ขนาดตัวอักษร

SSSH ตอนที่ 35: ความตายของฉันน่ะ (2)

 107 Views

SSSH ตอนที่ 35: ความตายของฉันน่ะ (2)

 

“เซียนดาบ…?”

 

ครูเซเดอร์ขมวดคิ้วของเธอ

 

“คุณมาทำอะไรที่นี่?”

 

เธอคงไม่คาดคิดว่าจะได้พบเขาในตรอกเล็กๆแห่งนี้ มันเป็นสถานที่และบุคคลที่ไม่คาดคิด ดูเหมือนนี่จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

 

“เป็นสาวเป็นแส้แต่มีปัญหาในการได้ยินเสียแล้ว”

 

ชายชรากำลังแผ่จิตสังหารใส่ฉัน

 

“ฉันแน่ใจว่าฉันบอกว่าให้ขยับไป ฉันมีบางอย่างต้องทำกับผู้ชายนั่น”

 

“คุณกำลังบอกว่าคุณต้องการพูดเป็นการส่วนตัวกับฮันเตอร์คิม กงจาใช่ไหม?”

 

“เฮอะ ฉันไม่สนใจชื่อของเจ้านั่นหรอก”

 

“……”

 

บรรยากาศในตรอกเปลี่ยนไป

 

ครูเซเดอร์ไม่ขมวดคิ้วอีกต่อไป เธอจ้องมองไปที่เซียนอย่างไร้ความรู้สึก การ์ดป้องกันของเธอยกขึ้นมา

 

“ขยับไป”

 

เซียนดาบพูด

 

“ฉันบอกให้ขยับ 3 ครั้งแล้ว”

 

“อะไรที่ไม่สมเหตุสมผล 3 ครั้งก็ไม่สมเหตุสมผลแม้จะผ่านไป 30 ครั้ง เซียนดาบ นี่คุณเสียสติตามอายุที่มากขึ้นเหรอ?”

 

ครูเซเดอร์คว้าดาบของเธอ

 

“ฮันเตอร์คิม กงจาได้เข้าร่วมกิลด์ทั้งห้าแล้วพร้อมกับอาสาสมัครพลเรือน ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ แต่…อย่าคิดว่าอาสาสมัครพลเรือนจะอยู่เฉยๆ”

 

“ฮ่า!”

 

เซียนดาบตะโกน

 

“ฉันว่าแล้ว พวกกิลด์ต่างๆก็ร่วมมือกันสินะ ฉันว่าแล้ว”

 

“ …ร่วมมือกัน ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพยายามจะพูดอะไรอยู่?”

 

บรรยากาศแย่ลงเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป

 

“เซียนดาบ ฉันรู้เพราะมีรายงานส่งมาแล้วว่าคุณล่ามนุษย์ แน่นอนว่าถ้าเป็นไปตามศีลธรรมของคุณ ฉันจะไม่พูดอะไรมาก แต่มันจะแตกต่างออกไปถ้าคุณวางแผนที่จะทำแบบนั้นต่อหน้าฉัน”

 

“แตกต่าง?”

 

“ฉันจะหยุดมันด้วยชีวิตของฉัน”

 

“เธอมั่นใจว่าทำได้เหรอ?”

 

“ไม่”

 

ครูเซเดอร์มองไปที่เซียนดาบอย่างไร้ความรู้สึก

 

“ฉันจะสู้สุดกำลังและยอมตาย และในขณะที่ฉันตาย คุณจะเป็นคนที่ฆ่าเพลเยอร์บริสุทธิ์ เซียนดาบ ถ้าคุณต้องการใช้ชีวิตที่เหลือของคุณในฐานะฆาตกรก็มาลุยกันเลย”

 

“…….”

