ขนาดตัวอักษร

Chapter 13: เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -3 (ส่วนที่ 1 )

 183 Views

ชาวบ้านทั้งหมดต่างกลั้นหายใจกันทั้งหมด เมื่อพวกเขาได้ยินคำว่า ‘เนโครแมนเซอร์’ ออกมาจากปากของฉัน หลังจากที่สบตากันเอง พวกเขาต่างจับอุปกรณ์ทำฟาร์มในมือแน่นกว่าเดิม

 

ดวงตาของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความดุร้าย

 

เอาเถอะ พวกเขาพึ่งจะตระหนักได้ถึงไอ้สารเลวที่ทำลายชีวิตของพวกเขา และบ้านของพวกเขาที่อาศัย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความโกรธของพวกเขาคงจะร้อนระอุมากแค่ไหน

 

“พวกเราทำยังไงกับชาร์ลอตต์ดี?”

 

กริลมองไปที่เด็กสาว ยังไงก็ตามเธอก็ส่ายหัว

 

ปากของเธอที่ปิดสนิทก็เผยอขึ้นเล็กน้อย “ฉัน….จะไปกับคุณ”

 

“มันอันตรายมากนะ ทางที่ดีเธอควรที่จะ..”

 

“ฉันจะไปกับคุณ”

 

“ชาร์ลอตต์ เธอกำลังทำให้พวกเราตกที่นั่งลำบากนะ อย่าดื้อเลย เธอควรที่จะ…”

 

เธอจ้องไปที่กริลด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย ดวงตาสีแดงเลือดของเธอไม่ไหวติง

 

“ฉันจะไปกับคุณ”

 

บรรยากาศรอบข้างดูตึงเครียดมากกว่าเดิม

 

นี่คือบรรยากาศที่เด็กสาวสามารถดปลดปล่อยออกมาได้ แต่แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นมันก็ยังคงเป็นบรรยากาศที่กดดันต่อคนอื่นอยู่ดี คนที่รู้สึกกดดันมากที่สุดก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกริล เขาทำได้เพียงกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแค่นั้น

 

ในระยะเวลาอันสั้น ชาวบ้านทั้งหมด รวมทั้งกริลด้วยต่างหันหน้าหนี เพื่อหลบสายตาของเธอ

 

“เข้าใจแล้ว…”

 

เมื่อพบเจอกับงูร้ายที่จ้องกระหายเลือดแบบนี้ พวกลูกหมาน้อย-ชาวบ้านพวกนี้ก็ทำได้เพียงตัวแข็งทื่อ

 

เธอหันมาถามฉันอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร เหมือนกับว่าเธอได้ลืมคำอนุญาตจากพวกผู้ใหญ่ไปแล้ว “ฉันจะไปช่วยคุณเอง มันโอเคไหมคะ?”

 

ฉันไม่ได้พูดอะไรออกมา ฉันเอาแต่ศึกษาเธอ แม้ว่าสายตาของเราจะสบกัน เธอก็ไม่ได้หลบตาฉันไปไหน เอาเถอะ เธอใช้ทำครัวสู้กับซอมบี้มาก่อนด้วยซ้ำ ดังนั้นเรื่องแค่นี้มันยังเข้าใจได้

 

ถ้าพวกเราวิ่งไปพบกับซอมบี้ทีหลัง ถ้าอย่างงั้นเด็กสาวคนนี้น่าจะน่าเชื่อถือได้กว่าเจ้าพวกชาวบ้านสุขภาพดีเหล่านี้ นอกจากนี้แล้ว เธอยังเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยฉันได้ เมื่อความสูงของพวกเรามันใกล้เคียงกัน

 

กริลสามารถที่จะแบกฉันได้ แต่ถ้าเขาพลาดเพียงแค่ครั้งเดียว ฉันก็อาจจะถูกฆ่าตายได้เลย ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่เขาจะไม่ทำอย่างแน่นอน

 

ฉันกำลังเลือกตัวเลือกของฉันอย่างระมัดระวัง แต่ในเวลาเดียวกัน เธอก็ใช้ความเงียบของฉันเป็นคำตอบ เธอพูดขึ้น “เอาละ ถ้างั้นไปกันเถอะ”

