ขนาดตัวอักษร

246.กลับบ้านเร็วหน่อย

 138 Views

           อาหญิงสามคิดว่า หากอาเจ๋อไปโรงเรียนด้วย น้องชายจะได้มีเพื่อนเดินทางไปด้วย น่าเสียดายที่เด็กหนุ่มของตระกูลมีความประสงค์แบบนั้น เขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องไปเรียน บอกเพียงว่าตอนเย็นเรียนคัดอักษรวันละสองสามคำกับอาเจี่ยนก็ดีถมถืดแล้ว !

            เหลียนฟางโจวกับอาเจี่ยนช่วยกันสะสางงานที่บ้าน ครั้นแล้วจึงพาเหลียนฟางฉิงไปปลูกไม้ผลที่เขาฮวากั่วซานน้อยต่อ

            ยามคนทั้งสามไปถึง ซุนฉางซิงกับภรรยา และจางเสี่ยวจุนผู้พ่อพร้อมบุตรชายก็อยู่ที่นั่นแล้ว ใครจะคาดคิดว่าเพียงไม่นาน ป้าจางกับจ้าวชื่อก็เดินทางมาสมทบด้วย พลางส่งเสียงทักทายคนทั้งสามมาแต่ไกล

            เหลียนฟางโจวรีบส่งยิ้มโบกมือตอบป้าจางและลูกสะใภ้ที่โบกไม้โบกมือให้ พลางตะโกนเรียก “ป้าจ้าง พี่สะใภ้จ้าว  ไฉนพวกท่านถึงมาด้วยล่ะ!”

 

            หญิงสาวกล่าวขึ้นยามป้าจางและลูกสะใภ้สาวเท้าเข้ามาถึงตัวแล้ว ป้าจางทำหน้าดุบ่นใส่เหลียนฟางโจว “เจ้าเด็กคนนี้นี่ ข้ามิได้บอกตั้งแต่แรกแล้วหรือไร? ว่าเมื่อใดที่พวกเจ้าปลูกไม้ผลกันอีก ให้บอกกล่าวพวกเราสองคนด้วย พวกเราจะได้มาช่วยปลูกด้วยไง!  ตอนนี้ยังไม่ถึงฤดูไถหว่าน  ที่บ้านพวกข้าไหนเลยจะมีธุระยุ่งอันใด?”

            เหลียนฟางโจวรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ  รู้ดีว่าหากตนเองพูดจาเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลอีกครั้ง ก็จะเป็นการทำลายความหวังดีของป้าจางเสียเปล่าๆ หญิงสาวจึงส่งรอยยิ้มจริงใจให้  “ครั้งนี้ข้าผิดเอง เอาเถิดป้าจาง ครั้งหน้าข้าจะไม่ทำผิดเช่นนี้อีกเจ้าค่ะ!”

            “ไม่เป็นไร พอเถิดๆ!” ป้าจางระบายยิ้ม แล้วกุลีกุจอสาวเท้าเข้ามาช่วยงานอย่างคล่องแคล่วพร้อมจ้าวชื่อ

            ยามบ่าย เมื่อเห็นดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง อีกทั้งยังทำงานกันมานานมากแล้ว อาเจี่ยนทอดมองเส้นขอบฟ้า แล้วจึงหันไปเอ่ยกับเหลียนฟางโจวพร้อมรอยยิ้ม “วันนี้กลับเร็วกว่าเดิมหน่อยจะดีกว่าไหม? ข้าเองมองดูแล้ว คิดว่ายังต้องใช้เวลาอีกสองวันเศษถึงจะลงกล้าไม้ผลทั้งหมดนี้เสร็จ”

            “ยังไม่เย็นย่ำเท่าใดเลย” ป้าจางรีบพูดขึ้น “หากพวกเจ้ารู้สึกเหนื่อย ก็พักสักครู่เถิด พวกข้าไม่เป็นไร ขอทำอีกพักหนึ่งแล้วกัน! ”

            “หา” จ้าวชื่อได้ยินพลันลุกขึ้นยืนท้าวสะเอวโดยพลัน “ท่านแม่ ดูท่านพูดเข้า! ฟางโจวยังไม่เห็นเป็นไร แล้วอาเจี่ยนจะเหนื่อยได้อย่างไร! ท่านพูดมาเช่นนี้ อาเจี่ยนคงได้ขำกลิ้งแล้ว!”