 

“ชีวิตที่คุณมีอยู่อีกไม่นาน ฉันจะแสดงให้คุณเห็นเอง”

 

ใบหน้าแก่ๆของเซียนดาบเปลี่ยนเป็นดูไม่ได้

 

มันเป็นเวลาเย็นแล้ว พระอาทิตย์ตกในซอยอย่างรวดเร็ว ฉันรู้สึกได้ถึงผู้คนที่เดินมาที่นี่และที่นั่นตามตรอก แต่ไม่มีใครอยู่ที่นี่นอกจากพวกเรา มันเงียบสงัด

 

‘ใช่’

 

ฉันพาครูเซเดอร์มาที่นี่เพื่อทำเกิดความเงียบแบบนี้

 

‘เซียนดาบอ่อนแอกับคนบริสุทธิ์’

 

และครูเซเดอร์อาจเป็นผู้บริสุทธิ์เพียงคนเดียวของกิลด์ใหญ่

 

เมื่อเซียนดาบพยายามจะฆ่าฉันในการถดถอยครั้งก่อน ครูเวเดอร์ก็เข้ามาขวางระหว่างเซีียนดาบกับฉัน

 

– มิสครูเซเดอร์

 

– คุณเป็นคนเดียวที่นี่ที่ไม่ได้ทำร้ายใคร ก็ได้ ฉันจะเชื่อใจคุณ

 

มันเป็นสิ่งที่เขาพูดเมื่อคราวก่อน

 

นั่นหมายความว่า

 

‘จำนวนการฆ่าคนของครูเซเดอร์คือ [0]’

 

แม้เซียนดาบจะมีศีลธรรมที่รุนแรง… ไม่ เพราะเขามีมาตรฐานพวกนั้น ครูเซเดอร์จึงดูเหมือนเป็นคนที่ดีกว่าคนอื่นๆ

 

‘เซียนดาบไม่สามารถทำร้ายครูเซเดอร์ได้เลย’

 

สำหรับคนชั่ว เขาเป็นฆาตกร แต่สำหรับคนดี เขาเป็นชายแก่ที่ไม่เป็นพิาเป็นภัย

 

และ…

 

‘ไม่ใช่แค่ครูเซเดอร์’

 

มีคนเดินมาข้างๆเรา มันคือเภสัชกรหญิง ที่ข้างๆครูเซเดอร์และเซียนดาบ เธอลังเลและกางแขนออก

 

“ข ขอโทษนะคะ”

 

เภสัชกรหญิงพูด แม้แต่คางของเธอก็สั่น อาจเป็นเพราะเธอกังวลมาก เธอกัดริมฝีปากหลายครั้งและในที่สุดก็สามารถพูดได้

 

“ฉันไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอะไร… แต่ ล ลูกค้าที่นี่! เขาเป็นผู้ช่วยชีวิตของฉัน!”

 

ท่านลอร์ดแห่งปราสาทแปรธาตุในอนาคตพูดอย่างดุเดือดที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“มันไม่ได้มีกฎหมายในบาบิโลนเหมือนโลกภายนอก แต่…การปกป้องลูกค้านั้นเป็นเรื่องแน่นอน…และแม้ว่าคุณจะเป็นเซียนดาบ! ฉันก็ไม่สามารถให้อภัยคุณได้หากคุณแตะต้องลูกค้าที่นี่!”

 

“……..”

 

“ไม่กี่วันที่ผ่านมาพวกอันธพาลก่อเรื่องวุ่นวายและฉันก็เดือดร้อน! ขอโทษด้วยค่ะ แต่กรุณาออกไปจากที่นี่ที!”

 

เภสัชกรสาวตะโกน ถ้าเธอไปปะทะกับเซียนดาบ เธอจะต้องตายในไม่กี่วินาที แต่เขาก็ยังอ่อนแอกับเธอ

 

ด้วยเหตุผลเดียวกัน

 

‘นักบุญหญิง ครูเซเดอร์ ลอร์ดแห่งปราสาทแปรธาตุ’

 

ฮันเตอร์ทั้งสามคนนี้มีชื่อเสียงในด้านความใจดี

 

‘แม้ว่าจักรพรรดิเพลิงจะอยู่ในสลัม แต่ลอร์ดแห่งปราสาทแปรธาตุก็มาถึงก่อน’

 

คนจิตใจดี

 

พวกเขามักจะอยู่ฝั่งคนที่เสียเปรียบและได้รับความเครียดมากกว่าคนอื่นๆ

 

แต่คนจำพวกเดียวที่สามารถหยุดเซียนดาบได้คือ … คนจิตใจดีอย่างพวกเธอ

 

“คุณกำลังจะทำอะไร?”

