ขนาดตัวอักษร

บทที่ 83 โอดิน (3)

 13 Views

 

“ คุณแน่ใจหรือว่าไอริสจับมือกับพวกเดมิกอดส์? ”

[นั่นคือสิ่งที่ฉันเห็น มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไอริสอัญเชิญตัวฉันแต่ในที่สุดเมื่อฉันมาถึงฉันก็พบกับความประหลาดใจลอร์ดแห่งเดมิก็อดกำลังยืนอยู่ข้างๆเธอ]

“ …”

ที่เขาเห็นเธอยืนอยู่มิใช่ใครอื่นนอกจากลอร์ด

เฟรย์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับความจริง

[ไม่ใช่แค่ฉัน บาร์บารอสและเซเปอร์ก็อยู่ที่นั่นด้วย คุคุ! เป็นเรื่องหายากที่อาร์คดยุกสามคนจะมารวมกันในที่เดียว มีเพียงไอริสผู้มีพรสวรรค์ชนิดหนึ่งในพันปีเท่านั้นที่สามารถทำได้… แต่]

“ เธอไม่เคยเรียกคุณมาเพื่อสู้ ”

[ใช่ เนื่องจากพลังของเรามีจำกัดในทวีป ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังสงครามแต่ฉันคิดว่าไอริสทำข้อตกลงอะไรบางอย่างกับลอร์ด]

“ ข้อตกลง? ตกลงอะไร?”

[ฉันก็ไม่แน่ใจแต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ต้องการต่อสู้ในศึกที่รู้ว่าตัวเองต้องพ่ายแพ้ดังนั้นเธอจึงเจรจาเงื่อนไขที่ดีกว่านี้กับลอร์ด]

“ มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่? ”

[ไม่นานหลังจากที่นายหายตัวไปประมาณ 4,000 ปีก่อน]

“ …”

ไอริสไม่สิ

ชไวเซอร์และเพื่อนคนอื่นๆของเขาก็ดูเหมือนจะเดาได้ว่าลอร์ดเป็นสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของเขา

ลอร์ดไม่ได้ทิ้งร่องรอยการกระทำของเขาแต่ในความจริงแล้วความจริงที่ว่าการไม่มีร่องรอยใดๆกลับเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด

สิ่งที่อาชูร่าพูดถึงเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่เฟรย์ถูกขังอยู่ในขุมนรก

ชไวเซอร์คิดว่าตอนนั้นไอริสซ่อนตัวอยู่เพราะเธอไม่สามารถรับเรื่องการตายของลูคัสได้

แต่นั่นไม่เป็นเช่นนั้น

ดูเหมือนว่าไอริสกำลังเคลื่อนไหวเพียงลำพังเพื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่าง

[ไอริสเปลี่ยนไปมากตั้งแต่นายหายไป สมัยก่อนมันก็ยากที่จะคาดเดาสิ่งที่เธอคิดแต่ในครั้งนี่มันเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้บ้าแน่นอน ฉันเคยเห็นมนุษย์บ้ามามากพอที่จะบอกความแตกต่างได้]

“ …”

[อย่างไรก็ตามหลังจากที่เธอทำข้อตกลงกับลอร์ดเธอก็เริ่มทำงานกับเดมิก็อด]

“ เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะควบคุมจิตใจของเธอ? หรือข่มขู่เธอ”

[ฉันไม่รู้เกี่ยวกับเรืองที่เธอถูกขู่ แต่เธอไม่ได้ถูกควบคุมแน่ ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรที่สามารถสยบจิตของเธอได้ตั้งแต่แรก]

เฟรย์เห็นด้วย

ไม่ว่าเดมิก็อดจะทรงพลังแค่ไหนแต่พลังทางจิตวิญญาณของไอริสก็ไม่ใช่เรื่องขี้ปะติ๋ว

ฮีโร่ทั้งห้ารวมถึงเฟรย์เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตนซึ่งหมายความว่าสภาพจิตใจของพวกเขาอยู่ไกลเกินความสามารถของมนุษย์ทั่วไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอริสที่เป็นแม่มดที่เชี่ยวชาญในการทำสัญญาปีศาจดังนั้นความต้านทานต่อการโจมตีทางจิตของเธอจึงแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆมาก

[เมื่อเวลาผ่านไปความถี่ที่เธอเรียกฉันออกมาก็เริ่มน้อยลงและทันใดนั้นเธอก็ยุติสัญญาลงเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อนโดยไม่มีคำอธิบายแม้แต่น้อย ฉันได้ยินสิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับบาร์บาโตสและเซเปอร์]

