ขนาดตัวอักษร

บทที่ 285: ด้วยปลายนิ้ว ข้าไม่ใช่เทพจริงๆ

 41 Views

บทที่ 285: ด้วยปลายนิ้ว ข้าไม่ใช่เทพจริงๆ

 

ดาบแห่งเทวทูตที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์หั่นผ่านอากาศและปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเหมิงเหล่ยราวกับว่ามันมีการเคลื่อนย้ายไปที่นั่น และพุ่งตรงไปที่หัวของเหมิงเหล่ย

“ ตายซะเถอะ ไอ้คนนอกรีต!”

อาร์คบิชอปชิกัสหัวเราะเยาะราวกับว่าเขาได้เห็นฉากที่เหมิงเหล่ยถูกหั่นเป็นชิ้นๆและเลือดกระเซ็นไปทั่วทุกหนทุกแห่ง มันมั่นใจในดาบแห่งเทวทูตของมันมาก

“ ระวังเหมิงเหล่ย!”

อมอสตะโกนเตือนเขา แต่เหมิงเหล่ยก็ดูเหมือนจะไม่ได้กังวลอะไร และเหมิงเหล่ยก็ยังหันไปและยิ้มให้กับอมอส “ ข้าไม่เป็นไร ท่านอมอส”

“ เหมิงเหล่ย!”

เมื่อดูจากสถานการณ์  อมอสก็กลัวจนหมดปัญญา

ไม่ต้องห่วง? ข้าจะไม่กังวลได้อย่างไร?

ครู่ต่อมา เขาก็ได้เห็นฉากที่น่าจดจำ เหมิงเหล่ยยื่นออกมาสองนิ้วออกมาและคีบดาบแห่งเทวทูตให้อยู่กับท่ราวกับเวลาถูกหยุดไว้

ในทางกลับกันนิ้วของเหมิงเหล่ยก็ยังใช้ได้ดีไม่มีร่องรอยฉีกขาดหรือเลือดออกแต่อย่างใด

“ นี่นี่…”

อมอสอ้าปากค้าง ดวงตาของเขาแทบจะโผล่ออกมาด้วยความไม่เชื่อ คนอื่นอาจไม่รู้จักเหมิงเหล่ยดี แต่เขาจะไม่รู้จักเหมิงเหล่ยได้อย่างไร?

เขาอยู่กับเหมิงเหล่ยมาตลอดจนกระทั่งอวตารของเขาเสียชีวิตและขาดการติดต่อ

อย่างมากที่สุด พวกเขาก็ไม่ได้พบกันประมาณสามปีแต่สามปีมันทำอะไรได้บ้าง?

มันแทบจะนับเป็นอะไรไม่ได้เลย!

เหมิงเหล่ยสามารถก้าวหน้าได้มากแค่ไหนกันในช่วงเวลาสั้นๆแบบนี้?  โดยปกติแล้วมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทะลุไปถึงขั้นครึ่งเทพภายในสามปี

แต่ความจริงคือ?

การจับดาบแห่งเทวทูตด้วยมือเปล่านั้นก็เป็นสิ่งที่เหนือจินตนาการของเขาอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของเหมิงเหล่ยนั้นจะต้องไม่ใช่ธรรมดาๆแน่นอน

 “ เป็นไปไม่ได้! มันเป็นไปไม่ได้!”

อาร์คบิชอปชิกัสและคนอื่นๆก็ตกใจไม่แพ้กัน  ดาบแห่งเทวทูตนั้นเป็นอาวุธเทวะที่สามารถสังหารได้แม้แต่เทพที่แท้จริง  แต่ตอนนี้มันกลับโดนจับง่ายๆแบบนั้นได้ยังไงกัน?

“ ภาพลวงตา! นี่ต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ!”

อาร์คบิชอปทั้งสี่ไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้!

“ ดาบแห่งเทวทูตงั้นหรอ? ก็ไม่ได้มีอะไรมากนี่!”

เหมิงเหล่ยเพิ่มกำลังขึ้นเล็กน้อย และจากนั้นดาบแห่งเทวทูตที่เปล่งแสงบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ก็หักออกเป็นสองท่อน!

“ ดาบแห่งเทวทูต…หัก?”

