ขนาดตัวอักษร

บทที่ 104 เทศกาลแห่งความโชคร้าย – Part 4

 8290 Views

บทที่ 104 เทศกาลแห่งความโชคร้าย – Part 4

ช่วงบ่ายเป่ยเฟิงใช้ชีวิตอยู่ในห้องพักของโรงแรม นอกจากจะไม่ได้เรื่องของธนาคารแล้ว ก็ยังไม่สามารถซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ได้อีก

เวลาในทีวีตอนนี้คือ 20.00 น. เป่ยเฟิงรู้สึกได้ว่ากระเพาะของเขากำลังบ่นออกมา สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะแต่งตัวออกไปหาไรกิน

ตามถนนด้านนอกของโรงแรมมันมีร้ายขายของมากมาย เช่น ข้าวผัด เนื้อย่าง อาหารทอด เป่ยเฟิงไม่ได้รังเกียจอาหารดังกล่าวแม้แต่น้อย เขาสุ่มเลือกร้านแล้วเดินเข้าไป

“เถ้าแก่ เอาปลาย่าง กับกุ้งย่าง 2 จินขอเผ็ด ๆ ไก่บาร์บีคิว 5 ไม้ เอาเนื้อแกะย่างอีก 20 ไม้”

เมื่อมองไปที่อาหารแสนอร่อยในร้าน เป่ยเฟิงลูบมือของเขาด้วยความยินดีพร้อมกับสั่งอาหารชุดใหญ่

“อ่อใช่แล้ว คุณรับชำระผ่าน WeChat ไหม ?”

เป่ยเฟิงจำได้ว่าเขาเหลือเงินไม่กี่หยวนเท่านั้นในกระเป๋า

เถ้าแก่ของร้านนั่นเป็นผู้หญิงวัยกลางคน เธอมองไปที่คนหนุ่มตรงหน้าก่อนหัวเราะเบา ๆ “มีสิ นายอยากได้อะไรเพิ่มไหม ? เอาเบียซักขวดไหม ?”

“ไม่ละ เอาแค่นี้ก่อน ถ้าไม่พอเดียวจะสั่งเพิ่ม” เป่ยเฟิงส่ายหัวแล้วมองหาโต๊ะว่างแล้วนั่งลง

ในไม่ช้าเนื้อแกะร้อน ๆ ทั้ง 20 ไม้ก็มาเสิร์ฟ มันมีทั้งซอสและไขมันเยิ้มพร้อมทั้งปล่อยควันร้อน ๆ ออกมา เป่ยเฟิงกลืนน้ำลายในขณะที่กำลังคาดหวังอาหารตรงหน้า

“ไอ้บัดซบ ! แกไม่คิดจะใช้หนี้งั้นเหรอ ! หื้ม แกคิดว่าท่านปู่คนนี้จะจัดการไอ้โง่อย่างแกไม่ได้หรอ ห๊า ? พวกเรา จัดการมัน !”

ชายที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ เป่ยเฟิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจเมื่อเห็นพวกนักเลงกำลังเดินมาหาเขาพร้อมกับหักนิ้วอย่างน่ากลัว

“ปัง !”

เขารีบวิ่งหนีทันทีโดยลุกขึ้นยืนพลิกโต๊กไปที่พวกนักเลง !

แต่ว่าเขาน่าสงสารจริง ๆ ราวกับว่าสวรรค์ต้องการลงโทษเขา ในขณะที่เขาวิ่งออกไปก้าวเดียวเขาก็ได้เหยียบขวดบนพื้นก่อนที่จะล้มลงไป

“แก๊ง !”

เป่ยเฟิงผู้โชคร้ายกำลังเพลิดเพลินกับอาหารของเขา เขากำลังมองอย่างช่วยไม่ได้กับชายที่กำลังชนโต๊ะของเขา มันได้ส่งเนื้อแกะทั้งหมดของเขาลงพื้น

“มารดามันเถอะ ! แกกล้าหนี ? ลองดูเส้ !”

กลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังรีบวิ่งมาหาเขา คนที่วิ่งนำมานั่นเต็มไปด้วยความดุร้าย เขามีรอยสักเต็มแขน ที่คอของเขาใส่โซ่หนา ๆ มือของเขาใส่แหวนวงใหญ่ ๆ อยู่ที่หัวแม่มือ เขาเตะไปที่ข้างหลังคนที่ล้มลงไปอย่างไร้ความปราณี

หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนห่ามเขาเข้าไปในรถตู้ ฝูงชนกลุ่มเล็ก ๆ พวกนี้ไม่มีใครกล้าที่จะหยุดพวกเขา ทั้งหมดมันเป็นเพราะว่าคนพวกนี้มาเพื่อชำระหนี้ !

เป่ยเฟิงมองฉากตรงหน้าที่มีเนื้อแกะ 20 แท่งของเขาวางอยู่

“เร็ว วิ่ง ! ตำรวจมา !”

เมื่อกุ้งย่างกับบาร์บีคิวได้มาเสิร์ฟ เป่ยเฟิงเพิ่งจะกลืนกุ้งตัวแรกลงไป เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องออกมาใกล้ ๆ

“ตุ้บ !”

ราวกับหินก้อนเดียวถูกโยนลงในทะเลสาปที่นิ่งเงียบแล้วเกิดระลอกคลื่นนับพันคลื่น ทันใดนั้นทุกคนก็รีบวิ่งหนีไปราวกับสายฟ้า !

“นาย นี้นาย ! เร็ว รีบไป !”

หญิงวัยกลางคนที่เพิ่งมองเป่ยเฟิงด้วยใบหน้าที่ใจดีก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอมีใบหน้าที่โกรธและรุนแรงอย่างมากตะโกนใส่เป่ยเฟิง

เป่ยเฟิงมองด้วยความประหลาดใจก่อนจะยืนขึ้นโดยไม่ได้คิดอะไรมาก หญิงวัยกลางคนรีบพับโต๊ะอย่างรวดเร็วจากนั้นก็โยนอาหารและของทั้งหมดลงรถมอเตอร์ไซค์พ่วงสามล้อ ก่อนจะขับออกไป

รถสามล้อที่ได้รับการแก้ไขโดยหญิงวัยกลางคนหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ลูกค้าที่เหลืออยู่ได้แต่ยืนมึนงงกัน

“หัวหน้า ผมคิดว่าครั้งหน้าเราไม่ต้องใส่ชุดหรอก ดูสิ เราจับพวกเขาไม่ได้เลย”

เจ้าหน้าที่หนุ่มหัวเราะอย่างขมขื่นเมื่อมองฉากที่วุ่นวายตรงหน้า คนขายของพวกนี้หนีไปหมดแล้วโดยที่พวกเขาไล่จับไม่ได้

“ไอ๊ คนพวกนี้ไม่ยอมฟังเราเลยซักครั้ง นอกจากจะตั้งแผงลอยแบบสุ่ม ๆ แล้วยังชอบทำอาหารที่มันอันตรายต่อชีวิตอีก พวกเขาชอบทิ้งน้ำมันและขยะไว้เสมอ”

หัวหน้าที่เป็นชายวัยกลางคนส่ายหัวก่อนจะเดินจากไป

เป่ยเฟิงถอนหายใจ ดูเหมือนว่าชีวิตของเขาในตอนนี้จะเต็มไปด้วยสีเทาและสีดำ เขาพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีโดยการกลับไปโรงแรมและนอนพักผ่อน

ใครบอกว่าโรงแรมในเมืองนั้นจะหรูเสมอไป มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว โรงแรมแห่งนี้ไม่มีลิฟท์หรือบันไดเลื่อน แขกทุกคนต้องขึ้นบันไดด้วยขาตัวเองเพื่อไปยังห้องของพวกเขา

“บิ๊สส !”

