ขนาดตัวอักษร

บทที่ 92 แก๊งโจรปล้นสุสานทั้ง 4

 7677 Views

บทที่ 92 แก๊งโจรปล้นสุสานทั้ง 4

สำหรับความสูงของแพนจิน เขาสูงมากกว่าคนปกติเล็กน้อย ในความจริงแล้วคนทั่วไปชอบมองว่าเขาคือครูสอนกีฬาหรือนักกีฬา แต่ว่าเมื่อเทียบกับลึกลับที่ 2 แล้วเขากลับตัวเล็กอยู่มากนัก

“ฉันกำลังมองหาห้องน้ำอยู่ ! แต่มันไม่มีใครอยู่เลยที่จะให้ฉันถามได้ ในเมื่อไม่มีทางเลือกฉันก็ต้องหาด้วยตัวเอง ! ฉันแค่เปิดประตูมาเพื่อดูว่ามันใช่ห้องน้ำหรือเปล่าแค่นั้นเอง !”

แพนจินตอบอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ว่าเขาจะตกใจเล็กน้อยในตอนแรก แต่เขาก็สามารถสงบสติได้อย่างรวดเร็ว

“ไอ้โง่ ! แกคิดว่าฉันเชื่อจริง ๆ ? แกคิดจริง ๆ หรอว่าฉันดูความตั้งใจจริง ๆ ของแกไม่ออก ?”

ลึกลับที่ 2 ยิ้มอย่างเย็นชาในขณะที่ค่อย ๆ เดินไปหาแพนจิน

แพนจินมองอย่างหงุดหงิด เขาค่อย ๆ เอามืดล้วงเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบมีดบินออกมาจากกระเป๋า “แล้วไง ? งั้นทำไมนายไม่บอกมาซักหน่อยละว่าจริง ๆ แล้วฉันต้องการทำอะไร ?”

แพนจินเตรียมตัวที่จะฆ่าคนตรงหน้าทุกเมื่อ !

หากเทียบระหว่างหม้ออันทรงคุณค่าข้างหลังเขา กับชีวิตคนไม่กี่คนแล้วละก็ ? หากเขาถูกบังคับให้จนมุมจริง ๆ เขาพร้อมที่จะสามารถฆ่าทุกคนได้ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นพี่น้องของเขาก็ตาม !

ลึกลับที่ 2 ยิ้มอย่างเย็นชา หลังจากที่คิดแล้วคิดอีกเขาก็พูดออกมา “แกมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ แทนนี้เพื่อที่จะฉี่ใช่ไหม ?”

“บัดซบ !”

แพนจินกำลังจะขว้างมีดบินออกไปแต่เขาสะดุดกับคำพูดของลึกลับที่ 2 ทันที

สังเกตุจากการจ้องมองที่ดูเหยียบหยามของลึกลับที่ 2 แพนจินก็รู้สึกอยากจะเอามีดขว้างหัวไปหาเขามาก แต่เขาก็ยังคงควบคุมตัวเองแล้ววางมีดในกระเป๋าลง

“อะไร ? แกยังไม่ไปอีก ?” ลึกลับที่ 2 เดาะลิ้นด้วยความหงุดหงิด

‘ไอ้นี้มันจะหน้าหนาไปแล้วมั่ง ? ฉันเพิ่งจะไล่มันไป แต่มันก็ยังปฏิเสธที่จะออกไป เป็นไปได้ไหมว่ามันอยากจะฉี่ที่นี่ ?’

ดวงตาของลึกลับที่ 2 สว่างขึ้น

“แกก็บอกมาก่อนสิว่าห้องน้ำอยู่ไหน !” แพนจินตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

“เลี้ยวซ้ายตรงนั่น แล้วก็เดินไปให้สุดทาง”

ลึกลับที่ 2 ชี้ไปยังประดูข้าง ๆ ในขณะที่จ้องแพนจินด้วยความเย็นชาตลอดเวลา

แพนจินรู้สึกหน้าแดงอย่างมาก เขาวิ่งไปที่ทิศทางที่ลึกลับที่ 2 ชี้ไป

ลึกลับที่ 2 เดินตามแพนจินไปจนกระทั่งถึงห้องน้ำ ก่อนที่เขาจะเดินจากไป

“บอส ฉันเห็นไอ้บ้าคนหนึ่งมันหาห้องน้ำไม่ได้ แล้วมันคิดจะไปฉี่ในห้อง ๆ หนึ่ง ! โชคดีที่ฉันไปเจอมันก่อนไอ้งี่เง่านี่ !”

