ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 4 : บรรลุจิตดาบกระเรียนขาว!

 154 Views

ตอนที่ 4 : บรรลุจิตดาบกระเรียนขาว!

เด็กสาวที่มีอายุเพียง 6 ปีคนนี้ทั้งต้องอยู่ตัวคนเดียวและทำอาหารด้วยตัวเอง น่าสงสารจริง ๆ

ถ้าโจวฉวนจีไม่มีความทรงจำจากชาติที่แล้วหรือถ้าเขาเกิดเป็นเจียงฉือน้อยละก็ เขาก็อาจจะหิวตายไม่ก็กลัวจนเป็นบ้าตายไปแล้วแน่ ๆ

เมื่อคิดแบบนั้นก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเคารพเธอและรู้สึกเสียใจให้กับเธอด้วย

เด็กสาวคนนี้จะต้องกลายเป็นคนที่วิเศษอย่างแน่นอน

หลังจากที่ทำโจ๊กเสร็จ เจียงฉือน้อยก็เป็นคนป้อนโจ๊กให้เขาพร้อมทั้งคอยช่วยเป่าโจ๊กให้เย็นพอที่จะกินได้

ต้องยอมรับเลยว่าโจ๊กที่เจียงฉือน้อยทำนั้นค่อนข้างดีทีเดียว ถึงแม้เขาจะคุ้นเคยกับอาหารจากงานเลี้ยงหรูหราภายในวัง แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันอร่อยอยู่ดี

บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาหิวมากเกินไปก็ได้

ยังไงเธอก็อายุแค่ 6 ปี เธอจะทำอาหารได้เก่งแค่ไหนกันเชียว

หลังจากที่เขากินโจ๊กเสร็จ ก็ยังมีเวลามากพอก่อนที่พระอาทิตย์จะตก เขาจึงกลับมาซ้อมดาบที่ลานหน้าบ้านอีกครั้ง

เขาหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาใช้แทนดาบ เพราะเขาไม่อยากประมาทเปิดเผยตัวตนให้ผู้อื่นมาเห็นดาบมังกรสีชาดที่ไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากไหน

ถึงแม้เขาจะเชื่อใจเจียงฉือน้อย แต่ก็ยังกังวลอยู่ดีว่าอาจจะมีคนในหมู่บ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาจะเห็นเขาถือมันได้

เริ่มแรกเขาฝึกที่กระบวนท่าแรกของวิชาดาบกระเรียนขาวก่อน

และทันทีที่เขาเริ่มฝึกก็พบว่าแค่การเคลื่อนไหวก็ยากแล้ว

อีกอย่างคือเขายังอายุแค่ 2 ปีด้วย!

หลังจากที่เขาฝึกรอบแรกเสร็จ เขาก็ใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว

เมื่อเจียงฉือน้อยออกมาจากครัวและเห็นท่าทางการเคลื่อนไหวของเขา เธอจึงถาม “เจ้าน้องชายตัวน้อย เจ้ากำลังทำอะไรอยู่น่ะ? กำลังฝึกวิธีแกว่งดาบอยู่หรอ?”

ทำไมเด็กสองขวบถึงต้องฝึกใช้ดาบด้วยล่ะ?

เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

“ใช่ เพื่อที่ข้าจะได้ปกป้องเจ้าได้เมื่อข้าฝึกจบ” โจวฉวนจีตอบตามปกติ นั่นทำให้เจียงฉือน้อยหัวเราะด้วยความดีใจ

เธอตอบ “งั้นก็ค่อย ๆ ฝึกไปละกัน อย่าบาดเจ็บล่ะ”

หลังจากที่เธอพูดจบ เธอก็กลับเข้ากระท่อมเพื่อเตรียมเสื้อผ้าสองสามชุดให้เขา

โจวฉวนจียังคงฝึกต่อไป และหลังจากที่เขาฝึกวิชาดาบกระเรียนขาวกระบวนท่าแรกครบ 5 รอบ เขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาทั้งเบาและแข็งแรงขึ้น นี่มันสุดยอดจริง ๆ

หลังจากที่เขาฝึกครบ 10 รอบ เขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า จิตใต้สำนึกบอกเขาว่าเขาได้บรรลุแล้ว

เมื่อเขาใช้กระบวนท่ากระเรียนอีกครั้ง มันก็ง่ายยิ่งกว่าเดิม ราวกับเขาเป็นจ้าวกระบี่ที่ฝึกฝนมาอย่างยาวนานนับ 10 ปี การร่ายร่ำและการตวัดดาบก็เร็วสุด ๆ

เขาเริ่มฝึกกระบวนท่าที่ 2 – กระเรียนสยายปีก

เขาฝึกได้เพียง 50 ครั้งจนถึงพลบค่ำ มันเหนื่อยมาก ๆ แต่เมื่อเขาต้องทำแบบเดิมถึง 50 ครั้ง ความเหนื่อยล้าก็หายเป็นปลิดทิ้ง