            แต่ละคนที่ได้ฟังอยู่ต่างหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

            ดวงตาเหลียนฟางโจวที่ทอดมองอาเจี่ยนอยู่ปรากฏความซาบซึ้งวาบผ่าน หญิงสาวหันไปกล่าวกับป้าจางด้วยรอยยิ้ม “อันที่จริง วันนี้ข้าก็คิดว่าจะกลับเร็วหน่อยน่ะ วันนี้เช่อเอ๋อร์ไปเรียนที่สถานศึกษาเป็นวันแรก คงเลิกเรียนกลับบ้านเร็ว….”

            ทุกๆคนพลันตระหนักขึ้นทันใด

            “ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง!” ป้าจางเอ่ยแย้มยิ้ม “ในเมื่อเป็นเช่นนี้…เช่นนั้นก็กลับกันเถิด พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน!  นี่เป็นวันแรกในการเรียนของเช่อเอ๋อร์เสียด้วย ไม่แน่ว่าเขาคงคิดถึงเจ้ามากเป็นแน่! นี่เป็นเหตุกาณ์สำคัญจริงเสียด้วย!”

            “ข้าเองก็ลืมเขาไปสนิทเลย!” เหลียนฟางโจวระบายยิ้ม ทุกคนจึงล้างมือในคูน้ำ แล้วเดินทางกลับไปพร้อมกัน

            พอกลับมาถึงบ้านได้ไม่ทันไร เหลียนเช่อก็กลับมาถึง

            ส่วนเหลียนเจ๋อไปส่งน้องชายก็จริง แต่ไม่ได้ไปรับเขากลับ

            พอเห็นพี่สาวและทุกคน  ดวงตาเหลียนเช่อทอประกายเจิดจ้า พลางร้องตะโกนร้องเรียกทุกคนด้วยรอยยิ้มหวานกว่าปกติเล็กน้อย

            อาหญิงสามปรบมือพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า “โอ้ ซิ่วไฉน้อยของบ้านเรากลับมาแล้ว! อาจารย์ชมเจ้าหรือเปล่า?”

            “อาหญิงสามอ่ะ!” เหลียนเช่อร้องเรียกอาหญิงสามด้วยความเก้อเขิน  แล้วหันใบหน้าเปื้อนยิ้มไปพูดกับเหลียนฟางโจวเพื่อขอคำชม “ท่านอาจารย์ชมข้าว่าเขียนอักษรได้ถูกต้องด้วยล่ะ! แถมยังบอกว่าการที่ข้าสามารถจดจำคำในคัมภีร์สามอักษรได้เป็นอันมาก นับว่าหาได้ยากยิ่ง!  ท่านอาจารย์บอกว่าตราบใดที่ข้าขยันตั้งใจเรียนอย่างหนัก ก็จะประสบความสำเร็จแน่นอนขอรับ!”

            ทุกคนพอได้ยินที่เด็กน้อยเล่ามาต่างดีใจกันยกใหญ่ อาหญิงสามยิ่งร้องขึ้นอย่างร่าเริง”คืนนี้ต้องทำกับข้าวเพิ่มเสียแล้วล่ะ” เหลียนฟางโจวพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้น…เจ้าก็อย่าทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง และทั้งหมดนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้พี่เจี่ยนของเจ้าด้วยล่ะ!”

            ไม่ต้องรอให้บอก เหลียนเช่อยังบอกว่าใช่แล้ว แล้วจึงหันไปค้อมคำนับกล่าวขอบคุณอาเจี่ยนด้วยความเคารพ

            เหนืออื่นใด ตอนอยู่ในโรงเรียน เขารู้สึกดีใจกับความโชคดีของตนมาก  เคราะห์ดีที่พี่เจี่ยนได้สอนเขาให้เรียนรู้มากมายมาก่อนหน้านั้น บรรดานักเรียนใหม่หลายคนถือพู่กันมือสั่นกันทั้งนั้น! ท่านอาจารย์สอนเป็นนานสองนาน ก็ยังจับพู่กันผิดกันเป็นแถว บรรดาแผ่นกระดาษ เสื้อผ้า โต๊ะเรียน ล้วนมีแต่รอยหมึกเปื้อนกระเซ็นเป็นด่างเป็นดวง

            ซึ่งไม่เหมือนกับเขา ที่สามารถเขียนอักษรได้มากมายหลายตัว!

            อาเจี่ยนอุ้มเด็กชายขึ้น แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม  “ทั้งหมดนี้เป็นผลจากความขยันหมั่นเพียรของเจ้าเอง อย่าได้พิธีรองตองมากไปเลย!”