ริมฝีปากของอาชูร่าโค้งขึ้น

[เซเปอร์รู้สึกขุ่นเคืองอย่างมากกับเรื่องนี้และเขาไม่ยอมเซ็นสัญญาใดๆกับมนุษย์ตั้งแต่นั้นมา เขาค่อนข้างใจแคบ]

“ …นั่นคือทั้งหมดที่คุณรู้หรือ”

[ถูกตัอง…ไม่สิมีอีกนิดหนึ่ง]

อาชูร่าดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอ้าปาก

[ไอริส…ดูเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่าง]

“กำลังมองหาบางสิ่ง? เช่นอะไร?”

[มนุษย์คนนั้นคนที่มีผมสีขาวและดวงตาสีทองชื่อของเขาคือ…]

“ ชไวเซอร์สโตร์ว”

อาชูร่าพยักหน้าขณะที่เฟรย์เอ่ยชื่อให้เขา

[ใช่ นั่นคือชื่อของคนที่ถูกเรียกว่ามหานักปราชญ์ดูเหมือนว่าไอริสกำลังมองหามรดกของเขา]

“ มรดกของชไวเซอร์?”

[ใช่ ฉันได้ยินเธอพึมพำเกี่ยวกับการหา “แกนพลังงาน” หรืออะไรบางอย่าง]

“ …!”

แกนพลังงาน

สิ่งเดียวที่เฟรย์คิดได้ในขณะนั้นคืออนาสตาเซียผลงานชิ้นโบแดงของชไวเซอร์

แกนโกเลมที่มีพลังงาน 1 ล้าน ME

‘ไอริสรู้เกี่ยวกับอนาสตาเซียด้วยหรือเปล่า?’

เขาไม่รู้ว่าทำไมไอริสถึงมองหาแกนพลังงาน อย่างไรก็ตามหากเขาสามารถสร้างอนาสตาเซียได้สำเร็จเขารู้สึกว่าเขาจะเข้าใจว่าเพราะอะไร

อนาสตาเซียน่าจะมีคำตอบสำหรับคำถามส่วนใหญ่ของเขา

“เวลาของฉันใกล้จะหมดแล้ว”

เฟรย์ตระหนักอีกครั้งว่าเขาไม่มีเวลาให้ชิลและสนุกกับการก้าวเดินอย่างช้าๆ

[นั่นคือทั้งหมดที่นายอยากรู้ใช่มั้ย?]

“ใช่”

[ดี นายยังมีคำขออีกสองข้อ จงบอกสิ่งที่นายต้องการมา]

เฟรย์ครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะถาม

“ คุณฆ่าโอดินได้ไหม? ”

[เป็นไปไม่ได้]

อาชูร่าส่ายหัว

[ฉันไม่เคยทำอะไรที่ต่ำทรามแบบนั้น ฉันไม่ได้โม้หรืออะไรหรอกแต่ฉันไม่เคยทำร้ายคนที่เซ็นสัญญากับฉัน ไม่ว่าฉันจะเป็นหนี้บุญคุณมากมายแค่ไหนเรื่องนี่เป็นสิ่งที่ฉันจะไม่ยอมทำ]

มันน่าเสียดายแต่เขารู้ว่าเขาขอมากเกินไป

“ แล้วถ้าจะกลับไปที่โลกปีศาจโดยไม่ฟังคำสั่งของโอดินล่ะ? ”

[ถ้าแบบนั่นก็ง่ายมาก]

การทำสิ่งนั้นค่อนข้างง่าย

แม้ว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาในโลกภายนอกจะยังไม่สมบูรณ์เนื่องจากการอัญเชิญที่ผิดพลาด แต่เขาก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เฟรย์และอีวานสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง

[เหลืออีกข้อหนึ่ง]

“ …คุณเซ็นสัญญากับฉันได้ไหม?”

“กับนาย?”

อาชูร่าพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

[ก่อนหน้านี้นายเคยบอกว่านายไม่สนใจที่จะเซ็นสัญญากับปีศาจนิ?]

“ ฉันไม่ได้อยู่ในสถานะที่สามารถเลือกได้ตามใจชอบอีกต่อไป ฉันต้องใช้ทุกตัวเลือกที่มี”

เป็นที่ชัดเจนสำหรับเขาว่าการเซ็นสัญญากับอาชูร่าจะช่วยเขาได้มาก แม้ว่าพลังของเขาจะถูกจำกัดในทวีปนี้แต่พลังของอาร์คดยุกก็ไม่ใช่สิ่งที่จะละเลยได้

อาชูร่ามองเขาด้วยสีหน้าแปลกๆเล็กน้อย

[นายยังตั้งใจที่จะฆ่าเดมิก็อดให้หมดทวีปนี้จริงๆหรือ?]

