ขนาดตัวอักษร

บทที่ 85 เก็บกวาด (1)

 14 Views

 

เมื่อเขามองลงมาจากฮรูฮิราลการแสดงออกของเฟรย์ก็ดูแปลกไป

วงกลมเวทย์มนตร์ขนาดมหึมาถูกวาดลงบนพื้น

วงเวทย์ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนแม้กระทั่งจากด้านบนของฮรูฮิราลกำลังเปล่งแสงที่เป็นลางร้ายและมีสีเลือดคล้ายกับวงเวทย์ของอาชูร่า แต่อย่างไรก็ตามรูปแบบนั่นแตกต่างกัน

“ เขาใช้เลือดของโอดินเป็นสื่อในการอัญเชิญอะไรบางอย่าง ”

“มันใหญ่มาก บางทีแม้แต่มังกรก็สามารถผ่านออกมาได้”

รออออออออออออร์!

ในขณะนั้นมังกรที่สร้างจากกระดูกสีขาวบริสุทธิ์ทั้งหมดก็ได้ก้าวออกมาจากวงเวทย์

เบ้าตาของมันสว่างขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามที่ดุร้ายดังก้องไปทั่วป่า

สโนว์หัวเราะอย่างร่าเริง

“ คำพูดสามารถกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ได้ สุภาษิตนี้ดูเหมือนจะสื่อถึงสถานการณ์นี้ได้ดีทีเดียว”

“ …”

“ดีละถ้าอย่างนั้น…”

สโนว์ปกคลุมใบหน้าของเธอด้วยหน้ากากไม้

มันไม่ใช่หน้ากากธรรมดาๆ

แต่ทันทีที่เธอใส่มันลงบนใบหน้า รูปลักษณ์ของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป

ผมสีขาวของเธอกลายเป็นสีดำ ออร่าอันสูงส่งและลึกลับของเธอก็จางหายไป

“ เครื่องมือวิเศษ? ”

“ มันมีชื่อว่าหน้ากากเจนกินส์ ที่ฉันต้องใส่เพราะรูปลักษณ์ปกติของฉันมันสะดุดตาเกินไป”

“ แสดงว่าคุณไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนของคุณสินะ? ”

“ใช่ มันยังไม่ถึงเวลา”

เฟรย์พยักหน้า

“ ถ้าคุณช่วยฉัน ฉันมั่นใจว่าจะหยุดไอ้มังกรนั่นได้”

“ นายพูดแปลกๆ ป่าใหญ่เป็นบ้านของพวกเราเผ่าเอลฟ์ นายนั่นแหละที่เป็นคนช่วยพวกเรา ฉันขอขอบคุณล่วงหน้า”

เขารู้สึกได้ว่าเธอกำลังยิ้มอยู่หลังหน้ากากเพียงแค่เห็นสายตาของเธอ

สิ่งที่เธอพูดมันก็สมเหตุสมผล

ดูเหมือนว่าสโนว์เป็นคนที่ชอบการสนทนาแต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะพูดคุยกัน

รอออออออรฺ์

มังกรกระดูกก่อให้เกิดความปั่นป่วนขนาดใหญ่

ในช่วงเวลาสั้นๆนั้นมันได้ถอนต้นไม้จำนวนนับไม่ถ้วนและมีรอยแผลลึกลงไปบนพื้น

หลังจากมองตากันสักครู่เฟรย์และสโนว์ก็กระโดดลงจากต้นไม้พร้อมกัน ทั้งคู่นั่นซิงค์กันอย่างสมบูรณ์แบบ

* * *

“ ไอ้บ้านี่!”

อีวานสบถเสียงดัง

ทุกคนก็คงพูดเหมือนกันหากเห็นมังกรโครงกระดูกขนาดมหึมาปรากฏตัวขึ้นจากพื้นดิน

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาพึ่งผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในการเอาชนะบลัดดี้ไนท์ก่อนจะก็มีโอกาสได้พักหายใจ

“ ฉันคิดเอาไว้แล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น…”

ไซแอ็กซ์รู้สึกเศร้าเมื่อเธอเห็นการทำลายล้างที่เกิดขึ้นกับป่า

ตั้งแต่ตอนที่มังกรปรากฏตัวมันได้ทุบต้นไม้หลายสิบต้นแล้วและดูเหมือนการทำลายล้างจะยังห่างไกลจากจุดสิ้นสุด

มันเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจสำหรับเอลฟ์อย่างแท้จริง

นี่เป็นเหมือนกันสำหรับเอลฟ์ที่เธอนำมาเป็นกำลังเสริมเช่นกัน

“ วิญญาณแห่งสายลมเอ๋ย! ”

“ ขอพลังให้แก่พวกข้าหน่อย! ”

พวกเอลฟ์เริ่มใช้ทุกวิถีทางเพื่อโจมตีมังกรกระดูกแต่พวกเขาก็ไม่ได้ผลลัพธ์ใดๆ

กระดูกของมังกรแข็งเกินไปและพลังในการต้านทานเวทย์มนตร์ก็แข็งแกร่งเกินไป

มีคนพึมพำอย่างช่วยไม่ได้

“ ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าฮิราลการ์ดจะไม่อยู่ที่นี่ในเวลาแบบนี้…”

พวกเขาจะไม่หมดหวังขนาดนี้ถ้าฮิราลการ์ดไม่ได้ออกจากหมู่บ้านเพื่อทำภารกิจ

นักรบที่โดดเด่นของไฮเอลฟ์ส่วนใหญ่เป็นส่วนหนึ่งจากเซอร์เคิลนั้น

ตอนนั้นเอง

แตก!

หมัดของอีวานทุบกระดูกของมังกรทำให้ดวงตาของเอลฟ์ทั้งหมดที่เห็นสิ่งนี้เบิกกว้างขึ้นทันที

นี่เป็นเพราะกระดูกของมังกรซึ่งพวกเขาไม่สามารถสร้างความเสียหายได้แม้ว่าจะพยายามเต็มที่แล้วก็ตามกลับก็ถูกทุบอย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตามการแสดงออกของอีวานเริ่มยับยู่ยี่

‘ฉันใช้กำลังมากเกินไป ไม่ใช่ว่าฉันไม่สามารถสร้างความเสียหายได้… แต่ร่างกายฉันจะแบกรับทั้งหมดไม่ไหว ’

ตึงๆ

จากนั้นเฟรย์และสโนว์ก็ตกลงมาจากท้องฟ้าและตกลงมาข้างๆเขา

อีวานกำหมัดแน่นและลดหมัดลงขณะที่เขามองไปที่พวกเขา

มันจะยุ่งยากถ้าหากผู้ชายคนนั่นยังอยู่

“ แล้วโอดินล่ะ? ”

“ตายแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือเก็บกวาดสิ่งที่ตามมา”

“ นายพูดยังกับว่ามันง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ ไอ้สัตว์ประหลาดตัวนั้นไม่สามารถเอาชนะได้ง่ายๆหรอกนะ ”

“ แต่ยังไงเราก็ต้องทำ ”

ขณะที่สโนว์พูดด้วยน้ำเสียงสดใสอีวานก็เอียงศีรษะเล็กน้อย

“ แม่สาวคนนี่เป็นใครกัน? ”

“คู่หูใหม่นะ แต่ก็อย่าเพิ่งไว้วางใจเธอร้อยเปอร์เซ็นละ ”

“ นี่นายจะมากเกินไปแล้วนะ นายช่วยแนะนำฉันอย่างอบอุ่นกว่านี้ไม่ได้หรือ?”

เฟรย์ไม่ได้ใส่ใจกับมุขตลกของเธอ มันไม่ใช่สถานการณ์ที่พวกเขาสามารถพูดคุยเล่นได้

สโนว์บ่นขณะที่เธอกำดาบแน่น

“ มันจะมีเสียงดังหน่อยแต่มันไม่ได้เป็นภัยคุกคามมากนัก พวกเราสามคนก็น่าจะเพียงพอแล้ว”

“…โอเค”

“งั้นลุยกันเลย”

เฟรย์อีวานและสโนว์เงยหน้าขึ้นมองมังกรและบางทีมันอาจจะรู้สึกถึงการจ้องมองของพวกเขาเพราะป่าถูกสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยเสียงคำรามดัง

* * *

“ นายมาสายอีกแล้วนะริกิ ”

เสียงที่เศร้าหมองและไม่พอใจดังออกมา

มันฟังดูเหมือนมีคนเอาเล็บข่วนเปลือกของต้นไม้เก่า แต่เป็นเสียงที่เขาเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน

ริกิหันหน้าไปอย่างสงบโดยไม่กระตุกคิ้วแม้แต่น้อย

เขาเป็นชายชราที่มีหน้าตาน่ากลัวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เขามีจุดมากมายบนใบหน้ามีลักษณะเป็นเหมือนกระ มีจมูกสีน้ำตาฝ้าฟางและทรงผมที่ยุ่ง

การพยายามค้นหามุมที่ดีในรูปลักษณ์ของเขาเป็นไปไม่ได้เลย

“ นายมาเร็วนะอนันตา ”

“ คุคุคุคุ เหมือนเดิมเหมือนเดิม”

ริกินั่งลงหลังจากมองไปที่อนันตาที่กำลังหัวเราะอยู่ในความมืด

เขาไม่ได้มาสายอย่างที่คิด

นอกจากเขาแล้วยังมีอีกสามคนที่นั่นและพวกเขายังคงรออีกสองคนที่จะเข้าร่วม

“ วันนี้นอซด็อกเป็นคนที่เรียกพวกเรามาที่นี่เหรอ? ”

คราวนี้เป็นเสียงฟอง

เดมิก็อดเรย์รินผู้มีผมสีเทาได้วางคางไว้บนมือขณะที่เธอพูดด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

“ นี่เป็นโอกาสพิเศษ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่านอซด็อกซึ่งเป็นคนที่นิ่งขรึมที่สุดรองจากริกิจะเรียกประชุมจริงๆ”

“ แปลว่าต้องมีเรื่องสำคัญที่อยากจะบอก ”

เดมิก็อดที่มีผมที่ดูเหมือนไฟพูดออกมา

เรย์รินมองเขาก่อนพูด

“ อัคนีนายสร้างอัครสาวกแล้วหรือยัง? ”

“ยัง”

“ นายไม่ชิวไปหน่อยเหรอ? ลอร์ดบอกทุกคนว่าให้นำอัครสาวกเข้าร่วมการประชุมในครั้งต่อไป เขาบอกว่าเขาจะตรวจสอบพวกเราทุกคน”

“ ฉันทำมันทันน่าไม่ต้องกังวลไปหรอก”

“ นายนี่ขี้เกียจจัง ไม่เป็นไรฉันไม่ได้กังวลหรอก นายจัดการมันได้อยู่แล้ว”

เรย์รินขมวดคิ้วและโบกมือสองสามครั้ง

ตอนนั้นเอง

[ดูเหมือนว่าฉันจะมาเป็นคนสุดท้าย]

รอยแยกจากมิติฉีกออกและด้วยเสียงที่เศร้าโศกนอซด็อกก็ปรากฏตัวขึ้น

ลักษณะโครงกระดูกของเขาโดดเด่นมากในกลุ่มเดมิก็อด

“ ลอร์ดยังไม่มาอีกเหรอ? ”

[คราวนี้ลอร์ดไม่ได้มา]

“อะไรกัน? ฉันอยากพบหน้าของเขาหลังจากไม่ได้เจอกันมาตั้งนาน”

เรย์รินเอนตัวลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย อย่างไรก็ตามการบ่นของเธอจบลงที่นั่นเพราะมันเป็นเรื่องปกติ

ท้ายที่สุดลอร์ดนั่นยุ่งกว่าเราทั้งห้าคนรวมกันเสียอีก

“แล้ว? ทำไมนายถึงเรียกเรามาที่นี่บะนอซด็อก”

[ฉันแน่ใจว่าพวกคุณคงเดาเหตุผลของการประชุมนี้ได้แล้ว ณ จุดๆนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เรามีการประชุมด่วนเช่นนี้]

อนันตาหัวเราะเบาๆก่อนจะพูด

“ นายค้นพบเบาะแสเกี่ยวกับคนทรยศแล้วสินะ? ”

[ถูกตัอง]

นอซด็อกพยักหน้าและสังเกตคนเหล่านี้ซึ่งเขารู้จักมานานนับหมื่นปี

เขาจงใจพูดในสาธารณะเกี่ยวกับคนทรยศแต่ไม่มีใครมีปฏิกิริยาที่เห็นได้อย่างชัดเจน

เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นอะไร

หากเขาสามารถรู้ได้ว่าคนทรยศเป็นใครด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ คนทรยศก็คงจะถูกจับตัวไปนานแล้ว

เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคนทรยศจะอยู่ในกลุ่มอะโพคาลิปส์ตั้งแต่แรก

นอซด็อกยังคงพบว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้

มีคนทรยศในหมู่คนของพวกเขาจริงๆหรือ?