หลังจากกลับมาที่ห้องนั่งเล่น สิ่งแรกที่ลึกลับที่ 2 ทำคือวิ่งไปหาเป่ยเฟิงแล้วเล่าเรื่องเกี่ยวกับความกล้าหาญของเขา

เป่ยเฟิงเงยหน้ามองไปที่ลึกลับที่ 2 ไอ้บัดซบนี้ แกจะมาพูดเรื่องนี้ทำไมตอนที่ฉันกำลังกินมื้อกลางวันอยู่ ?

ด้วยความกลัวว่าหัวจะหลุดออกจากบ่าด้วยคำพูดโง่เง่า ลึกลับที่ 3 รีบดึงลึกลับที่ 2 ให้มานั่งเก้าอี้อย่างรวดเร็ว

แพนจินกลับไปที่ห้องอาหารหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วด้วยความรวดเร็ว “พี่ใหญ่! เดาสิฉันไปเห็นอะไรมา ?”

ฮีเจียเหว่ย มองด้วยความหงุดหงิด “อะไรที่แกจะเห็นได้อีกนอกจากเลือดในห้องน้ำใช่ไหม ?”

ฮันดันและเฉียวเหม่ย ทั้งสองวางตะเกียบด้วยความตกใจแล้วจ้องมองไปที่ ฮีเจียเหว่ย ใครจะคิดว่าคนอย่างเขาจะพูดแบบนี้ในขณะที่กินอาหารกลางวันกัน ?

ฮีเจียเหว่ยมองไปที่ทั้งสองคน “ทั้งสองคนไม่กินอีกแล้ว ? ถ้าหากไม่กินละก็ฉันขอละกัน”

“น้องสี่ ไอ้เวร ! แกรู้จักแต่เรื่องกินหรือยังไง ? ฉันเชื่อว่าซักวันแกจะต้องติดคอตาย !” เฉียวเหม่ยพูดออกมาด้วยความโกรธ จากนั้นเธอก็หันไปมองแพนจินที่กำลังตื่นเต้นอยู่ “พี่สอง คุณไปเห็นอะไรมา ?”

“เป่ย! นี้มันชาอะไรกัน ? มันขมมาก !” แพนจินดื่มชารวดเดียวเพื่อบรรเทาอาการคันคอของเขา เมื่อเขากินเข้าไปเขาแทบจะคายทิ้งทันที

“เลิกเสแส้งได้แล้ว เร็ว นายไปเห็นอะไรมา” ฮันดันหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นแพนจินทำ

หลังจากสูดลมหายใจเพื่อทำให้สงบลงแล้ว เขาก็ค่อย ๆ โผล่หัวออกไปนอกห้องแล้วมองรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะก้าวเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู

เขามองอย่างจริงจังราวกับว่าให้พวกเขาตั้งใจฟังสิ่งที่จะพูดออกมา

ทั้งสี่คนนั่นทำงานร่วมกันมานานกว่า 10 ปี พวกเขาเป็นพี่น้องสาบานกันทั้งหมด พวกเขาเข้าใจธรรมชาติของแพนจินเป็นอย่างดี สิ่งที่จะทำให้เขาจริงจังแบบนี้ได้ มันต้องเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก !

แพนจินนั่งลงแล้วเอนตัวกระซิบด้วยเสียงต่ำ “ฉันเจอหม้อขนาดใหญ่ !”

“โอ้ ? ใหญ่แค่ไหน ?” ฮีเจียเหว่ยล้อเลียน

อีกสามคนนั่นหันกลับมามองทันที พวกเขาต้องมองราวกับว่าเลิกล้อเล่นได้แล้ว จากนั้นทำท่าทางให้แพนจินเล่าต่อไป

“ถ้าจะให้อธิบายละก็ สุสานขนาดใหญ่ที่เราเจอมันก็ยังเทียบไม่ได้กับหม้อใบนี้ !”

แพนจินราวกับว่าเขาได้ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงไป มันทำให้พี่น้องทั้งสามคนของเขากลายเป็นคนโง่ขึ้นมาทันที

แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าแพนจินไม่ได้พูดล้อเล่น แต่พวกเขาก็ยังคงถาม “นายคงไม่ได้ล้อพวกเราเล่นใช่ไหม ?”

“สุสานที่เราเจอมันเป็นสุสานโบราน มันมีสมบัติล้ำค่าจำนวนมาก ! แต่มันกลับเทียบไม่ได้แต่แม้หม้อน้ำนี้ ?”

