*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่26 ดั่งธาตุอากาศ

 228 Views

ในตอนนี้การที่หลิว หลัวซุยและหวัง หยวนอยู่ด้วยกันแบบนี้..มันเห็นได้ชัดว่าพวกเขาพยายามจะสื่อถึงอะไร ก่อนหน้านี้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเทพธิดาระดับปฐพีนางนี้ได้มีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับหวัง หยวน

การที่พาหลิว หลัวซุยมาที่นี่ด้วยเป็นเพราะ…หวัง หยวนต้องการจะย้ำยีศักดิ์ศรีของเย่ หยวนว่า ในท้ายที่สุดก็ถูกคู่แข่งของตนขโมยคนรักไป

เขากำลังมองไปข้างหน้า มองใบหน้าของผู้ที่ถูกขยี้ศีกดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างเย่ หยวนว่าจะทำหน้าอย่างไร… หึ…คงเศร้ามากสิที่ถูกคนที่เกลียดที่สุดขโมยคนรักไปแบบนี้!

….แต่การตอบสนองของเย่ หยวนก็ทำให้หวัง หยวนผิดหวังเพราะสีหน้าของเย่ หยวนไม่ได้แสสดงความรู้สึกใดๆออกมาเลย

 

ตั้งแต่ต้นจนจบเย่ หยวนไม่เคยแม้แต่จะหันมาสนใจหลิว หลัวซุยเลยสักนิด…ทำอย่างกับว่านางเป็นอากาศธาตุไร้ตัวตน การแสดงออกแบบนี้ของเย่ หยวนมันทำให้หลิว หลัวซุยโกรธ..ที่เขาไม่สนใจคำพูดของนางเลยสักนิด

หลิว หลัวซุยค่อนข้างมันใจกับเสน่ห์ที่ตนมี หลังจากที่ได้ยินนางกล่าวไปเย่ หยวนควรจะคล้อยตามนางสิ…แต่นี่มันอะไร แม้แต่น้ำตาสักหยดก็ยังไม่มี

หากเป็นเย่ หยวนในอดีตมาได้ยินแบบนี้เขาคงเสียศูนย์ไปแล้ว แต่ชั่งน่าผิดหวัง…ที่ในตอนนี้เขาไม่ใช่เย่ หยวนเหมือนที่ผ่านมา ด้วยสถานะที่เป็นถึงจักรพรรดิโอสถในอดีตของเขา…ได้มีสาวๆมาลายล้อมเขามากมาย ดังนั้นกับสาวงามคนเดียวจะทำอะไรเขาได้? ไม่มีทางเลยว่าแค่ลูกไม้ต่ำๆของนางจะมาหลอกล่อเย่ หยวนในปัจจุบันได้

 

เย่ หยวนกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ปนรำคาญ

“หงส์เลยงั้นรึ? นี่เจ้าไม่เพ้อเจ้อไปหน่อยรึ…อย่างเจ้าดีที่สุดของเป็นแค่แม่ไก่ ดังนั้น..เจ้าเป็นเพียงไก่แต่กล้าเปรียบเทียบกับสัตว์สูงส่งอย่างหงส์ได้อย่างไรกัน?  ทั้งๆที่เจ้าหน้าตาก็งดงาม..แต่ก็นำมันมาหลอกล่อผู้ชาย เจ้าคิดว่ามันไม่เสียของไปหน่อยรึ? เจ้าเคยเห็นศิษย์พี่หญิงเฟิงไปทำแบบนี้กับชายอื่นบ้างไหมล่ะ? เทพธิดาแต่ละองค์ย่อมเก็บสิ่งมีค่าที่สุดของนางเอาไว้…แต่ดูเหมือนสิ่งๆนั้นมันไม่มีสำหรับเจ้า”

 

หลิว หลัวซุยเป็นคนที่ภาคผู้ใจในตนเองอย่างมาก และภายในสำนักแห่งนี้ก็มีแต่คนชื่นชมนาง และไม่มีใครเคยเปรียบเทียบนางเป็นแม่ไก่เลยสักคน?

