ขนาดตัวอักษร

Chapter 15: เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -4 (ส่วนที่หนึ่ง)

 66 Views

ผลั่ก!!

 

ศีรษะของโมเรียนกระแทกกับพื้นหินที่ทั้งแข็งและเย็น ฟันของเธอโยกและกระดูกจมูกก็หักด้วย จากนั้นเด็กสาวก็ควงมีดทำครัวของเธอแล้วปาดเข้าที่คอของโมเรียนเบาๆ

 

ด้วยกันกับความรู้สึกที่เย็นวาบ ผิวหนังตรงคอของโมเรียนปริออกเล็กน้อย แล้วเลือดก็เริ่มไหลออกมาระหว่างโลหะเย็นๆของมีดและเนื้อสดๆ

 

เนื่องจากโมเรียนศึกษาอนาโตมี่ของมนุษย์มา เธอจึงรู้ตัวในทันทีว่าการต่อต้านแม้เพียงเล็กน้อยก็จะส่งผลให้เส้นเลือดของเธอเปิดออกกว้างกว่าเดิม

 

เธอถูกปราบก่อนที่จะมีเวลาได้สั่นเทาจากความกลัวซะอีก

 

เจ้าชายมองเด็กสาวผมสีเงินด้วยสีหน้าประหลาดใจก่อนที่จะเดินไปหาโมเรียน

 

“หืม เธอนี่ทำให้ฉันทึ่งเลยนะเนี่ย”

 

เด็กชายก้มลงมองเนโครแมนเซอร์โมเรียนที่ทำสีหน้ากระวนกระวายในขณะที่ถูกจับตัวเอาไว้ โมเรียนนั้นมองกลับไปกลับมาระหว่างเจ้าชายกับเด็กสาวด้วยสายตาที่สั่นเครือ

 

พวกเขาทั้งคู่มีสายตาที่เย็นชา

 

โมเรียนมองไปบริเวณรอบๆและเห็นพวกชาวบ้านกำลังยืนอยู่ใกล้ๆ เมื่อรู้ว่าเธอเป็นเนโครแมนเซอร์สายตาของพวกเขาก็เย็นชาขึ้นมาในทันทีแถมยังแฝงไปด้วยจิตสังหารด้วย

 

พวกเขาเกลียดเธออย่างเห็นได้ชัดจากการที่เธอไปทำลายหมู่บ้านและวิถีชีวิตของพวกเขา

 

โมเรียนรู้สึกว่าพวกเขาน่ากลัวว่าเจ้าชายน้อยหรือเด็กสาวซะอีก เธอกัดฟัน สุดท้ายแล้วเธอก็โดนจับจนได้ ถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เธอจะต้องตายอย่างแน่นอน!

 

“ไว้ชีวิตฉันเถอะค่ะ”

 

ชาวบ้านไม่ยอมปล่อยเธอแน่ เธอเป็นคนร้ายที่ทำให้คนที่พวกเขารักต้องตาย

 

ถ้าเธออยากรอด เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอ้อนวอนเจ้าชาย ต่อให้มันจะทำให้เธอดูน่าสมเพช แต่เธอก็จำเป็นต้องร้องขอชีวิตจากเขา

 

“หมายความว่าไงที่ว่าให้ไว้ชีวิตเธอ? เธอพยายามฆ่าฉันอย่างเอาเป็นเอาตายเลยไม่ใช่รึไง….จับเธอไปทรมานแล้วเอาไปเผาทั้งเป็นยังไม่สาแก่ใจฉันเลย”

 

เจ้าชายสบัดมือเล็กน้อย

 

เด็กสาวผมสีเงินต้องเข้าใจสัญญาณมือนี้แน่ๆ เพราะเธอเริ่มกดศีรษะของโมเรียนลงกับพื้นหนักขึ้นเหมือนกับเพื่อปกป้องเจ้าชาย

 

มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ากระโหลกของโมเรียนจะแตกเป็นเสี่ยงๆจากพละกำลังล้วนๆ พละกำลังขนาดนี้ไม่น่าจะมาจากมือเล็กๆของเด็กสาวได้เลย

 

‘ไม่จริงหน่า? เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันเนี่ย? เธอไปเอาพละกำลังผิดมนุษย์มนาแบบนี้มาจากไหน….?’

