ขนาดตัวอักษร

บทที่ 76 ไฮเอล์ฟ (3)

 21 Views

 

โอดินพรีดิกวูดมองลงไปที่ฝ่ามือของเขา

ผิวขาวที่เหมือนหยกนั้นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับไฮเอลฟ์ อย่างไรก็ตามผิวของเขาดูเหมือนจะซีดมากแม้ว่าเมื่อเทียบกับเอลฟ์คนอื่นๆ

แม้แต่เส้นเลือดของเขาก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจนผ่านผิวหนังของเขา

วูๆ

ทันใดนั้นพลังงานสีม่วงดูเหมือนจะปะทุออกมาจากฝ่ามือซีดๆของเขา

พลังศักดิ์สิทธิ์ของนอซด็อก

มันเป็นพลังที่ยอดเยี่ยมที่ไม่เพียงทำให้คนตายฟื้นขึ้นมาและทำให้พวกเขาเป็นทาสแต่ยังสามารถสร้างความตายให้กับผู้อื่นได้เช่นกัน

มันเป็นพลังที่ไม่เหมาะกับเอลฟ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี แต่พลังสีม่วงยังคงทำให้ใบหน้าของโอดินยิ้มได้

จุ๊ก

ในพริบตาเขานึกถึงพลังงานของเขาและก็ทำให้มันหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“นายกำลังกังวลอะไร?”

ในขณะนั้นพื้นตรงด้านหน้าของเขาเริ่มเบลอและสามารถมองเห็นภาพลวงตาของบางสิ่งได้ภายในนั้น

มันคือโครงกระดูก!

มันเป็นภาพลวงตาของรูปร่างโครงกระดูกยักษ์ที่ทำจากกระดูกสีขาวบริสุทธิ์และล้อมรอบไปด้วยพลังงานสีม่วงพร้อมกับควันสีเขียวที่พ่นออกมาจากรูตา

ถ้าความตายมีรูปร่าง หน้าตาของมันจะเป็นแบบนี้เหรอ?

แม้แต่จิตของคนที่กล้าหาญที่สุดก็สามารถพังทลายลงได้จากความกดดันที่หลั่งไหลเข้ามาในจิตใจของพวกเขาหากได้พบเจอเข้ากับร่างนี้

โครงกระดูกนี้คืออะโพคาลิปส์แห่งความตายนอซด็อกหนึ่งในห้าเดมิก็อดที่ทรงพลังที่สุด

[อินดราตายไปแล้ว]

มันเป็นเสียงที่น่ากลัวราวกับเสียงกรีดร้องของปีศาจแต่โอดินเพียงแค่เอียงศีรษะของเขาราวกับว่ามันไม่มีอะไรแปลก

“ คนทรยศอีกแล้วเหรอ? ”

[ถูกตัอง และเหมือนเมื่อก่อน ไม่พบร่องรอย]

“ …”

โอดินไม่เข้าใจ

เขายังคงไม่เข้าใจความจริงที่ว่ามีคนทรยศอยู่ในกลุ่มของเหล่าเดมิก็อด

สิ่งมีชิวิตทั่วไปจะเข้าใจความคิดของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร?

โอดินไม่ได้คิดเรื่องนี้ลึกซึ้งจนเกินไป

[ระวังตัวจนกว่าจะถึงการประชุมครั้งต่อไป ถ้าแกตายฉันก็จะตกอยู่ในอันตรายด้วย]

“ตามที่นายสั่งครับ”

วูป

ร่างของนอซด็อกค่อยๆหายไปและพื้นที่ก็กลับมาคงที่อีกครั้ง

โอดินทำท่าไม่พอใจ

“ระวังตัวหรอ?”

นั่นเป็นเพียงสิ่งที่เขาต้องทำตอนอยู่ข้างนอก ท้ายที่สุดไม่มีใครทำร้ายเขาได้ภายในป่าใหญ่เรย์นอล

นี่ไม่ใช่สถานที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาเดินเล่นได้

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงหนึ่งในสาเหตุ

แต่กล่าวอีกนัยหนึ่งสถานที่แห่งนี้ปลอดภัยสำหรับเขามากกว่าที่อื่นในโลก

จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูของเขา

โอดินลุกขึ้นและใส่เสื้อผ้า

“เข้ามา”

เอลฟ์หนุ่มเปิดประตูอย่างสุภาพ

เขาโค้งคำนับก่อนกล่าว

“ ท่านโอดินครับราชินีได้อัญเชิญท่าน”

“ บอกเธอว่าเดี๋ยวฉันจะไป ”

โอดินยิ้ม

“ ยังไงซะฉันคงปล่อยให้น้องสาวของฉันรอนานไม่ได้ ”

* * *

ในขณะที่ป่าเริ่มหนาขึ้นไซแอ็กซ์กล่าว

“ นี่คือจุดแรกในการเข้าไปยังป่าใหญ่ ตามฉันให้ทันละ ”

“ เฮ้ คลายคาถาลวงตาออกเถอะ ”

“ฮะ?”

