ขนาดตัวอักษร

บทที่ 278: อัปเกรดเปลวเพลิงนิรยเทวะ จุดจบของมังกรปีศาจ

 37 Views

บทที่ 278: อัปเกรดเปลวเพลิงนิรยเทวะ จุดจบของมังกรปีศาจ

 

ลมหนาวพัดอย่างรุนแรงเหนือที่ราบคาเมอร์

ร่างกายของบับเบิลและเทพอีกเก้าคนต่างก็ถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผลและเมื่อเวลาผ่านไปมันก็มีแต่จะแบ่ลงเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าพวกเขานั้นโดนเหล่าปีศาจปราบปรามซะอยู่หมัด

หากมังกรปีศาจแห่งความมืดไม่กลัวโดโดล่าที่หนุนหลังเหมิงเหล่ย พวกเขาทั้งหมดก็คงจะถูกฆ่าไปนานแล้ว

โดโดล่าไม่เพียงแต่จะปกป้องเหมิงเหล่ยเท่านั้น แต่มันยังช่วยบับเบิลและคนอื่นๆทางอ้อมอีกด้วย จากสิ่งนี้เราก็จะสามารถบอกได้ว่าอิทธิพลของเทพขั้นสูงนั้นน่ากลัวเพียงใด

“ นั่นมันมากเกินไปแล้ว เทพมนุษย์!”

มังกรปีศาจแห่งความมืดจ้องมองไปที่เหมิงเหล่ย ดวงตาของมันพ่นเปลวไฟแห่งความโกรธขณะที่มันกัดฟันอย่างเกลียดชัง

“ งั้นก็เข้ามาได้เลย!”

มุมปากของเหมิงเหล่ยขยับขึ้นขณะที่เขาพูดว่า “ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเมื่อการต่อสู้จบลง”

มังกรปีศาจแห่งความมืดยังไม่ได้สูญเสียเหตุผลทั้งหมดไป มันตะดกนตอบกลับไป “ เทพมนุษย์ รีบออกไปซะก่อนที่ข้าจะโกรธ!”

 “ ข้าไม่สน!”

เหมิงเหล่ยตะโกนกลับไป จากนั้นเขาก็เริ่มโจมตีในทันที คราวนี้เขาไม่ได้แปลงร่างเป็นฟีนิกซ์นิรยเทวะแต่เขาเลือกที่จะใช้ร่างมนุษย์แทน

เขาไม่ได้หยิ่งหรือทะนงตน แต่มันเป็นเพราะเขามีความเชื่อมั่นในตัวเอง  หลังจากการเกิดใหม่ความแข็งแกร่งของเหมิงเหล่ยก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างท่วมท้น

เหมิงเหล่ยเชื่อว่าเขาสามารถเอาชนะมังกรปีศาจแห่งความมืดได้ในขณะที่เขายังอยู่ในร่างมนุษย์ ซึ่งมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนร่างแต่อย่างใด

ตู้มมม!

ในขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้า หมัดของเขาก็ไปถึงเป้าหมายในทันที เสียงดังสนั่นดังขึ้นและมังกรปีศาจแห่งความมืดก็ถูกส่งลอยถอยหลังไป

ดั้งจมูกของมันจมเข้าไปด้านในและเลือดก็พุ่งสูงขึ้นไปในอากาศ  หมัดของเหมิงเหล่ยทำให้ดั้งจมูกของมันหักและทำให้มันมีเลือดพุ่งออกมาจากจมูก

“ เจ้า ไอ้สารเลว!”

มังกรปีศาจแห่งความมืดตื่นตระหนกและโกรธแค้น มันคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว  “ พลังแห่งมิติ!”

พลังจำนวนมหาศาลพุ่งลงมากดทับตัวเหมิงเหล่ย อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เหมิงเหล่ยก็ได้หายไปและไปปรากฎตัวอยู่เหนือมังกรปีศาจแห่งความมืดแทน

จากนั้นเขาก็กระทืบเท้าของเขา!

ตู้มมม!

พลังอันมหาศาลปะทุขึ้นเมื่อเหมิงเหล่ยสร้างหลุมลึกขึ้นมาบนหัวของมังกรปีศาจแห่งความมืด

“ จริงอยู่ที่พลังแห่งมิตินั้นน่ากลัว” เหมิงเหล่ยยืนอยู่บนท้องฟ้าอย่างภาคภูมิใจขณะที่เขาพูดว่า “ แต่มันก็ไม่เร็วพอที่จะทำอะไรข้าได้หรอก!”