อาร์คบิชอปทั้งสี่กำลังมึนงงขณะที่จิตใจของพวกเขาว่างเปล่า

อมอสกลับมามีสติสัมปชัญญะเร็วกว่าคนอื่นๆ  “ นี่มันบ้าไปแล้ว! เกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้ในช่วงสามปีที่ผ่านมากัน?”

“ ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นศาสนจักรแห่งแสงหรือเทพธิดาแห่งแสง แต่ใครก็ตามที่กล้าทำร้ายท่านประธานอมอสก็ล้วนสมควรตาย!”

เหมิงเหล่ยขยับข้อมือของเขาเบาๆ ขากนั้นเศษใบดาบของดาบแห่งเทวทูตก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วแสง  และพุ่งตรงไปยังหนึ่งในอาร์คบิชอป

ฉึก!

โดยไม่ต้องแปลกใจใดๆ ชิ้นส่วนใบมีดได้แทงทะลุศีรษะของอาร์คบิชอปคนนี้ไป และยังบินทะลุออกไปอย่างรวดเร็ว

อาร์คบิชอปคนนี้ตัวแข็งทื่อและดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง มันบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ตายอย่างสงบ

ใครจะไปคิดว่าอาร์คบิชอปแห่งศาสนจักรแห่งแสงที่มีผู้ใต้บังคับบัญชานับล้านจะมาตายแบบนี้?

เขาไม่สามารถยอมรับการตายแบบนี้ได้!

“ เคิร์ท!”

อาร์คบิชอปชิกัสและอีกสองคนเบิกตากว้างขณะที่พวกเขาจ้องมองไปที่เหมิงเหล่ยอย่างโกรธเกรี้ยว  “ เจ้า ไอ้คนนอกรีต! เจ้ากล้าสังหารอาร์คบิชอป

“ เจ้าไอ้เด็กชั่ว! ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครและภูมิหลังของเจ้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะต้องทะยานขึ้นสู่สวรรค์หรือมุดลงดินก็ตาม แต่ศาสนจักรแห่งแสงก็จะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไว้แน่!”

“ อ๋อหรอ” เหมิงเหล่ยยิ้มจางๆ  “ แต่ข้าก็เกรงว่า หากวันนั้รมาถึงจริงๆ พวกเข้าทั้งสามก็คงจะไม่มีโอกาสได้อยู่ดูอยู่ดีนั่นแหละ”

“ ไม่นะ!”

เมื่อไดยินดังนั้นแล้ว อาร์คบิชอปจะไม่รู้สึกถึงเจตนาฆ่าในคำพูดของเหมิงเหล่ยได้อย่างไร? พวกเขารีบวิ่งในทันที!

พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับใครบางคนที่สามารถจับดาแห่งเทวทูตได้ด้วยมือเปล่าและฆ่าครึ่งเทพได้ในพริบตา พวกเขาไม่สามารถรวบรวมความกล้าที่จะต่อต้านเหมิงเหล่ยได้

วิ่ง!

พวกเขาวิ่งไปพร้อมกัน!

พวกเขาวิ่งให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ยิ่งไกลยิ่งดี!

“ หนี? พวกเจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะหนีพ้นอย่างงั้นจริงๆหรอ?”

“ หยุด!” เหมิงเหล่ยตะโกน

พรึ่บ

พลังขนาดใหญ่แผ่ลงมาในทันที อาร์คบิชอปชิกัสและคนที่เหลือต่างก็ถูกแช่แข็งในจุดนั้นราวกับว่าจุดฝังเข็มของพวกเขาถูกปิด

“ ตาย!” เหมิงเหล่ยตะโกนอีกคำ

แตก!

อาร์คบิชอปชิกัสและอีกสองคนระเบิดเป็นหมอกเลือดซึ่งกระจายไปพร้อมกับสายลม  พวกมันถูกทุบเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนไม่เหลือกระดูกแม้แต่ชิ้นเดียว

“ ตาย? อาร์คบิชอปทั้งสี่…ตายแล้วหรอ? เชี่ย มันเป็นไปได้ยังไงกัน?”

