*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

บทที่ 7 เป็นข้าที่ผิดทุกอย่าง

 169 Views

บทที่ 7 เป็นข้าที่ผิดทุกอย่าง

 

ทุกคนลงความเห็นว่าให้ปักหลักที่อุทยานหลวงแห่งนี้เพื่อจัดงานเลี้ยง  พอทุกคนนั่งลงก็มีคณะนางรำหลวงเข้ามาให้ความสำราญทันที

 

ชิงอู่ฮ่องเต้ให้ลั่วเวยนั่งข้างกับลั่วเจ๋อ แล้วเริ่มต้นถามเขา “อาการบาดเจ็บของเวยเอ๋อร์หายดีแล้วรึ”

 

ข้าลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนตอบฮ่องเต้ “ข้าน้อยหายดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

 

ชิงอู่ฮ่องเต้ถามอีก  “เหตุใดเจ้ากับพวกพี่น้องจ้าวถึงทะเลาะกันเล่า”

 

หลังจากที่ฮ่องเต้ทรงถามคำถามจบ  ทุกสายตาจึงหยุดอยู่ที่ร่างลั่วเวยอีกครั้ง

 

ลั่วเวยก้มหัวคำนับ  “นั้นเป็นเพราะความผิดของข้าน้อยเองพะค่ะ  ทั้งสองมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรทั้งนั้น”

 

“จะไม่เกี่ยวอะไรกับทั้งสองคนนี้ได้อย่างไร  ในเมื่อเจ้าบาดเจ็บก็เพราะสองคนนี้” ชิงอู่ฮ่องเต้พูด

 

ข้าพูดตอบทั้งยังไม่เงยหน้าอย่างสงบว่า “นั้นเป็นเพราะว่าข้าทะเล่อทะล่าเดินไปขวางพี่จ้าวกำลังซ้อมอยู่จนทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ  ลั่วเวยยังต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่พี่จ้าวไม่จ้างจับข้า”

 

บิดาของลั่วเวยถอนหายใจอย่างโล่งอก  ไม่คิดว่าจะถูกฮ่องเต้ถามกระทันหันเช่นนี้  ดีที่ลั่วเวยเริ่มรู้ความไม่ตอบความจริงไป

 

ชิงอู่ฮ่องเต้ทรงพระสรวล  “ดูเหมือนสองพี่น้องจ้าวจะทำให้เจ้าสามารถเข้าใจอะไรหลายอย่างได้มากขึ้น  เจิ้น*จะตบรางวัลให้แก่พวกเขา  ส่วนเจ้าก็ขอบคุณพวกเขาซะ”

 

ใบหน้าลั่วเวยเต็มไปด้วยความละอายแก่ใจ  “ข้าน้อยน้อมรับความผิด”

 

“เจ้าอย่าได้ใส่ใจ” สองพี่น้องจ้าวลุกขึ้นและตอบลั่วเวย

 

“เจิ้นจะต้องตบรางวัลให้พวกเจ้าอย่างแน่นอน” ชิงอู่ฮ่องเต้ทรงสรวล “ที่ทำให้ลั่วเวยเปลี่ยนเป็นดีขึ้น  เจิ้นยินดียิ่งนัก!”

 

ลั่วเวยหันไปหาทั้งสองแล้วยิ้มอย่างขอโทษในที  ข้ารู้ว่าพวกเขามิใช่คนใจแคบ เพียงแต่ต้องขอโทษพวกเขาอย่างจริงใจ  ถึงจะสามารถทำให้พวกเขาให้อภัยข้าได้

 

“ทุกคนนั่งลงเถอะ”  วันนี้ชิงอู่ฮ่องเต้ทรงอารมณ์ดียิ่งนัก  ทั่วทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มทำให้งานในครั้งนี้รื่นเริงยิ่งขึ้น

 

ข้าปฎิบัติตามกฏมารยาทสังคมอย่างไม่มีผิดเพี้ยน  ระหว่างนั้นข้าก็หันไปมองหลงฉวนที่นั่งข้างๆองค์รัชทายาทหลงยู่แต่เพียงครู่เดียวข้าก็เลิกสนใจ

 