พวกเขาไม่ได้มีพันธะที่ผูกพันกันเพียงไม่กี่ปีหรือหลายสิบปีเหมือนในหมู่มนุษย์

พวกเขาอยู่ด้วยกันมาหลายพันหรือหลายหมื่นปี

จิตใจของพวกเขาพันแน่นกันไปแล้วจนมันลึกลงไปถึงจุดที่พวกเขาสามารถแบ่งปันความรู้สึกและอารมณ์ได้

อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถหาคนทรยศได้นั่นหมายความว่าคนทรยศมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการควบคุมอารมณ์ของตนเอง

ดังนั้นเพื่อค้นหาคนทรยศพวกเขาต้องทำลายความสงบก่อน

“พูดง่ายจัง”

เขารู้ดีว่างานนี้ยากแค่ไหนเพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยากที่จะห้ามไม่ให้คิ้วกระตุกหากบางอย่างไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ

“ฮะ? จริงๆหรือ? เย้! ในที่สุดเราก็สามารถกำจัดไอ้อกตัญญูนั่นได้?”

[ไม่ ฉันมีเพียงแค่เบาะแสเรายังไม่รู้ว่ามันเป็นใคร]

“ อืมฉันเข้าใจแล้ว”

เรย์ริน

แวบแรกอาจมีคนคิดจากการกระทำของเธอว่าเธอค่อนข้างสดใส อย่างไรก็ตามภายในตัวเธอนั้นเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง

นอซด็อกพูดต่อโดยไม่ใส่ใจกับการแสดงของเธอมากนัก

[ฉันสร้างอัครสาวกหลายคนและกระจายพวกมันไปทั่วทวีป]

“ นายสร้างอัครสาวกหลายคน? มันเป็นไปได้ด้วยหรือ?”

[คงเป็นไปไม่ได้ถ้าพวกมันเป็นตัวจริงทั้งหมด แต่ยกเว้นตัวจริงส่วนที่เหลือเป็นเพียงขยะที่ไม่สามารถใช้พลังที่ฉันมอบให้ได้อย่างเหมาะสม]

“ฉันเข้าใจแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นได้แค่เหยื่อล่อ”

[ถูกตัองและหนึ่งในนั้นที่อยู่ใกล้กับป่าใหญ่เรย์นอยด์ได้เสียชีวิตไปแล้ว]

“ ป่าใหญ่…ที่อยู่ใกล้กับที่ริกิอยู่?”

ดวงตาของเดมิก็อดทุกคนหันมาที่ริกิแม้ว่าจะไม่มีใครมองเขาอย่างเปิดเผยด้วยสายตาที่น่าสงสัย แต่ก็ไม่ได้ทำให้มันดีขึ้นเลย

ริกิพยักหน้า

“ มีพวกอันเดดอยู่รอบๆบริเวณนั้น”

[ริกินายบอกว่านายสร้างอัครสาวกเมื่อไม่นานมานี้]

“ มีปัญหากับเรื่องนี้หรือ? ”

[ไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่…นายเกลียดการมีปฏิสัมพันธ์กับพวกมัตตัยตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเมื่อ 4,000 ปีก่อนนิ]

“ …”

เมื่อเขาพูดเช่นนี้นอซด็อกก็หันไปหาริกิ

[ประเทศของมนุษย์ที่นายทำลายไป ชื่อว่าอะไรนะ…]

“ ไอคอลเลียม”

ริกิเอ่ยชื่อให้เขา

ไม่เพียงแค่นอซด็อกแต่เหล่าเดมิก็อดทุกคนที่นั่งอยู่ที่นั่นก็รู้สึกว่าอารมณ์ของเขาแปรปรวนเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามมันยังไม่น่าสงสัยพอเพราะพวกเขาทุกคนรู้ดีว่าริกิประทับใจผู้ชายที่เขาต่อสู้ที่นั่นเป็นอย่างมาก

“ มันมีชื่อว่าไอคอลเลียม ฉันสงสัยว่าทำไมจู่ๆนายถึงพูดเรื่องนั้นขึ้นมา”

[เป็นเพราะฉันอยากรู้ว่าทำไมจู่ๆนายถึงสร้างอัครสาวกนะสิ]

“ ลอร์ดบอกให้พวกเราสร้างขึ้นมาเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุม”

[…]

