*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่23 ข้าจะใช้เพียงนิ้วเดียว

 216 Views

แท้จริงแล้วที่เย่ ฮานส่งเย่ หยวนไปยังสำนักดานวูเพียงเพราะแค่อยากให้เย่ หยวนมีเพื่อนที่เป็นระดับหัวกะทิและได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง

แม้เย่ หยวนจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย แต่อย่างน้อยๆ..ก็สามารถอ้างชื่อของเหล่าหัวกะทิเพื่อให้คนกลัวได้

ด้วยระดับพลังในตอนนี้ของเย่ หยวน เขาสามารถใช้วรยุทธก้าวพริบตาได้…แต่ก็ไม่สามารถดึงประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาได้ทั้งหมด

แม้ว่าวรยุทธนี้จะเคยใช้ได้อย่างคล่องแคล่วในตอนที่อยู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์…แต่ในความเป็นจริง ตอนนี้แค่ควบคุมมันก็ยังลำบาก ดังนั้นก็ไม่ถือว่าสามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์

หลายวันที่ผ่านมา เย่ หยวนได้พยายามนึกและลำดับเรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างคนเก่าอยู่ โดยอาศัยเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่ผ่านมาและได้เจอกับความทรงจำในห้องเรียน เขาจึงพยายามนึกถึงสิ่งที่อาจารย์ในดานวูสอนเขาในตอนนั้น…และหนึ่งในนั้นคือ วรยุทธก้าวพริบตา จึงทำให้เขานึกวรยุทธนี้ออก

 

แต่วรยุทธก้าวพริบตาที่เย่ หยวนกำลังใช้อยู่ขณะนี้ไม่ได้ลอกตามแบบในความทรงจำทั้งหมด เขาได้ประยุกต์เข้ากับวรยุทธก้าวพริบตาจากดินแดนศักดิ์สิทธ์ด้วยความเข้าใจของตนเอง จึงทำให้วรยุทธก้าวพริบตาที่ใช้อยู่ขณะนี้ มันแข็งแกร่งกว่าที่อาจารย์เคยสอนเอาไว้ในความทรงจำ

 

“ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมเจ้าถึงนำคนคุ้มกันมาเพียงเท่านี้…เพราะก้าวพริบตาของเจ้าช่างแกร่งกล้าและน่าประทับใจยิ่งนัก ดูเหมือนข้าจะประเมินเจ้าต่ำไป…ข้อมูลที่นายจ้างส่งมามันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง”

โช่วหยินรู้ว่าวรยุทธก้าวพริบตาไม่ใช่วรยุทธลับประจำตระกูลแต่อย่างใด และก้าวพริบตาเป็นเพียงการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสุดในช่วงเวลาและระยะสั่นๆ จึงทำให้วรยุทธนี้ไม่มีประโยชน์กับการลอบสังหารแต่อย่างใด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ฝึกวรยุทธนี้

 

ระดับความเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้นั้นถูกแบ่งออกเป็นหลากหลายขั้น

ขั้นริเริ่ม, ขั้นปฐพี, ขั้นปฐพีกึกก้อง, ขั้นสวรรค์ลือลั่น และขั้นหมื่นมายาเคียงฟ้า

 

อย่างไรก็ตามโช่วหยินรู้ดีถึงกลไกของวรยุทธนี้..นั้นคือ การเคลื่อนที่เร็วจนมองไม่ทันและเกิดภาพซ่อน และอย่างน้อยๆความเชี่ยวชาญก็ต้องอยู่ในขั้นสวรรค์ลือลั่น..ถึงจะสามารถเคลื่อนไหวเร็วจนเห็นภาพลวงตาได้แบบนี้…นี่แหละคือความน่ากลัวของความเชี่ยวชาญขั้นสวรรค์ลือลั่น

 

ตั้งแต่ที่เขาเป็นนักฆ่ามา..เขาไม่เคยเจอผู้ใดที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวขนาดนี้มาก่อน แถมฝ่ายตรงข้ามก็ยังเป็นเพียงอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณเท่านั้น แต่ภายใต้พลังอันน้อยนิดก็ยังมีความสามารถที่มีระดับความเชี่ยวชาญสูงถึงเพียงนี้

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเจ้าเด็กนี้ถึงกล้าเผชิญหน้ากับเขาแบบนี้ เพราะเจ้านี้มีของดีซ่อนอยู่

