*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่27 หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า

 201 Views

ภายในหอพระคัมภีร์แห่งสำนักดานวูถูกแบ่งออกเป็น3ส่วน และส่วนที่2จะเข้าได้เฉพาะผู้ที่อยู่ในอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันเย่ หยวนไม่มีสิทธิ์เข้าไป

 

ส่วนที่1จะเป็นสถานที่รวบรวมวรยุทธระดับหนึ่ง และมันก็มากพอสำหรับเย่ หยวนในตอนนี้แล้ว

ชั้นตรงหน้าเรียงรายไปด้วยหนังสือต่างๆ มีทั้งหนังสือการเพาะปลูกพลังและหนังสือโอสถระดับหนึ่งอีก แต่ละหมวดหมู่จะถูกเรียงแยกกันไป

หนังสือแต่ละเล่มจะเป็นฉบับสำเนา และหนังสือต้นฉบับจะถูกเก็บไว้โดยนิกายเมฆาราตรีสาขาใหญ่

เนื่องจากเย่ หยวนมีวรยุทธเพาะปลูกพลังอย่าง เก้าเซียนบูรพาแล้ว…จึงไม่จำเป็นสำหรับเขา

และพวกหนังสือโอสถก็เช่นกัน…อะไรที่เกี่ยวกับโอสถเย่ หยวนจะคัดออกไปทันที

มีเพียงวรยุทธการต่อสู้เท่านั้นที่เย่ หยวนต้องการในตอนนี้

 

เย่ หยวนเริ่มเดินไปตรงชั้นหนังสือหมวดวรยุทธป้องกันตัวและเริ่มหาวรยุทธที่เหมาะสมกับเขา

เย่ หยวนได้หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา “วรยุทธเพลิงอัคคี” มันเป็นวรยุทธระดับหนึ่งขั้นกลางและมีคุณสมบัติธาตุไฟ  เขาได้เปิดอ่านอย่างคราวๆ..แต่เนื่องด้วยวรยุทธนี้หยาบเกินไปแถมพลังการทำลายก็อ่อนแอเช่นกัน จึงทำให้เย่ หยวนส่ายหัว

แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะพรรณนาว่าทรงพลังแค่ไหน แต่เมื่อเย่ หยวนได้อ่านรายละเอียดก็ทำให้เขาส่ายหัวทันที ทำไมเขาถึงต้องเสียเวลามาอ่านอะไรแบบนี้กัน?

 

เขาได้นำหนังสือ “วรยุทธอัคคี” ไปวางที่เดิม เขาเจอแต่วรยุทธที่พลังการทำลายอยู่ในระดับเดียวกับวรยุทธอัคคี ซึ่งมันไร้ประโยชน์ และเมื่อเวลาผ่านไป…ในตอนนี้เขาหยิบหนังสือมามากกว่า10เล่มแล้ว แต่ก็ไม่มีเล่มไหนที่เข้าตาเขาเลยแม้แต่น้อย

เย่ หยวนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ นิกายเมฆาราตรีทำไมช่างขี้เหนียวขนาดนี้…แม้แต่วรยุทธระดับหนึ่งดีๆยังไม่คิดจะเผยแพร่

 

แต่เมื่อคิดไปคิดมาเขาก็รู้สึกโล่งใจ…ทั้งวรยุทธการเพาะปลูกและวรยุทธการต่อสู้เหล่านี้เป็นเพียงพื้นฐานของนิกาย ดังนั้นวรยุทธการเพาะปลูกที่แท้จริงก็ไม่มีทางถูกเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะแน่นอน?

