*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

บทที่ 9 ฮ่องเต้ผู้ไร้หัวใจ

 205 Views

บทที่ 9 ฮ่องเต้ผู้ไร้หัวใจ

 

ณ ตำหนักแสงสว่างนิรันดร์

 

ผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งวังหลวงอยู่เพียงลำพังกับเสนาบดีซ้ายลั่วเห้อชิว

 

“ทำไมเจ้าไม่บอกว่าลั่วเวยเป็นลูกของจือเจิ่น”  ชิงอู่ฮ่องเต้เพียงต้องการถามคำถามนี้กับลั่วเห้อชิวที่สุด  “เจ้าคงรู้โทษโกหกเบื้องสูงใช่หรือไม่”

 

ลั่วเห้อชิวคุกเข่าลงกับพื้น  วันนี้ได้เห็นลั่วเวยเขาก็รู้แล้วว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ถามแบบนี้

 

“พูดซะตอนนี้เจิ้นจะไม่ลงโทษเจ้า” ชิงอู่ฮ่องเต้ว่า  “แต่เจ้าห้ามพูดเหมือนกับท่านป้าถ้าเจ้าจะทำก็ให้ไปโกหกผี  อย่ามาโกหกเจิ้น”

 

ลั่วเห้อชิวยิ้มอย่างขมขื่น  ที่เขาไม่พูดความจริงทั้งหมดเพราะมันจะทำให้ฮ่องเต้ทรงคลุ้มคลัง

 

“พูด!”  ทันใดนั้นชิงอู่ฮ่องเต้ทรงขึ้นเสียง

 

“ฝ่าบาท”  ลั่วเห้อชิวรู้ว่าความลับแตกแล้ว  จึงทำได้แค่บอกความจริง “ลั่วเวยก็คือลูกชายของจือเจิ่นพ่ะย่ะค่ะ”  ชิงอู่ฮ่องเต้ตบลงบนโต๊ะทำงานอย่างโมโห “ลั่วเห้อชิวเป็นเจ้าที่หลอกข้ามาตลอดหลายปี!”

 

“จือเจิ่นสรุปว่านางตายได้อย่างไร”ชิงอู่ฮ้องเต้หายใจอย่างแรงเพราะความโกรธ  ค่อยๆผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ

 

“หลังนางคลอดลั่วเวยหนึ่งเดือน  นางก็ฆ่าตัวตาย”  ลั่วเห้อชิวเห็นฮ่องเต้กำลังโมโหแต่เขาไม่สนใจยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสม่ำเสมอ

 

ชิงอู่ฮ่องเต้ใบหน้าขาวซีด  น้ำเสียงขาดห้วง “นางฆ่าตัวตายรึ”

 

“มิผิด”

 

“เพราะอะไร!” ชิงอู่ฮ่องเต้ลุกขึ้น

 

“หม่อมฉันไม่ทราบ  ในเดือนนั้นหม่อมฉันเอาแต่เลี้ยงดูลั่วเวย  พูดกับหม่อมฉันนางยังไม่พูดเลยสักคำ”  สิบสามปีผ่านไปแล้ว  หลังจากที่ลั่วจือเจิ่นฆ่าตัวตายลั่วเห้อชิวเรียนรู้ที่จะแสดงอาการอย่างไรออกมา

 

“แล้วใครเป็นพ่อของเวยเอ๋อร์ล่ะ”  ชิงอู่ฮ่องเต้ถามอีกครั้ง

 

“จือเจิ่นบอกว่า ‘เวย’ คำนี้ก็คือชื่อที่พ่อแท้ๆของเขาตั้งให้  ถ้าพ่อของเขาได้ยินก็จะรู้ได้ทันที  แต่นางบอกว่าไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลย”

 

ชิงอู่ฮ่องเต้กลับมานั่งเหมือนเดิม  เขาเงียบไปเนินนานถึงจะพูดขึ้นว่า  “เจ้าดีกับเวยเอ๋อร์ตลอดมา  เจ้ารู้ใช่มั้ย”

 