 

ในฐานะนักฆ่า โช่วหยินได้ฝึกฝนวรยุทธการเคลื่อนไหวมามากมายจนชำนาญ  แม้จะได้ฝึกฝนมามากมาย..แต่ก็ยังขาดความเชี่ยวชาญอีกเล็กน้อยถึงจะกลายเป็นขั้นสวรรค์ลือลั่นได้

แม้จะยังไม่ถึงขั้นนั้น….แต่เขาก็คิดว่าระหว่างขั้นปฐพีกึกก้อง กับ ขั้นสวรรค์ลือลั่น เขาเหลือเพียงจุดเล็กๆเพื่อข้ามมันไป แต่สำหรับระดับความเชี่ยวชาญในวรยุทธนั้น…แต่ละระดับมันห่างยิ่งกว่าสวรรค์และพื้นโลกยิ่งนัก

 

ความหมายของขั้นสวรรค์ลือลั่น คือ….การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้นั้นๆจนอยู่ในจุดสูงสุดและไม่สามารถหาจุดบกพร่องใดๆได้เลยแม้แต่น้อย ไม่เว้นแม้แต่…พวกปีศาจ แม้จะมีสัญชาตญาณที่น่าทึ่งเพียงใด แต่ก็เป็นการยากที่จะฝึกจนสำเร็จขั้นสวรรค์ล่ำลือ

และในส่วนของขั้นหมื่นมายาเคียงฟ้า คือผู้ที่ฝึกฝนจนยืนอยู่บนจุดสุดยอดของศาสตร์นั้นๆ…และได้ต่อยอดสิ่งๆนั้นให้แกร่งและเหนือขั้นขึ้นไปอีก หรือบางคนอาจจะสร้างวรยุทธของตนขึ้นมาใหม่โดยการวิวัฒนาการจากศาสตร์แบบเก่าๆเป็นพื้นฐาน

แม้ผู้คนต่างต้องการสำเร็จขั้นหมื่นมายาเคียงฟ้าที่มหาโหดเกินกว่าจะฝึกสำเร็จ…จนเรียกได้ว่าการงมเข็มในมหาสมุทรนั้นยังง่ายกว่า นี่จึงเป็นเหตุผลว่า..ทำไมขั้นนี้ถึงชื่อว่า “มายา” เพราะขั้นนี้มันอาจไม่มีจริงก็เป็นได้ และโดยทั่วไปของการฝึกฝน…การฝึกจนถึงขั้นสวรรค์ลือลั่น ก็ถือเป็นความสำเร็จอันสูงสุดในชีวิตแล้ว

โช่วหยินค่อนข้างมั่นใจกับการเคลื่อนไหวของตนเอง แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะแพ้เศษโคลนตรงหน้าเขาอีกด้วย

 

“ถึงเจ้าจะเยินยอข้าสักเพียงใด ยังไงเจ้าก็ตายอยู่ดี” เย่ หยวนพูดอย่างเลือดเย็น

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านี่ชอบเล่นตลกกับข้าจริงๆ…” จากนั้นโช่วหยุนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“เจ้าคงไม่รู้ถึงความแตกต่างระหว่างพื้นดินและสวรรค์!”

“ข้ายอมรับว่าการเคลื่อนไหวของตัวข้านั้นด้อยกว่าเจ้า แต่ข้าไม่คิดว่าสองคนข้างๆเจ้าจะเคลื่อนไหวได้ชำนาญถึงขั้นสวรรค์ลือลั่นหรอก..จริงไหม?”

“ข้าอยากรู้จริงๆ..ว่าเศษโคลนระดับสามอย่างเจ้าจะปกป้องพรรคพวกจากการโจมตีของข้าได้รึไม่!”

 

เขานั้นชำนาญด้านการสังหารอย่างมาก รวมไปถึงทักษะการวิเคราะห์เป้าหมายก็เช่นกัน

หลังจากที่เย่ หยวนหลบการโจมตีของเขาได้ เขาก็ได้พยายามหาวิธีอื่น…และเห็นได้ชัดว่าสองคนที่อยู่ข้างๆเย่ หยวนคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด!

