*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

บทที่ 8 คำอภัยแรกในชีวิตใหม่

 162 Views

บทที่ 8 คำอภัยแรกในชีวิตใหม่

 

“พี่รอง”  ข้าจับมือพี่รองไว้เป็งเชิงห้ามไม่ให้พี่รองพูดอะไรอีก

 

“ที่น้องชายของเจ้าไม่รู้อะไรควรไม่ควรทำ  นั้นก็เป็นเพราะการเลี้ยงดูของพวกเจ้านั้นแหละ!” แต่จ้าวจุนอี้ยังคงไม่หยุด

 

พี่รองถลึงตา  “เขาเป็นน้องคนเล็กที่สุดในบ้าน  เราจะตามใจเขายังไงก็ไม่เห็นผิดกฎหมายอะไรสักหน่อย”

 

“พี่รอง” ข้าจับมือห้ามพี่รองอีกครั้ง  ที่จริงแล้วพี่รองกับจ้าวจุนอี้เป็นพี่น้องที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวร้ายอะไร  และอาจเป็นเพราะเหตุนี้ทำให้ทั้งสองพูดอะไรไม่ค่อยสนใจกฎเกณฑ์สังคมมากมาย  ทั้งสองนี้เจอกันทีไรก็ต้องทะเลาะกันทุกที

 

ในชาติที่แล้วข้าคิดว่าสองคนนี้เป็นคู่อริกัน  แต่พอพี่รองโดนวางยาพิษตายตอนนั้น  ก็เป็นจ้าวจุนอี้เนี่ยแหละที่เป็นคนนำศพพี่รองมาทำพิธีฝั่งศพอย่างถูกต้องในสุสานประจำตระกูลลั่ว  และตอนที่ลูกของพี่รองถูกลอบสังหารเขาก็เป็นคนด่าทอหลงฉวนที่เป็นฮ่องเต้ในตอนนั้นแทนพี่รองด้วย  ข้าถึงได้รู้ความจริงที่ว่าจ้าวจุนอี้คนนี้คือมิตรสลายหาใช่ศัตรู

 

“รักกันเข้าไปเถอะ” จ้างจุนอี้มองมือของพี่รองที่ถูกข้าจับมิให้พูดสิ่งใด “พวกเจ้ารักกันไปเถอะ  เด็กคนนี้จะได้โตเป็นเด็กมีปัญหา!”

 

“ต่อจากนี้ลั่วเวยไม่กล้าทำผิดอีกแล้วขอรับ  ถ้าข้าทำอีกขอให้ลุงจ้าวฆ่าข้าให้ตายเลยก็ได้”

 

ลั่วเวยจอมหยิ่งที่ไม่มีใครชอบ  แต่คงไม่มีใครไม่ชอบลั่วเวยในตอนนี้ที่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจหรอก  จ้าวเฮ่อเหนี่ยงเองก็มองเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้

 

“เวยเอ๋อร์คิดได้ก็ดีแล้ว” จ้าวเฮ่อเหนียงรู้สึกดีใจแทนเพื่อนรักอย่างลั่วเห้อชิวที่จะได้เลิกเป็นกังวลลูกชายคนเล็กสักที

 

“ลั่วเวย”  อยู่ก็มีเสียงเรียกข้าจากข้างหลัง

 

ข้าหันหลับไปมอง  คนผู้นั้นก็คือหลงฉวนที่ใกล้เข้ามาหาพวกข้า

 

“ร่างกายเจ้าแข็งแรงดีแล้วรึไม่”  หลงฉวนยืนข้างหน้า  กลิ่นอายความสูงศักดิ์แผ่ออกมาจากร่างหลงฉวน

 

“หายดีแล้ว”  ข้ายิ้มตามมารยาท  ทั้งที่ใจจริงแล้วข้าล่ะอยากจะต่อยเขาสักหมัด  แต่ก็ทำไม่ได้เพราะศักดิ์ที่สูงกว่าของเขา   ถ้าข้าทำจริงๆครอบครัวของข้าอาจโดนลงอาญาได้

 

ใบหน้าของหลงฉวนเรียบนิ่งไร้อารมณ์  มองลั่วเวยที่กำลังยิ้มจอมปลอมอย่างเงียบๆ  “ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้ามาพบข้าที่ห้องหนังสือได้ล่ะสิ”  เพราะความทะนงตนของหลงฉวนทำให้เขาไม่อยากจะเอาใจลั่วเวยมากนั้น  น้ำเสียงจึงเต็มไปด้วยความเย็นชา

 

ข้ากับหลงฉวนเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน  จริงๆถือว่าเป็นเกียติ์ด้วยซ้ำที่มีองค์ชายมาชวน  แต่สำหรับลั่วเวยมันไม่ใช่  “พ่ะย่ะค่ะ”  ลั่วเวยตอบรับ  ในใจคิดหาวิธีลาออกจากชั้นเรียนบัดซบนี้ยังไง

 

หลงฉวนลังเลนิดหน่อยแต่ก็ลูบศีรษะลั่วเวยเบาๆ  นี้คือสุดๆแล้วที่เขาจะอ่อนโยนกับลั่วเวยขณะที่ข้าตัวแข็งเป็นหินทำได้เพียงอดทน

 

“ดูเหมือนองค์ชายรองกับเจ้าจะสนิทกันมากเลยนะ”  หลังหลงฉวนเดินจากไปแล้ว  จ้าวจุนอี้ก็หันมากระแนะกระแหนลั่วเวย

 

ข้ายิ้ม  “ข้าเป็แค่เพื่อนร่วนห้องเท่านั้น  องค์ชายรองจึงทำดีกับข้าที่จริงพวกเราไม่มีอะไรไปมากกว่านั้นหรอก”

 

ลั่วเจ๋อรู้สึกว่าต้องไปไหว้ขอบคุณพระพุทธองค์สักครั้งแล้วล่ะ  ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยได้ยินลั่วเวยบอกว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์ชายรอง  ไม่คิดว่าวันนี้จะได้ยินแล้ว

 

จ้าวจุนอี้ยิ้มเหยียด  พลักที่ไหล่ของลั่วเวยอย่างแรง“เหมือนที่พูดซะที่ไหน!”

 

ลั่วเจ๋อสะบัดมือนั่นของจ้าวจุนอี้ออก “เขาบาดเจ็บที่ไหล่นะ  หรือเจ้าไม่รู้”

 

และสองสหายก็เริ่มทะเลาะกันอีกครั้ง

 

คุณชายใหญ่จ้าวจุนโบ๋ยึดไหล่ของลั่วเวย  “เสียวเวย เจ้าได้พูดสิ่งครวจะพูดแล้วล่ะ” เขาพูดกับลั่วเวย

 

ลั่วเวยยิ้มให้กับจ้าวจุนโบ๋  เพียงเขาเรียกข้าว่าเสียวเวยข้าก็รู้ล้วว่าคนที่อายุมากกว่าพี่ใหญ่ข้าสามปีคนนี้  ยกโทษให้ข้าแล้ว

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top