            “ฮ่าๆ” เหลียนเจ๋อหัวเราะขึ้น แล้วเอ่ยเย้า “ซิ่วไฉน้อยของบ้านเรานี่ ช่างโดดเด่นไม่เหมือนใครเสียจริง ไปโรงเรียนแค่วันเดียว ก็มรรยาทงามเสียขนาดนี้แล้ว!  ไม่แน่ลองผ่านไปสักสองปี คงได้เป็นซิ่วไฉจริงๆแน่แล้ว! ฮ่าๆๆๆ”

            หน้าเหลียนเช่อขึ้นริ้วสีแดงเป็นแถบท่ามกลางเสียงหัวเราะ  เด็กชายโถมตัวใส่เหลียนฟางโจวแล้วโวยวายหน้างอ “พี่ใหญ่ พี่รองล้อข้าอ่ะ!”

            เหลียนฟางโจวหัวเราะขำ “เจ้าเป็นผู้มีการศึกษารู้หนักรู้เบา อย่าได้ถือสาคนธรรมดาอย่างเขาเลยนะ!”

            ชัดเจนว่าถ้อยคำนี้หาใช่การหยอกเย้าอย่างเบาๆไม่

            เหลียนเช่อเลยทวีความอายมากขึ้นไปอีก  เด็กชายทำปากยู่ ใบหน้าน้อยๆแดงก่ำไปทั้งแถบ

            เหลียนฟางโจวเห็นน้องชายตัวน้อยโมโหด้วยความอับอาย จึงอุ้มเขาพาลงไปนั่งข้างกัน หญิงสาวเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “พี่ใหญ่แค่พูดล้อเจ้าเล่นน่ะ เจ้าไปโรงเรียนแล้ว พฤติกรรมย่อมไม่เหมือนเดิม เพราะรู้จักมรรยาทอันควร หาไม่แล้ว ผู้อื่นจะว่าเอาได้นะ !”  ครั้นแล้วหญิงสาวจึงหันไปจับจ้องเลียนเจ๋อ “เจ้าพูดล้อเช่อเอ๋อรได้อย่างไร ข้าให้เจ้าไปเข้าเรียนพร้อมกับเขา ไฉนถึงไม่ยินยอมล่ะ? หากว่าเจ้าไป มิใช่ว่าบ้านเราจะมีซิ่วไฉถึงสองคนเชียวนา !”

            เหลียนเช่อซึ่งนั่งอยู่ข้างๆปรบมือขึ้น  “ความคิดเยี่ยมไปเลย”

            เหลียนเจ๋อรีบเบนสายตาไปมองอาเจี่ยน แล้วเอ่ยขึ้น “ข้าเป็นซิ่วไฉไม่ได้หรอก เทียบกันแล้วสู้ฝึกวิทยายุทธ์กับพี่เจี่ยนดีกว่า!” พอกล่าวจบก็ย้ายตัวไปยืนข้างๆอาเจี่ยน

            วรยุทธ์ของอาเจี่ยนทำให้เขาเลื่อมใสนัก ความฝันของเขาคือการทุ่มเทฝึกวรยุทธ์อย่างหนักอย่างไม่ระย่อ สักวันหนึ่งเขาคงจะเก่งกาจเหมือนพี่เจี่ยน หากใครกล้ามาระรานคนที่บ้าน เขาจะออกหน้าจัดการใครคนนั้นให้ได้อายไปเลย!

            และ’ใคร’ที่ว่าในความคิดเขา  ย่อมหนีไม่พ้นเหลียนลี่กับเฉียวชื่อ

            เหลียนฟางโจวเห็นน้องชายคนรองเป็นแบบนี้ ก็คลี่ยิ้มบาง ไม่บังคับเขาอีกต่อไป แล้วจึงเปลี่ยนเรื่อง หันไปถามเหลียนเช่อถึงสถานการณ์ที่สถานศึกษาในวันนี้แทน เช่น อาจารย์สอนอะไร? พูดอะไรบ้าง? มีนักเรียนกี่คน? ทั้งหมดอายุเท่าไร เป็นคนจากหมู่บ้านไหน? เข้ากันได้หรือไม่? ตอนกลางวันกินข้าวอย่างไร? รวมทั้งคำถามอื่นๆอีกพะเรอเกวียน

            เหลียนเช่อตอบทีละคำถาม อธิบายละเอียดลออไม่ติดขัดด้วยความตื่นเต้น ทั้งหมดทั้งมวล ก็เพราะนี่คือการไปโรงเรียนวันแรกของเขา!