 

เธอพยุงฉันและเดินต่อไป แน่นอนว่าชาวบ้านต่างเดินตามฉันมาด้วยเช่นกัน

 

แล้วมันก็เป็นไปตามที่ฉันคิดไว้ พวกเราไม่ได้เดินไปเจอกับซอมบี้ตัวไหน ซอมบี้หมีน่าจะเป็นการป้องกันด่านสุดท้ายของเจ้าเนโครแมนเซอร์ที่น่ารังเกียจนั่น มันช่างน่าโล่งใจอย่างมาก – ถ้าสัตว์ประหลาดที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเจ้าหมีนั่นปรากฏตัวขึ้นมา พวกเราคงจะถูกฆ่าล้างบางอย่างแน่นอน

 

เพียงเวลาไม่นาน พวกเราก็ได้มาถึงส่วนที่ลึกที่สุดในถ้ำ

 

“ดูสิ พวกเรามาถึงแล้ว”

 

พวกเราก็เห็นประตูไม้ที่อยู่ด้านในถ้ำ

 

ชาวบ้านกริลและนักล่าฮานส์ต่างยืนอยู่หน้าประตู พวกเขาสบตากันเองและเปิดประตูอย่างระมัดระวัง

 

ชาวบ้านทั้งหลายต่างตึงเครียด พวกเขาต่างกำอุปกรณ์ในมือไว้แน่น

 

ด้านในมันค่อนข้างที่จะมืด ดังนั้นชาวบ้านจึงยกคบเพลิงของพวกเขาขึ้นและส่องแสงให้ภายในมันสว่างขึ้น พวกเราต่างได้พบกลับกลิ่นอันไม่น่าพึงประสงค์ ซึ่งมันลอยมาจากศพที่เหม็นเน่า ซึ่งมันนอนกองอยู่ทั่วทุกแห่ง อีกทั้งยังมีม้วนกระดาษและตำราไสยเวทที่มีอักขระรูนวางกระจัดกระจายไปทั่วพื้น

 

“ฉันว่าพวกนักเวทย์ไม่ค่อยชอบจัดของกันสินะ” ฉันพูดออกมา

 

เอาเถอะ พวกเรากำลังพูดถึงเนโครแมนเซอร์กันอยู่ แม้ว่าจะเป็นพวกนักเวทย์แล้ว เนโครแมนเซอร์น่าจะเป็นพวกที่บ้าคลั่งมากที่สุดแล้ว เมื่อพวกเขาเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในห้องมืด ไม่ก็สถานที่มืดสักแห่ง

 

หลังจากนั้นกริลก็ร้องออกมา “โอ้พระเจ้า!”

 

ชาวบ้านรีบวิ่งไปที่มุมหนึ่งภายในห้อง ด้านบนกำแพงหินในถ้ำ พวกเราพบกับหญิงที่นอนเปลือยที่ถูกจับอยู่ ซึ่งแขนของเธอถูกล็อคไว้บนกำแพงและขาเธอห้อยต่องแต่งกลางอากาศ

 

ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย เหมือนกับว่าเธอถูกทรมานมาก่อนหน้านี้

 

“ใคร…กัน?”

 

เธอเปิดตาออกมาอย่างยากลำบาก เธอถามออกมา มันเหมือนกับว่าสายตาของเธอยังไม่คุ้นชินกับแสงสว่างที่มาจากคบไฟ เธอไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่าพวกเขาคือใคร

 

คำถามของเธอทำให้ได้รับการตอบกลับกันอย่างดังก้องจากกริลและชาวบ้านคนอื่น

 

“ฉันเอง กริลไง! โมเรียน! ฉันมาช่วยเธอแล้ว!”

 

“นายพูดอะไรของนายกัน?! นี่ฉันไงฮานส์! เพื่อที่จะช่วยเธอ ฉันยอมที่จะเสี่ยงชีวิตมาเลยนะ!”

 

ฉันตกตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าฉัน

 

ฉันรู้ดีว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นอยู่ แต่พวกเขาควรที่จะมีสติกันมากกว่านี้ไหม?