“ ก็มันเป็นเรื่องแปลกสำหรับหญิงชราอายุมากพูดสำเนียงของสาวๆแบบที่คุณทำ ”

การแสดงออกของไซแอ็กซ์แข็งกระด้าง

“ …หยาบคายจัง ”

“ ฉันจะถือเป็นคำชมเชยสำหรับความซื่อสัตย์ของฉัน ถึงเพื่อนของฉันอีกคนจะไม่ได้พูดอะไรเลยแต่ฉันพนันได้เลยว่าเขาเองก็คิดเหมือนกัน”

“ ไม่นิ ฉันไม่คิดอะไรเลย ”

“ฮะใช่หรือ? งั้นก็ขอโทษทีนะ ”

ขณะที่อีวานยักไหล่อย่างไม่ปรานีไซแอ็กซ์ก็ถอนหายใจก่อนจะคลายภาพลวงตาออก

เมื่อใบหน้าที่แท้จริงของเธอถูกเปิดเผยอีวานก็ผิวปากอย่างชื่นชม

“ ฉันรู้ว่าคุณเป็นเอลฟ์ แต่คุณสวยกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มาก”

“ ฉันแค่คิดว่าการที่ฉันคลายคาถาลวงตาไม่ได้ทำเพื่อเป็นอาหารตาสกปรกๆของนายหรอกนะ ”

“ ในที่สุดคุณก็บ่นออกมาจนได้ ”

อีวานพูดก่อนจะหันไปหาเฟรย์

“ นายจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ? ”

“ ฉันไม่สนใจ ระดับของคาถาลวงตาก็ไม่ได้สูงขนาดนั้น”

คำพูดนั้นทำให้ไซแอ็กซ์ประหลาดใจเล็กน้อย

เวทมนตร์ลวงตาไม่ใช่ทักษะระดับสูงมากนัก แต่ต้องใช้ทักษะจำนวนมากในการรักษาให้มันดูเป็นธรรมชาติ

แม้แต่การควมคุมมานาก็ยังน่ารำคาญอยู่เล็กน้อย

นั่นคือสาเหตุที่ไซแอ็กซ์ทำตัวห่างเหินจากมนุษย์เมื่อเธอปลอมตัวเป็นหญิงชรา

เป็นเพราะมันค่อนข้างยุ่งยากที่จะให้ความสนใจกับบทสนทนาในขณะที่พยายามรักษาภาพลวงตา

ถ้าเขาสามารถทำขั้นตอนนั้นได้อย่างสบายๆ

‘เขาเป็นพ่อมดระดับ 6 ดาวหรือเปล่านะ?’

แต่ใบหน้าที่แท้จริงของเขาซึ่งเขาเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ดูเด็กมาก

‘เขาอาจไม่ใช่มนุษย์’

เธอได้ยินมาว่ามีเผ่าอื่นๆอยู่ในเซอร์เคิลพวกนี้

ในขณะที่ไซแอ็กซ์กำลังคิดว่าเธอไม่ควรดูถูกผู้ชายสองคนนี้ เฟรย์ก็มองไปรอบๆต้นไม้ก่อนจะถาม

“ คนนอกสามารถเข้ามาในป่านี้ได้บ่อยไหม? ”

นี่เป็นเรื่องที่คิดไม่ถึงหากเป็นเมื่อ 4,000 ปีก่อน

“ ฉันไม่สามารถพูดได้จริงๆ มันเริ่มดีขึ้นหลังจากการรวมกันครั้งใหญ่แต่ฉันจะไม่บอกว่าเราเปิดรับคนนอกอย่างเต็มร้อยเช่นกัน”

ไซแอ็กซ์มองไปรอบๆ

หูของเธอบิดไปมาแล้วเธอก็เปลี่ยนทิศทาง

นี่เป็นเหตุผลที่เอลฟ์เป็นเพียงเผ่าเดียวที่สามารถหาหมู่บ้านของพวกเขาในป่าได้โดยไม่หลงทาง

พวกเขาสามารถได้ยินเสียงของป่ากระซิบบอกทาง มันเป็นเสียงที่มีแต่เอลฟ์เท่านั้นที่ได้ยิน

เฟรย์เดินตามเธอไปขณะพูด

“ ฉันอยากให้คุณแนะนำเราในฐานะคู่หูที่คุณพบขณะออกตามล่าเนโครแมนเซอร์แทนที่จะเป็นสมาชิกของเซอร์เคิล ”

“ หืม…ทำไมละ?”