ไม่มีวรยุทธใดที่ถูกใจเย่ หยวนเลยในชั้นนี้ ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปลึกขึ้น

ยิ่งเดินเข้าไปลึกหนังสือก็ยิ่งมีน้อยลงแต่แลกมากับคุณภาพที่สูงขึ้น หนังสือจำนวนน้อยเหล่านี้คือวรยุทธระดับหนึ่งขั้นสูง แม้เย่ หยวนจะหยิบมาดูอีกหลายเล่ม เขาก็ยังไม่พบอะไร

 

ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรดีเลย แต่เย่ หยวนต้องการหาวรยุทธที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการประลองครั้งนี้

สำหรับเย่ หยวนวรยุทธระดับหนึ่งขั้นกลางหรือขั้นสูงก็ไม่แตกต่างอะไรสำหรับเย่ หยวนมากนัก วรยุทธขั้นต่ำอาจไม่ได้แย่อย่างที่คิด แต่วรยุทธขั้นสูงอาจไม่ได้ดีอย่างที่คิดเช่นกัน

 

เพียงแค่วรยุทธก้าวพริบตา มันเป็นเพียงระดับหนึ่งขั้นกลางเท่านั้น แต่เนื่องจากมันเป็นวรยุทธป้องกันตัวที่ดีมากอันหนึ่ง เขาจึงถูกใจกับมันมาก

เมื่อเย่ หยวนเห็นวรยุทธก้าวพริบตาของดินแดนนี้ครั้งแรก เขาก็รู้เลยว่าผู้คิดค้นยังไม่สามารถดึงพลังออกมาได้เต็มที่ หากดึงมันออกมาได้เต็มที่..มันอาจกลายเป็นวรยุทธระดับหนึ่งขั้นสูงเลยก็เป็นได้

เมื่อเย่ หยวนเดินลึกไปอีก เขาก็ไม่พบหนังสือเลยสักเล่มบนขั้นวาง..มีเพียงเศษหยกที่กระจัดกระจายเท่านั้น เย่ หยวนรู้ทันทีว่านี่อาจเป็นจุดสำคัญของส่วนแรกในหอพระคัมภีร์แห่งนี้

 

เนื่องจากวรยุทธต่อไปนี้ไม่สามรุบันทึกลงในหนังสือได้ เฉพาะหยกเท่านั้นที่สามารถบันทึกลงไปได้

เย่  หยวนใช้ลมปราณของตนตรวจสอบหยกอยู่หลายชิ้น เขาก็พบว่าภายในหยกเหล่านี้ได้บันทึกวรยุทธระดับหนึ่งขั้นสูงเท่าหมด แถมมันเป็นวรยุทธที่หาได้ยากอีกด้วย

หยกเพียงชิ้นเดียวในนี้ เมื่อนำมันออกไปในโลกภายนอกมันอาจมีมูลค่ามากหากนำมันไปขาย…เพราะผู้คนส่วนใหญ่ในรัฐฉินนั้นมีพลังอยู่ในอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณ และวรยุทธที่ขายกันในโลกภายนอกก็มีแต่ขั้นต่ำและกลางเท่านั้น

 

แต่อย่างไรก็ตามเย่ หยวนก็ไม่ได้สนใจหยกพวกนี้เลย เขามองมันเพียงครู่หนึ่งก็นำมันไปวางไว้ที่เดิม และได้เดินเข้าไปยังชั้งวางสุดท้าย

บนชั้นวางอันสุดท้าย..มีหยกวางเพียง3ชิ้นเท่านั้น

 

หยกทั้ง3ชิ้นนี้เห็นได้ชัดว่ามันแตกต่างจากหยกอันอื่นๆอย่างสิ้นเชิง

ข้ามเมฆาพันลี้ วรยุทธการเคลื่อนไหว!

