ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 35 อ้าวเฟิง

 425 Views

จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 35 อ้าวเฟิง

 

“เมื่อหลายปีก่อนข้าถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งอัจฉริยะของแคว้นพิรุณ ในช่วงที่เยาว์วัยข้าเต็มไปด้วยความต้องการที่อยากท่องเที่ยวไปยังโลกภายนอก หลังจากที่ข้าทะลวงผ่านระดับรวมธาตุก็ได้ออกเดินทางจากตระกูลและค้นหาหนทางของตนเอง ”

“สิบแปดปีก่อน ตอนที่ข้ากำลังค้นหาวัตถุโบราณที่ป่าปีศาจมารทมิฬข้าก็ได้พบกับแม่ของเจ้าโดยบบังเอิญ”

 

เมื่อหลิงตงซิงคิดถึงเรื่องในอดีต ใบหน้าอันเด็ดเดี่ยวของมันอดไม่ได้ที่จะแสดงออกถึงความอ่อนโยน โดยเฉพาะเมื่อตอนที่มันพูดถึงมารดาของหลิงฮัน

 

“ชื่อของแม่เจ้าคือเยว่ฮงฉาง นางเป็นสตรีที่งดงามและอ่อนโยนมาก”

 

“แต่ว่าเมื่อตอนที่พวกเราพบกันครั้งแรก เกิดความเข้าใจผิดกันนิดหน่อยทำให้ต้องสู้กัน”

 

หลังการเหตุการณ์นั้นพวกเราก็เดินทางร่วมกัน ทำให้เกิดเป็นความรักซึ่งกันและกัน

 

เมื่อตอนที่แม่ของเจ้าตั้งท้อง พวกเราตัดสินใจกลับมายังเมืองหมอกเมฆา และในตอนนั้นเองที่ข้าพบว่าแม่ของเจ้ามีเบื้องที่ไม่ธรรมดา นางเป็นหลานสุดที่รักของผู้อาวุโสสามแห่งนิกายจันทราเหมันต์

 

ผู้นำนิกายนิกายจันทราเหมันต์เป็นจอมยุทธที่แข็งแกร่งในระดับตัวอ่อนวิญญาณขั้นสูงสุด ผู้อาวุโสคนอื่นเองก็อยู่ในระดับตัวอ่อนวิญญาณเช่นกัน หากเพียงแค่ใครคนใดคนหนึ่งปรากฏตัว มันสามารถที่จะลบแคว้นพิรุณทิ้งได้ไปอย่างง่ายดาย

 

ปู่ของแม่เจ้าตั้งใจจะให้นางแต่งงานกับหลานของผู้อาวุโสอีกนิกายหนึ่งที่ชื่อ อ้าวเฟิง

มันเป็นอัจฉริยะทางด้านวรยุทธ พรสวรรค์ของมันสามารถเรียกได้ว่าต่อต้านกฎของธรรมชาติอย่างแท้จริง แต่ด้วยนิสัยที่เจ้าชู้ของมัน ทำให้รอบๆตัวมันมีผู้หญิงอยู่มากมาย แถมมันยังมีบุตรและธิดาอีกมากมายหลายคน

 

แม่ของเจ้าไม่ต้องการจะแต่งงานกับคนแบบนั้น นางจึงได้หนีออกจากที่นั่นมา หลังจากนั้นนางก็ได้พบกับข้า และพวกเราก็ตกหลุมรักซึ่งกัน

 

แต่ในที่สุดนิกายจันทราเหมันต์ก็หาตัวแม่ของเจ้าพบและส่งจอมยุทธที่แข็งแกร่งมาจับพวกเรา

พวกเราหลบหนีเรื่อยมาจนไม่นานเจ้าก็กำเนิดออกมา พี่ชายของแม่เจ้า เยว่เจิงซ่านและอ้าวเฟิงจับตัวพวกเราได้

 

