*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่25 การประลอง

 209 Views

“นี่เจ้ารู้ข่าวหรือยัง? เกี่ยวกับที่โหล่ของระดับเหลืองแถมยังเป็นอันดับสุดท้ายอีก..ผ้าขี้ริ้ว เย่ หยวน…เจ้านั้นได้ทำสัญญาความเป็นความตายในการประลอง?”

 

“แน่นอน…ในตอนนี้ใครๆก็รู้กันทั้งนั้น เจ้านั้นคงเบื่อหน่ายกับการมีชีวิตอยู่แล้วล่ะ? แต่เรื่องสัญญาความเป็นความตายมันไม่ได้เกิดขึ้นมานาน2ปีได้แล้ว…เจ้านั้นมันเป็นคนแรกในรอบ2ปีเลย”

 

“นั้นสิ…รู้สึกว่า2ปีกับอีก5เดือน ที่ไม่มีใครกล้าทำสัญญาหลังจากตอนนั้นเลย…ในสัญญาครั้งนั้นรู้สึกจะทำโดยศิษย์พี่หลง แม้เขาเป็นเพียงศิษย์ระดับเหลือง..แต่ก็สามารถเอาชนะอีกฝ่ายที่มีพลังเหนือกว่าตนถึง2ระดับได้ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าทำสัญญาความเป็นความตายอีกเลย จนมีเจ้านั้นนี่แหละที่กล้าในรอบสองปี”

 

“ความจริงแล้ว ตลอดมาศิษย์พี่หลงไม่เคยเปิดเผยฝีมือที่แท้จริงออกมาเลย…จนกระทั้งตอนประลอง และหลังจากที่เขาได้สังหารฝ่ายตรงข้ามไป…เขาก็ได้เลื่อนขั้นไปยังระดับเทวะจนในที่สุดก็ได้เป็นอันดับหนึ่งในหอนักสู้แห่งเกียรติยศ”

 

“นี่ เจ้าคิดว่าขยะอย่างเย่ หยวนจะชนะคนที่มีพลังเหนือกว่าตนได้รึไม่? มีข่าวลือว่าภายในสองวันเจ้านั้นสามารถบรรลุทีเดียวได้ถึงสองระดับ จากแก่นแท้แห่งปราณระดับหนึ่งไปยังระดับสาม”

 

“ไม่มีทาง! นี่เจ้าเอาขยะนั้นไปเปรียบเทียบกับศิษย์พี่หลงได้อย่างไร? ในตอนนั้นทุกคนคิดว่าศิษย์พี่หลงอ่อนแอ…แต่แท้จริงแล้วเขาไม่ได้อ่อนแอเลย แต่อย่างเจ้านั้นน่ะรึ..จะก้าวข้ามได้ถึงสองระดับภายในระยะเวลาอันสั้น?”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่า..เย่ หยวนสามารถเข้ามาในสำนักแห่งนี้เพราะเหตุใด? พ่อของเขาเป็นถึงเซียนโอสถที่มีอยู่เพียงไม่กี่คนภายในรัฐฉิน นั้นหมายถึงพ่อของเขาอาจมียาอะไรบางอย่างที่ช่วยให้ลูกชายเขาสามารถก้าวข้ามได้ถึงสองระดับ? แต่การทำแบบนั้นมันก็เป็นเพียงความพัฒนาที่ว่างเปล่า ดังนั้นจะมีพลังอะไรไปสู้กับอีกฝ่ายได้?”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า สงสัยเจ้านั้นมันอยากตายจริงๆ…ตั้งแต่ตอนที่ประลองยาพิษกับเฟย หยางปิงในครานั้นแล้ว และผลของมันก็เกือบคราชีวิตเจ้านั้น แต่ยังดีที่มีพ่อบังเกิดเกล้ามาช่วยชีวิตทัน ทั้งๆที่รอดมาได้แล้วแท้ๆ…ยังอุตส่ากลับมายังสำนักเพื่อมาตายอีกรอบ สงสัยสมองของเจ้านั้นจะถูกยาพิษทำลายไปแล้ว?”

