*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

อารัมภบท

 158 Views

อารัมภบท

 

ข้าเคยเป็นจอมยุทธ์ในยุทธภพ ใช่พวกเจ้าฟังไม่ผิด… ข้าเคยเป็น

 

เหตุผลที่ข้าพูดว่าเคยเป็นนั้นเพราะข้าเกษียณแล้ว

 

หลังจากที่เข้าประสบปัญหามามากมายทุกแล้วข้าก็ตระหนักดีว่าการต่อสู้ที่ไร้ที่สิ้นสุดในโลกที่น่าขันนี้ นั้นไม่เหมาะกับข้า

 

พวกเจ้าจะได้เห็นสิ่งที่ข้าผ่านมาต่อไปนี้ มันคือประสบการณ์ระหว่างการฝึกฝนของข้า แล้วพวกเจ้าจะเข้าใจถึงความลำบากของข้าที่แท้ทรู!!

 

ข้าจำได้ว่า อาจารย์บอกข้าไว้ ก่อนที่ข้าจะเริ่มฝึกฝนวรยุทธ

 

“เจ้าคือลูกศิษย์อาวุโสของข้า แต่ความสามารถของเจ้าธรรมดามากเมื่อเทียบกับศิษย์คนอื่นๆ เจ้าจะเจอขีดจำกัดเข้าสักวัน เจ้าจะไม่อาจตามศิษย์พี่ศิษย์น้องของเจ้าได้ทัน…. ข้ามีเคล็ดวิชาลับบางอย่างที่ได้มาจากเพื่อนของข้าในยุทธภพ ผู้มีพรสวรรค์มากมายต่างก็ต้องเชื่อฟังคำแนะนำของพวกเขา เจ้าจงเอาสิ่งนี้ไปฝึกฝนเถอะ”

 

“ขอรับ! ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเด็ดขาด!”

 

ข้ายังเด็กและไร้เดียงสา(เกินไป) ข้าไม่คิดว่าอาจารย์กำลังเยาะเย้ยข้าด้วยรอยยิ้มที่ไม่ปกติ เมื่อเขามอบหนังสือนั้นมาให้ข้า ข้าผู้ใส่ซื่อไร้เดียงสาเชื่อในคำพูดบัดซบของเขา จนข้าพึ่งรู้ตัวว่าข้าอ่านหนังสือไม่ออก….เลยได้แต่ฝึกตามภาพเหมือนคนโง่

 

หลังจากนั้น ข้าก็ฝึกฝนจากหนังสือตามลำพังและสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการนอนบนเตียงกว่า 10 เดือน หลังจากที่ข้าได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนกระพริบตายังทำไม่ได้

 

ในเวลานั้นข้าคิดว่าเป็นเพราะข้ายังอ่อนหัดเกินไป ข้าทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง….กระซิกๆ…

 

เพราะข้ามันโง่ที่ไม่อาจฝึกอะไรง่ายๆแบบนี้ได้ ความรู้สึกผิดและไร้ค่าราวขยะทำให้ข้าต้องรีบกลับไปฝึกทันทีหลังจากที่ข้าหายจากอาการบาดเจ็บ

 

ข้าพัฒนาขึ้นเล็กน้อย เล็กน้อยจริงๆ เพราะครั้งนี้ข้านอนบนเตียงเพียง 6 เดือนเท่านั้นนะเว้ยย!!! (T-T)

 

สรุป…ข้าใช้เวลามากกว่า 1 ปีในวัยหนุ่มของข้าไปกับการนอนหมดสติบนเตียง….แม่ง

 

ในช่วงเวลาที่ข้ารู้สึกตัว ข้าจำนิดหน่อยที่อาจารย์กำลังเถียงกับพระอยู่ [นรกถามหาท่านแน่]

 

“เจ้ามันพระตัวเหม็น เจ้ากล้าดียังไงมากล่าวหาว่าข้าขโมย คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของเส้าหลินห่ะ? คนที่วัดเส้าหลินมีสมบัติที่มันล้ำค่าขนาดนั้นเลย? ดูสิว่าศิษย์ข้าได้รับบาดเจ็บจากการฝึกฝนวิชาของเจ้ามากแค่ไหน เหอะ! ดีนะที่ข้าไม่ได้โง่พอที่จะฝึกฝนวิชาที่น่ากลัวของเจ้า ไอ้พวกหัวเหม่งเอ้ย”

 

……

 

ทะ…ท่านอาจารย์?! นี่ไม่ใช่ว่าเพื่อนของท่านที่มีพรสวรรค์ให้มางั้นหรอ?! แล้ววิชานี้ชื่ออะไรนะ?! คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น?!