 

ครูเซเดอร์พูด

 

“ถ้าคุณอยากก่อเรื่องก็ลุยเลย”

 

“……..”

 

เซียนดาบลังเล ถ้าฉันเดาถูก ผลลัพธ์ได้ถูกตัดสินไปแล้ว

 

และฉันเดาถูก

 

ไม่นานหลังจากนั้นนักดาบชราก็ดึงดาบของเขากลับมา

 

“ …วันนี้ไม่ใช่วันดี”

 

เซียนดาบคลายจิตสังหารของเขากลับไป

 

แม้ว่าเขากำลังเดินกลับไป เขาก็จ้องมองมาที่ฉัน

 

“ฉันหวังว่าเราจะไม่พบกันอีก ถ้าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ หัวของเขาก็คงจะกองอยู่ที่พื้นไปเลย”

 

เยี่ยม

 

เงื่อนไขที่ 2 เคลียร์

 

ด้วยเหตุนี้ เซียนดาบจะไม่เหวี่ยงดาบมาที่ฉันตลอดเวลา แม้ว่าเขาจะฆ่าฉัน ฉันก็มีโอกาสที่จะพูด

 

“เซียนดาบ!”

 

ก่อนที่ชายชราจะหันไป ฉันตะโกน

 

“พรุ่งนี้เช้า ผมจะรออยู่ในทุ่งโล่ง!”

 

“…….”

 

“คุณสามารถมาได้ถ้าคุณต้องการ ผมจะรอ จริงๆนะ! ถ้าคุณอยากรู้ว่าผมเป็นมนุษย์แบบไหน พรุ่งนี้เช้ามาหาผมได้เลย!”

 

ชายชราหันหัวมามองฉัน เขาตรวจดูใบหน้าของฉันด้วยดวงตาสีฟ้าของเขา แต่ก็เพียงแค่นั้น โดยไม่ได้ตอบกลับ เขามุ่งหน้าออกจากตรอกไป

 

เมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆของเขาอีกต่อไป ครูเซเดอร์ก็ถอนหายใจ

 

“ฮู่! นั่นเกือบไปแล้ว ดันเจอกับฆาตกรในคืนนี้เสียได้”

 

ฆาตกร

 

“ ..เซียนดาบมีชื่อเสียงในเรื่องการเป็นฆาตกรเหรอ?”

 

“ไม่ได้มีชื่อเสียง แต่หัวหน้ากิลด์ทั้งห้ารู้ดี”

 

ครูเซเดอร์ส่ายหัว

 

“ฉันได้ยินมาว่าเขาเสียลูกสาวไปกับฆาตกรนอกหอคอย”

 

“………”

 

“ด้วยเหตุผลนี้ เซียนดาบจึงไม่ปล่อยฆาตกรไปง่ายๆ เขาหัวรั้นจนน่าขำ เราไม่มีหลักฐาน ดังนั้นเราจึงทำได้แค่เฝ้าดู…อืม และนี่เป็นความลับอย่างเห็นได้ชัด”

 

แบ ฮุรยองมาอยู่ตรงหน้าฉัน

 

– ช่าย ตาเฒ่ามาร์คัสบอกฉันว่าเมื่อก่อนลูกสาวและลูกเขยของเขาถูกฆาตกรต่อเนื่องฆ่า หลานๆของเขาแทบเอาชีวิตตัวเองไม่รอด

 

‘ทำไมนายถึงเพิ่งมาพูดตอนนี้?’