เมื่อมีความเชี่ยวชาญวรยุทธนี้ในขั้นปฐพีกึกก้อง จะลดพลังปราณในการใช้และยังเพิ่มระยะอีก1ฟุตในทันที

 

“ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่”

หลังจากที่เย่ หยวนได้อ่านรายละเอียดของวรยุทธนี้ก็พบว่า..วรยุทธนี้มีจุดเด่นในด้านการเคลื่อนไหว เมื่อเทียบกับก้าวพริบตา การเคลื่อนไหวของวรยุทธข้ามเมฆาพันลี้นั้นมีความยืดหยุ่นน้อยกว่าก้าวพริบตา

วรยุทธการเคลื่อนไหวอันนี้มันมีพลังเหนือกว่าระดับหนึ่งไปแล้ว

 

เขาได้วางหยกนี้บนชั้นวาง เย่ หยวนได้หยิบหยกอันที่สองลงมาแทน…

วรยุทธอัสนีกรีดร้อง…วรยุทธนี้ค่อนข้างซับซ้อนและเรียกรู้ยากมาก แถมระดับก็อยู่พอๆกับวรยุทธข้ามเมฆาพันลี้อีกด้วย แม้จะซับซ้อนและลึกลับ…แต่มันก็ไม่ได้รับความสนใจจากเย่ หยวน

 

เขาได้หยิบหยกชิ้นที่3ลงมา

“หืม? หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้า……”

“วรยุทธนี้ไม่สมบูรณ์? นี่คงเป็นวรยุทธระดับสูงแต่ไม่น่าเกินระดับสาม..แต่เพรามันไม่สมบูรณมันจึงถูกลดระดับให้กลายเป็นระดับหนึ่งขั้นสูง?”

เย่ หยวนสนใจอย่างมากเมื่อได้อ่านบทนำในหยกชิ้นนี้

ไม่ใช่ว่าวรยุทธนี้มีพลังถึงระดับสามเขาจึงสนใจ แม้จะเป็นระดับสามจริงๆ…สำหรับเย่ หยวนก็เป็นเพียงวรยุทธระดับต่ำ

 

สิ่งที่ดึงดูดเขาจริงๆคือ วิธีการใช้พลังของวรยุทธนี้ต่างหาก…เมื่อฝึกสำเร็จ คลื่นพลังที่ปล่อยออกมาจะสร้างความเสียหายต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งครั้ง และเมื่อปล่อยอย่างต่อเนื่องมันก็ยิ่งทวีจำนวนครั้งความเสียหายเข้าไปอีก  เช่น

การปล่อยหนึ่งรอบจะสร้างความเสียหายเท่ากับ 2ครั้ง (เรียกว่า คลื่นอาณาที่หนึ่ง)

หากปล่อยสองรอบก็จะสร้างความเสียหายเท่ากับ 4ครั้ง  (คลื่นอาญาที่สอง)

หากปล่อยสี่รอบก็จะสร้างความเสียหายเท่ากับ 16ครั้ง  (คลื่นอาญาที่สี่)

หากปล่อยหกรอบก็จะสร้างความเสียหายเท่ากับ 36ครั้ง  (คลื่นอาญาที่หก)

 

 

ซึ่งพลังแบบนี้มันทำให้เย่ หยวนสนใจเป็นอย่างมาก

บทนำเกี่ยวกับหยกชิ้นนี้ได้มีคำทิ้งท้ายเขียนว่า “หากใครสามารถใช้วรยุทธนี้ได้..จะแกร่งขึ้นจนสามารถไต่ระดับการต่อสู้ไปยังระดับที่สูงกว่าได้ในทันที วรยุทธนี้เป็นดั่งอาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้เหล่านักสู้ได้เจริญเติบโต” เย่ หยวนได้ถอนหายใจด้วยความชื่นขม

เย่ หยวนรู้ดีว่าวรยุทธแบบนี้จะทำให้เชี่ยวชาญนั้นมันยากมาก เนื่องจาก…หากยิ่งใช้มันหลายรอบก็ยังยิ่งทวีจำนวนครั้งโจมตีไปเรื่อยๆ ซึ่งความยากมันอยู่ตรงนั้น

 

