน เห็นได้ชัดว่าเขารู้ดีถึงความหมายของ ก้าวพริบตาขั้นปฐพีกึกก้อง..มันทรงพลังแค่ไหน นั้นหมายถึงเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่า…แท้จริงแล้วเย่ หยวนในตอนนี้เขาได้ยืนอยู่ในระดับใดกันแน่

เมื่อรู้เช่นนี้..เขาจึงเข้าใจแล้วว่าทำให้หวัง หยวนถึงได้มาเตือนเขาแบบนี้!

เขาได้ยืนต่อหน้าหวัง หยวน…ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคำถาม

 

หวัง หยวนได้พยักหน้าพร้อมตอบกลัวว่า

“ถูกต้องแล้ว..มันคือก้าวพริบตาขั้นปฐพีกึกก้อง!”

 

“ข้าขอเสียมารยาทถามท่านเล็กน้อย…เจ้านั้นมันเรียนรู้ขนาดนี้ได้อย่างไรกัน? มันอาจเป็นเพียงความบังเอิญก็ได้?” เฟย หยางปิงจู่โจมด้วยคำถามอย่างไม่หยุดหย่อน

 

หวัง หยวนกล่าวด้วยเสียงเบาๆว่า

“บังเอิญงั้นรึ?…งั้นเจ้าลองบังเอิญใช้ก้าวพริบตาขั้นปฐพีกึกก้องให้ข้าดูหน่อยสิ?”

 

“…..”

 

“จริงๆแล้วเจ้านั้นมันก่อเรื่องตั้งแต่อยู่ในรัฐฉินแล้ว…มันได้จัดฉากท้าทายพ่อข้าในคฤหาสน์ดวงดาว แถมในตอนนั้นพ่อข้าก็ไม่สามารถทำอะไรเจ้านั้นได้เลย…และในตอนที่เจ้านั้นเดินทางมายังสำนักแห่งนี้ พ่อข้าได้จ้างนักฆ่าแห่งโมซ่านมาลอบสังหารเจ้านั้น….แล้วดูผลที่เกิดขึ้นสิ! เจ้านั้นมาถึงสำนักแห่งนี้อย่างปลอดภัย นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ข้ารู้สึกแปลกๆเกี่ยวกับตัวเย่ หยวนไงล่ะ แถมเรื่องการใช้ก้าวพริบตาของเจ้านั้นอีก!”

 

“ละ-แล้ว….ข้าจะทำอย่างไรดี?” เมื่อเฟย หยางปิงได้ยินเรื่องทั้งหมด…ในตอนนี้เฟย หยางปิงได้ตื่นตระหนกอย่างหนัก

 

 

“แม้เจ้านั้นจะดูแปลกไป แต่ก็คงไม่มากพอที่จะเอาชนะระยะห่างของระดับพลังไปได้…เพียงแค่สองวันเจ้านั้นไม่มีทางที่จะแข็งแกร่งขึ้นได้แน่นอน แต่เจ้าก็อย่าทิ้งเวลาที่เหลือให้เปล่าประโยชน์ล่ะ..เจ้าจะต้องใช้เวลาที่เหลือให้มีประโยชน์ที่สุด!”

 

เมื่อได้ยินที่หวัง หยวนพูดเช่นนี้ เฟย หยางปิงก็ไม่กล้าที่จะประมาทอีกต่อไป..การประลองในครั้งนี้อาจเป็นตัวกำหนดชีวิตและความตายของเขาเลยก็เป็นได้ ไม่มีใครต้องการนำชีวิตตัวเองไปทิ้งหรอกแม้แต่คนโง่ก็ยังรู้

 

“นายน้อยหวัง ขอเพียงแค่ท่านแนะนำมาว่าข้าจะทำอะไรบ้าง…ข้าจะทำทุกอย่างเลย!”

เมื่อเห็นท่าทีของเฟย หยางปิงที่จริงจังขึ้น หวัง หยวนก็ได้หยิบยาสมุนไพรขวดหนึ่งขึ้นมาพร้อมพูดว่า “นี่คือยาผสานแก่นแท้ ที่พ่อข้าปรุงขึ้นมา…มันมีประสิทธิภาพเหนือกว่ายาทลายแก่นแท้แห่งปราณถึงครึ่งเท่า เวลาที่เหลือ..เจ้าจงใช้ยาตัวนี้ควบคู่ไปกับการเพาะปลูกพลัง เพื่อยกระดับพลังของเจ้าไปยังอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับห้า!”

 

ทันทีที่เฟย หยางปิงได้รับขวดยามา เขาก็กล่าวขอบคุณในทันที

“ข้าต้องขอบคุณท่านมากนายน้อยหวัง..ที่ให้การสนับสนุนข้าถึงเพียงนี้!”

 

หวัง หยวนพยักหน้าอย่างสงบและพูดต่ออีกว่า

“ภายในเวลาที่เหลือ..เจ้าจะต้องทุ่มเทอย่างมาก ไม่ใช่เพียงการเพาะปลูกพลังเท่านั้น…เจ้าจะต้องฝึกฝนวรยุทธฝ่ามือผนึกตะวัน เพื่อใช้ตอบโต้กับก้าวพริบตา แล้วก็…หากเจ้าต้องการยาเพิ่มก็มาบอกข้า”

 

………………………………

 

 

ณ ห้องฝึกซ้อมในสำนักดานวู

เย่ หยวนนิ่งเงียบและปิดตาสนิทอย่างกับว่ากำลังหลับอยู่

นับตั้งแต่เขาได้หยกชิ้นนี้มา เขาก็อยู่ในห้องนี้เป็นเวลา2ชั่วโมงแล้ว!

ทันใดนั้นเย่ หยวนก็ค่อยๆลืมตาขึ้น

เขาก้าวไปข้างหน้าและตั้งท่าเตรียมจะใช้หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า!

 

“หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า- คลื่นอาญาที่หนึ่ง!”

กระแสลมอย่างรุนแรงได้ผสานเข้ากับลมปราณจนกลายเป็นระเบิด จากนั้นมันได้พุ่งไปปะทะเข้ากับกำแพง! กำแพงได้เกิดรอบบุ๋มเพียงเล็กน้อย

เมื่อเย่ หยวนเห็นดังนั้น เขาก็ส่ายหัว

“หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้านี่มันยากจริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมศิษย์พี่จูถึงได้บอกแบบนั้น…แม้ข้าจะพยายามปรับพลังปราณภายในร่างกายของข้าแล้วแท้ๆ แต่ฝ่ามือของข้าก็ยังแสดงพลังออกมาไม่ได้”

เย่ หยวนถอนหายใจ หากจู ชุนหยางเห็นสิ่งนี้ เขาคงบ่นข้าจนขากรรไกรค้างแน่นอน…

หลงถัง ที่เคยพยายามฝึกวรยุทธนี้มาก่อน…แม้แต่เขายังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็มๆถึงจะใช้ กระบวนท่าแรกอย่าง คลื่นอาญาที่หนึ่งได้

 

แม้ว่าเย่ หยวนยังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่ได้อยู่ห่างจากความสำเร็จในการควบคุมคลื่นอาญาที่หนึ่งเลย เพียงแค่2ชั่วโมงเท่านั้น…เขาก็สามารถใช้มันได้ แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

 

“อีกทีหนึ่ง!” เย่ หยวนไม่ท้อแท้เลยแม้แต่น้อย เขาได้ใช้วิธีเดิม..โดยการเริ่มเดินลมปราณอีกครั้ง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top