เฉียวเหม่ยถามด้วยความสงสัย

“พี่สอง นายจะบอกว่าหม้อน้ำที่นายเจอนี่เป็นหม้อเฮ่ามูวูจากสมัยราชวงศ์ซ่ง ? ฮ่าฮ่า นี้เป็นเรื่องตลกที่ไม่ได้ตลกซักนิดเลย ! ฮ่าฮ่า เดียว เอาจริงดิ ?”

ฮีเจียเหว่ยหัวเราะเบา ๆ หลังจากนั่นเขาก็สังเกตุการแสดงออกอย่างจริงจังบนหน้าของแพนจิน

“หม้อนี้มันน่าตกใจมากกว่าหม้อเฮ่ามูวู ! มันราวกับถูกสร้างโดยสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ! มันเหมือนกับถูกสร้างจากมือของพระเจ้าและค้อนจากปีศาจ ! ฉันไม่เคยเห็นอะไรที่ยอดเยี่ยมแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิตนี้ ! มันไม่มีแม้แต่รอยต่อของหม้อ !”

แพนจินรู้สึกว่าหัวใจของเขาสั่นอย่างรุนแรง เมื่อนึกถึงความงามของหม้อ

“มันจะเป็นไปได้ไง ? ไม่ใช่ว่ามันถูกสร้างจากเครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยก่อนงั้นเหรอ ?”

เฉียวเหม่ยอุทานออกมาด้วยความตกใจ หนึ่งจะต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยีการสร้างในสมัยก่อนมันถูกจำกัดเอาไว้ แล้วสิ่งประดิษฐ์ขนาดใหญ่แบบหม้อใบนี้ มันกลับไม่มีรอบต่อได้อย่างไร ?

หม้อทั้งหมดในสมัยโบราณนั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยแยกออกจากกัน แต่ตอนนี้แพนจินบอกอย่างจริงจังว่าไม่มีแม้แต่ส่วนเดียวของหม้อที่เป็นข้อต่อใด ๆ เลย มันจะไม่ทำให้พวกเขาตกใจได้อย่างไรกัน ?

ฮันดันนั่นไม่สงสัยการประเมินของแพนจินเลยแม้แต่น้อย เพราะแพนจินนั่นเขาเชียวชาญในเรื่องแบบนี้มากที่สุด “ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง แสดงว่าหม้อใบนี้น่าจะมีมูลค่าที่สูงกว่าเมืองหลายเมืองมารวมกัน เราต้องไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไป !”

ดวงตาของเฉียวเหม่ยส่องสว่างอย่างรุนแรง หลังจากคิดซักพักเธอก็บอก “เราน่าจะลองถามเถ้าแก่อาหารที่นี่ว่าเขาขายไหม ?”

“มันเป็นไปได้ มันไม่น่าจะแพงนัก ไม่มีทางที่เถ้าแก่จะรู้คุณค่าของมันมากนัก แต่ถ้าเราติดต่อขอซื้อของชิ้นใหญ่แบบนี้ ถึงเถ้าแก่จะไม่รู้คุณค่าที่แท้จริงของมัน แต่เขาก็ต้องคิดทันทีว่าทำไมเราถึงมาขอซื้อ” ฮันดันถูคางของเขาอย่างใจเย็น ในขณะที่ปฏิเสธข้อเสนอนี้

ฮีเจียเหว่ยหลังจากอยู่ในความเงียบซักพัก เขาก็ลากนิ้วผ่านคอของเขาแล้วมองไปที่ฮันดัน “พี่ใหญ่ ดีไหม …”

ฮันดันตกอยู่ความเงียบ เขากำลังพิจารณาตัวเลือกอยู่ ในฐานะโจรปล้นสุสานมืออาชีพ มือของพวกเขาแน่นอนว่าเคยโชกเลือดมาก่อน

ฮันดันเคยปิดผนึกทางออกสำหรับสุสานโบราณ มันทำให้โจรปล้นสุสานคนอื่น ๆ 7-8 คนติดอยู่ภายในและถูกฝังไว้ในสุสานอย่างนิรันดร์

ในที่สุดหลังจากคิดอย่างยาวนาน ฮันดันก็เปิดปากของเขาออกมาอีกครั้ง “ถึงจะเป็นโจรแต่พวกเราก็มีจรรยาบรรณ แต่ถ้าหากไม่ขโมยก็ไม่ใช่เรา เราจะไม่ทำร้ายชีวิตของพวกเขาหากเป็นไปได้ น้องสี่ นายไปวางยาสลบพวกเขาก่อนอันดับแรก”

“ได้เลย”

ทั้งกลุ่มได้วางแผนและแยกย้ายกันออกไป

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top