เหมิงเหล่ยมั่นใจว่าเขาสามารถหลบเลี่ยงพลังแห่งมิติได้แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้เกิดใหม่ก็ตาม แล้วนับประสาอะไรกับเมื่อเขาแข็งแกร่งขึ้นมากหลังจากการเกิดใหม่กัน?

“ ไอ้เวรเอ้ย!”

มังกรปีศาจแห่งความมืดรู้สึกโกรธแค้นเป็นบ้าเป็นหลัง

เหมิงเหล่ยหักดั้งจมูกของมันและเหยียบหัวของมันอีก!

นั่นเป็นการดูถูกอย่างมากสำหรับมัน ดังนั้นแล้วมังกรปีศาจแห่งความมืดผู้ยิ่งใหญ่จะยอมอยู่เฉยๆได้อย่างไรกัน?

“ ตาย! ตายไปซะ!”

มังกรปีศาจแห่งความมืดใช้ขนาดความยาว 500,000 ฟุตที่น่าสะพรึงกลัวของมันในการโจมตี มันอ้าปากและพ่นลำแสงมังกรใส่เหมิงเหล่ยจากทุกทิศทาง

ลำแสงมังกรมีความยาวหลายร้อยเมตร มันกว้างและหนามาก ถ้าเป็นคนส่วนใหญ่ก็ไม่มีทางที่จะต่อต้านมันได้เลย แต่สำหรับเหมิงเหล่ยนั้นมันก็ไร้ประโยชน์

เขาเคลื่อนย้ายและหายตัวไปจากจุดนั้น เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังมังกรปีศาจแห่งความมืดแล้ว

“ ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่มีวิธีการโจมตีอื่นๆที่นอกเหนือจากการโจมตีกายภาพ,อาณาเขตปีศาจและพลังแห่งมิติแล้วสินะ ถ้าอย่างงั้นก็ตายได้แล้ว!”

เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของมังกรปีศาจแห่งความมืดแล้ว เหมิงเหล่ยก็หมดความสนใจที่จะต่อสู้อีกต่อไป เปลวเพลิงนิรยเทวะเริ่มลุกโชนในดวงตาของเหมิงเหล่ยขณะที่เขาจ้องมองไปที่มังกรปีศาจแห่งความืด พวกมันเริ่มเผาไหม้อย่างเร่าร้อนและในที่สุดมันก็กลายเป็นเสาเพลิงสีดำสองเสาที่สูงจนเชื่อมระหว่างสวรรค์และโลกก่อนที่จะยิงไปที่ด้านหลังของมังกรปีศาจแห่งความมืด

เมื่อดูจากรูปร่างภายนอกของมัน  มันก็ดูเหมือนว่าเปลวเพลิงนิรยเทวะนี้ก็จะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆมากนัก

อย่างไรก็ตาม มันก็มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพที่แตกต่างออกไปจากเดิม

อุณหภูมิของมันสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!

ความสามารถในการเผาไหม้ของมันก็น่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก!

เปลวเพลิงเองก็มีคุณภาพสูงขึ้นเช่นกัน!

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เปลวเพลิงนิรยเทวะนั้นก็ได้รับการอัปเกรดหลังจากการเกิดใหม่ของเหมิงเหล่ย

พูดตามตรง นี่เป็นเรื่องปกติมาก

เปลวเพลิงนิรยเทวะนั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นเปลวเพลิงที่ไม่สามารถลบออกได้ ซึ่งมันสามารถเผาผลาญได้แม้กระทั่งเทพขั้นสูงให้ตายได้จริงๆ อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นผลเนื่องมาจากการอัปเกรดหลังการเกิดใหม่

ท้ายที่สุดแล้ว เปลวเพลิงนิรยเทวะของฟีนิกซ์นิรยเทวะที่ยังไม่โตจะไปสามารถฆ่าเทพขั้นสูงได้อย่างไรกัน?

“ เอื้อ!”

