ขนาดตัวอักษร

บทที่ 19 ภรรยาจอมล้างผลาญ

 123 Views

บทที่ 19 ภรรยาจอมล้างผลาญ

โจวต้าหวาจับมือน้องชายแล้วพูดว่า “แม่ ตอนนี้ไม่มีลูกเจี๊ยบ”

 

 

“ไม่มีเหรอ?” เอ้อหวาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังขึ้นมา

 

 

“แม่รู้ว่าตอนนี้ไม่มีลูกเจี๊ยบ แต่ฤดูใบไม้ผลิปีหน้า พวกเรามีแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นเราค่อยไปขอซื้อกับคนในหมู่บ้านก็ได้ แต่ถ้าเลี้ยงลูกเจี๊ยบตอนนี้ พวกมันจะมีปัญหาเรื่องอาหาร” หลินชิงเหอพูด

 

 

บ้านหลังนี้พื้นที่โล่งมาก นอกจากสวนผักเล็กๆหลังบ้านแล้ว ก็ไม่มีอะไรเลย มันน่าเสียดายถ้าหากไม่เลี้ยงไก่

 

 

เนื่องจากว่าเจ้าของร่างเดิมค่อนข้างรักสะอาด ดังนั้นเธอจึงไม่ยอมให้เลี้ยงไก่ เพราะไม่ชอบกลิ่นเหม็นๆ แต่ถ้าหมั่นทำความสะอาดเล้าไก่ กลิ่นเหม็นๆนั่นก็ไม่ใช่ปัญหา อีกอย่างลานหลังบ้านก็อยู่ห่างจากตัวบ้านช่วงหนึ่ง

 

 

รอโจวชิงป๋ายกลับมาซะก่อน เธอค่อยให้เขาสร้างเล้าไก่ขึ้นมา

 

 

“ถ้าในบ้านเลี้ยงไก่ หลังจากนี้เราก็มีเนื้อไก่กินกันใช่ไหม?” โจวต้าหวาตาเป็นประกายวิบวับขึ้นมา

 

 

“ไก่ต้องออกไข่!” โจวเอ้อหวารีบขัดขึ้นมา

 

 

กินไก่ แล้วอะไรจะออกไข่ล่ะ?

 

 

“เนื้อไก่อร่อยกว่า!” โจวต้าหวาตะโกนใส่

 

 

เมื่อถูกพี่ชายตะคอกใส่ โจวเอ้อหวาก็กลืนน้ำลายแล้วหันมามองแม่ของตัวเอง

 

 

แม้ว่าเจ้าตัวน้อยจะไม่พูด แต่หลินชิงเหอก็ออกสายตาของเขาออก ‘แม่ แม่จะไม่กินเนื้อไก่ใช่ไหม’

 

 

“รอดูก่อนว่าวันนั้น เราจะซื้อไก่ได้ไหม” หลินชิงเหอพูด

 

 

“แม่ แม่เก่งจริงๆ” เอ้อหวารีบกอดขาหลินชิงเหอ พลางเอ่ยชมเสียงหวาน

 

 

แม้ว่าในอนาคตเขาจะเป็นกุนซือหัวหมาของพวกพี่น้อง แต่ตอนนี้เขาก็เป็นได้แค่ซาลาเปาน้อยๆในสายตาของเธอ

 

 

หลังจากถูกหลินชิงเหอเลี้ยงดูอย่างใส่ใจเพียง2-3วัน พวกเด็กๆก็ลืมท่าทีที่เย็นชาของเจ้าของร่างเดิมไปจนหมด และสนิทสนมกับเธออย่างมาก เมื่อคืนวานโจวเอ้อหวายังบอกว่า เขาอยากจะนอนกับเธอและซานหวา

 

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่กล้าเสนอความคิดนี้

 

 

พวกเด็กๆฉลาดมาก ใครปฏิบัติกับเขาดีหรือไม่ดียังไง พวกเขาต่างก็รู้อยู่แก่ใจ

 

 

พวกเขารู้ว่าหลินชิงเหอดีกับพวกเขา ดังนั้นเขาจึงกล้าร้องขอกับเธอ แต่หลินชิงเหอก็ไม่เห็นด้วย ทำให้สองพี่น้องต้องนอนด้วยกันต่อไป

 

 

“ปีหน้าเราจะเลี้ยงไก่กัน ไหน ใครจะรับผิดชอบมัน” หลินชิงเหอถาม

 

 

“ผมจะไปจับแมลงที่สวนผักให้ลูกเจี๊ยบกิน!” เอ้อหวารีบตอบขึ้นมาทันที

 

 

“ผมจะไปขุดไส้เดือนแล้วเอากลับมาให้มันกิน!” โจวต้าหวาตอบอย่างกระตือรือร้น

 

 

“กิน กินไก่” ซานหวามองพี่ใหญ่สลับกับพี่รอง จากนั้นก็โพล่งออกมาคำหนึ่ง

 

 