 

หลังจากนั้น ข้าก็ฝึกฝนเคล็ดวิชาเล่มที่ 1 จนจบ ข้าต้องเสียเวลาไปกว่า 3 ปี และหลังจากนั้นท่านอาจารย์ก็มอบเคล็ดวิชาอื่นมาให้ข้าอีกเล่ม เป็นเล่มที่ 2

 

เมื่อข้าเริ่มฝึกฝนเล่มที่ 2 ข้าคิดว่ามันจะง่ายขึ้น เพราะข้ามีพื้นฐานจากเล่ม 1 มาแล้ว แต่ข้าคิดผิด….

 

ข้าฝึกฝนการโครจจรลมปราณตามเคล็จวิชา

 

ลมปราณของข้าเหนือการควบคุม ลมปราณข้าตีกลับและโยนข้าไปชนผนังกว่า 20 ครั้งต่อเนื่อง ในขณะที่มันเป็นความจริงที่ว่ากำแพงโคลนของเรานั้นไร้ค่า มันต้องได้รับการซ่อมบำรุงทุกเดือนแทบจะไม่เว้น ไม่ว่าจะหน้าฝนหรือหน้าหนาว และข้าต้องผ่านมันมามากกว่า 20 ครั้ง! 20!

 

ข้ายังคงจำได้จนตอนนี้ ถึงความน่ากลัวในแววตาท่านอาจารย์กับอาจารย์อาของข้า

ที่มองหลานชายของเขาวิ่งร้องไห้เข้ามา “กำแพงมันลงแล้ว!!!” หลังจากที่เขาเพิ่งเข้านอนกับหญิงสาวจากหมู่บ้านที่อยู่ติดกัน และมันกำลังตั้งจะอะจึ๋กๆ… ซึ่งหลังจากนั้น เขาก็ไร้สมถรรภาพและไม่เคยมีความต้องการที่สูงลิ่วอีกเลย เมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้กลายเป็นพระสงฆ์อย่างเต็มขั้นไปแล้ว

อมิตาพุทธ…..^-^

 

ผลลัพธ์จากเหตุการณ์นี้คือ แขนขาข้าหัก

ข้านอนเป็นง่อยนานกว่า 2 ปี ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ข้าต้องต่อสู้ผ่านความเจ็บปวดของลำไส้ที่มันบิด และหลังจากนั้นข้าก็สำเร็จการฝึกลมปราณ นั้นจึงเป็นจุจบของหนังสือเล่มที่ 2

 

ในช่วงเวลานั้นเองก็มีคนของลัทธิเต๋า 7 คนมาเยี่ยมเยียน และ อาจารย์ทำให้พวกเขาได้รับการตำหนิอย่างรุนแรง

 

“ไฮ่, 7 จอมยุทธแห่งบู้ตึ๊ง, พวกเจ้ามันพวกหน้าไม่อายไม่เหมือนที่ปากพูด? ไม่ใช่พวกเจ้าพ่นออกมาว่าทุกคนสามารถเรียนรู้วิชาผสมผสานหยินหยางไทเก๊ก ได้งั้นหรอ?! แล้วทำไมศิษย์ข้าถึงจบลงแบบนี้?! ถ้าข้าโง่ละก็ข้าฝึกวิชาหลอกลวงนี้ไปแล้ว และถ้าเป็นแบบนั้นข้าคงนอนอยู่บนเตียงเป็นเพื่อนเขาไปด้วยพวกเจ้าจะรับผิดชอบยังไง!”

