ขนาดตัวอักษร

บทที่ 80 ฮรูฮิราล (3)

 19 Views

 

“ ขอบคุณที่ตอบรับคำขอของผม ”

การเรียนรู้การเสียชีวิตของเพื่อนๆของเขาเปรียบเสมือนการเปิดบาดแผลที่เฟรย์พยายามอย่างหนักเพื่อปกปิดความเศร้า

อย่างไรก็ตามมันเป็นสิ่งที่เขาต้องยืนยัน

ขณะที่เฟรย์โค้งคำนับด้วยความขอบคุณฮรูฮิราลจับมือของเธออีกครั้ง

“ ฉันยินดีที่จะช่วยคุณลูคัส ไม่สิตอนนี้ควรจะเรียกคุณว่าเฟรย์ ”

“ เรียกผมว่าอะไรก็ได้…ฮรูฮิราลแต่คืนนี้ป่าอาจจะมีเสียงดังสักหน่อย ”

เฟรย์แจ้งกับเธออย่างตรงไปตรงมา

ทันทีที่เขาสังเกตเห็น ความเศร้าโศกก็เต็มไปในดวงตาของฮรูฮิราล แต่เขาไม่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแผนของเขา

เขาทำใจไว้แล้ว

ฮรูฮิราลถอนหายใจ

ในคืนนี่จะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในป่าซึ่งต้องใช้เวลานานในการรักษา

สำหรับเธอมันไม่ต่างจากการเฝ้าดูลูกๆของเธอกำลังได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่มีอะไรที่เธอจะพูดออกมาได้

เพราะเธอเข้าใจชะตากรรมของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

“ ขออวยพรให้เส้นทางข้างหน้าของเจ้า… ”

และยิ่งไปกว่านั้นเธอหวังว่าความสุขความความสงบและความโชคดีจะเกิดขึ้นกับเฟรย์

ก่อนที่จิตใจของเฟรย์จะพังพินาศอย่างสิ้นเชิง

“ขอบคุณ”

เมื่อคำพูดของเฟรย์ออกจากริมฝีปากของเขาสภาพแวดล้อมของเขาก็เริ่มพร่ามัว

มันเป็นสัญญาณว่าเขากำลังออกจากโลกแห่งวิญญาณ ใบหน้าของฮรูฮิราลถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่างก่อนที่ร่างของเธอจะหายไปอย่างสมบูรณ์

“ … ”

หลังกลับคืนร่างเฟรย์ก็ค่อยๆลืมตาขึ้น ร่างกายของเขาเย็นและแข็งราวกับว่าเขานอนข้างนอกในตอนกลางคืน

เฟรย์ลุกขึ้นจากที่นั่งและมองไปที่ท้องฟ้า

พระอาทิตย์เพิ่งตกดิน

‘น่าจะประมาณครึ่งวันแล้วนะ’

มันไม่ได้นานขนาดนั้นแต่ก็น่าจะประมาณนั้น

เขายังคงรู้สึกได้ถึงการมีคนคอยดูอยู่รอบๆตัวเขา เฟรย์ยืดตัวก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของไซแอ็กซ์

เสียงดังเอี๊ยด

เมื่อเขาเปิดประตูเขาพบว่าอีวานกำลังวิดพื้นด้วยมือข้างเดียว เขางอแขนและยืดตัวในจังหวะที่มั่นคง

เมื่อเขาเข้าไปดูใกล้ๆเฟรย์ก็รู้ว่าจริงๆแล้วเขาใช้นิ้วเดียวแทนมือทั้งมือ

ร่างกายของเขาถูกพยุงด้วยนิ้วชี้เพียงข้างเดียว

“ สองพันแปดร้อยสิบเจ็ด สองพันแปดร้อยสิบแปด…”

“ …”

ชั่ววินาทีที่เขาสงสัยว่าเขาได้ยินผิดหรือไม่เพราะตัวเลขที่เขาเพิ่งได้ยินนั้นเหนือกว่าจินตนาการที่บ้าคลั่งที่สุดของเขา

เมื่อเห็นว่าร่างกายของอีวานมีเหงื่อไหลท่วมร่าง ดูเหมือนว่าเวลาผ่านไปสักพักหนึ่งแล้วตั้งแต่เขาเริ่มฝึก

[ฉันเจอผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อคามิลล์ เธอบอกว่าเธอจะมาเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน]