หลังจากขึ้นไปชั้นสาม เปิดประตูห้องแล้วเปิดไฟ ไฟมันกระพริบไม่กี่ครั้งก่อนจะเงียบสนิท

“มันเป็นอะไร ?”

เป่ยเฟิงกดสวิตซ์สองสามครั้ง แต่มันไม่มีประโยชน์ เขาพยายามเปิดเครื่องใช้อื่น ๆ “…. ไฟดับ ?”

เสียงไม่พอใจจากหลายคนดังออกมานอกห้อง พวกเขาไปรวมกันอยู่ที่ห้องโถงเนื่องจากว่าไฟดับกะทันหัน

เป่ยเฟิงถอดเสื้อผ้าแล้วล้มลงนอนบนเตียงเหมือนปลาตาย สภาพร่างกายและจิตใจของเขาตอนนี้เครียดจนถึงขีดจำกัดแล้ว เขาหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน

ประมาณเที่ยงคืน เป่ยเฟิงก็ตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลันพร้อมพึมพำ ‘ควันนี้มาจากไหน ?’

เป่ยเฟิงลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยความตกใจก่อนจะใส่เสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ มันมีควันสีดำหนา ๆ อยู่ตรงทางเดิน มันมีไฟอยู่รอบ ๆ ตรงบันไดขวางทางออก

สถานการณ์แบบนี้มันอะไรกัน ! นอกจากจะไฟไหม้และมีควันหนา ๆ แล้ว แต่เป่ยเฟิงกลับรู้สึกตัวสายเกินไป ! มันเป็นไปไม่ได้ที่คนอย่างเขาจะไม่รู้สึกตัว !

“บัดซบ !”

เป่ยเฟิงสบถออกมา ไฟมันได้ลุกลามตรงบันไดมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะวิ่งไปทางนั่น เขาวิ่งกลับเข้ามาในห้องก่อนจะเรียกเย็นสุดขั้วแล้วทุบไปที่ขอบกันตกของหน้าต่างทันที เมื่อหน้าต่างหลุดแล้วมันก็ได้ทำให้แก้วและโลหะจำนวนมากหล่นไปด้านล่าง

โดยไม่ลังเล เป่ยเฟิงกระโดดออกจากตึกทันที ! พื้นดินเกิดรอยแตกเป็นใยแมงมุมจำนวนมากตรงที่เป่ยเฟิงลงพื้น

มีกลุ่มคนจำนวนมากรวมถึงรถดับเพลิงที่ล้อมรอบโรงแรมเพื่อดับไฟ

หลังจากหนีออกมาสำเร็จ เป่ยเฟิงก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น มันได้มีคนจุดเทียนทิ้งไว้ในห้อง และผ่าม่านมันก็ได้สัมผัสกับเปลวเพลิงก่อนที่มันจะลุกลามไปทั่วห้อง

เป่ยเฟิงสงสัยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาใช่ไหม ? เป็นไปได้ไหมว่าเพราะความโชคร้ายของเขา ? หรือบางทีทั้งหมดนี้มันจะเพราะโชคชะตา ? เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะเขาได้สัมผัสกับจิ้งจอก หายนะจากธรรมชาติของมนุษย์มันได้ส่งผลต่อคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกันโดยเป้าหมายของมันคือเขาเท่านั้น !

บางทีมันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของหายนะและโชคร้ายของเขาก็ได้ที่เลือกโรงแรมแห่งนี้เพื่อทำให้มันถูกลิขิตไว้ให้ไฟไหม้ !

เป่ยเฟิงเดินออกจากตรงนั่นด้วยความคิดลึก ๆ หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวลาทั้งคืนในการมองหาโรงแรมอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามโรงแรมอื่น ๆ นั้นห้องเต็มหมดทุกห้อง เขาไม่สามารถหาห้องว่างได้เลย

‘ทำไมฉันไม่รู้มาก่อนว่าเมืองเล็ก ๆ แบบนี้โรงแรมมันจะเต็มได้ ? ไอ้นรกที่ไหนที่มันมาพักโรงแรมให้เต็มทุกที่กัน ?’