คลื่นแห่งความตกใจและความประหลาดใจครั้งใหญ่ปั่นป่วนในหัวใจของอมอส เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเหมิงเหล่ยจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้

คนที่สามารถสังหารครึ่งเทพระดับสูงสุดทั้งสี่ได้นั้นจะต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?

อมอสเพียงแค่ตกใจ แต่นักเรียนและอาจารย์จำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็ตกตะลึง

คนเหล่านั้นคืออาร์คบิชอปแห่งศาสนจักรแห่งแสงซึ่งเป็นรองเพียงแค่พระสันตปาปาและท่านเทพธิดาเท่านั้น!

แต่พวกเขาตายแล้วหรอ?

อาจารย์และนักเรียนต่างก็หวาดผวา!

ศาสนจักรแห่งแสงเป็นผู้ส่งสารของเทพธิดาแห่งแสงบนทวีปแห่งแสงซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของทวีป และอาร์คบิชอปก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอิทธิพลมากที่สุด

แต่ตอนนี้พวกเขาก็ตายไปแล้ว

ช็อก!

สยอง!

ไม่เชื่อ!

เหลือเชื่อ!

“ ชายหนุ่มคนนั้นเป็นใครกัน!”

“ เขาแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไงกัน?”

“ ท่านประธานดูเหมือนจะรู้จักเขานะ?  บางทีเขาอาจเป็นเพื่อนของท่านประธาน…”

เหมิงเหล่ยเดินกลับไปหาอมอสราวกับว่าเขาจบเรื่องเล็กน้อยนี่แล้ว   “ ท่านอมอส หลายปีแล้วที่เราไม่ได้พบกัน ท่านเป็นยังไงบ้าง?”

“ ดี ข้า.. ข้าสบายดี!”

อมอสพูดราวกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พูดตุยกับเหมิงเหล่ย “ ด้วยวามแข็งแกร่งระดับนี้  ดูเหมือนว่าเจ้าจะผ่านอะไรมามากสินะในช่วงสามปีที่ผ่านมา!”

“ ก็นิดหน่อย” เหมิงเหล่ยยิ้ม  “ ประธานอมอส ข้าอยากรู้ว่าท่านมาที่ทวีปนี้ได้อย่างไรกัน และท่านเจออะไรที่นี่บ้าง”

“ มันเป็นเรื่องยาว”  อมอสถอนหายใจ  “ ย้ายไปที่ทำงานของข้ากันเถอะ”

“ ได้เลย!”

สำนักงานของอมอสเป็นร้านอาหารสไตล์โบราณและบรรยากาศรอบๆก็ดูโอ่อ่า มันมีหินและน้ำตกมีน้ำไหลใต้สะพานเล็กๆ 

“ มาดื่มชากันก่อน”

อมอสรินชาสองถ้วยแล้วนั่งบนเก้าอี้ชายหาด เขาถอนหายใจ “ ถ้าพูดถึงการมาที่ทวีปแห่งแสง มันก็เป็นเรื่องที่ยาวมาก”

“ ว่าไปได้เลย”

เหมิงเหล่ยยิ้ม เขารู้สึกดีใจมากที่ได้พบกับอมอสอีกครั้ง

“ ในปีที่ข้ากลายเป็นครึ่งเทพเช่นเดียวกับครึ่งเทพคนอื่นๆอีกมากมาย ข้าก็ได้เลือกที่จะแยกวิญญาณเทวะของข้าออกมา แต่ข้าก็ไม่ได้แบ่งมันเท่าๆกัน แต่เป็นอัตราส่วน 3: 7 ดังนั้นคนหนึ่งจึงอยู่ในระดับครึ่งเทพในขณะที่อีกคนอยู่ในระดับของเซียนเทพ”

อมอสถอนหายใจอีกครั้ง  “ เจ้าน่าจะรู้ว่าทวีปแดนสวรรค์นั้นถูกแบ่งออกเป็นสี่แห่งโดยเทพที่แท้จริงจนมันก็แทบจะไม่มีที่ยืนสำหรับครึ่งเทพอย่างเราๆ”

เหมิงเหล่ยพยักหน้าเห็นด้วยหากครึ่งเทพยังอยู่ที่นั่น พวกเขาก็แทบจะไม่มีหนทางใดเลยที่จะเอาพลังแห่งศรัทธามาเป็นของตน!