หลงฉวนเป็นคนที่มีรูปร่างสูงมากกว่าองค์รัชยาทหลงยู่เสียอีก  องค์รัชทายาทเป็นคนอบอุ่น  ส่วนหลงฉวนก็มีความรับผิดชอบสูง  ถ้าเป็นลั่วเวยในชาติที่แล้วเขาเปรียบเสมือนแสงสว่าง  แต่กับลั่วเวยในชาตินี้เขาเปรียบเสมือนต้นตอฝันร้าย

 

ตลอดงานหลงฉวนอดไม่ได้ที่จะหันมองลั่วเวย  นี้คือลั่วเวยที่มักจะตามเขาเสมือนสุนัขคนนั้นจริงหรือ  ลั่วเวยในตอนนี้รูปงามจนทำให้ผู้คนตะลึงการพูดการจาก็มีมารยาทไม่เหมือนก่อนสายตาของเขาไม่ได้มีข้าเพียงคนเดียวอีกต่อไป

 

ตลอดงานเขามองข้าเพียงครั้งเดียวก็ไม่ได้มองข้าไปมากกว่านั้นกระทั่งสายตาที่มองมาก็คล้อยกับมองคนแปลกหน้า  อยู่ๆใจของหลงฉวนก็รู้สึกว่างเปล่าคล้อยกับทำของสำคัญหล่นหาย  จริงๆแล้วข้าให้ความนัยกับเขาให้เอาผิดแก่สองพี่น้องจ้าว

 

ถ้าเขาทำสำเร็จมันจะทำให้ข้าได้ผู้สนับสนุนเพิ่ม  แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะแก้ไขปัญหาเช่นนี้  หรือว่าเขาไม่เข้าใจความนัยที่ข้าบอกกัน  จู่ๆหลงฉวนรู้สึกโกรธเคืองแต่ก็กลับทำอะไรไม่ได้

 

หลังงานเลี้ยงสิ้นสุดชิงอู่ฮ่องเต้ทรงเรียกลั่วเห้อชิวเข้าพบเป็นการส่วนตัว

 

ส่วนลั่วเวยเดินตามหลังลั่วเจ๋อออกจากวังหลวง

 

“เวยเอ๋อร์” จ้าวเฮ่อเหนี่ยงเรียกลั่วเวยไว้

 

“ลุงจ้าว” ลั่วเวยมองทั้งสามคนด้วยความละอายใจ  แล้วก้มหัวคำนับ

 

“ดูเหมือนข้าจะทำให้เจ้าตาสว่างขึ้นนะ”  คุณชายรองจ้าวพูดอย่างเย็นชา  ความโกรธของจ้าวจุนอี้ยังมิได้จางหาย  มองลั่วเวยด้วยสีหน้าเกลียจชัง

 

“ข้าขอโทษ”  ลั่วเวยขอโทษอย่างจริงใจ  “ทั้งหมดเป็นความผิดข้าเอง  เพราะความคึกคะนองในตอนนั้นของข้าทำให้ทุกคนเดือดร้อน  แม่นางคนนั้นข้าไม่ได้ล่วงเกินอะไรนาง  ข้า…..”

 

จ้าวจุนอี้พูดตัดบทลั่วเวยก่อนที่เขาจะพูดจบ “ถ้าเจ้าทำลายความบริสุทธิ์ของนางเจ้าคิดจริงๆหรือว่าแค่ต่อยเจ้าทีหนึ่งแล้วจะจบน่ะห๊ะ!”

 

“ข้าขอโทษ” ลั่วเวยยังคงก้มหัวขอโทษ  เวลานี้ข้าทำตัวแปลกๆเหมือนไม่ใช่ลั่วเวยคนเดิม  นั้นเพราะว่าข้ารู้สึกผิดต่อพวกเขาจริงๆ

 

“พอได้แล้ว” ลั่วเจ๋อทนดูต่อไปไม่ได้อีกต่อไป  น้องเขาก็ก้มหัวขอโทษแล้วยังไม่อาจลดโทสะจ้าวจุนอี้ได้  เริ่มทำให้ลั่วเจ๋อโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว

 

“คุณชายจ้าวด่าก็ด่าแล้วทุบตีเขาก็ทุบแล้ว  เสียวเวยของข้าอีกนิดเดียวก็เกือบต้องสิ้นชีพแล้ว  เจ้ายังต้องการอะไรอีก”

 

 

*เจิ้น=เป็นสรรพนามคำที่ฮ่องเต้ใช้เรียกแทนตัวเอง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top