 

– ฮะ? นายกำลังพูดถึงอะไร? ก็นายไม่ได้ถามนี่

 

แบ ฮุรยองพูดอย่างไร้ยางอาย

 

ใช่ เขาเป็นแบบนี้มาตลอด

 

“เอาล่ะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข้าใจเซียนดาบ”

 

ครูเซเดอร์มองไปรอบๆ อย่างขมขื่น

 

ในตรอกยามเย็น แสงตะวันที่กำลังลาลับทำให้เงาของอาคารสูงขึ้น

 

“ทำงานที่อาสาสมัครพลเรือน คุณจะได้พบกับฆาตกร บางครั้งก็มีบางครั้งที่คุณคิดว่ามันโอเคที่พวกเขาจะฆ่า…แม้บางครั้งฉันก็ถูกเย้ายวนแบบนั้นเช่นกัน”

 

ครูเซเดอร์พึมพำ

 

“หัวหน้ากิลด์ทุกคนต่างก็มีเบื้องหลัง คิม กงจา เนื่องจากคุณไม่ได้อยู่กับเรา คุณจะเห็นว่ามีเรื่องน่ารังเกียจเกี่ยวกับพวกเรา คุณจะตอบสนองยังไง….”

 

เธอส่ายหัว เป็นเพราะเธอคิดว่าเธอพูดกับคนนอกมากเกินไปหรือเปล่า?

 

“เราออกนอกเรื่องแล้ว”

 

เธอตั้งใจพูดด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้น

 

“แล้วยาที่นี่ราคาเท่าไหร่? อาสาสมัครพลเรือนยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างดี ดังนั้นจึงค่อนข้างยุ่งยาก หากราคาแพงเกินไป แต่…”

 

วันถัดมา

 

ฉันมองไปที่โทรศัพท์ของตัวเองในทุ่งหญ้าที่ว่างเปล่า

 

ที่นี่ไม่มีใครสักคนอยู่ที่นี่ เห็นได้ชัด ฮันเตอร์แห่งบาบิโลนทั้งหมดอยู่ในจัตุรัสที่มีงานเทศกาล

 

มันคล้ายกับการถดถอยครั้งก่อน

 

‘แต่มีบางอย่างที่แตกต่างออกไป’

 

ฉันมองดูข่าวที่โผล่ขึ้นมาบนโทรศัพท์ของฉัน

 

– [ข่าวด่วน] ชั้น 11 การต่อสู้ระหว่างกิลด์? มังกรทมิฬ*รวบรวมสมาชิกทั้งหมด

 

– เหล่ากิลด์สร้างทีมเพื่อเคลียร์…

 

– สัมภาษณ์นักถามนอกรีต! “คุณต้องมีทีมสำหรับชั้น 11”

 

– ที่มาของข้อมูลยังเป็นปริศนา…

 

ถูกต้อง

 

โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย

 

เพราะตัวฉัน

 

“…….”

 

และมันกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง

 

“หืม”

 

เซียนดาบเดินเข้ามาจากอีกด้าน ท้องฟ้าด้านหลังเขาดูเสีฟ้าเป็นพิเศษ ผู้คนต่างตะโกนจากทิศทางของเมือง

 

[00:01:31]

 

นาฬิกาแสงลอยขึ้นในอากาศ

 

ท้องฟ้าสีคราม เสียงของผู้คนและนาฬิกาแสง

 

เซียนดาบกำลังเดินมาหาฉันพร้อมกับทุกสิ่งที่อยู่ข้างหลังเขา

 

“แกมาคนเดียวจริงๆ”

 

เซียนดาบหยุดฝีเท้า

 

“นี่คือความมั่นใจที่จะยืนหยัดต่อสู้ด้วยตัวเองเหรอ? ฉันเดาว่าถ้าแกเป็นฆาตกรที่คนมาขนาดนั้น แกก็คงมีความมั่นใจจริงๆ”

 

สายตาของเขาเมื่อเขามองมาที่ฉันรู้สึกแปลกใหม่ มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับครั้งที่แล้ว

 

เป็นเพรามีการยอมรับและความเคารพในชีวิตก่อนของเขา

 

แต่ตอนนี้ไม่มีเลย

 

ความเป็นศัตรู ความเป็นปรปักษ์

 

มันเหมือนกับว่าเขากำลังมองไปที่ฆาตกร

 

– ซอมบี้?

 

“……..”

 

– นายสบายดีใช่มั้ย?