เขาลองเหวี่ยงหมัดและรู้สึกว่ามันแรงสุด ๆ

“เมื่อเจ้าของดาบฝึกวิชาดาบสำเร็จ วิญญาณแห่งดาบจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางร่างกายให้ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของดาบสามารถใช้วิชาดาบได้ง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบัน ความแข็งแกร่งของเจ้าของดาบนั้นเทียบเท่ากับมนุษย์ผู้ใหญ่แล้ว” จิตวิญญาณแห่งดาบกล่าว

โจวฉวนจีรู้สึกดีใจอย่างมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น

เด็กที่มีอายุแค่ 2 ปี แต่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ใหญ่หรอ นี่ฉันกำลังจะกลายเป็นเหมือนนาจางั้นหรอเนี่ย! (หมายเหตุ : เป็นตัวละครในตำนานจีนที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษมาตั้งแต่เกิด)

ด้วยระบบยอดดาบในตำนาน เขาก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการฝึกอย่างไร้ประโยชน์อีกต่อไป

หลังจากนั้นเขาก็หยุดฝึก และไปช่วยเจียงฉือน้อยทำอาหารที่ห้องครัว

หลังจากที่ทานมื้อค่ำเสร็จ เขาก็เริ่มฝึกต่ออีกครั้ง

เขาเริ่มฝึกกระบวนท่าที่ 3 ของวิชาดาบกระเรียนขาวต่อ – กระเรียนวาดสวรรค์

เจียงฉือน้อยนั่งลงบนม้านั่งเล็ก ๆ ไม่ไกลนักและคอยเฝ้าดูเขาอย่างเงียบ ๆ

เธอนั่งยิ้มอยู่คนเดียวเพราะรู้สึกว่าถ้ามีโจวฉวนจีอยู่รอบ ๆ เธอก็ไม่ต้องกลัวตอนกลางคืนอีกต่อไป

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขมากที่สุดตั้งแต่เธอเกิดมา

แต่เขาไม่ได้สังเกตเห็นอารมณ์ของเธอแม้แต่น้อยเพราะมัวแต่จดจ่ออยู่กับการฝึก

จนกระทั่งตกดึก เขาก็ยังคงฝึกท่ากระเรียนวาดสวรรค์ต่อไปจนกว่าจะครบพันครั้ง

และเมื่อเขาฝึกจนครบพันครั้งได้สำเร็จ เขาก็รู้สึกถึงพลังงานประหลาดที่ไหลเวียนภายในร่างกายเขา

เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งมากขึ้นอีกครั้ง และมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า

แข็งแรงเทียบเท่าผู้ชาย 2 คนเลย!

โจวฉวนจีไม่ได้แปลกใจอะไร กลับกัน เขากำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

เขาหลับตาลง กิ่งไม้ที่ถืออยู่บนมือขวานั้นใช้แทนดาบ ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวภายในพริบตาราวกับเป็นนกเรียนขาวที่ล่องลอยอย่างว่องไว กระโดดเพียงก้าวเดียวก็ไปไกลกว่าหลายเมตร และเขาก็ฟันกิ่งไม้เข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่ลานหน้าบ้าน

แกร๊ก

กิ่งไม้นั้นหัก แต่ก็ตัดลำต้นไม้ไปได้ลึกถึง 4 นิ้ว

เขาลืมตาขึ้นและรู้สึกตกใจ

เขาไม่มีพลังวิญญาณแม้แต่น้อย แต่เขากลับมีพลังทำลายได้มากขนาดนี้แค่ใช้งานวิชาดาบกระเรียนขาวน่ะหรอ?

เขามองไปยังกิ่งไม้ที่หักครึ่งอยู่ในมือเขาและคิดกับตัวเอง

เมื่อเขาใช้ท่ากระเรียนวาดสวรรค์ เขาก็รู้สึกราวกับว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวกับกิ่งไม้และมีบางอย่างห่อหุ้มตัวของเขาเอาไว้

รู้สึกดีจริง ๆ

จะเป็นไปได้มั้ยถ้า…

เขาลืมตาขึ้นและรู้สึกตะลึง

“ถูกต้อง ท่านได้บรรลุถึงจิตดาบกระเรียนขาว วิชาดาบทั้งหมดนั้นมีเจตจำนงเป็นของตนเอง เมื่อท่านเป็นผู้ใหญ่ ท่านจะสามารถตัดภูเขาลูกเล็ก ๆ ด้วยดาบได้แม้จะไม่มีพลังวิญญาณเลยก็ตาม” จิตวิญญาณแห่งดาบตอบทันที และโจวฉวนจีก็ตกอยู่ในความงุนงง

นี่เขาบรรลุจิตดาบได้แล้วงั้นเหรอ?

ตามที่เขาเข้าใจ มีจอมกระบี่จำนวนไม่มากนักที่สามารถบรรลุจิตดาบได้

ที่สำคัญที่สุดคือเขายังอายุแค่ 2 ปีเท่านั้น!

ระบบยอดดาบในตำนานนี่ต้องมีพลังมากกว่านี้แน่นอน!

ความพยายามของฉันตลอดทั้งคืนมันได้ผลจริงๆด้วย!