 

โมเรียนไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยซักนิด เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดจะปล่อยเธอไป เธอจะต้องถูกรายงานไปยังจักรวรรดิทีโอเครติค และผู้มีอำนาจในเรื่องนี้ก็จะได้รับรายงานว่ามีนักฆ่าที่กล้ามาทำอันตรายกับหลานชายของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ แค่นึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเธอก็รู้สึกสิ้นหวังแล้ว

 

เธอไม่ได้เป็นแค่อาชญากรธรรมดา และถ้าศาลจักรวรรดิได้ตัวเธอจริงๆ มันก็คงจะไม่ได้จบแค่การประหารเธอ

 

“ได้โปรดเถอะ…. ฉันขอร้องหล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ”

 

มุมปากของเจ้าชายกระตุก “ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย? กว่าฉันจะจับเธอได้ฉันต้องผ่านเรื่องซวยๆมาตั้งเยอะ ฉันไม่เห็นจะมีเหตุผลอะไรให้ทำแบบนั้นเลย ทำไมฉันถึงต้องไว้ชีวิตยัยสารเลวที่ก่อนหน้านี้พยายามจะฆ่าฉันด้วยหล่ะ?”

 

โมเรียนกัดฟัน เธอจะต้องรอดออกไปให้ได้ และเพื่อการนั้น…

 

“ถ้าท่านปล่อยฉันไป ฉันจะบอกท่านทุกอย่าง ฉันจะบอกว่าใครเป็นคนที่ออกคำสั่งให้มาฆ่าท่าน ท่านไม่อยากรู้เรื่องนั้นหรอ?”

 

“ฆ่าฉันหรอ?”

 

เจ้าชายดูตกตะลึงกับการเปิดเผยอย่างกระทันหันนี้ แต่นี่ก็พอเข้าใจได้อยู่เนื่องจากเจ้าชายคนนี้ไม่มีโอกาสได้เป็นผู้สืบทอดของจักรพรรดิศักดิสิทธิ์แล้ว เขาก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง

 

ดังนั้นมันจึงค่อนข้างน่าแปลกใจที่เขาดูตกใจในตอนที่รู้ว่าตัวเองตกเป็นเป้าสังหาร

 

ความหวังเบ่งบานในใจของโมเรียนเมื่อได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกของเจ้าชาย ถ้าเธออ่านเกมส์ถูก เธอก็น่าจะยั่วเด็กชายใสซื่อคนนี้อีกครั้งแล้วหนีจากสถานการณ์นี้ได้

 

ความมั่นใจของเธอพรั่งพรูขึ้นมาเนื่องจากเธอเคยโปรยเสน่ห์ใส่เด็กชายคนนี้สำเร็จมาก่อนแล้ว

 

“ช..ใช่แล้ว ฉันถูกบอกให้มายั่วยวนท่านและทำให้ดูเหมือนกับว่าท่านฆ่าตัวตาย….”

 

“มันไม่ใช่การฆ่าตัวตายหรอ?”

 

เจ้าชายดูตกตะลึง แต่ก็น่าเสียดาย ทั้งหมดนี้น่าจะมาจากการที่เขารู้สึกสับสนเกี่ยวกับเรื่องราวที่ถูกเปิดเผยออกมา แต่ว่าเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยเธอไปเลย

 

แค่นี้ยังไม่พอ สิ่งที่เธอพูดไปนั้นไม่เพียงพอที่จะโน้มน้าวเขา เธอต้องหาอะไรที่มันจูงใจมากกว่านี้….!

 

โมเรียนนึกย้อนถึงสาเหตุที่เจ้าชายถูกเนรเทศในทันที เขาเป็นแค่เด็กใสซื่อที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ว่าความสนใจในตัวผู้หญิงของเขานั้นมากจนผิดปกติ เขาก็แค่ไอ้โง่ที่ถูกยั่วยวนได้อย่างง่ายดาย

 

ด้วยเหตุนี้เอง….