            ขณะกำลังเล่า เหลียนฟางฉิงก็อุ้มลูกหมาป่าตัวน้อยจากข้างนอกเข้ามาในเรือน พอเห็นเหลียนเช่อ  ดวงตาของเด็กน้อยพลันเปล่งประกาย นางร้องเรียกเขาด้วยความดีใจ “พี่สาม ท่านกลับมาแล้ว!”

            เหลียนเช่อพอเห็นน้องสาวฝาแฝดที่อยู่ร่วมอุทรเดียวกันมา ให้รู้สึกดีใจนัก “อื้ม” ครั้นแล้วจึงยืนขึ้นส่งยิ้มให้ แล้วเดินเข้าไปหา พลางฉวยหมาป่าตัวน้อยจากอ้อมอกของน้องสาวมา  เขาเอามือลูบหัวเจ้าหมาป่าน้อยแล้วถามขึ้น “เสี่ยวฮุยเชื่อฟังเจ้าดีหรือไม่?”

            เหลียนฟางฉิงผงกศรีษะ “มันชอบตามติดข้า พอข้ากับพี่รองกลับมาจากไร่ มันก็เข้ามาคลอเคลียข้าใหญ่เลย!”

            พอเห็นสองศรีพี่น้องพูดคุยกันกระหนุงกระหนิงเรื่องหมาป่าน้อย เหลียนฟางโจวจึงคลี่ยิ้มละไมและเลิกตั้งคำถามอีก หญิงสาวจึงลุกขึ้นไปทำอย่างอื่น  ไม่รู้ว่าเหลียนเจ๋อกำลังคุยซุบซิบกับอาเจี่ยนที่ยืนอยู่ข้างๆกันอยู่

            หลังอาหารมื้อเย็น เหลียนฟางโจวได้กลับมาตั้งคำถามจริงจังกับเหลียนเช่ออีกครา หญิงสาวเกิดฉุกคิดขึ้นมาได้  จึงถามเขาทันทีว่าไม่มีใครรังแกเขาใช่หรือไม่?

            เหลียนเช่อนึกถึงคำเตือนของพี่ชายคนรองขึ้นมาได้ จึงรีบสั่นศรีษะบอกว่าไม่มี เหลียนเจ๋อถึงกับโล่งอก

            ไม่ว่าจะดีหรือร้ายอย่างไร  หลังจากเขาได้เรียนรู้วรยุทธ์กับอาเจี่ยนมานานพอแล้ว หากน้องชายเขาโดนใครรังแก เขาจะเล่นงานคนพวกนั้นจนหาทางกลับบ้านไม่ถูกเลยคอยดู

            หลังเร่งมือกันมาสองสามวัน ต้นกล้าผลไม้ที่มีในมือทั้งหมดก็ถูกปลูกลงแปลงเป็นที่เรียบร้อย เชื่อว่าเมื่อถึงยามพิรุณโปรยลงมา พวกมันจะอยู่รอดและแตกหน่อออกมาให้เห็น เหลียนฟางโจวเป่าปากออกมาด้วยความโล่งใจ

            สำหรับตอไม้จำนวนหลายร้อยต้นนั่น เพียงรอให้เข้าเดือนที่สองของฤดูใบไม้ผลิก่อน เธอจะไปซื้อกิ่งตอนงามๆที่แข็งแรงปลอดโรคที่สวนผลไม้สกุลหลิน กลับมาทาบกิ่งกับตอไม้พวกนั้นอีกคำรบหนึ่ง

            ไม้ผลที่เกิดจากการทาบกิ่งจะเติบโตเร็วมาก เพียงปีเดียวก็ให้ผลได้แล้ว เหลียนฟางโจวตั้งตาวันรอวันนั้นอย่างใจจดใจจ่อ พร้อมกันนั้นการปลูกต้นใหม่เหล่านี้ เพื่อที่จะให้หน่ออ่อนมีสารอาหารในการเจริญเติบโตมากขึ้น ถึงแม้พวกมันจะออกผลมาให้ ผลเหล่านั้นก็จะต้องถูกปลิดทิ้งไป  เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งสารอาหารกัน

            เมื่อกลับมาในตอนเย็น  กลับพบเฉียวชื่อมาหาที่บ้าน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top