“ นั่นคือจุดมุ่งหมายเดียวในชีวิตของฉัน ”

[คุคุคุ!]

มันเป็นเสียงที่ชัดเจนที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแต่อาชูร่าก็ไม่สามารถหยุดเสียงหัวเราะที่หลุดรอดจากริมฝีปากของเขาได้

เดมิก็อด

พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหนือธรรมชาติซึ่งเป็นผู้ปกครองมิดเดิ้ลเอิร์ธ

หากเดมิก็อดปรากฏตัวในโลกปีศาจอาชูร่าก็ไม่จำเป็นต้องกลัวพวกเขา

อาร์คดยุกทั้งหกแต่ละคนซึ่งแต่ละคนปกครองเหนือขุมนรกล้วนมีพลังไม่น้อยไปกว่าพวกเดมิก็อด

ในความเป็นจริงสามารถบอกว่าพวกเขาแข็งแกร่งกว่าเดมิก็อดทั่วๆไปยกเว้นลอร์ดและอะโพคาลิปส์

นั่นเป็นเหตุผลที่การดำรงอยู่ของเฟรย์จึงน่าสนใจ

เมื่อเทียบกับเดมิก็อดแล้วมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีนัยสำคัญ

แต่หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ไม่สำคัญเหล่านี้กลับประกาศว่าพวกเขาจะทำลายล้างเดมิก็อด

และไม่ใช่ว่าชายคนนี้ไม่รู้เกี่ยวกับพลังของเดมิก็อดแต่เขาอาจเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเดมิก็อดมากกว่าคนอื่นๆในโลก

อย่างไรก็ตามเขาไม่ลังเลที่จะต่อสู้กลับแม้ว่าเขาจะกลัว แต่เขาก็พยายามดิ้นรนเพื่อเอาชนะมัน

อาชูร่าตระหนักว่าเฟรย์เป็นสิ่งใด

[นายเป็นนักรบที่แท้จริง]

“ ฉันเป็นพ่อมด”

[ฉันหมายถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของนายต่างหากละเจ้าโง่!]

“ …”

เป็นเวลานานแล้วที่เขาไม่ได้ถูกเรียกว่าโง่

อาชูร่าหัวเราะอย่างสนุกสนาน

[ดีละ ฉันจะเซ็นสัญญากับนาย แม้ว่านายจะไม่มีพรสวรรค์ในด้านนี่มากนัก แต่ฉันจะทำเพราะข้อตกลงของเรา คุคุ นายจะเป็นผู้อัญเชิญที่น่าสนใจที่สุดของฉันถนัดจากไอริส]

อูววว

ลวดลายสีเลือดเริ่มก่อตัวขึ้นด้านหน้าของอาชูร่าและเมื่อเฟรย์มองเข้าไปใกล้ๆเขาก็รู้ว่ามันคือตราอัญเชิญที่ใช้ในการอัญเชิญเขา

[นี่คือตราอัญเชิญของฉัน นายจำมันไว้ให้ดี นายจะสามารถเรียกฉันได้และเมื่อนายมีเวลาเราจะจัดทำสัญญาดังกล่าวกัน]

“ เข้าใจแล้ว”

ร่างของอาชูร่าเริ่มเบลออย่างช้าๆ

เฟรย์ไม่แปลกใจเลยเพราะนี่เป็นปรากฏการณ์ที่เขาได้เห็นมาแล้วครั้งหนึ่งในวันนั้น

วิญญาณของเขาเริ่มหลุดออกจากมิติโลกแห่งวิญญาณของอาชูร่า

และก่อนที่เขาจะจากไปอย่างสมบูรณ์เฟรย์ก็ได้ยินเสียงอาชูร่าพึมพำอยู่ใต้ลมหายใจของเขา

[ช่างเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจจริงๆ…]

* * *

เฟรย์กระพริบตา

เขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง

พวกเขาได้ใช้เวลาสักพักในโลกแห่งวิญญาณแต่มันผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีในความเป็นจริง

อาชูร่ามองไปที่โอดินและพูด

[ฉันจะกลับแล้ว]

“ คุณพูดว่าอะไร? คุณกำลังพูดถึงอะไร?! ฉันเรียกคุณ…”

[หนวกหู!]