 

“ท่านสนใจในตัวฉันไม่ใช่หรอ? จะให้ฉันกลายเป็นทาสของท่านก็ได้นะ ถ้าท่านต้องการ ท่านสามารถทำกับร่างกายของฉันได้ตามใจชอบเลย….”

 

…เธอยั่วยวนเขาต่อไป

 

เขาเป็นเด็กผู้ชายที่พึ่งเข้าสู่วัยแรกรุ่น ถ้ามีผู้หญิงหุ่นดีหน้าตาสละสลวยมายั่วเขาแบบนี้เขาจะต้องออกอาการอย่างแน่นอน

 

“…ฉันไม่มีอารมณ์พิศวาสกับคุณยายวัย 60 หรอกนะ”

 

โมเรียนกัดริมฝีปากล่างของเธอ ตอนนี้เธออยู่ในวัยนั้นแล้ว ดังนั้นการตอบสนองแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลย เธอไม่สามารถยั่วใครได้ในสภาพนี้

 

ด้วยเหตุนี้เอง เธอจึงลองแผนอื่น….!

 

“ฉ…ฉันจะไม่บอกใครหรอก ฉันจะไม่บอกใครเรื่องเวทมนตร์ที่ท่านใช้ก่อนหน้านี้!”

 

เด็กคนนี้เขาอัญเชิญซอมบี้ออกมา

 

เธอไม่มั่นใจว่าเขาทำได้ยังไง แต่ก็ช่างมันเถอะ ถ้าข่าวลือเรื่องที่หลานชายของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อัญเชิญซอมบี้ถูกเปิดเผยหล่ะก็ ฐานะหลานก็ไม่สำคัญแล้ว แม้กระทั่งจักรพรรดิศักดิสิทธิ์ก็คงจะรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาอย่างแน่นอน!

 

ถ้าเธอเอาความจริงข้อนี้มาต่อรองกับเขาหล่ะก็…

 

“อา….นั่นสินะ ยัยชั่วนี่ เธอเห็น ‘สิ่งนั้น’ ใช่ไหม?”

 

สายตาของเจ้าชายเย็นชายิ่งขึ้น

 

ตอนนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้อง โมเรียนต้องถอนคำพูดเมื่อสักครู่นี้ไม่อย่างนั้น.. ในขณะที่เธอรีบเอ่ยปากออกมา เขาก็ใช้พลั่วยัดเข้าไปในปากแล้วขัดกรามของเธอเอาไว้

 

สายตาที่สั่นเครือของโมเรียนกำลังมองขึ้นไปหาเจ้าชาย

 

“ฉันขอแนะนำให้เธอรีบตอบคำถามที่ฉันกำลังจะถามเธอต่อไปนี้ ถ้าเธอเข้าใจแล้วให้กระพริบตาหนึ่งครั้ง” เด็กชายพูด

 

โมเรียนกระพริบตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

“เมื่อสามเดือนก่อน เธอเป็นคนที่แขวนฉันเอาไว้กับต้นไม้ใช่ไหม?”

 

เธอกระพริบตาหนึ่งครั้ง

 

ตอนนั้นเธอยั่วยวนเจ้าชายและหลอกล่อเขาเข้าไปในป่า เจ้าชายผู้โง่เง่าตกหลุมพลางอย่างง่ายดายและตามเธอไป จากนั้นเธอก็ยั่วยวนเจ้าชายผู้โง่เขลาที่โผล่มาตัวคนเดียวนี้และแขวนเขาเอาไว้กับต้นไม้เพื่อให้ดูเหมือนกับการฆ่าตัวตาย

 

และเผื่อในกรณีที่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เธอได้ตรวจสอบด้วยว่าหัวใจของเขาหยุดเต้นแล้วจริงๆ เธอจากไปหลังจากที่มั่นใจว่าเขาตายแล้ว แต่ด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่ทราบได้ เจ้าชายได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

 

