ขนาดตัวอักษร

479 อันธพาลจากตระกูลเถียน

 69 Views

        ฟู่เหรินอีกคนรูปร่างเตี้ยกว่า ใบหน้าแหลม ดวงตารูปทรงสามเหลี่ยมคู่นั้นสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆทั่วทุกจุด ก่อนจะดึงความคิดกลับมา แล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเยาะ “โอ้ พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านพูดแบบนี้ไม่ได้นะ ถึงอย่างไร นางก็เป็นภรรยาของน้องสาม!  ลงท้ายก็เป็นญาติกันอยู่ดีนะแหละ! ”

  ขณะพูดไปก็หัวเราะคิกคักให้อาหญิงสาม “ข้าต้องเรียกว่าน้องหญิงสามใช่หรือไม่? ”

  อาหญิงสามเองก็ไม่แสดงสีหน้าดี ๆให้อีกฝ่าย ก่อนจะโพล่งออกมา “ท่านมาวางท่าเป็นคนดีอะไรอีก? มีใครบ้างไม่รู้ว่าท่านมันเป็นคนดีแบบไหน! อย่ามาทำเสแสร้งอะไรต่อหน้ามารดาเลย! ท่านไม่เหนื่อยบ้างรึที่เห็นสายตารังเกียจของมารดา! ”

  ”น้องรอง เจ้าได้ยินไหม?” พี่สะใภ้ใหญ่เถียนแค่นเสียงออกจมูก แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “มีบางคนดันเกิดมาต่ำต้อย ก็ทนฟังคำพูดเพราะ ๆของเจ้าไม่ได้น่ะ! หากเจ้าพูดเพราะ ๆออกมา ก็เท่ากับเอาไปให้สุนัขกินแล้ว! ”


  อาหญิงสามโกรธจนลมออกหู  “พูดจบกันหรือยัง?  พูดจบแล้วก็รีบไสหัวไปซะ! ”

  ”เจ้าเข้าใจธรรมเนียมหรือไม่? เจ้าพูดกับพี่สะใภ้ใหญ่ด้วยท่าทางอันใดกัน? “. ชายผู้หนึ่งที่นิ่งเงียบมาตลอดถลึงตาใส่อาหญิงสามแล้วเอ่ยเสียงห้วนกระด้าง  นี่คือต้าหลาง…สามีของพี่สะใภ้ใหญ่สกุลเถียน

  ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมของเถียนต้าหลางมีรอยย่นลึกมาก ใบหน้าดําคล้ำและมีเคราแหลมที่คล้ายเข็มเหล็กขนาดใหญ่ ทําให้เครื่องหน้าเขาดูดุร้ายมาก นิสัยใจคอก็ยังดุร้ายน่ากลัวที่สุดด้วย อย่างน้อยตอนที่อาหญิงสามอยู่ที่บ้านตระกูลเถียน นางก็กลัวเกรงเขายิ่งนัก

  ใช่แล้ว ทั้งสี่คนคือพี่ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ พี่รอง และพี่สะใภ้รองของอาหญิงสาม!

  ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หลังจากอาหญิงสามออกจากบ้านตระกูลเถียนมานานร่วมหนึ่งปี ซึ่งเดิมทีนางก็ไม่เคยได้ยินข่าวคราวจากทางนั้นเลย แต่ไฉนพวกเขาพากันเฮโลมาหานางถึงหน้าประตูได้!

  ซ้ำยังมาอย่างดุดันเสียด้วย

  ใบหน้าของอาหญิงสามฉายแววขลาดกลัวอย่างปิดไม่มิด นางยังไม่ทันได้อ้าปากพูด พี่สะใภ้รองเถียนก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าว่า น้องหญิงสามจ๊ะ เจ้าไม่เชิญพวกเราเข้าไปนั่งในเรือนก่อนหรือ?  น้องหญิงสามจ๊ะ พวกเจ้าตระกูลเหลียนคงยังไม่เข้าใจกระทั่งกฎเกณฑ์ธรรมเนียมแบบนี้หรอกกระมัง?! ”