เอ้อหวาจึงเดินเข้าไปสอนเขา บอกว่าต้องเลี้ยงลูกเจี๊ยบให้มันออกไข่ และกินมันไม่ได้

 

 

ครอบครัวนี้ทานอาหารเย็นก่อนห้าโมง กลิ่นหอมๆของเกี๊ยวหมูนั้น ยั่วกระเพาะของพวกเขามาก แต่สามพี่น้องยังเล็กนัก จึงกินไม่ได้มาก สุดท้ายก็เหลือเกี๊ยวตั้งถ้วยหนึ่ง

 

 

ประจวบเหมาะกับที่โจวตงนำฟืนรอบที่สองของวันนี้มาส่ง ดังนั้นหลินชิงเหอจึงยกเกี๊ยวถ้วยนั้นให้กับเขา พลางพูดว่า “เสี่ยวตง เอาเกี๊ยวนี่กลับไปกินสิ อาสะใภ้มีเรื่องบางอย่างอยากจะปรึกษา”

 

 

โจวตงส่ายหน้าแล้วก็พูดว่า “อาสะใภ้มีเรื่องจะพูด ก็พูดได้เลยไม่ต้องเกรงใจ แต่เกี๊ยวนี่ให้พวกต้าหวากินเถอะครับ”

 

 

“พี่โจวตง พวกเรากินกันแล้ว” โจวต้าหวาพูดอวดขึ้นมา

 

 

แต่เห็นได้ชัดว่าโจวเอ้อหวาไม่อยากให้แม่ยกเกี๊ยวนี่ให้คนอื่น แต่เขาก็ไม่ได้แย้งอะไรออกมา

 

 

“ได้ยินแล้วใช่ไหม พวกน้องๆนะกินแล้ว ถ้าไม่ยอมเอาเกี๊ยวนี้กลับไปด้วย อาสะใภ้ก็จะไม่พูดธุระนั่น” หลินชิงเหอกล่าว

 

 

เมื่อโจวตงได้ยินแบบนั้นก็ลังเลเล็กน้อย จากนั้นก็รับถ้วยเกี๊ยวนั่นแล้วกล่าวว่า “อาสะใภ้พูดมาเถอะ”

 

 

“คือแบบนี้นะ อาสะใภ้จะไปที่ตัวเมือง แต่ครั้งนี้อาสะใภ้ต้องซื้อของเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาสะใภ้คงถือกลับมาเพียงลำพังไม่ไหว ดังนั้นมะรืนนี้ไปที่ตัวเมืองกับอาสะใภ้ได้ไหม?” หลินชิงเหอถาม

 

 

ที่บ้านของโจวตงมีรถเข็นคันอยู่หนึ่ง ซึ่งสามารถบรรทุกของที่เธอต้องการได้  และการไปตัวเมืองในครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้ที่เธอจะไป ช่วยไม่ได้ ก็ระยะทางมันไกลกันเกินไป

 

 

แค่ไปกลับก็ใช้เวลา 3-4 ชม.แล้ว และที่สำคัญมันเหนื่อยมาก!

 

 

“ได้ครับ วันมะรืนผมจะมาหา แล้วอาสะใภ้จะไปตอนกี่โมง?” โจวตงได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า

 

 

วันมะรืนไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องทำอยู่แล้ว เพราะวันมะรืนต้องจ่ายภาษีผลเก็บเกี่ยวให้กับรัฐ ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องไป แต่วันมะเรื่องคือวันแบ่งผลผลิต เขาไม่อาจชักช้าได้

 

 

“ตี 5 แล้วกัน” หลินชิงเหอตอบ

 

 

ตีห้าออกเดินทางไปที่ตัวเมือง ก็น่าจะถึงตอนเก้าโมงกว่าๆ

 

 

โจวตงพยักหน้า เขามองเกี๊ยวในถ้วยแล้วคิดจะส่งคืน แต่หลินชิงเหอก็พูดดักขึ้นมาว่า “เอากลับไปกินที่บ้าน ไม่อย่างนั้น หลังจากนี้อาสะใภ้ก็คงไม่กล้าเรียกใช้แล้ว”

 

 

นอกจากนี้เธอยังจ่ายเงิน 3 เหมาเป็นค่าฟืนสองมัดให้กับโจวตงอีกด้วย จากนั้นก็ให้เขากลับบ้านไป

 

 

โจวตงกลับไปได้ไม่นาน โจวซีก็ล้างถ้วยแล้วนำกลับมาให้ที่บ้าน จากนั้นก็ถามหลินชิงเหอว่า วันมะรืนจะให้เธอช่วยดูแลพวกต้าหวาตอนไม่อยู่หรือไม่

 

 

หากเป็นเมื่อก่อน เจ้าของร่างเดิมคงเรียกใช้เธอ เพราะเด็กสาวคนนี้เชื่อถือได้ แต่หลินชิงเหอไม่คิดจะทำอย่างนั้น “ไม่เป็นไร วันมะรืนอาสะใภ้จะเอาพวกเด็กๆไปให้ย่าเขาดูแล”

 