 

ข้าโกรธมาก จนแทบจะกระอักเลือด

 

อา..อาจารย์?! หนังสือนั้นมันวิชาอะไรนะ?! ไม่นะ….ท่านไม่อาจให้ข้าฝึกฝนวิชาพุทธและลัทธิเต๋าได้พร้อมกับแบบนี้นะ!

 

ตอนนี้ข้าได้รับหนังสือเล่มที่ 3 มา ข้าระมัดระวังตัวมากขึ้น ข้าสาบานว่าข้าท่องเป็นหมื่นๆครั้งให้ระมัดระวังตัว

 

แต่หนังสือเล่มที่ 3 กลับมีเพียงรูปภาพเดียวเท่านั้น

 

ไม่มีปัญหาแน่แบบนี้

 

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงมีเรื่องราวอื่นที่สวรรค์เตรียมไว้ให้สำหรับข้าอยู่เสมอ

 

หลังจากฝึกฝนตามรูปวาด เส้นชีพจรของข้าทั่วทั้งร่างกายขาดสะบั้นทันทีและในปีต่อมาภรรยาของไอ้อาจารย์ก็หาเห็ดหลินจือมาให้ข้า ต้องขอบคุณนางที่ทำให้ข้าสามารถเดินได้อีกครั้ง

 

หลังจากนั้น ก็มีผู้มาเยือนแปลกหน้า 30 คนมาที่นี่ และได้ต่อสู้อย่างยิ่งใหญ่กับอาจารย์ของข้า จนในที่สุดพวกเขาก็พ่ายแพ้ราบคาบ และสุดท้ายก็ถูกอาจารย์ด่า

 

“ไอ้พวกนิยายปีศาจเวรเอ้ย! เจ้าไม่มีความละอายบ้างรึไง!? ผู้นำของเจ้าพูดเองว่าภาพวาด วายุมาศพิรุณโปรย เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและผู้เข้าใจถึงมันจะได้เป็นกษัตริย์ ข้าชวนเจ้าหลายต่อหลายครั้ง แต่เจ้าทั้งหมดก็แตะข้าออกมา และเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย พอมาตอนนี่เจ้าจะมาบอกว่าต้องการมันกลับไปงั้นเรอะห่ะ?”

 

ท่านโกหกงั้นเหรอ? ภาพวายุมาศพิรุณโปรยของนิกายปีศาจเนี้ยนะ?! โอ้ยยยย! ทำไมท่านไม่ลงนรกสักทีว่ะเนี้ย!?

 

……

 

……

 

ข้ายอมแพ้ในเรื่องนี้แล้ว

 

ข้าเอาแต่ฝึกฝนในสิ่งที่เขามอบให้ข้า

ข้ารู้สึกไร้ค่าและไร้จุดหมาย ถ้าข้าไม่ตายจากการฝึกฝน มันก็เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่ข้าจะตายเพราะการฝึกบ้าๆนี้หรือตายเพราะถูกล่าจากนิกายหรือสำนักต่างๆ

 

อาจารย์ยังคงให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ข้าทุกวัน ข้ายังคงเอาแต่ฝึกอย่างขยันขันแข็ง

 

แต่มันก็แปลก หลังจากฝึกฝนจบ 3 เล่ม

ข้าก็ไม่เคยได้รับบาดเจ็บอีกเลยไม่ว่าจะฝึกฝนวิชาใดๆต่อและยิ่งฝึกฝนเล่มต่อไปเรื่อยๆมันก็ยิ่งง่ายขึ้นๆแต่และในท้ายที่สุด อาจารย์ก็ถามข้าด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

“อ้าวนั้น!!! เจ้ายังไม่ตายหรอนั้น?”

 

แม่ง!

 

ข้ายังมีชีวิตอยู่เว้ย! แต่ท่านน่ะไปตายซะ!

 

ในระยะสั้นร่างกายของข้าแข็งแการงขึ้นและแข็งแก่รงขึ้นไม่มีหยุด

 

ข้าไม่เคยแม้แต่จะบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย

 

สุดท้ายข้าออกจากภูเขาเมื่อข้าอายุ 22 ปีและข้าก็ตระหนักว่า … ข้าเป็นอมตะไปแล้ว

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!