  พี่สะใภ้ใหญ่เถียนยิ้มเยาะ “หากตระกูลเหลียนรู้จักกฎเกณฑ์  ก็คงส่งนางกลับไปนานแล้ว ฮึ่ม ยังจะมารบกวนพวกเราให้มารับอีกแน่ะ! น้องหญิงรอง น้องหญิงรอง ตระกูลเยี่ยงนี้ เจ้ายังคาดหวังให้มีกฎเกณฑ์อะไรอีกเล่า! ”

  พี่สะใภ้ใหญ่เถียนพูดพลาง ตาก็กวาดมองรอบๆไปทั่ว  เมื่อใช้สายตาประเมินดูแล้ว ก็อดเผยแววอิจฉาริษยาบนใบหน้าไม่ได้  ตระกูลเหลียนใช้เงินฟุ้งเฟ้ออย่างที่ได้ยินมาจริง ๆด้วย อย่าว่าแต่ตัวบ้านเลย แค่ดูจากลานสวนนอกบ้านนี่ก็ไม่ธรรมดาแล้ว          ครอบครัวชาวนาชาวไร่ไม่มีปัญญาอยู่ได้หรอก  ชี้ชัดว่าในบ้านต้องมีของมีค่าอยู่แน่นอน! การได้มาอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่โตหรูหรามีหน้ามีตาเช่นนี้ นางแพศยาชั้นต่ำคนนี้ช่าง…

  เมื่อพี่สะใภ้ใหญ่เถียนคิดเช่นนี้ ในใจก็ยิ่งรู้สึกอิจฉามากขึ้น ไปอีกขั้น ขณะเดียวกันก็เดือดดาลขึ้นมา นางสาวเท้าเร็วรี่ปานจะเหาะ ขณะสะบัดแขนเสื้อทั้งสองข้างออก แล้วเดินมุ่งเข้าไปด้านใน

  ”ท่านกําลังจะทําอะไรน่ะ!” หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ” อาหญิงสามร้อนใจยิ่งนัก คิดจะก้าวไปขวางไว้ ทว่ากลับถูกพี่สะใภ้รองเถียนดึงแขนไว้แน่น ก่อนจะได้ยินนางเอ่ยยิ้มหยันว่า “ไอ้หยา น้องหญิงสาม เจ้าหมายความว่าอย่างไร!  พวกเราต่างเป็นพี่ชายและพี่สะใภ้ของเจ้านะ ไม่ใช่โจรเสียหน่อย! ท่าทางของเจ้าเช่นนี้เรียกว่าอะไรกัน? ไม่กลัวผู้คนจะหัวเราะเอารึ! ”

        เถียนต้าหลางและเถียนเอ้อหลาง ก็รีบเดินตามพี่สะใภ้ใหญ่เถียนไปติด ๆ ทั้งสามคนเร่งรีบเดินผ่านเฉลียงด้านหน้าและโถงทางเดินมุ่งหน้าไปยังลานหลังบ้าน

  อาหญิงสามทั้งโกรธทั้งร้อนใจ “ท่านเลิกทำเป็นว่าข้าไม่รู้ว่าพวกท่านคิดอย่างไรเสียที!  พวกท่านก็แค่ดีกว่าโจรหน่อยเดียวเท่านั้น! หลานสาวหลานชายของข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกท่านนะ  ทางที่ดีพวกท่านจงหยุดมือเสียเดี๋ยวนี้! ”

  อาหญิงสามสะบัดตัวสุดแรงเกิดจนหลุดจากเงื้อมมือพี่สะใภ้รองเถียน แล้วรีบวิ่งตามไปทันที

  พี่สะใภ้เถียนรองเถียนแค่นเสียงอย่างดูแคลน พลางสะบัดแขนเสื้อแล้วรีบวิ่งตามไป  ผู้ชายของตนออกจะทึ่มทื่อ และไม่ทันคู่พี่ชายใหญ่และพี่สะใภ้ใหญ่  พวกนางจะต้องไม่ยอมเสียเปรียบคนทั้งคู่เด็ดขาด ผลประโยชน์ทั้งหมดกำลังรอพวกเขาอยู่…

  สําหรับเหล่าพี่น้องตระกูลเหลียน แม้พวกเขาจะได้ยินคนบอกมาว่าพวกนั้นทุกคนล้วนมีความสามารถ ทว่าในเมื่อพี่สะใภ้รองเถียนและคนอื่น ๆ กล้ามาที่บ้าน พวกเขาคงไม่เห็นเหล่าพี่น้องตระกูลเหลียนอยู่ในสายตาแน่!