“สำหรับหม่อมฉันแล้ว  เวยเอ๋อร์คือบุตรชายของกระหม่อมและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไปพะย่ะค่ะ”

 

“เจ้าออกไปเถอะ” เขายังคงนิ่งเงียบเดาอะไรไม่ได้เช่นเดิม  ชิงอู่ฮ่องเต้ไม่พูดอะไรออกมาอีกเพียงแค่รอให้ลั่วเห้อชิวออกไป

 

และก็เหลือตัวเขาคนเดียวในตำหนักนี้  แต่เดิมตำหนักนี้ไม่เคยมีผู้ใดเข้ามานอกจากข้า  ข้าลุกขึ้นและก้าวไปเหยียบอิฐก้อนหนึ่งบนพื้น  ทำให้ประตูห้องลับเปิดออกนี้คือเหตุผลที่ข้าไม่ยอมให้ใครเข้ามานอกจากข้าแล้วก็ไม่มีใครรู้ห้องลับนี้อีก

 

มีรูปๆหนึ่งแขวนอยู่บนผนัง  คนในรูปเป็นหญิงสาวมีลักยิ้มอยู่ข้างแก้ม

 

ชิงอู่ฮ่องเต้นั่งลงบนเตียงแล้วเหม่อมองภาพนั้น  “จือเจิ่น” ข้าเรียกชื่อนางอย่างเผ่วเบา  พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบข้างแก้มของข้าโดยปราศจากเสียง

 

  “ฝ่าบาท  ถ้าเกิดว่าพวกเรามีลูกท่านจะตั้งชื่อเขาว่าอะไรเหรอ”

            “เจ้ายอมใช้ชีวิตในวังหลวงแล้วรึ”

            “เปล่าซะหน่อย  หม่อมฉันแค่พูดว่าถ้าหาก”

            “ถ้าหากเหรอ  งั้นชื่อฮั่น*เจิ่นจะทำให้เขาได้รู้ว่าแม่ของเขาเย็นชาขนาดไหน”

            “ฮั่น? ชื่อนี้เยือกเย็นเกิดไปหน่อยนะ”

            “งั้นก็ชื่อว่าเวย  เวยที่มาจากเวยอ้าย*”

            “เวยรึ ดีล่ะ”

            “จือเจิ่นเจ้าอยู่ที่นี้กับข้าเถอะ  อยู่ข้างกายเจิ้นได้หรือไม่”

            “จือเจิ่นมีคู่หมั้นแล้ว หม่อมฉันไม่อาจผิดคำสัญญาได้  ฝ่าบาทก็ไม่ได้เหมือนกัน แล้วจือเจิ่นก็ไม่อยากให้พี่สาวข้าต้องเจ็บปวด”

            “เจ้ากับจืออี้มีอะไรต้องเป็นห่วงอีก”

            “พี่ข้าชมชอบฝ่าบาทนัก  ดังนั้นฝ่าบาทต้องทำดีกับนางอีกหน่อย”

            “จือเจิ่น!”

            “ฝ่าบาท  ข้าหนีออกจากบ้านมาสามเดือนแล้ว ถึงเวลาต้องกลับแล้วเพค่ะ”

            “จือเจิ่น เจ้าเชื่อใจเจิ่น  เจิ่นจะนำเจ้ามาอยู่ข้างกายไม่ให้เจ้าหนีเจิ่นไปไหนอีกแล้ว”

            “ฝ่าบาท แค่พระองค์ไม่ทรงลืมหม่อมฉัน แค่นั้นก็พอแล้วเพะค่ะ”

            ………

           

*ฮั่น (寒)= หนาวเย็น

**เวยอ้าย (唯爱)=รักเพียงหนึ่งเดียว

***แต่ว่าชื่อของลั่วเวยเขียนคนละเวยนะคะเป็นความเหมือนของเสียง(音同)คะผู้แปลก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแม่ของลั่วเวยถึงต้องตั้งชื่อเสียงเดียวกันด้วย โปรดติดตามจ้า

****ลั่วเวย (罗维)=บำรุงรักษา

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!