“ เพราะเราไม่รู้ว่าเค้าเป็นใครและอยู่ที่ไหน เพียงเพราะพวกเขาเข้าไปในป่านั้นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ไปยังหมู่บ้านของไฮเอลฟ์ ถ้าเนโครแมนเซอร์ไม่อยู่ที่นั่นเราก็ต้องตามหาตัวเขาต่อ ”

นั่นเป็นเรื่องโกหก

มีโอกาสสูงมากที่โอดินจะอยู่ในหมู่บ้านของไฮเอลฟ์

อย่างไรก็ตามเขาแค่หาข้ออ้างที่เป็นไปได้ในการซ่อนตัวตนของพวกเขาในฐานะสมาชิกของเซอร์เคิล

ยกเว้นอีวานเพราะเขาไม่ได้มาจากเซอร์เคิลจริงๆ

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งไซแอ็กซ์ก็พยักหน้า

“ ฉันเข้าใจแล้วแต่ฉันขอบอกความจริงกับราชินีนะ ”

เธอมีความยืดหยุ่นมากกว่าที่เขาคาดไว้

เป็นเพราะเธอเป็นเอลฟ์พเนจรที่ออกสำรวจทวีปหรือ?

ถ้าเธออาศัยอยู่ในป่ามาตลอดชีวิต เธออาจจะพบว่ามันยากที่จะเล่าเรื่องโกหกเล็กน้อยเช่นนี้

เฟรย์รู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ดี

“แน่นอนคุณควรทำ”

ตอนนั้นเอง

มีเสียงดังขึ้นอยู่ในความคิดของเฟรย์

[พวกเราจะต้องทำอะไรหลังจากเข้าไปในหมู่บ้าน?]

มันเป็นเสียงของอีวาน

มันไม่ใช่คาถาโทรจิตแต่เป็นทักษะที่เรียกว่ากระแสเสียงที่ใช้โดยนักรบเวทย์

ไม่ว่าเขาจะกระซิบเบาแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงการได้ยินของเอลฟ์ได้เขาจึงเลือกวิธีนี้แทน

เฟรย์ตอบเขาโดยใช้โทรจิต

[เราต้องค้นหาว่าโอดินกำลังทำอะไรอยู่]

[ทำไมละ? ทำไมเราไม่เปิดเผยตัวตนของเขากับราชินีหรือเจ้าหญิงหรืออะไรสักอย่าง]

อีวานคิดแผนที่เรียบง่ายกว่าที่เฟรย์คาดไว้มาก เขาหวังเพียงว่าอีวานจะไม่พูดมากตอนอยู่ในหมู่บ้าน

…เออ…

เขาตัดสินใจว่ามันจะฉลาดกว่าที่จะบอกอีวานให้มากที่สุดก่อนที่เขาจะทำอะไรโง่ๆ

[ถ้าเขาซ่อนพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ พวกเราก็จะไม่มีหลักฐานพอที่จะพิสูจน์ว่าเขาเป็นอัครสาวก เราเป็นคนนอกดังนั้นพวกเขาจึงระมัดระวังตัวกับพวกเรามากกว่าและถ้าหากเราทำอะไรผิดพลาดไปพวกเขาอาจขับไล่เราออกจากหมู่บ้านไปเลยก็ได้]

[เนื่องจากโอดินเป็นไฮเอลฟ์จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะยังอยู่ในหมู่บ้าน]

เฟรย์หันไปมองด้านหลังของไซแอ็กซ์

[ฉันได้ทดสอบไปก่อนหน้านี่ แต่ดูเหมือนว่าจะยังคงมีความตึงเครียดอยู่ระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเข้าไปในหมู่บ้านของไฮเอลฟ์ด้วยความช่วยเหลือของดาร์กเอลฟ์และแม้ว่าเราจะทำเช่นนั้นได้ก็ต้องใช้เวลามาก]

[อืม…]

ตอนนั้นเองอีวานก็รู้แล้วว่าทำไมเฟรย์ถึงต้องพูดเรื่องโกหกที่เกี่ยวพันกันมากมาย

อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำได้

พ่อมดทุกคนเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ?

เขาได้ยินเพียงชิ้นส่วนเล็กๆน้อยๆแต่รู้สึกเหมือนว่าเฟรย์มีแผนการที่เป็นระบบมาก อีวานจึงหายวิตกกังวลจากเรื่องที่คลุมเครือและเต็มไปด้วยความมั่นใจแทน

ในขณะนั้นเองที่อีวานเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมที่ริกิถึงชอบมองเขาด้วยสายตาและท่าทางแปลกๆ

[เราต้องหาหลักฐานที่มัดตัวได้ นั่นหมายความว่าเราต้องหาหลักฐานที่จะทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับว่าโอดินเป็นอัครสาวก]

[นายคงต้องคิดแผนการมาหลายแบบแล้วสินะ โชคดีจริงๆที่ได้เจอเข้ากับนายนะเพื่อน]

“ …”

ในขณะนั้นเฟรย์จ้องมองอีวานเป็นเวลานานพร้อมกับสีหน้าว่างเปล่าบนใบหน้าของเขา

น้ำเสียงและการแสดงออกที่สนุกสนานของอีวานดูเหมือนจะทับซ้อนกับคนอื่น

อีวานเอียงศีรษะราวกับจะถามเฟรย์ว่าเขามองอะไรอยู่

เฟรย์ส่ายหัวและลบความประทับใจของคาซาจินที่อยู่ในใจของเขาออกในขณะนั้น

เพราะคนตรงหน้าเขาไม่ใช่คาซาจิน

(แปลโดยสปอย Novel)

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top