ขนาดตัวอักษร

บทที่ 105 แม่จ๋า ดู ลุงคนนั่นส่องแสงได้ !

 8284 Views

บทที่ 105 แม่จ๋า ดู ลุงคนนั่นส่องแสงได้ !

ที่ด้านล่างของเชิงเขา ชูวและคนที่เหลือที่ถูกปล้นชุดไป พวกเขาเริ่มรู้สึกตัวแล้ว พวกเขากรีดร้องแล้วหันไปรอบ ๆ ทันทีที่เห็นสภาพตัวเอง อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ฟื้นสติอย่างรวดเร็วก่อนที่จะรู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก

ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงไม่ใช่เพราะความอาย แต่เพราะความโกรธ !

พวกเขาไม่แม้แต่จะได้เห็นเป้าหมาย แต่กลับตกลงไปในกับดักของอีกฝ่ายแทน นอกจากนี้ยังโดนปล้นเสื้อผ้าแล้วโยนมาข้างล่างนี้อีก ! พวกเขาโกรธจนถึงขนาดมีควันออกจากจมูกของพวกเขา

“อ่า ! เจ็บหัวชิบ ! ไอ้บัดซบตัวไหนมันกล้าตีฉัน !”

คนที่หัวโดนประตูรู้สึกโกรธอย่างมาก หัวของเขามันโนขนาดที่ว่าใหญ่เท่ากำปั้นเด็กอยู่หลังหัวของเขา

ชูวรู้สึกชาที่หลังของเขาอย่างมาก เมื่อเขาหันไปมองรอบ ๆ ตัว เขาเห็นรอยแผลจำนวนมากบนร่างกายของเขา !

ชูวส่งเสียงกรีดร้องเหมือนเด็กสาวออกมา จนนกและสัตว์แถวนั้นหนีออกไป

“หัวหน้า เราจะทำยังไงดี ?” คนพวกนี้โกรธอย่างมาก พวกเขาไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้ !

“กลับกันก่อน ! เราต้องรักษาตัวเองก่อนแล้วค่อยกลับมาแก้แค้น … ฉันขอสาบานว่าถ้าฉันไม่แก้แค้นฉันจะไม่ขอเป็นคน !”

ชูวเหมือนกับวิญญาณพยาบาทที่คลานออกมาจากนรก น้ำเสียงของเขามันให้ความรู้สึกอันตรายอย่างมาก

ด้วยความพยายามของพวกเขา ในที่สุดพวกเขาก็ปีนขึ้นมาจนถึงถนนสายหลักได้

“บัดซบ ! ฉันบอกแล้วว่าอย่ามาที่ไกล ๆ แบบนี้ ดูสิ นอกจากภูเขาแล้วมันก็มีแต่ภูเขา มันไม่มีอะไรดีซักอย่าง ไม่มีแม้แต่ร้านเน็ต”

เหยียนบ่นออกมาจากด้านหลังรถ

“เอาน่า อยากน้อยถือว่ามันเป็นการพักผ่อนร่างกาย”

“น่าเสียดายที่เราไม่มีแฟนเหมือนชาวบ้านเขา” มีเสียงหัวเราะจากอีกคนดังออกมา

ทั้งกลุ่มหัวเราะกันอย่างไม่หยุด ทันใดนั้นเหยียนก็ชี้ไปด้านหน้า “พี่ใหญ่ มีใครอยู่ข้างหน้า”

“เอี๊ยด !”

ลัวเจียหรี่ตามองด้านหน้าแล้วเหยียบเบรค

พวกที่ไม่ได้เตรียมตัวด้านหลังถูกกระแทกไปยังเบาะหน้าอย่างแรง โชคดีที่ไม่มีคนได้บาดเจ็บ

“บัดซบ ! พวกมันเล่นอะไรแบบนี้กัน พวกมันอยากจะหลอกให้เด็ก ๆ กลัว ?”

“ว้าว พี่ชาย พวกพี่นี่สุดยอดมาก ! พวกพี่ชายคงจะถอดเสื้อผ้าทิ้งไปแล้วโทรหาตำรวจแล้วบอกว่าโดนเราชนแล้วเสื้อผ้าก็หายไปใช้ไหม ?”

คนอื่น ๆ ก็ลงมาจากรถแล้วหัวเราะเยาะสภาพของพวกชูว

พวกเขาเป็นชายกลุ่มวัยรุ่นและมีจำนวนไม่ได้น้อยไปกว่าพวกชูว เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่กลัว พวกเขาเลยรีบออกมาจากรถเพื่อเยาะเย้ยพวกชูว

ชูวและพวกที่เหลือไม่ได้ตอบอะไรทั้งนั่น พวกเขาเพียงแค่เดินเข้าไปหาก่อนที่จะใช้สันมือสับข้างหลังพวกเขา จากนั้นก็ขโมยเสื้อผ้าแล้วเดินขึ้นรถไป

***

“ดิ๊ง ! ความสามารถของคำสาปจาก จิ้งจอก หายนะจากธรรมชาติของมนุษย์ ได้ถูกลบล้างแล้ว โฮสต์มีภูมิคุ้มกันความสามารถของ จิ้งจอก หายนะจากธรรมชาติของมนุษย์ !”