 

“เฮ้ พวกเจ้า ก่อนที่จะพูดอะไรแบบนั้นออกมา ทำไมพวกเจ้าไม่ปลดเชือกของเธอก่อนละ? มันเหมือนว่าเธอโดนทรมานมาหนักมากเลยนะ”

 

“อ๊า! นั่นสิ เจ้าชายก็มาช่วยเธอเหมือนกันนะ!”

 

ชาวบ้านต่างรีบปลดเชือกและช่วยเธอให้ออกมาจากตรงกำแพง

 

“เจ้า..เจ้าชายงั้นเหรอ?”

 

เธอมองมาที่ฉันด้วยท่าทางประหลาดใจ

 

เธอค่อนข้างที่จะสวยเลย ใบหน้าที่ซีดเซียวที่สะอาดหมดจด ผิวที่สวยงาม รวมทั้งผมและดวงตาสีดำที่ซึ่งหาได้ยากในทวีปแห่งนี้

 

เธอน่าดึงดูดจริงๆนั่นแหละ

 

ไม่ต้องพูดถึงรูปร่างของเธอเลย หน้าอกที่ใหญ่โต เอวคอด และบั้นท้ายที่สวยงามของเธอ มันเหมือนกับรูปปั้น

 

ชายหนุ่มที่เลือดร้อนคนไหนก็ตามก็คงจะชอบมัน พวกเขาคงต้องการที่จะร่วมรักกับเธอสักครั้งในชีวิต

 

แต่ว่านะ…

 

ฉันเริ่มที่จะนวดหน้าผากอีกครั้งหนึ่ง “ไอ้หลานเวรนี่มัน..”

 

ฉันก่นด่าเจ้าของร่างเดิมของฉัน

 

เอาเถอะ สายตาของเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้มันเต็มไปด้วยตัณหากาม เขาตามืดบอดโดยการเจอกับสาวงามเช่นนี้ แต่เอาจริงดิ? หญิงคนนี้อายุสามสิบต้นๆแล้วนะ….. เมื่อคิดว่าเขาพยายามฆ่าตัวตาย เพราะเขาโดนปฏิเสธจากผู้หญิงที่อายุมากกว่าเขาถึงสองเท่าแบบนี้แล้ว นี่มันอะไรวะเนี่ย?

 

ฉันอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ เมื่อฉันคิดถึงเรื่องนี้

 

แต่มันมีบางสิ่งบางอย่างโผล่ขึ้นมาในความคิดของฉัน ดังนั้นฉันจึงหันกลับไปมองเธออีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะใช้ [เนตรจิต] กับเธอ

 

[ ชื่อ : มอร์กาน่า

 

อายุ : 63 ปี

 

ความสามารถพิเศษ : นารีพิฆาต , เนโครแมนเซอร์ , แยกศพ , สาป , ลอบสังหาร

 

+ อยู่ในสถานะตึงเครียดและตื่นเต้น

 

63ปี??? เนโครแมนเซอร์? สาป???? และลอบสังหารนี่นะ?????

 

“เจ้าชายมาช่วยฉัน…?” เธอแสดงท่าทีประหลาดใจขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวคนนี้แหวกตัวผ่านชาวบ้านและเดินมาหาฉัน “มันเป็นเรื่องจริงเหรอคะ? ท่านมาที่นี่เพื่อที่จะช่วยฉัน…?”

 

เธอเขินอายเล็กน้อย แสดงท่าทีเป็นเหมือนกับสาวงามที่พบรักแรก เธอสวมกอดฉันไว้

 

รอยยิ้มของเธอน่าดึงดูดมากจนหัวใจของชายหนุ่มคนไหนก็ตามที่เห็นเธอคงจะกลายเป็นบ้าอย่างแน่นอน

 

“อา อ๊า! ฝ่าบาทคะ ขอบคุณมากจริงๆ!

 

ฉันผลักเด็กสาวผมเงินออกไปและกำพลั่วในมือแน่น ฉันใช้แรงทุกส่วนที่ฉันมีทุบลงไปที่หัวของหญิงสาว

 

….

