ขนาดตัวอักษร

244.เริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ

 111 Views

           คนทั้งสามพากันเดินทางกลับ เหลียนเช่อยังรู้สึกตื่นเต้นไปตลอดทาง เด็กชายสนทนาเจื้อยแจ้วกับผู้เป็นพี่สาวไม่หยุดด้วยดวงตาทอประกายแวววาว ขณะที่เหลียนฟางโจวเองก็รับฟังน้องชายด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

            วันนี้คือวันที่ 10 เดือนหนึ่ง ประตูและหน้าต่างของหมู่ตึกตรงปากทางเข้าหมู่บ้านได้ถูกติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            ช่วงเวลานี้  นับวันอากาศเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ

            แม้ลมเหลือจะยังพัดมาเรื่อยๆ  แม้ดวงอาทิตย์ยังไม่ส่องแสงร้อนแรง แม้ยังไม่มีสีเขียวปรากฏ ทว่าผู้คนหาได้รู้สึกหนาวเยือกชนิดเสียดแทงกระดูกอีกแล้ว ตรงกันข้ามกลับรู้สึกอุดอู้ จนอยากออกไปหาความแปลกใหม่ และพบปะผู้คนข้างนอก เพื่อความมีชีวิตชีวาแทน

 

            ฤดูใบไม้ผลิได้ย่างกรายมาจนถึงปากประตูแล้ว ถึงจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ก็ไม่สามารถหลอกความรู้สึกของผู้คนได้ บรรดาชาวไร่ชาวนาเริ่มจะยุ่งวุ่นวายกันแล้ว

  ไม่ว่าผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ในปีที่แล้วจะดีหรือร้ายอย่างไร แต่ปีใหม่ย่อมมาพร้อมกับความหวังใหม่  แต่ละครอบครัวต่างกระตือรือร้นเปี่ยมด้วยพลังล้นเหลือ  พวกเขาพร้อมลงสนามต่อสู้ทุ่มเท เพื่อให้เป็นปีที่ผลผลิตอุดมสมบูรณ์

            เหลียนฟางโจววางแผนไว้ว่า ที่ดินที่ลานหินและบริเวณสามแยกต้องมีการปรับหน้าดินเตรียมดินไว้

  ในขั้นแรกจะต้องว่าจ้างวัว 12 ตัว รวมกับของที่บ้านตนอีกสองตัว ไปไถกลบหน้าดินของที่ดินทั้งหมดหนึ่งครั้ง

            ที่ดินสองผืนนี้ ได้รับการหักร้างถางพงและไถปรับปรุงหน้าดินไปเมื่อปีที่ผ่านมา ดังนั้นงานการไถครั้งนี้จึงสบายและง่ายขึ้นเป็นอันมาก ซ้ำยังรวดเร็วขึ้นอีกด้วย ใช้แรงงานทำไม่ถึงสองวันก็สำเร็จลุล่วง

            น้ำจากหิมะได้ละลายซึมลงดิน  ที่มีวัชพืชที่ถูกเผาและถูกคลุกเคล้ากับขี้เถ้าเป็นอันมากอยู่ ดังนั้นเมื่อมองดูดิน จะเห็นว่ามันอุดมสมบูรณ์ด้วยธาตุอาหารมากจริงๆ เมื่อฉินเฟิงและซูจื่อจี้เห็นเข้า ทั้งสองต่างออกปากว่าเป็นที่ดินที่ดีมากจริงๆ เหลียนฟางโจวเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

            เพื่อจะลดความเสียหายที่จะเกิดเพราะวัชพืชที่จะงอกขึ้นในฤดูใบไม้ผลิให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เหลียนฟางโจวจึงให้ฉินเฟิงกับซูจื่อจี้ ไปซื้อเถาเหลยกง[1]ที่ร้านยามาเป็นอันมาก รวมทั้งซื้อปูนขาวจำนวนมากในตลาดด้วย เอาเถาเหลยกงต้องเอาไปแช่น้ำ ส่วนปูนขาวนั้นสามารถนำไปใช้ได้โดยตรงเลยไม่ต้องผสมน้ำ โดยจะโรยของทั้งสองสิ่งลงบนดิน เพื่อฆ่าเมล็ดวัชพืชรวมทั้งไข่ของหนอนและแมลงด้วย