อีวานส่งข้อความไปหาเฟรย์โดยไม่เงยหน้าขึ้นมองหรือหยุดวิดพื้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวนั่นเป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับเขาไปแล้ว

เฟรย์ยังตอบกลับทางกระแสจิตในขณะที่แสร้งทำเป็นไม่สนใจ

[ทำได้ดีมาก แต่มันจะดีกว่านี่ถ้านายหยุดออกกำลังกาย]

[ทำไมละ? ตอนนี้ฉันพึ่งเริ่มรู้สึกมีไฟเลยนะ]

[เพราะเราจะจัดการกับโอดินในคืนนี้ นายจะต้องอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด]

“ …”

การเคลื่อนไหวตามจังหวะของอีวานสะดุดชั่วขณะ

เฟรย์รู้สึกได้ทันทีถึงความต้องการในการต่อสู้ที่หลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเขา

ตึง

อีวานใช้กำลังจากนิ้วของเขาและดีดขึ้นจากพื้นก่อนที่จะพลิกหนึ่งครั้งและลงจอดบนเท้าของเขา

“ งั้นฉันขอพักผ่อนสักหน่อย มีแม่น้ำอยู่ใกล้ๆฉันจะไปล้างตัวที่นั่น ”

จากนั้นอีวานก็ออกไปข้างนอก

เฟรย์เฝ้าดูเขาจากไปก่อนจะเดินลึกเข้าไปในบ้าน

ไซแอ็กซ์นั่งอยู่ที่โต๊ะสมุนไพรหลังจากเหลือบมองอย่างรวดเร็วเขาก็เห็นว่าเธอกำลังผสมสมุนไพรและยาพิษต่างๆ

“ คุณหายไปนานเลยนะ คุณกำลังคิดจะทำอะไรอยู่? ”

“ ฉันแค่ไปนั่งสมาธิอยู่ใกล้ๆ ฉันขอโทษแต่คุณมีอะไรให้ฉันกินไหม? ”

เขาหิวเพราะยังไม่ทานอะไรเลยทั้งวัน

ไซแอ็กซ์ยืนขึ้นขณะพูด

“รอตรงนี่”

หลังจากนั้นไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับชามในมือ เฟรย์คิดว่ามันจะเป็นสลัดที่คล้ายกับวันก่อนแต่เขาต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ามันคือสตูว์

มีเนื้อสัตว์อยู่ในนั้นด้วย

“นี้มัน..?”

“ ฉันขอโทษเกี่ยวกับเมื่อวานนี้ นี่เป็นครั้งแรกของฉันที่เคยต้อนรับแขกที่เป็นมนุษย์ … ”

ดูเหมือนว่าสลัดธรรมดาๆที่เธอทิ้งไว้เมื่อวานนี้ไม่ได้ทำโดยตั้งใจ

เฟรย์ส่ายหัว

“ เอาจริงๆสลัดมันก็ไม่เลวนะ ”

“ ฉันดีใจที่ได้ยินแบบนั่นแต่ดูเหมือนว่าอีวานจะไม่ชอบมันสักเท่าไหร่ ”

“ เขาแค่ทำตัวเป็นเด็กน่า มันก็เหมือนมีคนบ่นว่ากับข้าวไม่มีเครื่องเคียง ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก ”

“ อิอิ ”

ไซแอ็กซ์หัวเราะเบาๆกับเรื่องตลกของเฟรย์

เฟรย์นั่งอยู่ที่โต๊ะและค่อยๆทานสตูว์

มันอร่อย

ดูเหมือนว่าเธอเรียนรู้ที่จะทำสตูว์ได้เป็นอย่างดีในระหว่างการผจญภัยทั่วทวีป

“มันอร่อยมาก”

“ เยี่ยมมาก คุณจะนอนเลยไหม? ”

“ ฉันคิดอย่างนั้น ”

“ ฉันมีงานต้องทำ ฉันอาจจะกลับมาในเช้าวันพรุ่งนี้ ”

“ เอาล่ะ ฉันจะไปบอกอีวาน ”

“ โอเค ”

ไซแอ็กซ์ออกจากบ้านและเฟรย์ก็กลับไปที่ห้องของเขา

จากนั้นเขาก็เป่าเทียนออกนั่งบนเตียงและเริ่มนั่งสมาธิ

เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดแต่การที่ไซแอ็กซ์ไม่อยู่ทำให้การมาเยี่ยมของคามิลล์นั่นง่ายขึ้นมาก