ในตอนนี้หลิว หลัวซุยโมโหจนคิ้วแทบจะชนกันแล้ว แต่นางก็ไม่อาจลืมที่เย่ หยวนกล่าวตะกี้ได้เลย…ที่นำนางไปเทียบกับศิษย์พี่หญิงเฟิง ซึ่งนางคนนี้นั้นอยู่เหนือเกินกว่าหลิว หลัวซุยจะเอื้อมถึงได้

 

ศิษย์พี่หญิงนามว่า เฟิง ฉีหลัว ได้ชื่อว่าเป็นเทพธิดาที่แท้จริงแห่งสำนักดานวู ไม่เพียงแค่ความงดงามและมีเสน่ห์ของนางที่เรียกว่าทั้งแผ่นดินคงไม่มีใครงดงามเท่านางอีกแล้ว แต่ยังเป็นหนึ่งในสามของหอจอมโอสถแห่งเกียรติยศและยังติดอันดับในหอนักสู้แห่งเกียรติยศอีกด้วย นางมีความแข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าหลงถัง นางผู้นี้เป็นคนเดียวที่หลัว หลิวซุยไม่อาจเทียบเคียงได้เลยแม้แต่น้อย

เฟิง ฉีหลัวไม่เคยสนใจชายใดเลยสักคน..ซึ่งแตกต่างกับหลิว หลัวซุย และนางยังได้ฉายาว่าดอกไม้น้ำแข็งแห่งสำนักดานวู

 

“หึ!…ข้าจะให้เฟย หยางปิงดูแลเจ้าอย่างดีเลยล่ะในการปะลอง!”

ในความคิดของหลิว หลัวซุย คิดว่า…ไม่ใช่เย่ หยวนไม่สนใจนางหรอก แต่เป็นเพราะเขาคงกำลังควบคุมอารมณ์ของตนอยู่หลังจากรู้เรื่องทั้งหมด

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าทั้งคู่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก แล้ว…มีธุระแค่นี้ใช่หรือไม่?”

“หากไม่มีธุระอะไรแล้ว งั้นข้าขอลา”

หลังจากเสร็จสิ้นคำพูด เย่ หยวนก็เดินต่อไป

 

“ใครอนุญาติเจ้าให้ไป?” ใบหน้าและน้ำเสียงของหวัง หยวนได้ดุดันขึ้นพร้อมกับใช้มือของตนคว้าแขนของเย่ หยวนอย่างรวดเร็ว….

แต่…สิ่งที่เขาคว้าออกไปมีเพียงแค่อากาศเท่านั้น แม้แต่ปลายเสื้อของเย่ หยวนก็มิอาจสัมผัสได้

พวกเขาทั้งคู่ได้มองไปยังเย่ หยวน…พร้อมกับความประหลายใจ ที่เย่ หยวยในตอนนี้ได้อยู่ห่างจากพวกเขาไปหลายเมตร..ทั้งๆที่พึ่งเดินออกไป เย่ หยวนได้โบกมือลาให้กับทั้งคู่..และหันกลับไปเดินต่อ ใบหน้าของหวังหยวนเติมไปด้วยความโกรธและจู่ๆเขาก็หน้าซีดลงทันที…

 

“บะ-บ้าน่ะ…นี่มัน….ก้าวพริบตา?” หวัง หยวนกล่าวออกมาด้วยความสงสัยเต็มไปหมด

 

“ใช่แล้ว..นั้นคือก้าวพริบตา…” หลิว หลัวซุยได้ขมวดคิ้วในทันที..นางเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างชัดเจน นางตกตะลึงกับการเคลื่อนไหวของเย่ หยวนตะกี้มาก

 

“ในความคิดของข้า มันมีความเป็นไปได้..แต่เขาเป็นเพียงระดับสาม แต่ทำไมการก้าวพริบตาของเขาถึงดูทรงพลังขนาดนี้กัน? หรือว่า…เขาจะใช้ก้าวพริบตานั้นหนีการลอบสังหารมาได้?”

หลิว หลัวซุยนึกคิดได้ทันทีเมื่อเห็นก้าวพริบตาของเย่ หยวน ก่อนหน้านี้เขารู้จักเย่ หยวนดี…ในสายตาของนาง เย่ หยวนก็แค่คนไร้ประโยชน์คนหนึ่ง

 

“คำพูดของศิษย์น้องหลิวก็มีเหตุผล แต่ข้าสงสัยว่า..เจ้านั้นฝึกวรยุทธก้าวพริบตาตั้งแต่เมื่อใดกัน? ถึงจะเป็นแบบนั้นอย่างเจ้านั้นก็ไม่ใช่คู่ต่อสูงของเจ้าหยางปิงหรอก จริงไหม?”