            พวกวัชพืชตายยากตายเย็นนัก   การจะแผ้วถางที่ดินรกร้าง อาจถึงกับต้องเผาพื้นที่บางส่วนด้วย ทว่าเหนืออื่นใด นี่คือที่ดินที่ไม่เคยผ่านการเพาะปลูกใดๆมาเลย หากไม่จัดการถากถางเตรียมหน้าดินไว้ล่วงหน้า การปลูกฝ้ายในภายภาคหน้า ลำพังแค่งานกำจัดวัชพืชนี่ ก็ทำให้เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว

  ปีนี้อากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษ หนำซ้ำยังมีหิมะตกหนักครั้งใหญ่อีกด้วย เหลียนฟางโจวรู้สึกว่าโชคช่างเข้าข้างตนเองนัก

            อีกทั้งเมื่อเหลียนฟางโจวเล่าบรรยายถึงเครื่องมือที่ตนคิดไว้ให้ซูจื่อจี้ทำ ซูจื่อจี้ก็ทดลองประดิษฐ์ออกมา เขาทำการลองผิดลองถูกและก็ปรับปรุงคุณภาพจนดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น เครื่องฉีดพ่นน้ำยา ก็ใช้ตัวถังที่ทำด้วยแผ่นดีบุกน้ำหนักเบา  ส่วนหัวฉีดทำด้วยทองเหลือง ส่วนสายฉีดทำด้วยหนังวัว นับว่าใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพสูงมาก

            หลังจากเครื่องมือหลายต่อหลายอย่างได้ถูกประดิษฐ์ออกมา เหลียนฟางโจวและซูจื่อจี้ต่างฝ่ายต่างเลื่อมใสในกันและกัน เหลียนฟางโจวเชื่อว่าเขาคือนักประดิษฐ์ยอดอัจฉริยะตัวจริงเสียงจริง ฝ่ายซูจื่อจี้ก็แสนประทับใจในความคิดสร้างสรรค์พิศดารพันลึกไม่มีที่สิ้นสุดของหญิงสาวยิ่งนัก กลายเป็นว่าเขาชอบเพียรถามหญิงสาวบ่อยๆว่ายังมีเครื่องมือวิเศษอื่นๆอันใดอีกไหมที่อยากให้ตัวเขาประดิษฐ์ให้อีก?

  เหลียนฟางโจวหัวเราะ “รอให้ถึงช่วงที่ข้าซื้อกงล้อปั่นฝ้ายสองอัน และหูกทอผ้ามาก่อนเถิด ท่านจงศึกษามันอย่างละเอียด ทำการแกะแบบขึ้นมา ภายภาคหน้ายังมีของอื่นๆที่ท่านต้องเร่งมือทำอีกมากกว่านี้แน่นอน!”

            ซูจื่อจี้ยิ้มรับคำด้วยความตื่นเต้นยินดีนัก

            การพ่นยา การโรยปูนขาว มีฉินเฟิง และซูจื่อจี้ นำคนงาน 11 คนไปจัดการก็เพียงพอแล้ว เหลียนฟางโจวจึงไม่เพิ่มคนอีก

            หน่อของไม้ผลบนเขาฮวากัวซานน้อย อันที่จริงก็พร้อมจะเอาไปตอนกิ่งได้แล้ว

            หากเดินหน้าตอนกิ่งไม้ผลในเวลานี้  เมื่อลมและฝนวสันต์มาถึง หน่อของต้นไม้จะงอกรากและแตกตาได้อย่างรวดเร็ว หากรอให้แตกตาก่อนแล้วค่อยเอาไปตอนกิ่ง จะไม่ได้ผลดีเท่าลงมือทำตอนนี้