หลังจากเปลวเพลิงนิรยเทวะกระทบกับด้านหลังของมังกรปีศาจแห่งความมืด มันก็เริ่มลุกโชนอย่างโกรธเกรี้ยวและกระจายไปทั่วแผ่นหลังด้วยความเร็วที่สูงอย่างน่าขัน

สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ทุกพื้นที่ที่เปลวเพลิงนิรยเทวะได้เผาผ่านไป มันก็ได้กลายเป็นกองขี้เถ้าอย่างน่าประหลาดใจ

หลังจากนั้นรอยหลุมขี้เถ้าก็ปรากฎขึ้นให้เห็นตามตัวของมัน!

และมันก็เป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว!

อย่างไรก็ตาม ประเด็นมันก็อยู่ที่ความเจ็บปวดที่มันได้รับจากการแผดเผาของเปลวเพลิงนิรยเทวะ

มังกรปีศาจแห่งความมืดส่งเสียงร้องโหยหวนขณะที่มันพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะแสดงออร่าปีศาจของมันและแยกเปลวเพลิงนิรยเทวะออกมา อย่างไรก็ตามเปลวเพลิงก็ลุกลามเร็วเกินไป

ในขณะที่ลมหนาวพัดมา เปลวเพลิงก็จะลุกลามไปเหมือนถ่านในทุ่งนาที่แห้งและเหี่ยวเฉา  อัตราการลุกไหม้นั้นเป็นสิ่งที่รวดเร็วเกินจะจินตนาการ และทำให้มังกรปีศาจแห่งความมืดไม่สามารถที่จะแยกมันออกมาได้ทัน

ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เปลวเพลิงนิรยเทวะก็ได้แพร่กระจายไปยังทุกส่วนของมังกรปีศาจแห่งความมืดและห่อหุ้มร่างกายขนาดมหึมาของมันเอาไว้เรียบร้อย

อ้ากกก!

มังกรปีศาจแห่งความมืดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและทรมานขณะที่มันกำลังดิ้นรนอย่างเศร้าโศก เกล็ดมังกรที่แข็งแกร่งของมันกลายเป็นเศษขี้เถ้าที่ลอยไปตามลมในขณะที่ร่างกายที่แข็งแกร่งและได้รับการพัฒนามาอย่างดีก็หดลงอย่างรวดเร็ว

สิ่งนี้ได้ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของมันตกใจกลัว บรรดาลอร์ดปีศาจและลอร์ดปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ต่างก็ตัวสั่นกลัว

“  ท่านเทพปีศาจ… ”

“ ตอนนี้เราจะทำอะไรกันดี?”

พวกเขาควรจะทำอย่างไรต่อดี?

เหมิงเหล่ยก็ไม่รู้คำตอบเช่นกัน  เพราะความน่ากลัวของเปลวเพลิงนิรยเทวะนั้นก็ทำให้เขาตกใจเช่นกัน

“ ข้าไม่คิดมาก่อนว่าเปลวเพลิงนิรยเทวะที่อัปเกรดแล้วมันจะน่ากลัวขนาดนี้! ความจริงที่ว่ามันสามารถเผาร่างของเทพปีศาจได้นั้นช่างเป็นอะไรที่น่ากลัวเสียจริง!”

อย่างไรก็ตามยิ่งเปลวเพลิงนิรยเทวะน่ากลัวและทรงพลังมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นข่าวดีสำหรับเหมิงเหล่ยมากขึ้นเท่านั้น!

“ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้ว ไซรัส” เหมิงเหล่ยบินตรงไปยังมังกรปีศาจแห่งความมืดและสั่งว่า “ ส่งมอบต้นกำเนิดพลังวิญญาณเทวะของเจ้ามาซะ!”

“ เจ้า มันเป็นเทพมนุษย์ที่น่ารังเกียจ!”

ดวงตาของมังกรปีศาจแห่งความมืดแดงก่ำ มันกล่าวว่า “ แม้ว่าข้าจะต้องตาย แม้ว่าข้าจะต้องถูกทำลาย แม้ว่าข้าจะต้องถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน ข้าก็จะไม่มีวันยอมจำนนต่อเจ้า!”

“ เจ้าทำให้ข้าไม่มีทางเลือก”

เหมิงเหล่ยส่ายหัวเบาๆและพูดว่า “ จงจากไปอย่างสงบ ข้าจะดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าและมิติที่เหลือของเจ้าเอง”

“ เจ้า ไอ้สารเลว!”