 

ภายในสำนักดานวูได้แบ่งระดับความแข็งแกร่งออกเป็น4ระดับ

ได้แก่ ระดับเทวะ, ระดับปฐพี, ระดับดำ, และระดับเหลือง ซึ่งทั้งเฟย หยางปิงและเย่ หยวนต่างอยู่ในระดับเหลืองทั้งคู่

 

ในระดับที่ผู้คนและสำนักมักสนใจใส่ใจมากที่สุดคือ..ระดับเทวะ ส่วนระดับที่ผู้คนและสำนักต่างให้ความสนใจน้อยที่สุดจะเป็นระดับเหลือง แม้จะเป็นเช่นนั้น…แต่การทำสัญญาความเป็นความตายของเย่ หยวนและเฟย หยางปิง มันต่างดึงดูดความสนใจของผู้คนเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นข่าวใหญ่ที่รู้กันทั่วสำนักแล้วในขณะนี้

 

แม้ว่าทางสำนักจะยอมรับให้มีการประลองกันอย่างเงียบๆภายในสำนัก แต่ก็ไม่อนุญาตใดสังหารแต่อย่างใด และเคยมีกรณีที่…ศิษย์คนหนึ่งที่มาจากตระกูลชั้นสูงได้สังหารคนบางคนในสำนักดานวู จนในท้ายสุดศิษย์คนนั้นได้ถูกลงโทษอย่างรุนแรงโดยสำนัก แม้จะมาจากตระกูลชั้นสูงแต่พวกเขาก็ไม่กล้ามาขัดแต่อย่างใด

แต่สัญญาณความเป็นความตาย นั้นต่างออกไป..ไม่ว่าจะเป็นทางสำนักหรืออาจารย์ก็ไม่มีสิทธิ์มาช่วยไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นหรือตาย

 

ในสำนักดานวูทุกคนรู้ดีว่าอันดับหนึ่งแห่งหอนักสู้แห่งเกียรติยศคือ หลงถัง

แต่ไม่มีใครรู้ว่าเย่ หยวนคืออันดับสุดท้าย แต่เมื่อเรื่องสัญญาความเป็นความตาย ได้กระจายออกไป ชื่อเสียงของเย่ หยวนก็ได้แพร่ออกไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน…เรียกได้ว่าเรื่องใหญ่พอๆกับระดับหลงถังเลยก็ว่าได้

แน่นอนว่าผู้คนที่พูดคุยเรื่องนี้ส่วนใหญ่มักจะหัวเราะเยาะเย้ยการกระทำที่สิ้นคิดของเย่ หยวน

 

การพัฒนาที่รวดเร็วเกินไปของเย่ หยวนมันคือจุดสนใจของผู้คน แต่ก็ไม่มีใครสักคนคิดว่าเย่ หยวนจะพัฒนาด้วยตนเอง ทุกคนต่างคิดว่าเป็นเพราะเย่ ฮานที่ใช้ยาอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเหลือลูกชายตนให้ก้าวข้ามมายังระดับสาม

ดังนั้นข้อสรุปที่ได้จากผู้คนเหล่านี้คือ…สมองของเย่ หยวนคงเสียหายจนทำให้เขาเสียสติแบบนี้และต้องการวิ่งหาความตาย

 

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันก็ได้มีเสียงแทรกเข้ามา

“เอ๋? ดูนั้น…นั้นเย่ หยวนไม่ใช่รึ?”

 

“หืม เจ้าคนเสียสตินั้นน่ะรึ?”

“จะว่าไปการประลองจะเกิดขึ้นอีก3วันข้างหน้า เจ้านั้นกำลังไปไหนกัน…แทนที่จะไปเตรียมให้พร้อม?”