เมื่อดวงอาทิตย์ตกจนหมดและแสงจันทร์ตกกระทบหมู่บ้านเฟรย์ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง

เขาค่อยๆลืมตาขึ้น

“ …”

มีใครบางคนยืนอยู่ที่มุมมืดของห้อง ร่างกายของบุคคลนั้นแม้จะเบลอเล็กน้อยจากความมืดแต่ก็มีส่วนโค้งเว้าที่เป็นของผู้หญิงเท่านั้น

เฟรย์พูดอย่างใจเย็น

“ ไม่ได้เจอกันสักพักแล้วนะคามิลล์ ”

เธอไม่ตอบและยืนอยู่ตรงนั้นแทนเฟรย์ลบคาถาลวงตาบนใบหน้าและแสดงให้เธอเห็นว่าเขาคือ ‘เฟรย์’ ที่เธอรู้จัก

จากนั้นคามิลล์ก็ก้าวไปข้างหน้าตามเสียงหายใจเร็วๆ

เธอพูดด้วยน้ำเสียงสับสน

“ …นี่คือนายจริงๆหรือเฟรย์ ฉันรอคอยที่จะได้พบนายอีกครั้งแต่ฉันไม่เคยคาดหวังว่าเราจะเจอกันในหมู่บ้านของไฮเอลฟ์ ”

“ ก็เหมือนกัน ”

คามิลล์มีสีหน้าแปลกๆบนใบหน้าของเธอ

“ ฉันได้ยินข่าวลือว่านายเข้าร่วมโทร์วแมนริงส์แทนที่จะเป็นเซอร์เคิลอย่างไพลส์ฟาวเดอร์อาร์เมลท์ …”

“ …?”

คามิลล์ซึ่งมีสีหน้าแปลกๆอยู่พักหนึ่งจนในที่สุดก็ส่ายหัว

“ ไม่ฉันไม่คิดว่าจะเป็นสิ่งที่ฉันควรพูดออกไป แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ละ? ”

“เรื่องก็คือ…”

เฟรย์อธิบายสั้นๆทุกอย่างที่เกิดขึ้นจนถึงจุดนี่

แน่นอนว่ามีบางสิ่งที่เขาเก็บซ่อนไว้ ตัวอย่างเช่นการได้พบกับริกิ

เขาอธิบายให้พวกเซอร์เคิลฟังไม่ได้ว่าเขาเป็นพันธมิตรชั่วคราวกับเดมิก็อดและยิ่งไปกว่านั่นเขาเป็นถึงอะโพคาลิปส์

สีหน้าของคามิลล์เปลียนเป็นจริงจังหลังจากได้ยินทุกอย่าง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอได้ยินว่าโอดินเป็นอัครสาวก ในขณะนั้นแม้แต่คามิลล์ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากนับไม่ถ้วนก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของเธอได้

“ เป็นโอดินจริงๆหรอ…?”

“ ดูเหมือนเขาจะเป็นญาติทางสายเลือดกับราชินี ”

“ นั่นไม่เป็นความจริงเลย ความสัมพันธ์ระหว่างโอดินและราชินีนั้นค่อนข้างแปลก ”

“แปลก?”

“ ราชินีสโนว์เป็นลูกบุญธรรมของตระกูลพรีดิกวูด ”

“ ลูกบุญธรรม… ”

เป็นคำที่ไม่ค่อยใช้กันมากนักในหมู่เอลฟ์

คามิลล์ยิ้มอย่างขมขื่นเพราะเธอรู้ข้อเท็จจริงนี้

“ มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคมของเอลฟ์แต่ครั้งนี้มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ราชินีจากทุกรุ่นถือกำเนิดจากตระกูลพรีดิกวูด อย่างไรก็ตามไม่มีเด็กผู้หญิงเกิดมาในยุคนี้เลยสักคน ”

เขาไม่รู้มาก่อนว่าตำแหน่งราชินีเป็นการสืบทอดรุ่นต่อรุ่น

“ พวกเขารับเลี้ยงสโนว์งั้นเหรอ? ”

“ใช่ นายได้พบกับราชินีสโนว์แล้วใช่ไหม นายน่าจะมองออกว่าเธอไม่ใช่ไฮเอลฟ์ ”