 

(มุมมองบุคคลที่ 3)

 

มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าทำไมชาวบ้านถึงร้องตกใจและต่างตัวแข็งทื่อกัน แม้แต่เด็กสาวผมเงินยังเปิดตากว้าง

 

หญิงสาวคนนี้โซซัดโซเซจากการโดนทุบ ก่อนที่จะล้มลงกับพื้น

 

มือที่สั่นเครือของเธอจับไปที่หัวของเธอ บางทีเธอยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากเธอเอาแต่จ้องมาที่ ‘เจ้าชาย’ อย่างมึนงง

 

“อ๊า ฉันควรใช้ปลายพลั่วแทนมากกว่านะ”

 

เสียงบ่นพึมพำของเจ้าชายทำให้โมเรียนหน้าซีด เธอรีบยื่นมือขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านคนอื่นและร้องออกมา “ช่วยฉันด้วย!! เจ้าชาย…เจ้าชายเสียสติไปแล้ว!!”

 

เจ้าชายเดินไปหาเธอ “ฉันคิดแล้วละว่ามันแปลกๆ ถ้าฉันรู้ก่อนหน้านี้แล้ว ฉันควรที่จะตรวจชาวบ้านทุกคนให้ละเอียดมากกว่านี้” เจ้าชายบิดคอ บิดไหล่ และจับพลั่วในมือแน่น เขาจ้องไปที่หญิงสาวและยิ้มเยาะเย้ยออกมา “ฉันควรทำอะไรกับเธอดีนะ? กระทืบเธอให้จมดินและมัดเธอไว้อีกรอบดีไหม? หรือว่า ฉันจะฝังเธอไว้ใต้ฝ่าเท้าที่น่ารักๆของฉันสักหกเมตรดีละ? ดังนั้นเธอจะได้ไม่ต้องวางแผนทำร้ายฉันอีกดี?”

 

หญิงสาวคนนี้กรีดร้องออกมาเสียงดังก้อง

 

มันเป็นถึงจุดที่ชาวบ้านเริ่มฟื้นสติได้และก้าวขึ้นมาปกป้องเธอ พวกเขาต่างยืนเผชิญหน้ากับเจ้าชายและพูดขึ้น

 

“เจ้าชายครับ! ท่านทำอะไรกันครับ! ทำไม…ทำไมท่านถึงทำแบบนี้กัน!?”

 

“ท่านใช้พลั่วทุบหญิงสาวบอบบางแบบนี้ได้ยังไงกัน?!”

 

เพียงเวลาไม่นานที่ชาวบ้านยืนขึ้นปกป้องเธอ โมเรียนรีบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังพวกเขา และร่างกายของเธอสั่นไหวดั่งกับลูกแมวที่ตื่นตระหนก

 

ในเวลาเดียวกัน เจ้าชายมีสีหน้าที่ตกตะลึงและสายตาของเขากวาดสแกนชาวบ้านทุกคน “หลีกทางไปซะ ฉันจะจัดการให้มันจบเอง หรือไม่อย่างงั้น พวกโง่อย่างพวกเจ้าจะได้รับบาดเจ็บ”

 

ชาวบ้านต่างส่ายหัวกันทั้งหมด สำหรับพวกเขาแล้ว เจ้าชายตอนนี้ได้เสียสติไปแล้ว

 

สายตาที่ดุร้าย คำพูดและน้ำเสียงที่หยาบคายของเขานั้นเหมือนกับพวกนักเลงข้างบ้าน ไม่ต้องพูดถึงเจ้าชายเลย เขาเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะพวกตัวบัดซบ แต่ไม่นานนี้ พวกเขาคิดว่าเจ้าชายคงพัฒนาตัวดีขึ้นแล้ว แต่มันกลับกลายว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป

 

ตัวบัดซบก็ยังคงเป็นตัวบัดซบอยู่วันยันค่ำ

 

แต่สิ่งที่เจ้าชายพูดออกมามันทำให้พวกเขาต่างตกใจ “พวกเจ้าคิดว่ามันเป็นหญิงสาวที่บอบบางงั้นเหรอ? ยัยเวรนี่อายุ 63ปีแล้ว เธอแก่พอที่จะเป็นแม่ของพวกเอ็งได้เลย”

 

สีหน้าของโมเรียนแข็งทื่อทันที ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยเช่นกัน

 

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top