 

ฉันพยักหน้าในใจ

 

‘ฉันสบายดี’

 

ฉันแค่เจ็บนิดหน่อย

 

“เซียนดาบ”

 

ฉันเก็บความคิดของฉัน

 

“ผมมีบางอย่างอยากจะบอกกับคุณ”

 

“เอาเลย หากนั่นเป็นำคำสั่งเสียของแก ฉันจะรับฟัง”

 

“ผมนรู้ว่าทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้”

 

เซียนดาบยกมุมปากของเขา

 

“เข้าใจแล้ว แกรู้ว่าความผิดของตัวเองดี”

 

“มันเป็นเพราะสกิลที่คุณมี”

 

“……”

 

สีหน้าของเซียนดาบแข็งค้าง

 

“แกรู้ได้…?”

 

“โปรดเชื่อในสิ่งที่ผมกำลังจะพูด”

 

ฉันคิดว่ามันยากแค่ไหนที่จะได้รับความไว้วางใจจากใครสักคนอย่างที่ฉันพูดไป

 

ทุกคนต่างมีความดื้อรั้น สำหรับเซียนดาบนั้นเป็นสกิล [ญาณนักสืบ] ของเขา สกิลที่แสดงจำนวนการฆ่าของใครบางคน เซียนดาบจะรังเกียจคุณหากสกิลของเขาบอกเช่นนั้น

 

นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาดื้อรั้น

 

เขาใช้ชีวิตตามความดื้อรั้นนั้น

 

ช่วงเวลาที่เขาสลัดความดื้อรั้นนั้นทิ้งไป เขาจะทิ้งวิถีชีวิตของเขา

 

‘คุณต้องโน้มน้าวคนแบบนั้นให้ได้’

 

และฉันต้องทำให้เขาเชื่อใจฉัน

 

ฉันต้องทำให้เขาไม่สนใจวิถีชีวิตที่เขาเป็นอยู่จนถึงตอนนี้

 

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ฉันก็รู้แล้วว่ามันยากแค่ไหน

 

‘แต่..ฉันทำได้”

 

ฉันกำหมัดแน่น

 

‘ฉันสามารถวางชีวิตของฉันไว้เป็นเดิมพันได้เช่นกัน’

 

ฉันเปิดปากของฉัน

 

“คุณเซียนดาบ ผมเป็นนักทำนาย”

 

“อะไรนะ?”

 

“ผมมีสกิลที่คล้ายกับการพยากรณ์สิ่งต่างๆ นั่นคือสิ่งที่ผมรู้ว่าคุณมีสกิลนั้น ถ้าผมยังยืนอยู่แบบนี้ คุณจะฆ่าผมและผมจะถามว่าทำไมคุณต้องฆ่าผม”

 

“……”

 

“จากนั้นคุณก็บอกว่าคุณมีสกิลที่เรียกว่า [ญาณนักสืบ] และมีตัวเลขเขียนว่า [4093] อยู่บนหัวของผม”

 

มันเป็นคำโกหกนิดหน่อย

 

แต่ฉันต้องโน้มน้าวเขาแม้จะต้องโกหก

 

[00:00:00]

 

นาฬิกาบนท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนเป็นศูนย์ ดอกไม้ไฟถูกยิง ฉันได้ยินเสียงโห่ร้อง

 

ชายชราและตัวฉัน

 

เราแค่มองหน้ากันเฉยๆ

 

หลังจากเงียบไปนาน เซียนดาบก็พูดขึ้น

 

“ – เดาสิ”

 

“อะไรนะ?”

 

“ฉันซ่อนมือซ้ายไว้ด้านหลัง และฉันก็ชูนิ้วของฉันไว้ บอกฉันว่าฉันชูกี่นิ้ว”

 

โอเค

 

นั่นคือวิธีที่เขาคิดได้

 

ฉันคาดเอาไว้แล้ว

 

“ถ้าแกเดาไม่ถูก ฉันจะรู้ว่าแกกำลังโก…”

 

เซียนดาบอาจเตรียมพร้อมที่จะโจมตี

 

แต่เขาไม่ได้คาดหวังอะไรเช่นนี้

 

ก่อนที่เซียนดาบจะพูด ฉันหยิบมีดสั้นออกมา ฉันเชือดคอโดยไม่ลังเล

 

“อะไรน่ะ?!”