“ แน่นอน…”

เฟรย์นึกถึงสโนว์

ยกเว้นผิวขาวของเธอไม่มีลักษณะของเธอที่เป็นของไฮเอลฟ์เลย

“ เธอเป็นไอซ์เอลฟ์ ” (เอลฟ์น้ำแข็ง)

“ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเรื่องนี้ ”

นอกจากไฮเอลฟ์และดาร์กเอลฟ์แล้วเขายังรู้จักกับวูดเอลฟ์และเกรย์เอลฟ์ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเกี่ยวกับไอซ์เอลฟ์

คามิลล์พยักหน้าราวกับว่าเธอคาดไว้แล้ว

“ พวกเขาไม่ใช่เผ่าพันธุ์จากป่าใหญ่ พวกเขาเป็นกลุ่มเล็กๆที่อาศัยอยู่ในดินแดนเยือกแข็งทางตอนเหนือสุด ”

“ ดินแดนเยือกแข็งทางตอนเหนือสุด…”

นั่นเป็นสถานที่ที่มีเพียงสัตว์และสัตว์ประหลาดที่มีขนหนาเท่านั้นที่สามารถอาศัยอยู่ได้ เขาไม่คาดคิดว่าจะมีเอลฟ์อาศัยอยู่ที่นั่นด้วย

คามิลล์พูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง

“ โอดินเป็นเพื่อนกับหัวหน้ารีฟส์ฉันได้ยินมาว่าเขาไม่พอใจมากเมื่อสโนว์ได้รับเลือกให้รับตำแหน่งราชินี เขาเชื่อว่าเขาจะสามารถสื่อสารกับฮรูฮิราลได้เช่นกัน ”

“ ฉันขอเดาว่ามันเป็นไปไม่ได้ ”

“ ไม่เคยมีกรณีเอลฟ์ชายที่สามารถสื่อสารกับฮรูฮิราลได้มาก่อน โอดินมีความสามารถมากก็จริงแต่เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้… แม้ว่าเขาจะสามารถสร้างความสัมพันธ์กับฮรูฮิราลได้แต่เขาก็จะไม่ได้ตำแหน่งของสโนว์ ”

“ …”

“ มันเป็นเวลานานกว่าหลายสิบปีแล้วตั้งแต่ตอนนั้น มีการกล่าวกันว่าความโกรธของโอดินมีมากพอที่จะเผาป่าทั้งผืนลง ”

พอที่จะเผาป่าลง

นี่เป็นสำนวนที่พวกเอลฟ์มักใช้ พูดง่ายๆก็หมายความว่าเขาโกรธมาก ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เฟรย์ที่เป็นผู้ฟังพวกเขาอาจไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร

“ …แล้วสักพักเขาก็เงียบไป ตั้งแต่นั้นมาทุกคนก็เชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนไปเพราะเขาทำงานหนักมากและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำประโยชน์ให้กับป่าใหญ่แม้จนถึงขั้นกลายเป็นผู้ช่วยที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของราชินีสโนว์ ”

เขาอาจจะกลายเป็นอัครสาวกในเวลานั้น

คามิลล์พึมพำใต้ลมหายใจก่อนจะกัดริมฝีปาก

เฟรย์ถามสิ่งที่ทำให้เขากังวลมากที่สุด

“ โอดินแข็งแกร่งไหม? ”

“แข็งแกร่งมาก”

คามิลล์ตอบอย่างมั่นใจ

“ โอดินเป็นนักเวทย์วิญญาณ เขาเซ็นสัญญากับราชาวิญญาณแห่งลมได้ ไฮเอลฟ์มีพลังวิญญาณที่สูงกว่าเอลฟ์อื่นๆ โอดินมีความสามารถสูงมากแม้แต่ในหมู่ไฮเอลฟ์ด้วยกัน ”

“ …พลังวิญญาณจะไม่ปะทะกับพลังศักดิ์สิทธิ์ ”

นั่นหมายความว่าเขาจะสามารถใช้พลังของราชาวิญญาณร่วมกับพลังแห่งความตายได้

มันทำให้การจัดการกับโอดินนั่นยุ่งยากกว่าเดิมหลายเท่า

‘4,000 ปีก่อนราชาวิญญาณจะไม่ยอมร่วมมือกับเดมิก็อดแน่’