 

“เจ้านั้นคงรู้สึกสิ้นหวังอยู่ในตอนนี้ ก็สมควรแหละ…ทั้งๆที่อยู่อันดับโหล่แท้ๆแต่ไม่เจียมตัวเองไปท้าคนที่เหนือกว่ามาก ข้าได้ยินมาว่า..เฟย หยางปิงมีอายุมากกว่าถึง2ปี…แถมยังอยู่ในอันดับ10ในระดับเหลืองอีก”

 

“หืม…ดูแปลกๆไปแหะ ทางที่เจ้านั้นมุ่งหน้าไปเหมือนจะเป็น…หอพระคัมภีร์?”

“บางทีเวลานี้เจ้านั้นอาจไม่มีทางเลือกจนต้องไปพึ่งพระพุทธองค์แล้ว?”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า ถึงขนาดต้องไปเกาะขาพระพุทธองค์เลยรึ? …หืม? เจ้านั้นถูกหยุดโดยใครกัน?… นั้นมัน…รู้สึกจะชื่อหวัง หยวน เขาพึ่งได้เลื่อนขั้นเป็นระดับปฐพีด้วยมิใช่รึ”

 

“โอ้โหว…ดูนางคนนั้นสิที่อยู่ข้างๆหวัง หยวน นั้นมัน..เทพธิดาชัดๆ หลิว หลัวซุยของข้า…หากได้คุยกับนางสักคำก่อนตายคงจะมีความสุขมาก!”

 

“สีหน้าเจ้าออกเยอะไปแล้ว แต่..หลิว หลัวซุยก็สวยจริงๆน่ะแหละ…”

 

…………………………

 

เย่ หยวนกำลังมุ่งหน้าไปยังหอพระคัมภีร์

เย่ หยวนในอดีตนั้นทำให้เขาในตอนนี้ตะลึงเป็นอย่างมาก เนื่องจากความทรงจำในชั้นเรียนของเขามีน้อยมากๆ…แถมข้อมูลเหล่านั้นก็ยังใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย ดังนั้นเย่ หยวนจึงต้องการวรยุทธการต่อสู้มาเพื่อจัดการกับสถานการณ์ในตอนนี้

เย่ หยวนไม่มีวรยุทธการต่อสู้ๆใดๆติดไม้ติดมือมาเลย และจริงๆแล้วตัวเขาในอดีตก็ไม่สมควรที่จะก้าวมายังอาณาจักรแก่นแท้แห้งปราณมาได้อีกด้วย พวกวรยุทธการต่อสู้ระดับแก่นแท้แห่งปราณมันไม่เคยผ่านตาเขาเลยรึไง?

 

แต่จู่ๆ…เย่ หยวนก็หยุดชะงักทันที เขาไม่คิดเลยว่าจะเจอคนอย่างหวัง หยวนในระหว่างทางไปหอพระคัมภีร์?

ดูเหมือนว่าหวัง หยวนจะตั้งใจมารอเขาอยู่แล้ว โดยผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆคือ หลิว หลัวซุย และสำหรับเย่ หยวนนางก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าอะไร…และนางยังเป็นต้นเหตุให้อีกไม่กี่วันต่อมาได้เกิดการแข่งขันยาพิษกับเฟย หยางปิงขึ้นอีกในตอนนั้น

“ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้! ไม่คิดว่าจะเจอนายน้อยเย่ที่นี่?….เจ้าจะรีบวิ่งไปไหนรึ?นี่เจ้ากลับชาติมาเกิดรึไง?”ใบหน้าของหวัง หยวนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่แววตาของเขาราวกับกำลังมองคนที่ตายแล้ว

 

เย่ หยวนได้หัวเราะออกมาต่อหน้าหวัง หยวนทันที หวัง หยวนมั่นใจอย่างมากว่า…เย่ หยวนจะได้ตายจริงๆแน่นอนในการประลองครั้งนี้ ดังนั้นเขาจึงมาพบเขาล่วงหน้าเพื่อมาเยาะเย้ยเย่ หยวน

หลังจากการประลอง เย่ หยวนคงได้ตายไปแล้ว..ดังนั้นเขาจะหาความสุขได้จากที่ไหนอีกล่ะหลังจากนี้?