อาชูร่าเหวี่ยงแขนของเขา ดาบในมือของเขาบิดและเกือบโดนเข้าไปที่โอดิน

แตก! แตก!

พัง!

“ …เออ!”

ต้นไม้หลายร้อยหลังโอดินถูกกวาดออกไปในพริบตา

ด้วยเพียงแรงดันลมที่ปล่อยออกมาจากใบมีดที่เหวี่ยงอย่างเกียจคร้านของเขาแม้แต่ต้นไม้ใหญ่ในป่าที่หยั่งรากลึกลงไปในพื้นดินก็ยังถูกทำให้บินได้

[แกควรกังวลมากกว่าว่าคืนนี้แกจะรอดไหม เจ้าหุ่นเชิด!]

“ …?”

หุ่นเชิด?

กริบ…

ในขณะที่เฟรย์พยายามถอดรหัสความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำๆนั้นร่างกายของอาชูร่าก็เปลี่ยนเป็นเลือดและตกลงไปที่พื้นอีกครั้ง

อีวานที่ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาทำได้เพียงถามด้วยสีหน้าสับสน

“ อะไรกันเนี่ย? ทำไมเขาถึงยอมกลับไป? เฟรย์นายทำอะไรลงไป? ”

สิ่งที่เขารู้ก็คือเฟรย์ได้พูดคุยกับอาชูร่า

เขาถามเพราะผู้ชายคนนี้ดูบริสุทธิ์ใจแต่เขารู้ว่าเฟรย์ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“แหม มันก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเราไม่ว่าในกรณีใดๆใช่มั้ย? ”

“ นั่น… แต่มีบางอย่างไม่ถูกต้อง ”

“ เรามาโฟกัสที่โอดินก่อนดีกว่า เพียงเพราะอาชูร่าหายไปไม่ได้หมายความว่าเราจะเอาชนะเขาได้”

การแสดงออกของเฟรย์ค่อนข้างแปลก

เขามองไปที่โอดินในขณะที่ครุ่นคิดถึงคำพูดที่อาชูร่าพูดในขณะที่จากไป

โอดินยืนตัวสั่น

“ ฉัน..ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย! พล่าม! เธอ…บอกอย่างชัดเจนว่าฉันสามารถใช้อาชูร่าในยามวิกฤตต่างๆได้!”

“ …”

มาคิดดูอีกทีมีบางอย่างที่เฟรย์ไม่เข้าใจ

ใครเป็นคนสอนโอดินถึงวิธีอัญเชิญอาชูร่า?

‘อาจจะเป็นไอริสก็ได้’

เขาไม่อาจปล่อยให้เบาะแสเกี่ยวกับเธอหลุดลอยไป

โอดินดูเหนื่อยล้าแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้เพราะเขายังคงมีพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่

“ อื้อ!”

แตก

พื้นดินแยกออกจากกันและปีศาจก็เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้มีพวกมันมีมากกว่าเดิม มีเดธไนท์สี่ตัวอยู่ด้านหน้าที่ยืนห่างจากกลุ่ม

พวกมันทั้งหมดสวมชุดเกราะสีแดงเลือด

“ อีวานระวังพวกที่มีชุดเกราะสีแดงอยู่ข้างหน้าด้วย ”

“ พวกมันคือตัวอะไร?”

“ บลัดดี้ไนท์ ”

“ฮะ?”

“ …พวกมันเป็นอันเดดที่มีเก่งกว่าเดธไนท์ พวกมันมีความสามารถในการต่อสู้ที่พัฒนามากกว่าเมื่อเทียบกับเดธไนท์ ”

“ เอ่อ…โดยพื้นฐานแล้วพวกมันเป็นแค่กระสอบทรายที่แข็งแรงกว่าเดิมสินะ ”

เฟรย์อ้าปากค้างก่อนจะตัดสินใจไม่พูดออกมา

อีวานไม่น่าจะตายด้วยอันเดธระดับนี่

จากนั้นเขาก็หันกลับไปหาโอดิน

เขากำลังบินอยู่บนท้องฟ้าบนหลังของโบนเดรกที่เขาอัญเชิญมา

เขาตั้งใจจะหนีไปหรือเปล่า?