หวัง หยวนเคยแข่งขันกับเย่ หยวนมาตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นเขาจึงรู้ดีในตัวเย่ หยวนมากที่สุด..หลังจากที่ได้ยินเช่นนี้ หลิว หลัวซุยก็รู้สึกดีขึ้น

 

“ท่านพี่หวัง..ท่านกำลังตกใจเพราะก้าวพริบตาของเย่ หยวนงั้นรึ? เจ้านั้นคงไปเรียนรู้ก้าวพริบตาโดยบังเอิญเท่านั้น…อย่างมากเจ้านั้นคงมีดีแค่นี้มิฉะนั้นคงไม่รีบวิ่งหนีท่านแบบนี้หรอก ในตอนนี้เจ้านั้นเพียงแค่เหิมเกริมและประมาทเท่านั้น..แถมตะกี้ท่านก็ไม่ได้เอาจริงเลยสักนิด เจ้านั้นจริงหลบหนีไปได้ แม้เขาจะใช้ก้าวพริบตาได้..แต่มันก็แค่ขั้นริเริ่มเท่านั้นแถมมันยังเป็นเพียงวรยุทธระดับหนึ่งขั้นกลาง อีกไม่นานเจ้านั้นก็ถูกฆ่าแล้วล่ะ” จากนั้นนางก็ได้เดินหายไปพร้อมกับความสงสัยและประหลาดใจของนาง และท่าทีของนางก็กลับไปเป็นเทพธิดาที่งดงามอีกครั้ง

Wan Yuan had long lusted after Liu Ruoshui. Seeing Liu Ruoshui chased after him like this made him drunk with pleasure

จนถึงบัดนี้หวัง หยวนไม่เคยใช้พลังของตนเต็มกำลังเลยสักครั้ง..แต่ในตอนคว้าแขนเย่ หยวนเขาได้ใช้พลังของตนถึง7จาก10ส่วน แต่เย่ หยวนก็ยังสามารถหลบได้

แต่ความแข็งแกร่งก็ยังเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะ และวรยุทธเสริมความเร็วก็เป็นเพียงส่วนประกอบเล็กน้อยเท่านั้น และสิ่งที่หลิว หลัวซุยคิดก็ถูกต้อง…เพราะก้าวพริบตามันไม่ได้ทรงพลังมากพอที่จะทำให้เย่ หยวนชนะได้ ดังนั้นเย่ หยวนจึงไปค้นหาวรยุทธต่างๆเพื่อมาตอบโต้กับสถานการณ์เช่นนี้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มันทำให้หวัง หยวนตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง และเขาจะต้องรีบกลับไปเตือนเฟย หยางปิงเพื่อไม่ให้เฟย หยางปิงประมาทฝ่ายตรงข้ามของเขา

 

“ดูเหมือนว่าความคิดของศิษย์น้องหลิวชั่งเฉียบขาด ในครานี้ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้านั้นรอดได้อีก..ดูเหมือนว่าเราจะต้องไปเตรียมไม้เด็ดให้กับเจ้าเฟย หยางปิงหน่อยแล้ว”

 

………………….

 

หลังจากที่เย่ หยวนหลุดออกจากสองคนนั้นได้ เขาก็เดินตรงไปยังหอพระคัมภีร์

เย่ หยวนกังวลเล็กน้อย เขาไม่ต้องการที่จะเปิดเผยก้าวพริบตาต่อหน้าใครทั้งนั้น..ยิ่งเป็นสองคนนั้นด้วยล่ะก็ แต่นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ช่วยไม่ได้…ได้แต่ต้องใช้วรยุทธที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้หลบหนีออกมาเท่านั้น

แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้ใช้วรยุทธที่แข็งแกร่งที่สุดอีกอันหนึ่งอย่างดัชนีจิตเทพ เพราะหากเขาใช้ดัชนีจิตเทพต่อหน้าคนอื่นล่ะก็ มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงต้องมายังหอพระคำภีร์เพื่อค้นหาวรยุทธอื่นๆมาใช้ต่อสู้

 

คัมภีร์วรยุทธในที่นี่มันไม่ใช่วรยุทธลับแต่อย่างใด แน่นอนว่าไม่มีวันที่วรยุทธลับเหล่านั้นจะถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะได้ แต่สำหรับเหล่าเย่ หยวนวรยุทธที่อยู่ในนี้ก็เพียงพอแล้ว