  ไม่ว่าจะเก่งกล้าสามารถแค่ไหน แล้วจะทำอันใดได้เล่า? เหลียนเสี่ยวม่านเป็นภรรยาน้องสามของตน การมารับนางกลับบ้านเป็นเรื่องที่ชอบธรรม หากตระกูลเหลียนไม่อยากปล่อยคนไป ก็ให้เอาเงินมาแลกตัวคนก็แล้วกัน!

  ”พวกท่านเป็นใครน่ะ?” เหลียนฟางฉิงได้ยินเสียงคนทะเลาะกันที่ลานหน้าบ้านดังแว่วมา เด็กน้อยจึงเดินออกมานอกประตูเรือน ก็เห็นสะใภ้ใหญ่เถียน เถียนต้าหลางและเถียนเอ้อหลางวิ่งเข้ามายังบ้านของตัวเอง นางถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที

  ”สาวน้อย หลีกไปเสีย!” พี่สะใภ้ใหญ่เถียนชําเลืองมองเหลียนฟางฉิงด้วยสายตาดูถูก ไหนเลยจะมีเวลาว่างมาสนใจนางได้  จึงยกมือขึ้นผลักเหลียนฟางฉิงจนล้มลงกับพื้นอย่างป่าเถื่อน แล้ว สาวเท้ายาว ๆเข้าไปในเรือน

      เด็กหญิงตัวเล็กๆอย่างเหลียนฟางฉิงจะมีแรงขนาดไหนกัน? เด็กน้อยยังไม่ทันตั้งตัว ก็เกิดเสียงดัง “ปั๊ก” แล้วนางก็ล้มลงไปกับพื้นอย่างแรง หากไม่ใช่เพราะสวมเสื้อผ้าฤดูหนาวอยู่ แขนและหัวเข่าคงได้ถลอกปอกเปิดเป็นแผลไปเรียบร้อยแล้ว

  เหลียนฟางฉิงร้องครางด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ย” นางลุกขึ้นจากพื้นด้วยความคับข้องใจ แล้วนึกบ่นในใจอย่างแค้นเคือง ‘ใครกันเนี่ย! ไฉนถึงไร้เหตุผลยิ่งกว่าป้าใหญ่เสียอีก’…

  ” ฉิงเอ๋อร์!” อาหญิงสามปวดใจนัก  รีบวิ่งเข้ามาประคองเหลียนฟางฉิงไว้  “เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” 

  เหลียนฟางฉิงส่ายหน้า ไม่สนใจถามความเป็นมาของคนเหล่านี้ จึงรีบพูดว่า “อาหญิงสาม พวกเขามาทําอะไรที่บ้านเราเจ้าคะ? รีบไล่พวกเขาออกไปจากที่นี่กันเถิด! ”

   สะใภ้รองเถียนฉวยโอกาสนี้วิ่งเข้าไปในเรือนแล้ว

  ”ใช่!” ใช่ แล้ว! เราต้องไล่พวกเขาออกไป! อันธพาลพวกนี้! แต่ละคนช่างหน้าไม่อายจริง ๆ! “อาหญิงสามทำหน้าตื่นตระหนกแล้วรีบรุดเข้าไปในเรือนพร้อมกับเหลียนฟางฉิง

  พี่สะใภ้ใหญ่เถียนกับสามี และพี่สะใภ้รองเถียนกับสามีกําลังมองไปรอบๆ ดูเครื่องเรือนและของตกแต่งในห้อง ดวงตาอดฉายแววเหยียดหยามเล็กน้อยไม่ได้

  นี่คือในชนบท  ผู้คนใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริง ของตกแต่งในบ้านทั้งหมดส่วนใหญ่เน้นความสะดวกสบาย สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีเครื่องเรือนของประดับตกแต่งที่มีค่าราคาแพงเลย

