ขนาดตัวอักษร

大姐大 บทที่ 9: ดูเหมือนว่าเธอจะขี้อายมาก

 31 Views

 

“อีหลิงคงต้องรบกวนคุณต่อไประยะหนึ่งแล้วล่ะ” เจี่ยนหยุ่นเฉิงกล่าวกับฉินชวน

 

ฉินชวนตอบว่า “ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น”

 

“เช่นนั้นก็เริ่มกันวันนี้ คุณคงต้องทำงานหนักหน่อยอาทิตย์นี้”

 

“ไม่มีปัญหา”

 

งานหนักไม่ใช่ปัญหา และการสอนพิเศษทุกวันก็หมายความว่าเขาได้รับค่าตอบแทนจำนวนมากทุกวัน

 

เจี่ยนหยุ่นเฉิงยังสัญญาที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนของเขาให้ด้วย

 

นี่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาค่ารักษาพยาบาลแม่ของเขาในโรงพยาบาลด้วย

 

พูดให้ตรงจุดก็คือการที่เจี่ยนอีหลิงหยุดเรียนก็เหมือนเป็นความช่วยเหลือที่มาทันเวลาสำหรับฉินชวน

 

ฉินชวนติดตามเจี่ยนอีหลิงไปที่ห้องทำงานของเธอ

 

ห้องทำงานของเจี่ยนอีหลินนั้นก็เหมือนกับห้องของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ตระกูลเจี่ยนมีลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่งถูกเลี้ยงดูเหมือนกับเจ้าหญิงตัวน้อย ห้องทำงานทั้งห้องจึงเป็นสีชมพูอ่อนละมุน

 

แน่นอนว่าเจี่ยนอีหลิงไม่ชอบสีโทนชมพูนี้ ซึ่งไม่สอดคล้องกับนิสัยลึกๆในตัวเธอ

 

แต่ตอนนี้เจี่ยนอีหลิงไม่มีเวลาที่จะมาปรับเปลี่ยนรูปแบบของห้องเธอ เธอมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นที่จะต้องทำ

 

ทันทีที่ฉินชวนเข้าสู่ห้องทำงานของเจี่ยนอีหลิง เขาก็รู้สึกถึงกลิ่นอายของเด็กหญิงพวยพุ่งเข้าปะทะหน้า

 

เป็นเจ้าหญิงตัวน้อยของตระกูลเจี่ยนจริงๆ แต่กล่าวกันว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นปีศาจมากกว่า อย่างน้อยก็ในคำกล่าวขานกันภายในโรงเรียน

 

แน่นอนว่าฉินชวนย่อมไม่สนใจแม้แต่น้อยในเด็กสาวประเภทนี้ ไม่ว่าเธอจะเป็นปีศาจหรือเจ้าหญิง เธอก็คืองานที่เขาจำเป็นที่จะต้องทำให้สำเร็จ

 

ฉินชวนรับกระดาษข้อสอบของเจี่ยนอีหลิงเมื่อเดือนที่แล้ว

 

เจี่ยนอีหลิงเพิ่งเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย และผลทดสอบประจำเดือนแรกแย่มาก

 

ในเก้าวิชาหลัก ภาษาจีน คณิตศาสตร์ อังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ภูมิศาสตร์ การเมือง และประวัติศาสตร์ เธอสอบตกหกวิชา และสอบผ่านสามวิชาด้วยคะแนนต่ำ

 

ผลการเรียนของเธออธิบายได้เพียงว่า “แย่มาก”

 

ฉินชวนขอให้เจี่ยนอีหลิงแก้ไขคำตอบที่ผิดในข้อสอบอีกครั้ง

 

“ฉันจะทำเองด้วยตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก และถ้าฉันทำผิด นายค่อยชี้แนะให้กับฉัน” เจี่ยนอีหลิงต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการยุ่งเกี่ยวกับฉินชวนให้มากที่สุด

 

เจี่ยนอีหลิงยังคงไม่คุ้นเคยกับการสื่อสารกับผู้คน ดังนั้นเธอจึงพูดได้ช้ากว่าปกติ

 

เมื่อเห็นเจี่ยนอีหลิงยืนกรานเช่นนั้น ฉินชวนก็ไม่ได้บีบบังคับเธอ ดังนั้นเขาจึงนั่งลงที่โซฟาข้างตัวเธอรอให้เจี่ยนอีหลิงตอบคำถามให้เสร็จ

 

ถือโอกาสที่ฉินชวนไม่ได้ใส่ใจ เจี่ยนอีหลิงแอบวางข้อสอบไว้ด้านล่างและหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ลงไปบนหน้าจอ

 

ถ้าฉินชวนเดินมาดูในเวลานั้น เขาคงจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าถ้อยคำที่เจี่ยนอีหลิงพิมพ์ลงไปบนหน้าจอนั้นเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

 

หลังจากที่ผ่านไปได้สักพัก ฉินชวนก็มาตรวจสอบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาของเจี่ยนอีหลิง

 

เมื่อฉินชวนเดินมา เจี่ยนอีหลิงก็ซ่อนโทรศัพท์ และทำเป็นเหมือนกับว่าเธอกำลังตั้งใจแก้ไขปัญหา

 

ฉินชวนเข้ามาและมองไปยังสิ่งที่เจี่ยนอีหลิงได้เขียนไว้

 

เขาพบว่าถึงแม้เจี่ยนอีหลิงได้ตอบคำถามเพียงข้อเดียว แต่เธอก็ตอบได้ถูกต้อง

 

ขั้นตอนการแก้ไขโจทย์ของเธอนั้นไม่มีปัญหา

 

ความคืบหน้าเป็นไปค่อนข้างช้า ดังนั้นฉินชวนจึงตัดสินใจที่จะให้เจี่ยนอีหลิงแก้ไข ในขณะที่เขาอธิบาย

 

เมื่อฉินชวนเข้ามา เจี่ยนอีหลิงจึงทำการเลี่อนโทรศัพท์ใต้ข้อสอบไปที่ตักของตนเองอย่างระมัดระวัง

 

ฉินชวนมองไม่เห็นโทรศัพท์มือถือของเจี่ยนอีหลิง เห็นแต่เพียงว่าเจี่ยนอีหลิงห่อตัว

 

ดูเหมือนว่าเธอจะขี้อายมาก

 

โดยไม่ได้คิดมาก ฉินชวนเริ่มอธิบายคำถามให้กับเจี่ยนอีหลิง

 

ฉินชวนพูดได้ดี อธิบายด้วยถ้อยคำพื้นๆเข้าใจง่าย และเมื่อพูดถึงประเด็นสำคัญ ฉินชวนก็หยิบปากกาและกระดาษจากเจี่ยนอีหลิงเขียนประเด็นสำคัญนั้นลงไปเพื่อให้เจี่ยนอีหลิงได้ทบทวนในภายหลัง

 

ในขณะที่หยิบปากกาและกระดาษ ฉินชวนเผอิญสัมผัสถูกมือของเจี่ยนอีหลิง และเจี่ยนอีหลิงก็ดึงมือของเธอหนีในทันที

 

ปฏิกิริยานี้เหมือนกับกระต่ายสีขาวตัวน้อยที่กำลังตกใจกลัว

 

ในยามนั้น ฉินชวนมีความรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังรังแกเด็กหญิงตัวเล็กๆ

 

ตามความเป็นจริง นี่เป็นเพียงแค่การต่อต้านการสัมผัสกับคนแปลกหน้าของเจี่ยนอีหลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉินชวน ซึ่งปฏิกิริยาแบบนี้เป็นสัญชาตญาณโดยทั่วไปของเจี่ยนอีหลิง

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top