 

“ท่านพี่ชาย ข้าต้องการจะเข้าไปยังหอพระคัมภีร์เพื่อไปเรียนรู้วรยุทธสักหนึ่งหรือสองบท”

เย่ หยวนขอร้องพร้อมกับยื่นบัตรประจำตัวไปให้กับศิษย์พี่คนหนึ่งที่กำลังปฎิบัติหน้าที่

 

ศิษย์พี่คนนี้นามว่า..จู ชุนหยาง และระดับของเขาคือ..ระดับปฐพี เมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ที่แสดงสถานะระดับเหลือง เขาก็มองอย่างดูหมิ่นทันที

 

ตราสัญลักษณ์ระดับถูกสร้างโดยสำนักดานวู ซึ่งมันคือสัญลักษณ์ตัวแทนของคนๆนั้น…ทราบเท่าที่สามารถตรวจสอบได้ จะรู้ทันทีเลยว่าตราอันนี้เป็นของใคร

 

“เย่ หยวน?” จู ชุนหยางรู้สึกคุ้นชื่อนี้มาก..เขาเคยได้ยินเมื่อนานมาแล้ว หลังจากที่ครุ่นคิดไปครู่หนึ่งเขาก็นึกแกพร้อมถามไปว่า “เจ้า…เจ้าคืออันดับสุดท้ายแห่งสำนักหรือไม่?”

 

เย่ หยวนยิ้มและตอบว่า “หากไม่มีชื่อซ้ำ..ก็ต้องข้านี่แหละ”

เย่ หยวนไม่เคยใส่ใจเรื่องอัดดับสุดท้ายอย่างที่เคยเป็นมาก่อน

 

เมื่อได้ยินดังนั้น จู ชุนหยางก็เริ่มสนใจขึ้นมาทันที

“เจ้าคงรักสำนักแห่งนี้มากล่ะสิ จึงเลือกที่นี่เป็นสถานที่สุดท้ายของชีวิตเจ้าน่ะ…เจ้ากล้าทำสัญญาความเป็นความตายได้อย่างไรกัน?”

 

เย่ หยวนรู้อยู่แล้วว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องนี้ เขาจึงยิ้มและตอบกลับไปว่า

“คนอื่นๆต่างดูถูกข้ามานับไม่ถ้วน ดังนั้นข้าไม่อาจทำตัวขี้คลาดได้อีกแล้ว..ท่านไม่คิดงั้นบ้างรึ?”

 

“ฮ่าฮ่า…ก็ถูกของเจ้า แต่พลังของเจ้ามัน….” จู ชุนหยางเป็นคนตรงไปตรงมา จึงไม่ค่อยห่วงความรู้สึกคนอื่นเท่าไหร่

 

“ฮ่า…ข้าจึงมาที่นี่เพื่อหาวรยุทธที่ใช้ต่อสู้น่ะสิ”

“อ่า..แม้จะไม่อาจช่วยอะไรได้แล้ว แต่มันก็คือความหวังสุดท้ายของข้า…ข้าหวังว่าท่านคงจะเข้าใจ ข้าพึ่งตระหนักได้ว่าที่ผ่านมา..ข้าละเลยการฝึกฝนมาตลอด การฝึกฝนที่ดีย่อมนำไปสู่อนาคตที่ดีเสมอ..”

“แม้ว่าข้าจะแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่อย่างน้อยข้าก็ยังทำอะไรบ้างอย่างกับอนาคตได้..แม้จะเพียงแค่3วันก็เถอะ..อย่างน้อยๆก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ท่านว่าถูกไหม?”

 

จู ชุนหยางลุกขึ้นทันทีเมื่อได้ยิน…และเขาก็ยิ้มให้แก่เย่ หยวนพร้อมกล่าวว่า

“เจ้านี่น่าสนใจจริงๆ…ช่างต่างจากในข่าวลือลิบลับ เจ้ามีเวลาสองชั่วโมงในการใช้หอแห่งนี้”

 

“ขอบคุณท่านมากท่านพี่ชาย”

จู ชุนหยางได้ทุบอกเย่ หยวนเบาๆพร้อมกล่าวด้วยรอบยิ้มว่า

“เมื่อถึงวันประลอง..ข้าจะค่อยให้กำลังใจเจ้า”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!