เป่ยเฟิงยอมแพ้ในการค้นหาโรงแรม เขาไปนอนที่สวนสาธารณะแทน คืนนี้เขารู้สึกอนาถตัวเขาเองมาก

ดวงอาทิตย์ได้โผล่ขึ้นเหนือของเป่ยเฟิง เขาเดินไปที่ร้านขายขนมปังก่อนจะเลือกซื้อมาแบบสุ่ม ๆ หลังจากที่กินเสร็จมันก็ 9.30 น. แล้ว เขากลับไปที่ร้านของจินบิฟูเพื่อซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ รอบนี้มันไม่ระเบิด

จินบิฟุได้ให้ส่วนลดกับเป่ยเฟิงจำนวนมาก พันหยวนสำหรับรุ่นล่าสุดในตลาด และดูเหมือนราคาที่เขาจะขายให้มันจะต่ำลงเรื่อย ๆ ! โดยเป่ยเฟิงยืนยันที่จะจ่ายราคาเดิมของมัน ไม่อย่างงั้นราคาที่จินบิฟูตั้งใจให้กับเป่ยเฟิงมันอาจจะกลายเป็นของฟรีสำหรับเขาเลยก็ได้ !

ตอนนี้ธนาคารได้เปิดแล้ว เป่ยเฟิงหยิบบัตรประชาชนและโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ของเขาเดินไปที่ประตูบานใหญ่

เมื่อเขามองเห็นกลุ่มคนรอบ ๆ ทางเข้า เป่ยเฟิงก็อยากจะร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ “บัดซบ เป็นไปได้ไหมว่าเกิดบางอย่างไม่ดีขึ้นอีกแล้ว ?”

“ไอ๊ ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคนหนุ่มสาวคิดอะไรกันอยู่”

ปู่ข้าง ๆ ถอนหายใจออกมาในขณะที่เดินออกมาจากฝูงชน

“ปู่ มันเกิดอะไรขึ้น ?” เป่ยเฟิงวิ่งไปหาเขา

“เมื่อคืนได้มีพวกโจรพร้อมกับเครื่องมือเข้ามาปล้นธนาคาร แต่สุดท้าย พวกเขาก็ไม่ได้แม้แต่หยวนเดียว พวกเขาถูกตำรวจจับไป ฉันไม่รู้พวกเขาจะต้องใช้เวลาอยู่ในคุกนานแค่ไหนกัน …”

ชายชราส่ายหัวก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความสงสารในชะตากรรมของคนหนุ่มพวกนี้

เป่ยเฟิงได้ยินเพียงประโยคเดียวในใจเท่านั้นโดยเขาไม่ได้ฟังคำอื่น ๆ เลย “ธนาคารโดนปล้น … โดนปล้น … โดนปล้น …”

‘บัดซบ แล้วแบบนี้ฉันจะไปทำบัตรใหม่ได้ที่ไหน ?’

เป่ยเฟิงยืนจ้องมองไปที่ธนาคารอย่างมึนงง นี่เป็นสาขาเดียวที่เขาใช้อยู่ในเขตนี้ทั้งหมด ! มันมีตู้เอทีเอ็มหลายจุด แต่ตัวธนาคาร เคาน์เตอร์และพนักงานมันอยู่ที่นี่กันหมด !

‘ไม่เป็นไร ! ม้าที่ดีมันไม่เคยสนใจเจ้าของเก่า ! ฉันจะไปหาธนาคารใหม่ !’

เป่ยเฟิงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนธนาคาร แต่หลังจากที่ได้ไปลองหลายนาที มันทำให้เขารู้สึกรำคาญอย่างมากเมื่อบัตรใหม่ของธนาคารอื่น ๆ มันพร้อมใจกันหมดพร้อมกัน ….

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top