“ ดังนั้นร่างอวตารเทวะของข้าจึงอยู่ที่ปทวีปแดนสวรรค์ ในขณะที่ร่างอวตารเทวะครึ่งเทพก็ออกมาจากทวีปแดนสวรรค์และเข้าสู่มหาสมุทรที่ไม่มีที่สิ้นสุด”

อมอสหัวเราะ  “ ข้าหวังว่าจะพบเกาะที่ดีบนมหาสมุทรที่ไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อเผยแพร่ศรัทธาและรวบรวมพลังแห่งศรัทธา”

“ แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น” เหมิงเหล่ยถาม

“ มหาสมุทรที่ไม่มีที่สิ้นสุดนั้นมีขนาดใหญ่และมีเกาะมากมายนับไม่ถ้วน แต่มันก็มีเพียงไม่กี่เกาะเท่านั้นที่เหมาะสม และเกาะที่ดีๆก็ล้วนมีเจ้าของหมดแล้ว” อมอสส่ายหัวขณะที่เขาพูดว่า “ ดังนั้นข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินทางต่อไปจนลากยาวมาถึง 5,000 ปี และในที่สุดข้าก็มาถึงที่นี่”

ในตอนนี้ อมอสก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาทำได้แค่ยิ้มอย่างเบี้ยวๆ  “ ตอนแรกข้าก็รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะคิดว่าสวรรค์นั้นได้ให้รางวัลแก่ข้า”

“ แต่ความจริงก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ข้าหวังไว้”

“ ทวีปนี้มีขนาดใหญ่กว่าทวีปแดนสวรรค์หลายเท่า นอกจากนี้ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชากร,จำนวนยอดฝีมือหรือระดับของอารยธรรม พวกเขาก็ล้วนเหนือกว่าทวีปแดนสวรรค์ของเรามาก”

“ สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงเรื่องรองเท่านั้น  กุญแจสำคัญคือทวีปนี้เป็นของปรมาจารย์ที่มีภูมิหลังอันทรงพลัง!”

อมอสส่ายหัวอีกครั้งและถอนหายใจ  “ ทวีปนี้ถูกปกครองโดยองค์กรทางศาสนาสองแห่งที่เรียกว่าศาสนจักรแห่งแสงและศาสนจักรแห่งความมืด

“ เมื่อได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ ข้าก็รู้สึกผิดหวังมาก ข้ามาไกลจนถึงที่นี่ แต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม ซึ่งข้าก็ไม่อยากจะยอมรับความจริงในข้อนี้!”

“ แต่ข้าก็เหนื่อยกับการเดินทางแล้ว ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจที่จะอยู่อย่างสันโดษในทวีปแห่งแสง”

“ ขณะที้ศาสนจักรแห่งแสงกำลังยุ่งอยู่กับการเอาชนะศาสนจักรแห่งความมืด  ข้าก็ได้ก่อตั้งอาณาจักรคล๊อคขึ้นมา!

“ ไม่กี่ปีที่ผ่านไป ในที่สุดศาสนจักรแห่งแสงก็ได้ทำลายศาสนจักรแห่งความมืดจนหมดและรวมทวีปเข้าด้วยกัน ดังนั้นในที่สุดพวกเขาก็จึงมีเวลามาจัดการกับอาณาจักรคล๊อคของข้า!”

อมอสกัดฟันของเขาขณะที่เขาพูดต่อ  “ ศาสนจักรแห่งแสงนั้นทรงพลังมาก นแข็งแกร่งกว่าจักรวรรดิหรือเผ่าพันธุ์ใดๆก็ตามในทวีปแดนสวรรค์”

“ นอกจากนี้พวกมันก็ยังได้รับการสนับสนุนจากเทวทูตเทวะจากดินแดนสวรรค์ ดังนั้นอาณาจักรคล๊อคของข้าจึงไม่สามารถต่อกรกับมันได้”

“ และถ้าไม่ได้เจ้ามาช่วยไว้ ข้าก็คงจะตายไปแล้ว! ดังนั้นข้าจึงต้องขอบคุณเจ้า!”