 

โจวซีจึงกลับบ้าน

 

 

การที่หลินชิงเหอเรียกให้โจวตงไปที่เมืองกับเธอนั้น ก็ต้องแลกมากับการที่เขาจะขาดรายได้ในการหาฟืน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าบะหมี่เกี๊ยวหมูถ้วยนั้น หากไปกินที่ร้านอาหารในตัวเมืองหรือตำบลแล้ว ราคาของมันก็จะประมาณ 5 เหมา อีกอย่างแม้จะมีเงิน แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าไปกินได้ ยังต้องมีคูปองอาหารอีกด้วย

 

 

แค่เกี๊ยวหมูถ้วยนี้พวกเขาก็ไม่ถือว่าเสียเปรียบแล้ว

 

 

ตอนที่โจวตงถือบะหมี่เกี๊ยวหมูถ้วยนี้กลับบ้านไป คนในหมู่บ้านต่างก็เห็น และเรียกเขาเข้ามาถาม

 

 

ไม่มีอะไรต้องปิดบัง อาสะใภ้หลินมีเรื่องให้ช่วย ดังนั้นจึงให้บะหมี่เกี๊ยวหมูนี้เป็นการตอบแทน

 

 

ส่วนเรื่องที่ให้ช่วยนั้น ก็แค่ไปตัวเมืองกับอาสะใภ้ในวันมะรืน

 

 

หลินชิงเหอพาโจวตงไปทำอะไรที่เมืองนั้น คนในหมู่บ้านไม่จำเป็นต้องถามก็รู้เลยว่าคงไปหาซื้อของแน่ๆ และยังเป็นของจำนวนมากที่ตัวเองก็เอากลับมาไม่ไหว เลยต้องหาคนไปช่วย

 

 

แต่บะหมี่เกี๊ยวหมูในถ้วย ก็มีมูลค่ามากจริงๆ แถมกลิ่นของมันก็ยังหอมมากอีกด้วย

 

 

ซึ่งโจวตงไม่ใช่คนโง่ ทันทีที่กลับไปถึงบ้าน เขากับน้องสาวก็รีบกินจนหมด จากนั้นก็ล้างถ้วย แล้วนำกลับไปส่งให้อาสะใภ้

 

 

แม้จะกินบะหมี่เกี๊ยวหมูแค่ถ้วยเดียว แต่สองพี่น้องก็ไม่คิดจะทำอาหารเย็นกินกันอีก ทั้งบะหมี่ทั้งเกี๊ยวหมู แค่นี้พวกเขาก็อิ่มไปยันดึก

 

 

อีกไม่นานก็จะมีการแจกจ่ายผลผลิต ครอบครัวไหนที่ขาดแคลนก็สามารถไปขอเบิกล่วงหน้าได้ ซึ่งจะหักส่วนที่เบิกในวันแจกจ่ายผลผลิต ดังนั้นช่วงนี้แต่ละบ้านจึงไม่ขาดแคลนอาหารการกิน แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ก็จะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถกินได้ตามใจ

 

 

โดยเฉพาะสองพี่น้องโจวตงและโจวซี หากว่าพวกเขาไม่รัดเข็มขัดตัวเอง เกรงว่าอาจจะอยู่อย่างขาดแคลนทั้งปี

 

 

แต่ปีนี้หลินชิงเหอต้องการฟืนมากกว่าปีที่แล้ว นี่ทำให้พวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้นมา ดูอย่างวันนี้ แค่ฟืน 4 มัดก็ได้เงินถึง 6 เหมาแล้ว

 

 

แม้ว่าหมู่บ้านจะมีขนาดใหญ่ แต่ข่าวที่หลินชิงเหอจะพาโจวตงไปที่ตัวเมืองก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และมันก็ลอยเข้ามาในหูของแม่โจว

 

 

ตอนที่ได้ยินข่าวนี้แม่โจวถึงกับยกมือทาบอก “ฉันก็นึกว่าเด็กคนนั้นจะเปลี่ยน แต่ที่แท้ก็ไม่ใช่!”

 

 

วันนี้เพิ่งซื้อของมาเต็มตะกร้าจากตำบล มะรืนก็คิดจะไปที่ตัวเมือง เมื่อสองสามวันก่อนก็เพิ่งไปตัวเมืองมาไม่ใช่เหรอ อยากจะใช้เงินมากขนาดนี้เชียว!

 

 

สีหน้าของสะใภ้ใหญ่ สะใภ้สองและสะใภ้สามดูไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก

 

 

คนในหมู่บ้านมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่เรื่องนี้พวกเขาค่อนข้างคิดไปในทางเดียวกัน พวกเขาต่างวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของหลินชิงเหอ ว่าสิ้นเปลือง ทุกคนต่างก็คิดว่าเธอคือภรรยาจอมล้างผลาญ!

 

ปล.ผู้แปลเข้าใจผิด มณฑลในบทก่อนๆ ก็คือตัวเมือง ส่วนตัวเมืองก็คือตำบล

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top