หลังจากนั้นไม่นานพาลาดินก็โผล่มาเพื่อปกป้องเด็กชายด้วยความเข้าใจที่ว่าเขาพยายามผูกคอตัวเอง พวกเขาอยู่บริเวณนั้นเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อคุ้มกันโบสถ์ แต่ก็ยังถือว่าโชคเข้าข้างที่เจ้าชายจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ดังนั้นโมเรียนจึงหลุดพ้นจากการตกเป็นผู้ต้องสงสัย

 

ต่อให้พาลาดินจะจากไปแล้วเธอก็ยังเก็บตัวต่อไปอีกสองเดือนเพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย

 

และผลลัพธ์ก็คือทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนนี้

 

เจ้าชายถอนหายใจด้วยความโล่งอก “นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นสินะ” เขาแสยะยิ้มแล้วถามคำถามต่อไป “คนที่อยากให้ฉันตาย เธอรู้จักใช่ไหม?”

 

โมเรียนเงียบไปพักนึงสายตาของเธอเบิกกว้าง

 

เธอไม่รู้ว่าจริงๆแล้วคนๆนั้นเป็นใครกันแน่ อย่างไรก็ตาม เธอสามารถพูดถึงองค์กรที่เธอเป็นส่วนหนึ่งในนั้นแทนได้

 

ดูเหมือนว่าเจ้าชายจะอ่านความคิดของเธอออกเนื่องจากเขายกพลั่วขึ้นมาเล็กน้อย “หืม? ถ้าเป็นแบบนี้ แล้วเธออยากบอกอะไรกับฉันหล่ะ?”

 

ตอนนี้ปากของเธอเป็นอิสระขึ้นเล็กน้อย โมเรียนสามารถพูดสิ่งที่อยู่ในความคิดของเธอได้แล้ว “องค์กรที่ฉันอยู่ค่ะ”

 

“ชื่อหล่ะ?”

 

“ภาคีทมิฬ พวกเขาสั่งให้ฉันมาลอบสังหารหลานชายลำดับเจ็ดของจักรพรรดิศักดิสิทธิ์”

 

คำตอบออกมาง่ายเกินไป อันที่จริงมันยิ่งดูน่าสงสัยเพราะเธอบอกออกมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้

 

“คายออกมาง่ายเกินไปนะ ฉันไม่เชื่อเธอหรอก”

 

“แทนที่จะถูกจักรวรรดิทีโอเครติคจับไปทรมาน ยอมพูดความจริงออกมาตอนนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ามากค่ะ” โมเรียนตอบกลับ

 

ผู้สอบสวนคนนอกรีตของจักรวรรดิทีโอเครติคนั้นเป็นกลุ่มปีศาจผิดมนุษย์ พวกที่สนับสนุนพวกเขาไม่ใช่แค่องค์กรเล็กๆแต่เป็นทั้งจักรวรรดิ

 

ในส่วนของเรื่องสรีรวิทยามนุษย์นั้น พวกเขามีความคุ้นเคยและมีความรู้ละเอียดกว่าเนโครแมนเซอรที่จัดการกับความตายซะอีก

 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง วิธีการคงความเจ็บปวดเอาไว้ให้ถึงขีดสุดโดยไม่ทำให้เหยื่อตายหรือวิธีการที่จะไม่ทำลายจิตใจของเหยื่อในขณะที่กดดันให้เหยื่อมีความเครียดถึงขีดสุด และนอกจากนี้ก็ยังมีอื่นๆอีกมากมาย…

 

ความโหดร้ายที่ไร้ซึ่งความปราณีและวิธีการทรมานที่โหดเหี้ยมเหมือนปีศาจของพวกเขานั้นมีชื่อเสียงฉาวโฉ่วสำหรับการที่ทำให้เหยื่อยอมรับสารภาพความผิดได้ในอัตรา 99 คนจาก 100 คน

 

พวกเขาจะทรมานจนกว่าจะได้ข้อมูลที่พวกเขาต้องการจริงๆและจากนั้นพวกเขาก็จะเริ่มการทดลองที่ทั้งเข้มงวดและแม่นยำกับคนเป็นๆจนกว่าชีวิตของเหยื่อจะดับสิ้น

 

พูดกันตามตรง พวกเขานั้นดูโหดร้ายกว่าเนโครแมนเซอร์ซะอีก พวกเขาคือกลุ่มคนที่ดูขัดแย้งกับการประพฤติตัวของคนที่มีศรัทธาอย่างเห็นได้ชัด

 

“นี่เธออยากให้ฉันไว้ชีวิตเธอกับแค่ข้อมูลเล็กน้อยพวกนี้เนี่ยนะ?”