เสียงหุ่นยนต์ที่ตอนนี้เหมือนจะกลายเป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดในโลกดังออกมา มันทำให้เป่ยเฟิงมีความสุขอย่างมากราวกับว่าเขาได้ยกหินก้อนใหญ่ในใจทิ้งไป

เขาไม่กล้าคิดว่าตัวเองยังเหลือความโชคดีอยู่หากคำสาปนี้ยังติดตัวเขาต่อไป !

บางทีมันอาจจะมีอุกกาบาตหล่นลงมาจากฟ้าแล้วฆ่าเขาก็ได้ มันอาจจะเป็นโศกนาฏกรรมของเขาที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ …

เป่ยเฟิงรู้สึกว่าหมอกที่ปกคลุมร่างกายเขาตั้งแต่เมื่อวานได้หายไปแล้ว พลังจิตของเขากลับมาสมบูรณ์และความสามารถในการรับรู้รอบด้านก็กลับมาแล้วแม้แต่ต้นหญ้าที่แกว่งไปมาเขาก็รู้สึกถึงมันได้

“ไม่น่าแปลกใจทำไมเมื่อคืนฉันถึงไม่รู้ว่ามีไฟไหม้ ! มันมีบางอย่างปกคลุมทำให้ฉันไม่สามารถรับรู้อะไรได้ ?”

ความสุขของเขาผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง เมื่ออำนาจทางจิตของเขากลับมา และตอนนี้เหมือนกับว่าพลังจิตของเขามันเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิมราวกับเรือที่ลอยมาพร้อมกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

ทันใดนั้นเขารู้สึกได้ว่ากำแพงที่กั้นไว้ได้หายไป เขากำลังก้าวเข้าสู้ขอบเขตใหม่ !

“บรรลุเคล็ดการหายใจด้วยแสงระดับสูง !”

เป่ยเฟิงรู้สึกเหมือนคนที่มองจากด้านนอก เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเอง ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกี่ยวกับพลังจิตของเขา

เมื่อเทียบก่อนหน้านี้แล้ว พลังจิตก่อนหน้านี้ของเขามันเหมือนกับน้ำธรรมดา แต่ตอนนี้มันเหมือนกับปรอทอย่างมาก !

นอกจากพลังที่สูงขึ้นแล้ว เขาสามารถใช้พลังออกมาจากร่างกายได้ !

แม้ว่าจะระดับมันจะใช้ทำอะไรไม่ค่อยได้ แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ! [1]

นอกจากนี้ ประโยชน์ของพลังจิตที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้จำกัดแค่พลังจิตเท่านั้น พลังฉีและจิตวิญญาณของเขาก็ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เมื่อพลังทั้ง 2 เพิ่มขึ้น มันก็ได้ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น ! นอกจากนี้เขายังสามารถควบคุมมันได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

ภายใต้พลังจิตที่เพิ่มขึ้นนี้ เป่ยเฟิงสามารถหาได้แม้แต่บาดแผลที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเขาได้ และเขาก็ยังไม่ต้องกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกต่อไป

“แม่ ลุงคนนั้นยืนตรงนั่นมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว เขาไม่ร้อนหรอ ?”

เด็กหญิงตัวน้อย ๆ ถามขึ้นในขณะที่เธอดึงมือแม่ของเธอเหมือนอยากจะขยับเข้าไปใกล้ ๆ

ครึ่งชั่วโมงก่อนแม่ลูกคู่นี้ได้เดินผ่านจุดนี้และได้เห็นเป่ยเฟิงยืนอยู่ตรงนี้ หลังจากที่พวกเธอซื้อของเสร็จแล้วเมื่อพวกเธอเดินกลับมา พวกเธอก็ยังเห็นเขายืนอยู่ที่เดิม นอกจากนี้มันยังมีรอยยิ้มแปลก ๆ บนหน้าของเขาอีก

“ย๋าย๋า ลุงแปลก ๆ คนนั้นเขาไม่กลัวร้อนหรอก แต่ว่าเรารีบไปกันเถอะ !”

หญิงสาวคนนี้มองไปที่เป่ยเฟิงด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนที่จะดึงเด็กน้อยเดินจากไป

“ที่นี่คือเมืองใหญ่ มันมีคนเยอะมากในเมืองนี้ ใครจะไปรู้ว่ามันจะมีคนบ้ากี่คนที่อยู่ในเมืองนี้กัน ? มันไม่เป็นไรถ้าเขาจะยืนอยู่ตรงนั้น แต่ว่าไม่เห็นเขาจะขยับเลย … ไม่เป็นไร ฉันต้องรีบพาย๋าย๋าไปก่อน !” ผู้หญิงคนนั้นพึมพำออกมาในขณะที่รีบจากไป จากที่เธอเห็นมันไม่มีทางที่คนสติดี ๆ จะไปยืนตากแดดเป็นเวลานานได้หรอก

ตอนเที่ยงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงขนาดนี้ มันจะมีซักกี่คนกันที่จะยอมตากแดดแทนที่จะหลบไปในร่มแทน

“หู้วว หู้วว !”