ถางหยุนยังไม่เท่าไหร่ แต่ลู่เอ๋อนี่สิ…ในสถานการณ์เช่นนี้ นางไม่ต่างอะไรกับลูกแกะที่รอความตายในสายตาของโช่วหยิน

การเคลื่อนไหวของเจ้าเร็วนักใช่ไหม? งั้นขอดูหน่อยเถอะว่าจะรับมือกับข้ายังไงหากจะต้องปกป้องอีกสองคนไปด้วย?

 

แม้เย่ หยวนจะได้ยินคำพูดเช่นนั้นไป แทนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นความร้อนใจ…แต่ไม่ใช่เลยสักนิด ใบหน้าของเขายังเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มอันเยือกเย็นอยู่

และในเสี้ยววินาทีนั้น….ทุกคนต่างตกตะลึงในทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ตอนนี้พลังของเย่ หยวนได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

จุดสูงสุดแห่งอาณาจักรแก่นแท้ลมปราณระดับสาม!

อาณาจักรแก่นแท้ลมปราณระดับสี่!

อาณาจักรแก่นแท้ลมปราณระดับห้า!

อาณาจักรแก่นแท้ลมปราณระดับหก!

พลังการเพาะปลูกของเย่ หยวนได้สูงจนก้าวข้ามระดับสามไปสู่ระดับสี่ และระดับสี่ไปยังระดับห้าอย่างรวดเร็ว…จนในที่สุดก็มาหยุดลงตรงที่ระดับหก 

เมื่อโช่วหยินได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า…เขาก็ตกใจเป็นอย่างมาก และช็อกซะจนไม่สามารถขยับแขนขาไปไหนได้เลย

“ปะปะ-เป็นไปไม่ได้!?” โช่วหยินค่อยๆสูดลมหายใจเข้าลึกๆด้วยความหวาดกลัว

จู่ๆเขาก็นึกถึงฉากตอนที่เย่ หยวนกินยาในตอนนั้นทันทีจากนั้นก็พยายามนึกถึงความเป็นไปได้ หรืออาจะเป็นผลของยาตัวนั้น?

แม้ว่าเขาจะเคยได้ยินว่ามียาบางชนิดที่เมื่อกินไปแล้วจะเพิ่มพลังได้ระยะหนึ่ง แต่เขาไม่เคยได้ยินเลยว่า..มียาที่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะสามารถก้าวข้ามอาณาจักรได้แบบนี้ แถมมันยังเพิ่มขึ้นถึงสามระดับ!

สิ่งที่เกิดขึ้นมันเหนือความเคาหมายของโช่วหยินไปมาก เมื่อเย่ หยวนได้กินยาประหลาดนี้เข้าไป…ภารกิจนี้คงไม่ได้จบง่ายๆอย่างการหั่นผักซะแล้ว?

ถึงแม้ว่าจะเป็นอาณาจักรแก่นแท้แห่งปราณระดับหก ที่ด้อยกว่าระดับเจ็ด แต่..เย่ หยวนมีวรยุทธก้าวพริบตาที่อยู่ในขั้นสวรรค์ลือลั่น ดังนั้นมันอาจมีความเป็นไปได้ว่า…เย่ หยวนจะสามารถล้มเขาได้

 

โช่วหลินรู้สึกว่าทุกสิ่งที่เกิดคิดในวันนี้มันแปลกมาก และเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ได้สร้างความประหลาดใจมากมายแก่เขา เขาได้คิดย้อนไปถึงความรู้สึกแรกที่ได้รับภารกิจนี้มาทันที…ว่าทำไมเขาถึงได้ภารกิจที่แสนง่ายเช่นนี้ด้วย แต่ ณ ตอนนี้…เขากลับรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ได้รับภารกิจนี้มา

 

แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะต้องจัดการภารกิจนี้ให้จงได้…มิเช่นนั้นมันอาจส่งผลเสียต่อฐานะนักฆ่าของตนในโม่ซานก็เป็นได้

หลังกลืนยาประหลาดลงไปพลังของเย่ หยวนก็ได้พุ่งขึ้นอย่างมหาศาลและขณะนี้ก็ได้หยุดลงอยู่ที่ระดับหก ดังนั้นในความคิดของโช่วหยิน…คิดว่าตอนนี้แหละ คือโอกาสทองที่จะสังหารเย่ หยวน

นั้นเป็นเพราะมันยังอยู่ในระดับที่โช่วหยินสามารถจัดการกับเย่ หยวนได้อยู่

 

สายตาเพชรฆาตของโช่วหยินได้เปลี่ยนจากเย่ หยวนเป็นลู่เอ๋อในทันที….