เขาไม่ได้พูดผิดแต่นอซด็อกก็ยังสงสัยอยู่เล็กน้อย

คนที่สามารถหลีกหนีจากการไม่เชื่อฟังคำสั่งของลอร์ดคือห้าคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้

และในบรรดาที่นี่ริกิมีความขัดแย้งกับลอร์ดมากมายเป็นการส่วนตัว

มันน่าสงสัยเล็กน้อยที่ริกิยอมทำตามคำสั่งของลอร์ดอย่างเชื่อฟัง

เรย์รินพูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายที่ยังคงอยู่บนใบหน้าของเธอ

“ เอาล่ะพอแล้ว บอกพวกเราสิว่านายพบเบาะแสอะไร?”

[อัครสาวกจำลองที่ฉันสร้างขึ้นมีความสามารถในการซ่อนพลังศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหมายความว่าหากพวกเขาไม่ได้เปิดเผยพลังของพวกเขาออกไปเสียก่อน ผู้ที่ตามล่าจากเซอร์เคิลจะไม่มีทางพบพวกเขา มีเพียงเดมิก็อดด้วยกันเองเท่านั้นที่จะสามารถมองเห็นได้]

“ แล้ว…”

[สำหรับตอนนี้สิ่งที่น่าสงสัยยิ่งกว่าคือคนที่อาศัยอยู่ใกล้กับป่าใหญ่]

สักครู่หนึ่งความเงียบก็เข้ามาในห้อง

ในที่สุดอัคนีกล่าวว่า

“ นั่นรวมถึงริกิด้วยหรือเปล่า? ”

[ถูกตัอง]

“ …”

การแสดงออกของอัคนีเริ่มแปลกไปเล็กน้อย

ในความเป็นจริงเขายังไม่เชื่อว่าจะมีคนทรยศในหมู่เดมิก็อดและแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงเขาก็ไม่เชื่อว่ามันจะเป็นหนึ่งในห้าคนนี่

[ถ้าเราพิจารณาขอบเขตของการรับรู้ของเดมิก็อด คน4คนรวมถึงริกิคือผู้ต้องสงสัยหลัก ลอร์ดจะตรวจพวกเขาทั้งสี่คนในระหว่างการประชุมในอีกสามเดือนข้างหน้าด้วยตัวเอง ริกินายเองก็ไม่มีข้อยกเว้น]

“ ฉันรู้เรืองนี่ดีอยู่แล้ว”

ริกิพยักหน้าอย่างสงบโดยไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ

นอซด็อกมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะพูด

[ทุกคนต้องนำอัครสาวกมาที่ประชุม อย่างไรก็ตามเราควรพิจารณาทางเลือกอื่นเพื่อซ่อนการปรากฏของพวกเขา อัตลักษณ์ของอัครสาวกคือจุดอ่อนของเราตราบใดที่เรายังไม่รู้ว่าใครคือคนทรยศ]

ทุกคนพยักหน้า

การประชุมมีความสำคัญสำหรับเดมิก็อดและมีโอกาสที่ผู้ทรยศจะไม่ปล่อยผ่านไป

อัครสาวกของอะโพคาลิปส์มักจะถูกซ่อนไว้เป็นอย่างดีเป็นพิเศษดังนั้นคนทรยศจะต้องเข้าร่วมในการประชุมเพื่อเรียนรู้อัตลักษณ์ของพวกเขา

“ แล้วฉันจะพบพวกคุณอีกครั้งที่นั่น”

เรย์รินเป็นคนแรกที่จากไปตามด้วยอนัตตาอัคนีและนอซด็อกในที่สุด

ริกิเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ในห้องมืด

“ อืม…”

เขาเคาะแขนเก้าอี้ด้วยความคิดลึกๆ

“ ถ้าเป็นแบบนี่…แผนเดิมของฉันก็จะไม่ได้ผล”

ถ้าเขาจะพาอัครสาวกตัวจริงของเขาไปนอซด็อกจะต้องสงสัยแน่

พูดได้ว่าเขาทำผิดพลาด

อย่างไรก็ตามเขาสามารถใช้วิธีที่นอซด็อกกล่าวถึงและใช้คนอื่นที่ไม่ใช่อัครสาวกของเขาเพื่อหลอกลอร์ด

“มันยาก มันเป็นปัญหาที่ยากมาก”

แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

เสียงบ่นของริกิดังก้องในห้องมืด

(แปลโดย สปอย Novel)

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top