แต่เขากำลังทำตัวแปลกๆ

“ อีวานช่วยอะไรหน่อยสิ ”

“ ว่ามาเลย”

หลังจากที่ได้เห็นอีวานพ่นลมออกทางจมูกเฟรย์ก็ใช้คาถาเสริมความแข็งแกร่ง มันไม่ได้ช่วยเขามากนักแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย

อีวานยิ้มเมื่อเห็นร่างที่เปล่งประกายจางๆของเขา

“ สวยพี่สวย”

“ระวังหน่อย มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประคองเวทย์มนต์นี่ ”

“ เข้าใจแล้ว”

เฟรย์บินขึ้นพร้อมกับคาถาบินและตามโอดินไปติดๆ

เดรกกระพือปีกอย่างโกรธเกรี้ยวขณะที่มันมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่หันกลับมามอง

ใช้เวลาไม่นานเฟรย์สามารถรู้ได้ในทันที่ว่าโอดินกำลังมุ่งหน้าไปที่ใด

ด้านบนสุดของฮรูฮิราล

โอดินลงจอดที่นั่นก่อนจะหันกลับมาจ้องเฟรย์

ความโกรธและความเกลียดชังชัดเจนขึ้นในดวงตาของเขา

“ แกเป็นใคร? แล้วแกทำอะไรกับอาชูร่า?”

“ มันไม่มีประโยชน์ที่จะบอกคนอย่างนายเพราะนายจะตายอยู่ที่นี่”

“ถ้าแกทำได้ก็ลองดู…!”

โอดินจับมือของเขา

โบนเดรกบินไปข้างหน้าพร้อมกับเสียงคำรามดัง

พึมพำ!

จากนั้นร่างของเดรกที่บินเข้าหาเฟรย์ก็แข็งตัวในก้อนน้ำแข็งและตกลงไปยังพื้น

“ เอิ๊ก…!”

โอดินเขย่ามือของเขาอีกครั้งและพลังงานสีม่วงก็เริ่มไหลออกมา

อันเดดเริ่มลุกขึ้นจากกิ่งก้านของต้นไม้โลกและเมื่อเห็นสิ่งนี้เฟรย์ก็อดไม่ได้ที่จะพูด

“ ฉันมีคำถาม ”

“หุบปาก!”

ปีศาจเริ่มวิ่งเข้าหาเขา

อย่างไรก็ตามเฟรย์เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าโอดินไม่ใช่ภัยคุกคามต่อเขา

อะไรทำให้โอดินอ่อนแอลง

ทำไมเขาถึงอ่อนแอเช่นนี้? เป็นเพราะเขาใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อเรียกอาชูร่า? หรือเป็นเพราะโบนเดรกและบลัดดี้ไนท์ที่เขาเพิ่งเรียกมา?

ก็เป็นไปได้เนื้องจากการอัญเชิญอาชูร่าจำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมาก

ท้ายที่สุดแล้วการอัญเชิญอาร์คดยุกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ถ้าเกิดเป็นอาร์คดยุกคนอื่นที่ไม่ใช่อาชูร่าถูกเรียกมา ทุกคนในหมู่บ้านรวมทั้งเฟรย์และอีวานจะต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อบังคับให้มันกลับขุมนรกของมัน

มีเพียงสิ่งเดียวที่เฟรย์อยากรู้

เหตุใดโอดินจึงลงทุนพลังงานไปกับกลอุบายเช่นการอัญเชิญปีศาจทั้งๆที่เป็นอัครสาวก

แตก! แตก!

อันเดดทั้งหมดกลายเป็นน้ำแข็งและแตกเป็นเสี่ยง ๆ

ท่าทางของโอดินเริ่มคลั่งมากขึ้นอย่างไรก็ตามมันตรงกันข้ามกับการแสดงออกทางสีหน้าของเฟรย์

หมอกควันของอากาศที่เย็นจัดดูเหมือนจะมาจากร่างกายของเขา

“ นอซด็อกสามารถควบคุมพลังแห่งความตายได้ ดูเหมือนว่านายจะมีเพียงความสามารถในการอัญเชิญอันเดดเท่านั้น”

“ นี่คือพลังแห่งความตาย…! ฉันฉันควบคุมความตาย…!”

“ นี่เป็นเพียงเวทมนตร์ของเนโครแมนเซอร์ ฉันไม่เข้าใจ นายเป็นตัวอะไรกันแน่โอดิน?”

“ อะไร…แกกำลังพูดถึงอะไร”

“ …”

แตก

เสียงของเฟรย์ที่เหยียบน้ำแข็งดังขึ้นเป็นพิเศษ

โอดินที่ได้รับการจ้องมองที่คมชัดของเฟรย์สั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว

“ นายแน่ใจนะว่านายเป็นอัครสาวกจริงๆ?”

(แปลโดยสปอย novel)

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top