 

“ตายซะ!”

โช่วหยินได้พุ่งไปยังลู่เอ๋อด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี

 มันเร็วจนไม่มีใครรู้สึกตัว…ลู่เอ๋อได้แต่ยืนอยู่นิ่งๆโดยไม่ตอบสนองอันใดเลย จนกระทั้งดาบได้อยู่ตรงหน้านาง

รอยยิ้มอันน่ากลัวของโช่วหยินเผยออกมาเมื่อได้เห็นใบหน้าอันงดงามของนางใกล้ๆ ก่อนที่จะวาดดาบลงไปยังคอของนาง

หึ…ขอดูหน่อยว่า เจ้าเศษโคลนจะทำหน้ายังไงเมื่อนางได้ตายลง ฮ่าฮ่า

 

 

แต่ในขณะที่ดาบของโช่วหยินจะถึงคอลู่เอ๋อ……

 

ชิ้งงงง!

ดาบที่อยู่ในมือของโช่วหยินได้กระเด็นออกไปพร้อมกับปรากฏสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ และจู่ๆเขาก็ถูกพลังบางอย่างอัดเข้าจนตัวเขาก็กระเด็นออกไปในทันที

 

ในเสี้ยววินาทีที่โช่วหยินกำลังเหวี้ยงดาบ…เย่ หยวนได้พุ่งตัวมารับลู่เอ๋อด้วยก้าวพริบตา

จากนั้นเย่ หยวนก็ได้ใช้เพียงนิ้วเล็กๆผลักดาบนั้นออกไปเบาๆ เพียงแค่นั้นก็สามารถปัดการโจมตีและทำให้ดาบกระเด็นออกไปได้!

นี่คือ ดัชนีจิตเทพ!

 

เย่ หยวนสามารถใช้ดัชนีจิตเทพได้แล้ว…หลังจากที่เพาะปลูกพลังอยู่หลายวัน จนในที่สุดดัชนีจิตเทพของเขาก็ได้อยู่ในขั้นริเริ่มไปเรียบร้อย

แม้จะเป็นขั้นริเริ่ม….แต่เมื่อใช้ร่วมกับพลังปราณที่สูงอย่างแก่นแท้แห่งปราณระดับหก ดังนั้นโช่วหยินจึงไม่สามารถทนต่อพลังนั้นได้

 

โช่วหยินได้นอนอยู่บนพื้น อ๊อค!…เขากระอักเลือดออกมา

เย่ หยวนได้มองไปยังโช่วหยินที่นอนอยู่บนพื้น พร้อมพูดว่า

“ข้าจะใช้เพียงนิ้วเดียวเท่านั้น ไม่ว่าเจ้าจะหนีได้หรือไม่ก็ตาม…มันก็ขึ้นอยู่กับฝีมือเจ้าแล้ว”

 

ตอนนี้อวัยวะภายในของโช่วหยินได้รับบาดเจ็บ ราวกับว่าถูกของแข็งกระแทกอย่างแรง

เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็กนี้มันแกล้งปกปิดพลังเอาไว้…เพื่อให้ข้าตายใจ! เจ้านี้มันแข็งแกร่งเกินไป!

ตอนนี้เขาต้องการที่จะหนี!

โช่วหยินรู้ดีว่าหากปล่อยไปแบบนี้..เย่ หยวนฆ่าเขาแน่นอน เห็นได้ชัดว่าเย่ หยวนโกรธอย่างมากในตอนที่เขาพุ่งไปโจมตีลู่เอ๋อ

โช่วหยินได้ใช้แรงทั้งหมดที่มีในขณะนี้เพื่อหลบหนี เมื่อเขาเริ่มออกวิ่ง..เขาไม่เคยรู้สึกวิ่งได้เร็วขนาดนี้มาก่อนเลย ใช่แล้ว!…ในตอนนี้ การเคลื่อนที่ของเขามันได้ก้าวข้ามไปยังขั้นสวรรค์ลือลั่นแล้ว!

 

ฮ่าฮ่า…ช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้!

ข้าสามารถหนีออกมาได้!

ขะ-ขะ-ข้าสามารถ…..

โช่วหยินได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจและจากนั้นสติเขาก็ค่อยๆเลือนราง….

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!