“ ประธานอย่าพูดถึงเลย” เหมิงเหล่ยค่อนข้างพูดไม่ออก  “ ด้วยความสัมพันธ์ของเรา ทำไมท่านต้องสุภาพแบบนั้นด้วย”

“ ฮิฮิ! ข้าเป็นคนสุภาพมานานแล้ว นี่เจ้าคิดว่าข้าจะเป็นคป่าเถื่อนแบบเจ้ารึยังไง? ไม่ ข้าจะไม่ไปอยู่จุดเดียวกับเจ้าแล้ว!”

อมอสหัวเราะเบาๆจากนั้นเขาก็จ้องมองไปที่เหมิงเหล่ยในทันใด  “ โอ้ใช่ เจ้ามีพลังมากแค่ไหนกันแน่? เจ้ากลายเป็นเทพแล้วหรือยัง?  ตอนนี้เจ้าก็ควรจะเป็นเทพแล้วใช่มั้ย?”

เหมิงเหล่ยส่ายหัวและตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ ไม่ ข้ายังไม่ได้เป็นเทพ”

เขากลายเป็นเทพแล้วรึยัง?

ไม่ เขายังไม่ได้เป็นจริงๆ!

เขายังไม่ได้จุดเพลิงเทวะและเขาก็ยังไม่ได้สร้างแกนเทวะเลย ดังนั้นเรื่องของจักรเทวะก็ยังไม่ต้องพูดถึง

ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงยังไม่ใช่เทพจริงๆ

เขามีเพียงวิญญาณเทวะและร่างเทวะของเทพขั้นกลาง

“ยั งไม่ใช่เทพ?” อมอสชะงักไปครู่หนึ่ง  “ เจ้าสามารถฆ่าครึ่งเทพขั้นสูงสุดอย่างชิกัสได้ในทันที แต่เจ้าก็ยังไงก็ไม่ใช่เทพอย่างงั้นหรอ บ้าน่า เป็นไปไม่ได้!”

“ ท่านประธาน ทำไมข้าถึงจะต้องโกหกท่านด้วยล่ะ?” เหมิงเหล่ยพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ ข้ายังไม่ใช่เทพจริงๆ แต่ร่างกายของข้าก็แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย”

“ เจ้าไม่ใช่เทพจริงๆหรือ”

อมอสขมวดคิ้วและจ้องไปที่เหมิงเหล่ย

“ ข้ายังไม่ได้เป็นจริงๆ!”  เหมิงเหล่ยตอบอย่างจริงจัง

“ บ้าน่า! เจ้าเป็นคนประหลาดที่มีพลังเช่นนี้โดยที่ยังไม่ได้เป็นเทพเนี่ยนะ!” คิ้วของอมอสขมวดเข้าหากันแน่น  “ แต่เนื่องจากเจ้ายังไม่ใช่เทพ งั้นเราก็มีปัญหากันแล้วล่ะ!”

“ มีปัญหา?”

เหมิงเหล่ยเลิกคิ้ว

“ เจ้าได้สังหารอาร์คบิชอปทั้งสี่ตัวไป ดังนั้นศาสนจักรแห่งแสงก็จะไม่ปล่อยให้เจ้าหลุดไปง่ายๆแน่! และเราก็จะทำได้เพียงแค่รอการโจมตีโต้กลับอย่างป่าเถื่อนของศาสนจักรแห่งแสงก็เท่านั้น!”

เหมิงเหล่ยยิ้มจางๆ  “ อ๋อ พวกศาสนจักรแห่งแสงนี่เอง ท่านไม่ต้องกังวลหรอกท่านประธาน ถ้าพวกมันกล้าเข้ามาจริงๆ ข้ากะทำลายพวกมันทั้งหมดก้วยปลายนิ้วของข้า”

“ ทำลายมันด้วยปลายนิ้วอย่างงั้นหรอ?” อมอสหัวเราะเบาๆและพูดต่อ          “ เจ้าคงจะเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตัวเองมากสินะ แต่อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของศาสนจักรแห่งแสงก็เป็นสิ่งเจ้านั้นไม่อาจจะจินตนาการได้!”

“ …“

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top