มังกรปีศาจแห่งความมืดขบฟันเสียงดังและจ้องมองไปที่เหมิงเหล่ย  หากสายตาของมันมีพลังโจมตี มันก็คงจะฆ่าเหมิงเหล่ยไปแล้ว

แต่ช่างน่าเสียดาย…ที่มันทำไม่ได้!

“ พักผ่อนให้สงบนะ ไซรัส!”

เหมิงเหล่ยยิ้มให้มันก่อนที่เขาจะหันไปและเดินไปยังลอร์ดปีศาจและลอร์ดปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 45 ตน  เขากล่าวว่า “ ฟ้าและสวรรค์มีคุณธรรมและหวงแหนทุกชีวิต ในทำนองเดียวกัน ข้าก็จะให้โอกาสพวกคุณทุกคนด้วยเช่นกัน”

“ เรายอมจำนนแล้ว! อย่าทำอะไรเราเลย!”

โดยปราศจากความลังเล ลอร์ดปีศาจและลอร์ดปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 45 ตนยอมจำนนแต่โดยดีและมอบต้นกำเนิดพลังวิญญาณเทวะของพวกมันให้กับเหมิงเหล่ยโดยไม่บ่นแม้แต่คำเดียว

“ ยอมจำนน? ไม่ๆ ไม่ใช่กับข้า แต่กับพวกนั้นต่างหาก” โดยไม่คาดคิดเหมิงเหล่ยส่ายหัวแทนและกล่าวว่า “ พวกนั้นคือคนที่พวกเจ้าทุกตนควรจะยอมจำนน ไม่ใช่ข้า”

“ พวกนั้น?”

การแสดงออกของลอร์ดปีศาจและลอร์ดปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ดูมึนงงขณะที่พวกันหันมองที่บับเบิลและคนอื่นๆ

นมีความเศร้าโศก,ความขุ่นเคือง,ความอัปยศอดสู,ความไม่เชื่อรวมทั้งไม่สามารถยอมรับผลลัพธ์ดังกล่าวได้ปรากฎออกมา

สำหรับพวกมันแล้ว เหมิงเหล่ยนั้นก็เป็นคนที่คู่ควรแก่การยอมจำนน ซึ่งสำหรับปีศาจเช่นพวกมัน การยอมจำนนต่อผู้ที่แข็งแกร่งกว่านั้นก็ถือเป็นเรื่องปกติ

อย่างไรก็ตาม บับเบิลและคนอื่นๆต่างก็เคยพ่ายแพ้ให้กับพวกมัน อย่างงั้นแล้วจะให้พวกมันยอมจำนนต่อคนพวกนี้ได้อย่างไรกัน?

สิ่งนี้เลวร้ายยิ่งกว่าการเอาชีวิตพวกมันเสียอีก!

“ พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ซื่อสัตย์ที่สุดของข้า โอกาสเดียวที่จะทำให้พวกเจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปนั้นก็คือการยอมจำนนต่อพวกเขา ไม่เช่นนั้นอนาคตของพวกเจ้าก็จะได้เดินตามรอยไซรัสนายเก่าของพวกเจ้าไปอย่างแน่นอน!” เหมิงเหล่ย กล่าวอย่างเรียบง่าย

ลอร์ดปีศาจและลอร์ดปีศาจผู้ยิ่งใหญ่รู้สึกผิดหวังอย่างมากแม้ว่าจะไม่มีใครโต้แย้งเขา แต่ท้ายที่สุดพวกมันก็ยังคงรู้สกเศร้าอยู่ภายในใจ

ปฏิเสธที่จะยอมจำนน? อย่างงั้นมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากการฆ่าตัวตาย

ภายใต้การคุกคามของความตาย เหล่าลอร์ดปีศาจและลอร์ดปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ที่ชาญฉลาดจึงได้ตัดสินใจอย่างชาญฉลาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกมันยอมลดศีรษะลง!

“ เอาล่ะ ทารคัดเลือกตัวที่พวกเจ้าต้อการซะ” เหมิงเหล่ยกล่าวอย่างไม่สนใจ

“ รับทราบนายท่าน!”