  ไม่ต้องพูดถึงในเรื่องอื่นใด  ตอนที่ย้ายเข้าบ้านใหม่ ซูจิ่งเหอกับฟางฉิงก็ส่งหยกและแจกันเครื่องลายครามชั้นเลิศล้ำค่ามาให้หลายชิ้น เหล่าผู้ดีในเมืองนี้และเมืองชวงหลิวซึ่งมาซื้อเมล็ดฝ้ายที่นี่ส่วนใหญ่เป็นเศรษฐีด้วยกันทั้งนั้น พวกเขาทั้งหมดล้วนส่งของขวัญของกำนัลมาให้ ซึ่งมีมูลค่าไม่ใช่น้อย ๆเลย

  แต่เหลียนฟางโจวเอาของทั้งหมดไปเก็บไว้ที่หมู่ตึก รูปแบบและการออกแบบของเครื่องเรือนและของประดับตกแต่งหลายชิ้นที่ตั้งแสดงอยู่ด้านนอก ล้วนดูดีท้งหมด แต่ทั้งหมดเป็นเครื่องประดับตกแต่งธรรมดาดาดดื่นมาก หากเอาไปขายคงมีราคาสิบหรือยี่สิบตำลึงเท่านั้น

       พี่สะใภ้ใหญ่เถียนและพี่สะใภ้รองเถียนต่างสบตากัน  ไม่ใช่ว่าตระกูลเหลียนนี้ ใคร ๆก็บอกกันว่าประสบโชคใหญ่จนร่ำรวยหรือ? เกรงว่าข่าวลือที่ฟังมาน่าจะผิดใช่ไหม? ไม่มีทองหรือเงินให้เห็นเลยสักนิด  นี่มันร่ำรวยแบบไหนกันเนี่ย!

  แต่ทว่า มีบ้างก็ดีกว่าไม่มี…

  ถ้าเจ้าไม่มีภูมิหลังตระกูลสนับสนุนจริงๆ เจ้าก็ไม่สามารถสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ดูโอ่อ่าและกว้างเช่นนี้ได้หรอก ดูหน้าต่างบานนี้สิ ยังประดับตกแต่งด้วยกระจกสีเลย!

  เหลียนฟางฉิงและอาหญิงสามรีบวิ่งเข้ามาด้วยความโมโห เมื่อเห็นสายตาของพวกนางทั้งสอง ดูแล้วเหมือนกับสายตาคู่นั้นของเฉียวซื่อเลย ไม่สิ  สายตาเหล่านั้นดูชั่วร้ายกว่าของเฉียวซื่อเสียอีก พวกเขายังจะไม่เข้าใจอะไรอีกหรือ?

  อาหญิงสามพุ่งเข้าไปขวางหน้าพี่สะใภ้ใหญ่เถียน ก่อนจะถลึงตาใส่นางแล้วพูดว่า “ดวงตาท่านกลอกกลิ้งไปมา กำลังมองอะไรอยู่รึ!” 

  ”ดูสิยังปากร้ายได้อีกนะ!” พี่สะใภ้ใหญ่เถียนแค่นเสียงเย็นชา แล้วค้อนใส่อาหญิงสามวงใหญ่ “ข้าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่เจ้านะ! เจ้าบอกข้ามาว่าเจ้าจะให้เงินช่วยเหลือครอบครัวฝั่งบ้านสามีเจ้าเท่าไร? ก็ค่ากินอยู่ทั้งในและนอกบ้านของเจ้าไง! ”

  ”ท่าน ท่านว่าอะไรนะ!” อาหญิงสามเบิกตาโพลง จ้องพี่สะใภ้ใหญ่เถียนอย่างไม่อยากจะเชื่อ

  ให้เงินช่วยเหลือครอบครัวฝั่งสามีหรือ?  ค่ากินค่าอยู่ของนางทั้งในและนอกบ้านรึ? ริมฝีปากของอาหญิงสามสั่นจนพูดไม่ออก

  พวกเขาไม่รู้หรือว่าตนออกจากบ้านสามีมาได้ยังไง? ตอนที่ตนจากมา พี่สะใภ้สองคนนี้ได้ค้นตัวตนเองและในห่อสัมภาระอย่างละเอียด  ตอนนั้นตนไม่มีเงินติดตัวมาเลยสักอีแปะเดียว!

     ไม่คิดเลยว่าที่ถามมานี่ ก็เพื่อให้ตนสนับสนุนเงินช่วยเหลือครอบครัวฝั่งสามีหรือนี่!

  …

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top