 

ดวงตาของเซียนดาบเบิกกว้าง

 

เขาทำร้ายคนอื่นมาตลอดชีวิต เขาคงไม่คาดคิดว่าฉันจะปาดคอ เพราะ 1 วินาทีนั้นฉันสามารถฆ่าตัวตายได้

 

และ

 

[คุณเสียชีวิตแล้ว]

 

[คุณกำลังย้อนกลับไป 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้]

 

1 วินาทีนี้เพียงพอแล้วสำหรับฉัน

 

อีกครั้ง ฉันเริ่มต้นวันใหม่

 

ฉันเดินลงมาจากชั้น 10 และพบกับสมาชิกกิลด์ขนาดใหญ่ ฉันกับครูเซเดอร์เดินเข้าไปในตรอก เราได้พบกับเซียนดาบ

 

[00:00:00]

 

และเราก็อยู่ในช่วงเวลานี้อีกครั้ง

 

“ – เดาสิ”

 

มันเป็นการทดสอบเดียวกันกับการถดถอยครั้งล่าสุดของฉัน

 

แต่ปฏิกิริยาของฉันไม่เหมือนกับครั้งที่แล้ว แต่ฉันกลับพูดเหมือนกับว่าฉันคาดไว้แล้วก่อนหน้านี้

 

“คุณพยายามซ่อนมือตัวเองไว้ด้านหลังอีกแล้ว”

 

“…..”

 

“คุณพยายามถามผมว่าคุณชูนิ้วขึ้นกี่นิ้ว มันง่ายมากที่จะฆ่าผมที่นี่ แต่คุณไม่สามารถเคลียร์ด่านชั้น 12 แบบนี้ได้ ผู้คนจำนวนมากจะต้องตาย”

 

“…เดี๋ยว”

 

เซียนดาบพูดขึ้น

 

“แค่นี้ยังไม่พอ แกอาจมีสกิลอื่น…”

 

ก็ได้

 

ถ้าอย่างเดียวไม่พอ

 

ฉันคาดไว้แล้ว

 

[คุณเสียชีวิตแล้ว]

 

[คุณกำลังย้อนกลับไป 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้]

 

แน่นอนว่าการโน้มน้าวใจใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย

 

“นั่นยังมีไม่หลักฐานเพียงพอ มันอาจจะเป็น…”

 

“คุณกำลังคิดว่ามันอาจเป็นสกิลอื่นอย่างเช่น ตาทิพย์ หรือสกิลอะไรอย่างอื่น”

 

แต่มันก็โอเค

 

ถ้าเขาอยากจะทดสอบฉัน เขาก็เชิญทำต่อไปได้

 

[คุณเสียชีวิตแล้ว]

 

[คุณกำลังย้อนกลับไป 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้]

 

เขาสามารถสงสัยฉันได้มากเท่าที่เขาต้องการ

 

[คุณเสียชีวิตแล้ว]

 

[คุณกำลังย้อนกลับไป 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้]

 

ไม่สำคัญว่าจะใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งเดือน

 

[คุณเสียชีวิตแล้ว]

 

[คุณกำลังย้อนกลับไป 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้]

 

ฉันมั่นใจว่าฉันสามารถโน้มน้าวเขาได้

 

ความตายของฉันน่ะยาวนานกว่าชีวิตของคุณ

 

“……”

 

จากนั้นเซียนดาบก็ปิดปากของเขา

 

ความสงสัยทั้งหมดของเขาได้รับคำตอบแล้ว

 

ฉันพูดอย่างใจเย็น

 

“คุณเซียนดาบ ได้โปรดเชื่อผมที”

 

“…..”

 

“คุณฆ่าผมที่นี่ไม่ได้ ผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วนจะต้องตายบนชั้น 12 จริงๆผมไม่ได้บอกคุณว่าผมนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์และผมไม่ได้บอกให้คุณช่วยผมตลอดไป”

 

“ …ถ้าอย่างนั้น?”