“เป็นเพราะเจ้าของดาบนั้นมีพรสวรรค์ในเส้นทางแห่งดาบเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นลิขิตสวรรค์ตั้งแต่ถือกำเนิดโลกก็คงไม่เปลี่ยนเป็นระบบยอดดาบในตำนาน มันเป็นความบังเอิญอย่างมากที่วรยุทธที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุดนั้นคือเส้นทางแห่งดาบ!”

จิตวิญญาณแห่งดาบยังคงอธิบายต่อ และโจวฉวนจีก็เริ่มตระหนัก

เขานึกถึงพ่อในชีวิตนี้ของเขาทันที จักรพรรดิเหยียนแห่งโจว!

จักรพรรดิเหยียนแห่งโจวนั้นประสบความสำเร็จในเส้นทางแห่งดาบมาก ครั้งหนึ่งเขาเคยทำลายกองทหารนับล้านด้วยการตวัดดาบเพียงครั้งเดียว และพลังนั่นก็ทำให้เขาเป็นที่รู้จักทั่วทั้งโลก

และก็จริงที่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

เขาส่ายหัวก่อนจะหันหลังกลับ แล้วจากไป

เขาเห็นเพียงเจียงฉือน้อยที่หลับอยู่ข้างประตู ภายใต้แสงจันทร์นั้นใบหน้าน้อย ๆ กำลังหลับอย่างสงบ

“ยัยเด็กน้อยเอ้ย” เขาบ่นพึมพำ

เขาเดินไปที่ประตูและอุ้มเจียงฉือน้อยเข้าไปในกระท่อม

หลังจากที่ฝึกดาบมากทั้งวัน โจวฉวนจีก็รู้สึกเหนื่อยและผลอยหลับไปทันทีที่ถึงเตียง

ยังไงซะ เขาก็เป็นแค่เด็กอายุ 2 ปี

เช้าวันถัดมา เขาเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าของเจียงฉือน้อย เพราะเสื้อผ้าที่มีลูกไม้ลิ่มทองดูจะดึงดูดสายตามากไป

เจียงฉือน้อยพาเขาเดินไปรอบ ๆ หมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านได้รู้จัก

หมู่บ้านลำธารขจีนั้นมีประมาณเพียง 20 ครัวเรือน และชายฉกรรจ์มีเพียง 23 คนเท่านั้น โดยปกติจะมีแค่ 5-6 คนที่คอยอยู่หมู่บ้านเพื่อป้องกันการโจมตีของปีศาจหรือกองโจร

ระหว่างที่เดินรอบหมู่บ้าน เขาเดินไปดูเสื้อผ้าใหม่ ๆ และเกือบสะดุดล้ม ซึ่งมันทำให้เขาดูน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก ชาวบ้านจึงเริ่มชอบเขาอย่างรวดเร็ว

เจียงฉือน้อยได้บอกชาวบ้านเกี่ยวกับอดีตของเขา และนั่นยิ่งทำให้พวกชาวบ้านเห็นอกเห็นใจเขามากยิ่งขึ้น

ชาวบ้านในหมู่บ้านลำธารขจีนั้นเรียบง่าย ซื่อสัตย์ ใจดี และอัธยาศัยดี ซึ่งการมาของเขาก็ไม่ได้ถูกปฏิเสธแต่อย่างใด

ภายในเจ็ดวัน ทุก ๆ คนในหมู่บ้านก็รู้จักโจวฉวนจี

ถึงแม้เขาจะสำเร็จวิชาดาบกระเรียนขาวแล้ว เขาก็ยังคงใช้เวลาในการฝึกฝนร่างกายทุกวัน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกวิชาดาบอยู่บนภูเขา

ปีศาจนั้นค่อนข้างหาได้ยากในพื้นที่แถวนี้ ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ปีศาจนั้นแทบจะสูญพันธุ์ไปจากบริเวณนี้ ถึงแม้จะยังคงมีปีศาจบุกรุกทุกคืนพระจันทร์สีน้ำเงิน แต่ปรกติแล้วแถวนี้ก็จะปลอดภัย

ภายในพริบตาเดียวก็ผ่านไปถึง 3 เดือน

และแล้ววันที่แขกไม่ได้รับเชิญก็มาถึง

หญิงวัยกลางคนที่มีรอยกระเต็มหน้าไปหมดเดินมาที่ลานหน้าบ้านพร้อมกับชายร่างกำยำ 2 คน หญิงคนนี้มีรูปร่างที่อวบ และแค่มองหน้าก็รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โหดเหี้ยมใจดำ

เธอยืนถือพัดด้วยมือขวา ในขณะที่มืออีกข้างยืนเท้าสะเอว และก็ตะโกนขึ้นว่า “นี่ยัยสาวน้อย! ยายแก่ของเจ้ายังไม่กลับมาสักที เพราะงั้นเจ้าต้องมากับข้าเพื่อจ่ายหนี้ซะ!”

ชาวบ้านทั้งชายและหญิงกว่า 20 คนออกมานอกหมู่บ้านเพื่อยืนหยัดปกป้องเจียงฉือน้อย

ยังไงเสียพวกเขาก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน และพวกเขาทนไม่ได้ที่จะเห็นเจียงฉือน้อยโดนรังแก

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top