 

“ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ฉันขอร้องหล่ะ เมื่อฉันรอดกลับไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว ฉันจะมอบข้อมูลทั้งหมดที่สามารถหาได้จากในภาคีทมิฬให้กับท่าน แล้วฉันก็จะรายงานกลับมาหาท่านด้วยว่าใครเป็นคนที่อยากฆ่าท่าน”

 

“ใครจะไปโง่ถึงขนาดที่จะยอมเชื่อเรื่องพวกนั้น!?”

 

สิ่งที่เจ้าชายคิดก็คือว่านี่ต้องเป็นเรื่องโกหกอย่างแน่นอน

 

“ถ้าท่านต้องการพวกเรามาทำสัญญาวิญญาณกันก็ได้นะคะ ฉันหมายถึงมันจะเป็นปัญหากับท่านได้ถ้าคนอื่นรู้เรื่องเวทมนตร์ของท่านใช่ไหมหล่ะคะ?”

 

สัญญาวิญญาณ คือการทำข้อผูกมัดประเภทหนึ่งที่เนโครแมนเซอร์กระทำได้โดยใช้วิญญาณของพวกเขาเป็นหลักประกัน สัญญาณจะถูกทำขึ้นโดยเสี่ยงกับอายุขัยที่เหลืออยู่จำนวนนึง และในกรณีที่สัญญาถูกทำลาย ข้อผูกมัดนี้ก็จะเป็นตัวรับรองว่าวิญญาณของผู้ทำผิดสัญญานั้นจะถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

 

ตอนนี้โมเรียนเหมือนกับคุณยายตัวลีบๆที่กำลังอ้อนวอนเขาอย่างเต็มที่

 

เจ้าชายมองเธอแล้วพยักหน้าเหมือนกับว่าเขาเห็นด้วยกับความคิดของเธอ “นั่นสินะถ้าเรื่องนั้นถูกเปิดเผยออกไปมันจะเป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับฉันเหมือนกัน”

 

“ช..ใช่ไหมหล่ะคะ? อีกไม่นานนี้ พาลาดินก็น่าจะโผล่มาที่นี่หลังจากที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง”

 

ฆ่าตัวตายยังดีกว่าการถูกพวกนั้นจับตัวไปเป็นร้อยเท่า

 

“ช่วยปล่อยฉันไปก่อนที่พวกนั้นจะโผล่มาเถอะได้โปรด ถ้าฉันถูกคุมตัวไปหาผู้สอบสวน พวกเขาจะรู้เรื่องเวทมนตร์ที่ท่านใช้แล้วก็…”

 

“แล้ว? แบบนี้ขืนปล่อยเธอไว้ก็ยิ่งเป็นอันตรายไม่ใช่รึไง? ขอโทษด้วยนะ แต่ทำไมเธอไม่ตายไปซะเลยหล่ะ?”

 

พอได้ฟังแบบนี้โมเรียนก็ตัวแข็งทื่อ

 

ตอนนี้เจ้าชายกำลังยิ้มเยาะอยู่ จากที่มุมปากนั้นมันไม่ใช่รอยยิ้มของนักบวชผู้ที่มีศรัทธาต่อพระเจ้าอย่างเคร่งคัดแน่ๆ ไม่นะ….นี่มันรอยยิ้มที่ชั่วร้ายและหยาบช้าของปีศาจต่างหากหล่ะ

 

เจ้าชายคนนี้ เขาไม่ได้วางแผนจะไว้ชีวิตเธอตั้งแต่แรกแล้ว!

 

นิยายทั้งหมด

ตอนล่าสุด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top