ข้าไม่เคยลืมถึงสิ่งที่อ้าวเฟิงทำกับข้าในตอนนั้น มันหักนิ้วข้าทีละนิ้วเพื่อบังคับให้ข้าพูดคำที่ทำให้แม่เจ้าเจ็บปวด แต่มันก็ต้องผิดหวังเพราะข้าไม่มีทางยอมทำแบบนั้นเด็ดขาด

 

แม่ของเจ้าขู่พวกมันว่านางจะจบชีวิตตนเอง หากไม่ปล่อยพวกเราพ่อลูกไป แต่สุดท้ายรากฐานวิญญาณของข้าก็ยังถูกทำลายโดยอ้าวเฟิง

 

ในตอนแรกข้าคิดจะไปตัดสินเป็นตายกับนิกายจันทราเหมันต์ แต่เพื่อตัวเจ้าข้าจึงยอมถอยออกมาจากชีวิตที่น่าอัปยศนั่นและกลับมายังเมืองหมอกเมฆา

 

หลิงฮันเข้าใจขึ้นมาทันที ไม่แปลกเลยที่บิดาของเขาจะสามารถเข้าออกหุบเขาพสุธาแสงม่วงที่แม้แต่จอมยุทธระดับสูงของสำนักฮูหยางยังไม่สามารถเข้าไปได้ มารดาของเขาจะต้องทิ้งสมบัติลับบางอย่างเอาไว้ให้บิดาของเขาเพื่อจะได้มั่นใจว่าบิดาของเขาจะอยู่รอดปลอดภัย

 

ระดับตัวอ่อนวิญญาณ!

 

หลิงฮันขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถไปช่วยมารดาของเขาได้ในเร็วๆนี้เสียแล้ว พลังบ่มเพาะมีทั้งหมดสิบระดับ และระดับตัวอ่อนวิญญาณอยู่ในระดับที่เจ็ด ในขณะที่ตอนนี้เขาอยู่เพียงระดับที่สอง ไม่ว่าจะมองยังไงเขาก็ต้องใช้เวลาอีกสิบปี…ยี่สิบปี หรืออาจจะต้องมากกว่านั้นอีกถึงจะสามารถบรรลุถึงระดับที่เจ็ดได้

 

ซึ่งหากเป็นอัจฉริยะคนอื่นที่ถึงแม้จะสามารถบรรลุถึงระดับตัวอ่อนวิญญาณได้ อย่างน้อยคนคนนั้นก็ต้องมีอายุอย่างน้อยสองถึงสามร้อยปี

 

เขาต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดเสียแล้ว!

 

นั่นเพราะจอมยุทธเองก็มีอายุขัย ถ้าไม่ทะลวงไปยังระดับบุปผาผลิบาน  อายุขัยของพวกเขาก็ไม่ต่างจากคนธรรมดา อย่างมากที่สุดพวกเขาจะไม่เจ็บป่วยและสามารถมีอายุถึงหนึ่งร้อยปี แต่หากทะลวงไปยังระดับบุปผาผลิบานได้ พวกเขาก็จะได้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นอีกสองร้อยปี และหากทะลวงระดับที่สูงขึ้นหลังจากนั้นอีกก็จะได้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นอีกร้อยในทุกๆระดับ

 

อ้าวเฟิง!

 

ดวงตาของหลิงฮันปรากฏเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้น ถึงแม้หลิงตงซิงจะไม่ได้เล่ารายละเอียดออกมาทั้งหมด หลิงฮันก็สามารถรู้ได้ว่าบิดาของเขาที่ถูกทารุณโดยอ้าวเฟิงในวันนั้นจะต้องรู้สึกอัปยศกับศักดิ์ศรีที่เสียไปขนาดไหน

 

ถ้าไม่ใช่เพราะเขา หลิงตงซิงอาจจะบุกเข้าไปยังนิกายจันทราเหมันต์และอาจจะตายไปแล้วก็ได้

 

เหยียดหยามบิดาก็เหมือนกับเหยียดหยามบุตร!