ถ้าเป็นเช่นนั้นราชาวิญญาณที่มีความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งจะไม่ให้พลังของเขาแก่โอดินผู้ซึ่งกลายเป็นอัครสาวก

“ คามิลล์ฉันจะต้องจู่โจมโอดินเดี๋ยวนี้ ”

“ ตอนนี้เลยหรอ? นายไม่รีบร้อนเกินไปหน่อยหรือ? ”

“ ไม่หากเราช้าจนเกินไปจะเป็นผลเสีย ตอนนี้อาจเป็นเวลาที่ดีที่สุด”

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นโอดินจะเรียนรู้เกี่ยวกับการปรากฏตัวของพวกเขา

เนื่องจากพวกเขาเป็นคนนอกที่มาที่นี่เพื่อตามล่าเนโครแมนเซอร์จึงเป็นเรืองยากที่เขาจะมองพวกเฟรย์ด้วยความเป็นมิตร

ดังนั้นเวลาที่ดีที่สุดในการลอบโจมตีคือตอนที่เขายังไม่สังเกตเห็นการปรากฏตัวของพวกเขาในหมู่บ้าน

“ …เอาล่ะ ฉันจะช่วยนาย”

“แน่ใจหรอ?”

“ นายส่งคู่หูของนายมาเพื่อขอให้ฉันช่วยตั้งแต่แรกแล้วนิ แต่ฉันไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเป็นถึงผู้สืบทอดราชันนักรบเวทมนตร์ เขาแข็งแกร่งจริงๆ”

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ เขายั่วยุนักรบหนุ่มของเรา พวกเขาเอาชนะไม่ได้จนต้องตามฉันมา แม้แต่ฉันยังแตะชายเสื้อของเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

ก็เป็นไปตามคาด

เขาไม่ได้ดูแคลนพลังของดาร์กเอลฟ์แต่พวกเขาไม่สามารถหวังที่จะเอาชนะอีวานได้

“ ผู้ชายคนนั้นเป็นสัตว์ประหลาด ฉันไม่คิดว่าหัวหน้ารีฟส์จะสามารถชนะเขาหากเผชิญหน้าแบบตรงๆได้ ”

คามิลล์ส่ายหัวสักครู่ก่อนที่จะมองเฟรย์อีกครั้งแล้วถาม

“ แล้วนายอยากให้ฉันทำอะไร? ”

“ คุณเห็นยามเฝ้าดูที่กำลังจับตามองอีวานและฉันอยู่หรือเปล่า? ”

“ฉันเห็น มันง่ายมากที่จะหลีกเลี่ยงพวกเขา”

มันเกินกว่าที่เขาคาดไว้

แม้แต่เฟรย์ก็ไม่สามารถระบุได้ว่ามียามทั้งหมดกี่คน

“ ได้โปรดทำให้พวกเขาสลบจนถึงพระอาทิตย์ขึ้นก็พอ คุณสามารถทำได้ไหม?”

“ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่…”

คามิลล์ดูกังวลเกี่ยวกับบางสิ่ง

เฟรย์เข้าใจทันทีว่าอะไรที่ทำให้เธอกังวล

“ ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างคนเดียว หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นและพวกไฮเอลฟ์กล่าวหาคุณให้บอกพวกเขาว่าคุณถูกฉันแบล็กเมล์ ”

“ฉันขอโทษ”

“ ไม่จำเป็นต้องขอโทษ แค่นี้ก็ช่วยได้มากแล้ว”

เขาซึ้งในน้ำใจจริงๆ

คามิลล์พักอยู่กับไฮเอลฟ์ในฐานะแขก ไม่มีทางที่เธออยากจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

เธอมีความตั้งใจแน่วแน่และตัดสินใจที่จะช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ใช่ว่าใครก็สามารถกำจัดสายตาของยามที่จ้องมองแบบลอบเร้นได้

จุดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเอลฟ์มีการมองเห็นและการได้ยินที่ไวมาก

นี่เป็นสิ่งที่มีเพียงคามิลล์ซึ่งมีทั้งการความเร็วและทักษะที่สามารถทำมันได้อย่างง่ายดาย

“ ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วย ”

“ปล่อยให้ฉันจัดการเอง”

ร่างของคามิลล์ค่อยๆจางหายไป

(แปลโดย สปอย Novel)

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top