หากวรยุทธอื่น..การปล่อยออกมากสองรอบมันก็คือการออกแรงแค่2ครั้ง แต่หัตถ์คลื่นอาญาชั้นฟ้านี้ หากปล่อยออกมาสองรอบ..ก็จะเท่ากับต้องออกแรงถึง4ครั้งนั้นเอง ยิ่งกว่านั้นถ้าใช้มันเพิ่มขึ้นจำนวนก็จะทวีคูณไปเรื่อยๆ 8ครั้ง 16ครั้งและอาจจะถึง32ครั้งเลยทีเดียว มันจะกินแรงผู้ใช้อย่างทวีคูนทันที

แต่วรยุทธนี้มันเป็นวรยุทธที่น่าทึ่ง แต่น่าเสียดายตรงที่มันไม่สมบูรณ์

 

………………………..

 

“เจ้าเลือกวรยุทธอันนี้งั้นรึ?” เมื่อได้เห็นวรยุทธที่เย่ หยวนเลือกจู ชุยหยางก็ประหลาดใจอย่างมาก

 

“ถูกต้องแล้ว” เย่ หยวนรู้อยู่แล้วว่า จู ชุนหยางจะต้องประหลาดใจแน่นอนเมื่อได้เห็น

 

“แต่…วรยุทธนี้อาจทรงพลัง แต่มันไม่สมบูรณ์มันอาจเป็นอันตราย…..”

จู ชุนหยางพยายามเกลี้ยกล่อมเย่ หยวน

 

“ข้ารู้..แต่วรยุทธนี้เมื่อได้อ่าน มันช่างน่าประทับใจมาก ข้าจะฝึกฝนมัน..แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องความอันตราย” เย่ หยวนตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

 

“ไม่เพียงแค่อันตราย แต่มันยากเกินไป..เจ้ารู้ไหมว่า แม้แต่ศิษย์พี่หลงถังก็ยังเคยนำมันไปฝึก..แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ต้องยอมแพ้และตัดใจไป ดังนั้นไม่มีทางเลยที่จะฝึกสำเร็จภายใน3วัน…แม้ว่าเจ้าจะเก่งแค่ไหนก็เถอะ อย่างมากเจ้าก็คงสำเร็จแค่กระบวนท่าแรก “คลื่นอาญาที่หนึ่ง” ซึ่งมันคงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่กับการประลองในครั้งนี้ เจ้าคิดว่าไง?”

 

อันที่จริง สิ่งที่จู ชุนหยางพูดมาก็มีความเป็นไปได้อย่างมาก..ในความคิดของเขา อย่างมากเย่ หยวนต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนถึงจะสำเร็จกระบวนท่าแรกได้

พลังของกระบวนท่าที่หนึ่งอย่าง “คลื่นอาญาที่หนึ่ง” ก็เป็นเพียงการโจมตี2ครั้ง และไม่อาจชดเชยความแตกต่างของพลังระหว่างเย่ หยวนและเฟย หยางปิงได้

ดังนั้น..แทนที่จะเน้นด้านทฤษฏี เขาควรจะไปใส่ใจกับด้านปฏิบัติมากกว่า

 

เย่ หยวนรู้สึกเป็นมิตรกับจู ชุนหยางที่อย่างน้อยๆเขาก็ไม่ได้เห็นเย่ หยวนเป็นตัวตลกเหมือนกับคนอื่นๆ ดังนั้นเย่ หยวนจึงยิ้มและตอบกลับไปว่า

“ขอบคุณท่านมากจริงๆที่ห่วงใยข้าถึงเพียงนี้ แต่เขาได้คิดแผนสำหรับอีก3วันข้างหน้าไว้แล้ว…ข้าคิดว่าข้าเอาอยู่”

 

“นี่…เอาล่ะ หากเจ้ายืนยันเช่นนี้ ข้าก็จะไม่ห้ามเจ้าอีกแล้วล่ะ…เจ้าก็ต้องลองฝึกมันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ล่ะกัน” จู ชุนหยางส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจด้วยความเป็นห่วง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!