บับเบิลและคนอื่นๆตอบอย่างดังก้อง จากนั้นสายตาของพวกเขาก็กวาดไปทั่วปีศาจขณะที่พวกเขามองหาผู้สมัครในอุดมคติของพวกเขา แม้ว่าลอร์ดปีศาจและลอร์ดปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 45 ตนนั้นจะเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความขุ่นเคือง แต่สิ่งที่พวกมันทำได้คือยิ้มและอดทนกับมัน

หลังจาดนั้น การโต้เถียงเพื่อแย่งชิงข้ารับใช้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

เหมิงเหล่ยยิ้มและถามอย่างสบายๆ  “  ไซรัส ภาพที่ลูกน้องของเจ้าถูดคัดเลือกเช่นเดียวกับหมูหมานั้นมันทำให้เจ้าโกรธไหม? มันทำให้ขุ่นเคืองไหม?”

เปลวเพลิงนิรยเทวะได้เผาไหม้และทำลายเกล็ดและชั้นใต้ผิวหนังของมังกรปีศาจแห่งความมืดไปแล้ว และตอนนี้มันก็กำลังเผาไหม้เนื้อของมัน ซึ่งเป็นภาพที่น่าสยดสยองเป็นอย่างมาก

ความเกลียดชังของมังกรปีศาจแห่งความมืดทะยานขึ้นสู่สวรรค์และมันก็คำรามอย่างบ้าคลั่งจนเสียงแหบ “ ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่ แม้ว่าข้าจะกลายเป็นวิญญาณไปแล้วก็ตาม!”

“ กลายเป็นวิญญาณ? มันก็อาจจะเป็นไปได้… ถ้าเจ้ามีโอกาสอ่ะนะ!”

เหมิงเหล่ยส่ายหัวเบาๆและพูดว่า “ ข้าจะอ่านความทรงจำของเจ้าก่อน จากนั้นข้าก็จะเผาและทำลายวิญญาณเทวะของเจ้า และเมื่อข้าทำอย่างงั้นแล้ว เจ้าก็จะไม่สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้อีก และเจ้าก็จะตายไปอย่างสมบูรณ์!”

มังกรปีศาจแห่งความมืดตัวสั่นไม่หยุดเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด มันตอบกลับไปว่า  “ เจ้าจะโหดเหี้ยมเกินไปแล้วเทพมนุษย์!”

“ โหดเหี้ยม? ข้าไม่สามารถนับเป็นอะไรได้เลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เจ้าทำ!”

เหมิงเหล่ยส่ายหัวและพูดว่า “ ชีวิตของเจ้าเป็นเพียงชีวิตเดียวที่ข้าฆ่าไป ในขณะท่เจ้านั้นได้ไล่ฆ่าสังหารผู้คนในทวีปของข้าอย่างบ้าคลั่ง นั่นต่างหากที่โหดเหี้ยม!”

มังกรปีศาจแห่งความมืดจ้องตรงไปที่เหมิงเหล่ยและกล่าวว่า “ เทพมนุษย์ข้าอาจยอมรับความพ่ายแพ้ก็จริง แต่ข้าก็จะสาปแช่งเจ้า เจ้าจะต้องไม่ได้ตายอย่างสงบสุข!”

“ เอาล่ะได้เลย! ข้าจะรอดู?”

เหมิงเหล่ยโบกมือให้เขาและยิงเปลวเพลิงนิรยเทวะออกไปอีกสองสามครั้ง เปลวเพลิงลุกโชนอย่างรุนแรงแลทำให้มังกรปีศาจแห่ความมืดกลายเป็นขี้เถ้าไปอย่างรวดเร็ว

ลำตัวยาว 500,000  ฟุตของมังกรปีศาจแห่งความมืดถูกลดขนาดจนเหลือเพียงแค่เถ้าถ่าน  ในเวลาไม่กี่นาทีเหลือ มันก็มีเพียงแกนปีศาจเท่านั้น มันเป็นผลึกที่เรืองแสงสีแดงเลือด

เช่นเดียวกับแกนเทวะของเทพ แกนปีศาจนั้นก็เป็นแกนกลางของพลังของเทพปีศาจและมันก็เป็นที่เก็บวิญญาณและพลังเวทย์มนตร์ไว้ในนั้น พูดง่ายๆก็คือแกนเทวะของปีศาจนั่นเอง

ปีศาจเรียกพวกมันว่าแกนปีศาจเพื่อแยกความแตกต่างจากแกนเทพของเทพ

เปลวเพลิงนิรยเทวะยังคงลุกโชนแม้หลังจากที่แกนปีศาจปรากฏตัว หากมันไม่มีอะไรผิดพลาด แกนปีศาจก็จะถูกเผาเช่นกัน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top