 

“5 วัน”

 

ฉันยกนิ้วขึ้น

 

“โปรดอย่าเพิ่งฆ่าผมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ตามผมมา คุณสามารถตัดสินด้วยสองตาของคุณเองว่าผมสมควรตายหรือไม่”

 

เซียนดาบเงียบ

 

ฉันรู้ว่าเขากำลังลังเล

 

ตัวช่วยสุดท้ายเป็นสิ่งจำเป็น

 

และฉันรู้ว่า “ตัวช่วยสุดท้าย” คืออะไร

 

“คุณยังไม่เชื่อผม”

 

“…….”

 

“คุณพูดบางอย่างกับผมในอนาคต คุณจะรู้ว่าผมเป็นนักทำนายจริงๆถ้าผมพูดแบบนี้”

 

“…แล้วพูดอะไร?”

 

ฉันตอบ

 

“จักรพรรดิดาบ”

 

ดวงตาของชายชราเบิกกว้าง

 

ฉันยังคงพูดต่อไปโดยไม่รอฟังคำตอบ

 

“ผมไม่รู้ว่านั่นคือใคร แต่คุณบอกว่าคุณจะเชื่อผมถ้าผมพูดแบบนั้น”

 

“…..”

 

มันเป็นความเงียบงัน

 

เสียงโห่ร้องยังคงดังมาจากเมืองไกลออกไป ฉันยังสามารถเห็นภาพของเทพธิดาที่คล่อยๆจางหาย

 

เมื่อเทพธิดาเริ่มจางหายไปอย่างช้าๆ นักดาบชราก็พูดขึ้น

 

“5 วัน เจ้าหนู”

 

“ครับ”

 

“ก็ได้”

 

เซียนดาบมองเข้ามาในดวงตาของฉัน

 

“ฉันจะติดตามนายเป็นเวลา 5 วัน ฉันจะคอยสังเกตสิ่งที่นายพูดและทำโดยไม่คลาดสายตา หลังจากนั้นฉันจะตัดสินใจว่านายเป็นนักทำนายจริงๆหรือเปล่า”

 

“…..”

 

“แบบนี้ดีไหม?”

 

มากๆ

 

“….ครับ ดีครับ นั่นเพียงพอแล้ว”

 

ฉันก้มหัวลง

 

“ขอบคุณจริงๆครับ”

 

ทุกเงื่อนไขถูกเคลียร์แล้ว

 

อย่างแรก ได้รับคำสัญญาจากเหล่ากิลด์มาสเตอร์

 

อย่างที่สอง การหยุดยั้งเซียนดาบไม่ให้ฆ่าฉันในทันที

 

อย่างที่สาม เซียนดาบไว้ใจฉันไปสักพัก

 

‘ในที่สุด’

 

ในที่สุด แม้ว่าเราจะปีนขึ้นไปถึงชั้น 12 แต่เซียนดาบและพวกกิลด์มาสเตอร์ก็จะไม่ปะทะกันแล้ว

 

ฮันเตอร์ผู้บริสุทธิ์จะไม่ต้องตาย

 

“ถ้าอย่างงั้น เซียนดาบ เจอกันในชั้นถัดไป”

 

ฉันแทบจะไม่สามารถพูดผ่านลำคอที่แห้งผากได้

 

เซียนดาบมองมาที่ฉันอย่างแปลกๆ แต่ตอนนี้ฉันไม่สามารถกังวลเรื่องนั้นได้ ฉันต้องทำในสิ่งที่ฉันต้องทำ

 

“เคลื่อนย้าย”

 

แสงสีขาวล้อมรอบตัวฉัน

 

รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้น ฉันคิดกับตัวเอง

 

‘ตอนนี้สิ่งที่เหลืออยู่คือการล่าราชาปีศาจ’

 

โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

‘รอฉันก่อน ราชาปีศาจ’

 

และมันจะเปลี่ยนไปอีกเล็กน้อยหลังจากนี้

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top