เมื่อมองท่าทีของหวัง หยวน เย่ หยวนจึงหยุดและพูดด้วยรอยยิ้มว่า

“ถูกต้องแล้ว ที่ข้ากลับชาติมาเกิดก็เพื่อส่งเจ้าไปเกิดใหม่ไงล่ะ”

 

เมื่อหวัง หยวนได้ยินเช่นนั้น..เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที

“อะไรนะ..จะส่งข้าไปเกิดใหม่? ฮ่าฮ่าฮ่า…ข้าก็ยังยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆยังกล้ามาพูดอีก แม้เจ้าจะสำเร็จระดับสามโดยวิธีขี้คลาดเช่นนี้…แต่เจ้าก็ยังกล้ามาท้าทายข้าอีกงั้นรึ?”

หลิว หลัวซุยที่อยู่ข้างๆได้เอามือมาปิดปากของนางและหัวเราะอย่างดูถูก

นางหัวเราะเพราะได้ยินคำพูดเพ้อเจ้อจากเย่ หยวนไปเมื่อสักครู่

 

ทุกการกระทำของหลิว หลัวซุยนั้นมีเสน่ห์และดึงดูดผู้ชายอย่างมาก ชายทุกคนในสำนักไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า..ทุกๆคนก็ตามหมายปองนางกันทั้งนั้น หากจิตไม่แข็งแกร่งพอก็มิอาจทนต่อเสน่ห์นางได้เลย

และไม่ต้องพูดถึงเย่ หยวนในอดีตเลย…เขาเป็นเพียงคนโง่และจิตใจอ่อนแอคนหนึ่ง ดังนั้นเขาในอดีตจะทนต่อเสนห์ของนางได้อย่างไร?

 

เมื่อย้อนกลับไป หลิว หลัวซุยเคยอยู่ข้างเขาตลอด แต่ด้วยพฤติกรรมที่แย่จึงทำให้นางอยู่กับเขาได้ไม่นานและในตอนนั้นเย่ หยวนเศร้าจนไม่เป็นอันจะกิน แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ตามง้อขอคืนดี หลังจากนั้นนางก็ใช้กลอุบายเล็กๆน้อยๆจนทำให้เย่ หยวนหลงเสน่ห์นางจนโงหัวไม่ขึ้น  และนั้นก็คือสาเหตุที่ทำให้เย่ หยวนในอดีตได้ตายลงอีกด้วย

 

“ท่านพี่หวัง ดูเจ้านี่สิ..แม้เขาจะเป็นคนที่น่าสนใจ แต่เขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่า..เขาก็แค่คนน่าสังเวชคนหนึ่ง แถมก็ยังมีหน้ามาขอคืนดีอีก…อย่างกับคางคกที่ตามจีบหงส์ ทั้งๆที่อ่อนแอขนาดนี้ยังจะหาเรื่องเข้าตัวเอง…เรื่องการประลองยังไม่พอ..เขายังกล้าพูดท้าทายท่านพี่อีก ไม่คิดว่ามันน่าตลกรึ?”หลิว หลัวซุยนั้นงดงามดั่งดอกไม้ แต่คำพูดของนางได้ดูถูกเย่ หยวนอย่างมาก

 

เพื่อที่จะให้เย่ หยวนในอดีตหลงนางหัวปักหัวปำ ตลอดมานางจึงแสร้งทำเป็นว่านางอ่อนแอและน่าสาร แต่เมื่อนางรู้ว่าเย่ หยวนกำลังจะต่อสู้กับเฟย หยางปิง…และเย่ หยวนจะต้องถูกฆ่าอย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงไม่จำเป็นต้องแสร้งทำตัวดีกับเย่ หยวนอีกต่อไป แววตาของนางที่มองไปยังเย่ หยวนนั้นเต็มไปด้วยความดูถูกและในใจของนางก็เบื่อเต็มทนกับชายที่แสนเวทนาคนนี้แล้ว

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!