 

หลิงฮันได้ติดในใจแล้วว่าอ้าวเฟิงมีโทษคือต้องตาย อย่างไรก็ตาม อ้าวเฟิงที่เป็นศิษย์ของนิกายจันทราเหมันต์ แถมยังถูกเรียกว่าอัจฉริยะอีก ตอนนี้พลังบ่มเพาะของมันจะอยู่ระดับไหนแล้ว?

 

ระดับห้วงจิตวิญญาณ? ระดับแก่นแท้จิตวิญญาณ? ระดับบุปผาผลิบาน?

 

“ฮันเอ๋อร์ ถึงแม่พรสวรรค์ของเจ้าจะสูงมาก แต่นิกายจันทราเหมันต์ก็ยังคงเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่สำหรับเราสองคน เจ้าต้องไม่ใจร้อนเกินไป ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มีหน้าไปพบกับแม่ของเจ้าแน่!” หลิงตงซิงพูดพลังจากกลับมาสงบอีกครั้ง

 

หลิงฮันพยักหน้า “ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะไม่ใจร้อนอย่างแน่นอน”

 

“ความหวังทุกอย่างของข้าในตอนนี้อยู่บ่นบ่าของเจ้า เจ้าไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองคนเดียว แต่ยังเพื่อแม่ของเจ้าด้วย!” หลิงตงซิงพูดด้วยเสียงจริงจัง

 

“ข้าเข้าใจแล้ว!”

 

“ตอนนี้เจ้าทะลวงระดับรวมธาตุแล้ว เจ้าสามารถเข้าร่วมการประลองต้าหยวนได้!” หลิงตงซิงเปลี่ยนเรื่องคุย

 

“การประลองต้าหยวน?” หลิงฮันลองค้นหาดูในความทรงจำ แต่ก็ไม่พบความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับการประลองเลยสักนิด

 

หลิงตงซิงยิ้มและพูด “เจ้าไม่เคยแสดงพรสวรรค์ในด้านวรยุทธมาก่อน ข้าเลยไม่เคยบอกให้เจ้ารู้ การประลองต้าหยวนคือการประลองยุทธที่จัดขึ้นที่คฤหาสน์ของราชาต้าหยวน โดยจัดขึ้นทุกๆสามปี คุณสมบัติของคนที่จะเข้าร่วมคือมีอายุต่ำกว่าสามสิบปี มีพลังบ่มเพาะต่ำกว่าระดับก่อเกิดธาตุ และเป็นจอมยุทธที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ควบคุมโดยเมืองต้าหยวน”

 

ในแคว้นพิรุณ มีเมืองใหญ่ทั้งหมดสามสิบหกเมือง ทุกๆเมืองล้วนแต่รับผิดชอบดูแลอาณาเขตที่กว้างใหญ่ ต้าหยวนเองก็เป็นหนึ่งในสามสิบหกเมือง และบุรุษที่ถูกเรียกว่าราชาต้าหยวน เขาเป็นลูกหลานของจักรพรรดิผู้ก่อตั้งแคว้นพิรุณขึ้นมา โดยฉายาราชาต้าหยวนจะถูกสืบทอดมายังรุ่นต่อรุ่น

 

ภายใต้การควบคุมของคฤหาสน์ของราชาต้าหยวนคือสี่ขุมอำนาจใหญ่ นิกายหมาป่าหินผาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

“รางวัลที่ผู้ชนะเลิศจะได้รับคืออะไรรึท่านพ่อ?” หลิงฮันถาม

 

หลิงตงซิงรู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย บุตรของมันช่างหวังสูงจริงๆที่คิดจะคว้าตำแหน่งชนะเลิศ แต่อย่างไรนี่ก็เป็นบุตรที่ยอดเยี่ยมของมัน มันคิดอยู่ชั่วขณะและพูดออกไป