เป่ยเฟิงพ่นลมหายใจออกมาราวกับเป่าใบไม้ ดวงตาของเขาเปิดออกมาและมันมีแสงสว่างอยู่ในตาของเขาราวกับมันต้องการออกมาจากดวงตาของเขา !

ทุกครั้งที่เขาพ่นลมหายใจออกมา มันจะมีลำแสงสีทองที่ขนาดเท่าแขนเด็กพุ่งมาจากด้านบนหัวของเขาราวกับลูกศร มันได้ถูกดูดซึมเข้าไปในร่างของเขา

ช่วงเวลาที่ลำแสงสีทองได้เข้าไปในร่างของเขา มันได้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายและเลือดของเป่ยเฟิง หากเทียบกับแสงแรกของดวงอาทิตย์กับมันละก็ มันดูเหมือนกับแกะน้อยที่เชื่องอย่างมาก !

แม้แต่เย็นสุดขั้วก็ไม่กล้าที่จะปลดปล่อยพลังฉีธาตุน้ำแข็งออกมา มันได้ซ่อนตัวอยู่ภายในตันเถียนอย่างเงียบ ๆ

“หืม ? เหมือนฉันจะตาฝาดเพราะอ่านมากเกินไป ? อย่างที่คิด เราไม่ควรจะอ่านหนังสือมากเกินไปจริง ๆ …”

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใกล้ ๆ ลูบดวงตาของเขาอย่างช้า ๆ ในขณะที่เงยหน้าจากหนังสือ บางทีอาจเป็นเพราะเขาลูบตาของเขามากเกินไปมันจึงทำให้เขาสับสนเล็กน้อย มันจะเป็นไปได้ไงที่จะมีแสงบางอย่างจากดวงอาทิตย์ได้ตกลงมาแล้วถูกดูดซึมเข้าไปในร่างของคนได้ เขาหลับตาลงแล้วสวดมนต์ ตามที่คิดไว้เมื่อเขาเงยหน้ามองไปอีกครั้ง มันไม่มีคนยืนตรงนั่นอีกแล้ว ‘มันต้องเป็นภาพหลอนแน่ ๆ’ เขาสรุปกับตัวเองก่อนจะวางหนังสือ

แสงสีทองจาง ๆ มันได้แผ่ออกมาจากร่างของเป่ยเฟิง เขาไม่สามารถที่จะหยุดมันให้ออกมาได้ !

“แม่จ๋า ดู ลุงคนนั้นส่องแสงได้ !”

เด็กสาวตัวน้อย ๆ หันหลังกลับไปมองลุงแปลก ๆ ด้วยสายตาที่เบิกกว้างในขณะที่จับมือแม่ของเธอ

“เด็กโง่ ลุงคนนั้นเขาไปตั้งนานแล้ว” ผู้หญิงคนนั้นก้มลงแล้วลูบหัวเด็กน้อยก่อนจะชี้ไปจุดที่ว่างเปล่า

“เอ๊ะ ? ทำไมไม่มีใครอยู่อะ ?”

เมื่อเธอหันกลับไปมองตรงที่เดิม มันไม่มีใครอยู่จริง ๆ ลุงแปลก ๆ คนนั้นไปไหนแล้ว ? เธอจำได้ว่าเธอเห็นเขาจริง ๆ นะ !

เด็กหญิงตัวน้อยมองไปตรงที่ว่างเปล่าก่อนจะมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัยบนใบหน้าของเธอ ตอนนี้มันดูน่ารักอย่างมากเมื่อมองไปที่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนของเธอ

ในช่วงเวลาที่แสงสีทองแผ่ออกมาจากร่างกาย เป่ยเฟิงก็รีบเดินออกมาจากสวนในทันที เขาแค่ลองฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสง แต่ใครจะคิดว่ามันจะดึงดูดความสนใจของดวงอาทิตย์ได้ขนาดนี้กัน ?

ช่วงเวลาที่เขาได้ยินเสียงของเด็กหญิงตัวน้อย เขาก็รีบเดินจากออกมาทันที โชคดีที่มีคนอยู่ไม่เยอะมากในสวน ไม่อย่างงั้นเป็นไปได้ว่าเขาจะต้องตกเป็นหนึ่งในหัวข้อข่าวดังในวันพรุ่งนี้ !

ความร้อนที่แผดเผาอยู่ภายในตัวเขา มันได้ส่งคลื่นไอน้ำออกมาจากร่างกายของเขา !

“ตู้มม !”

เป่ยเฟิงถอดเสื้อทิ้งแล้วกระโดดลงไปในทะเลสาปใกล้ ๆ น้ำเย็น ๆ ในทะเลสาบค่อย ๆ พัดผ่านร่างของเขา มันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างมากแต่มันก็แค่ไม่กี่วินาทีก่อนที่ร่างของเขามันจะเกิดบางอย่างขึ้น ตอนนี้สีผิวของเขาได้เปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับกุ้งที่ถูกต้มในน้ำร้อน

[1] ED/N : น่าจะเหมือน ESP หรือ เทเลคิเนซิส

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top