“เห็นว่าเป็นสมุนไพรบางอย่างที่เรียกว่าหญ้าแสงจันทรา มันเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับหลอมเม็ดยา เม็ดยากำเนิดธาตุที่จะช่วยให้จอมยุทธในระดับรวมธาตุสามารถทะลวงไปยังระดับก่อเกิดธาตุได้ง่ายขึ้น”

 

หลิงฮันตกตะลึงในทันที

 

นักปรุงยาในยุคนี้… พวกมันโง่เง่าขนาดนั้นทุกคนเลย?

 

หญ้าแสงจันทราที่มีค่าขนาดนั้นจะเอามาใช้หลอมเม็ดยาระดับเหลืองขั้นสูงเนี่ยนะ?! มันเป็นวัตถุดิบหลักที่จะเอาไว้ใช้หลอม ‘เม็ดยาเสริมมิติ’ ที่จะสามารถช่วยขยายขนาดของตันเถียนในร่างจอมยุทธได้ และนี่ยังถือว่าเป็นสิ่งที่แม้แต่จอมยุทธระดับสวรรค์ยังต้องอิจฉา!

 

วัตถุดิบหลักที่เอาไว้หลอมเม็ดยาก่อเกิดธาตุสามารถนำสมุนไพรระดับต่ำมาใช้แทนได้โดยไม่ยากเย็นอะไร!

 

หมื่นปีผ่านไป… หรือว่านอกจากจะไม่มีการพัฒนาขึ้นของวิถีแห่งการปรุงยาแล้ว วิถีแห่งการปรุงยายังเลวร้ายลงไปอีกด้วย?

 

หลิงฮันยิ้มออกมา เขาไม่สามารถยอมให้สมุนไพรที่มีค่าขนาดนี้สูญเปล่าไปได้ เพราะงั้นเขาจึงทำได้เพียงต้องเอาหญ้าแสงจันทรานั่นมา! ยิ่งกว่านั้น เมล็ดก่อเกิดห้าธาตุของเขากินพลังปราณก่อเกิดรวดเร็วเกินไป เขาจึงกำลังเป็นกังวลเรื่องมิติในตันเถียนของเขาที่มีพื้นที่จำกัด! และตอนนี้หนทางแก้ปัญหานั้นได้มาเคาะประตูเรียกเขาแล้ว!

 

แต่ว่าตอนนี้ก็อยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาแล้ว เวลาที่เหลืออยู่จึงมีเพียงสองเดือนก่อนจะสิ้นปี ทำให้ค่อนข้างจะกดดันเล็กน้อย

 

ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเดินทางไปยังหุบเขาเจ็ดวายุ เพื่อค้นหามังกรอสรพิษเกล็ดสีชาดและนำแกนอสูรของมันมาใช้หลอม “เม็ดยาทะลวงกำเนิด”

 

เม็ดยาทะลวงกำเนิดจะช่วยให้พลังบ่มเพาะของจอมยุทธระดับรวมธาตุเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น โดยผู้ที่กินยาเข้าไปจะต้องมีพลังบ่มเพาะไม่เกินรวมธาตุระดับต้น สำหรับหลิงฮันแล้วถ้าเขาต้องการจะบรรลุรวมธาตุระดับกลางก่อนจะจบสิ้นปีนี้ เม็ดยาทะลวงกำเนิดคือตัวเลือกเดียวของเขา

 

อย่างไรก็ตาม มังกรอสรพิษเกล็ดสีชาดนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แถมทั่วทั้งร่างของมันยังเต็มไปด้วยพิษที่รุนแรง ดังนั้นหลิงฮันจึงจำเป็นต้องเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งนี้ให้พร้อมที่สุด ไม่เช่นนั้นมันก็จะเป็นเหมือนกับการเอาชีวิตของเขาไปโยนทิ้ง

 

**ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ**

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top