  บรรดาตอไม้ที่ปลูกลงดินไปก่อนหน้านั้น  บริเวณที่มีการห่อแกลบสีเทาดำพันไว้ มีตุ่มตาแทงออกมาให้เห็นเรียบร้อยแล้ว แค่รอลมวสันต์พัดมาเมื่อใด ตุ่มอ่อนเหล่านี้ก็จะผลิใบจิ๋วสีเขียวในชั่วข้ามคืน

            สิ่งที่จะนำมาปลูกลงดินเป็นอันดับแรกก็คือหน่อต้นพลับจำนวนสองพันต้นซึ่งจะนำกลับมาจากชาวสวนในเมือง

            เหลียนฟางโจว เหลียนเจ๋อ และอาเจี่ยนพากันนั่งรถลากเทียมลาไปเอาหน่อไม้ผลเหล่านั้นกลับมาทั้งหมดในคราวเดียว พี่น้องสี่คน และอาเจี่ยน ซ้ำยังมีจางเสี่ยวจุนกับจางเหลียง จางซิ่วเอ๋อร์ ซุนฉางซิงกับภรรยา พากันลงสนามลุยงานหนัก นอกจากนี้ยังไปขอให้ป้าจาง ลุงหลี่ และหลี่ซานเหอกับภรรยามาร่วมด้วยช่วยกันอีกด้วย ใช้เวลาร่วม 3 วัน การปลูกหน่อต้นกล้าลงดินจึงเสร็จสมบรูณ์

และเพราะมีการขุดหลุมเพาะทั้งหมดเตรียมไว้รอท่าก่อนหน้านั้นแล้ว จึงทำให้ทุ่นแรงและเวลา

ไปได้มากโข

            เมื่อซุนฉางซิงมองไปยังเหล่าไม้ผลที่กินอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ใจเขาฉุกคิดได้ “แม่นางเหลียน  ไหนๆบ้านของเราบนยอดเขานั่นก็มีพื้นว่างกว้างใหญ่ล้อมรอบ หรือว่าจะปลูกต้นไผ่ไว้บ้างดีหรือไม่? ถ้าปลูกตอนนี้ อีกสามเดือนก็ได้กินหน่อไม้กันแล้ว!”

            เหลียนฟางโจวเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ดีที่ท่านเตือนข้า อันที่จริงข้ากะจะปลูกไผ่อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่อาจปลูกในบริเวณพื้นที่โล่งรอบบ้านนั่นได้ พื้นที่นั่นข้าจะเอาไว้สร้างเรือนพัก เช่นนั้นแล้ว…ก็ปลูกสักสองสามต้นตรงริมๆพื้นที่ก็แล้วกัน!”

            พอนึกจินตนาการว่า ต่อไปภายหน้าจะได้เห็นร่มเงาของต้นไผ่เขียวครึ้ม มีสายลมเย็นพัดมาเบาๆ ก็รู้สึกไม่เลวเลย

            เหลียนฟางโจวจึงพานางซุนชื่อและสามีเดินขึ้นไปบนยอดเนินเขา แล้วชี้ไปยังบริเวณพื้นที่ 2-3 แห่งที่ปลูกต้นไผ่ได้ พลางเอยด้วยรอยยิ้ม “ปลูกไผ่หนานจู๋ก็แล้วกัน ลำต้นดูสูงดี แถมให้หน่อไม้รสชาติดีอีกด้วย!”

            “ดีเลย!” นางซุนชื่อเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “แม่นางเหลียนวางใจเถิด ภายในสองวันนี้ พวกเราจะไปขุดกลับมาปลูกให้!”

            พริบตาเดียวในที่สุดก็มาถึงวันที่ 15 เดือนหนึ่ง  ทุกๆปีในเมืองจะมีการจัดงานเทศกาลโคมไฟและเฉลิมฉลองไปทั่ว ทว่านอกเมืองแถบชนบท แทบไม่มีใครสนใจจะเข้าไปดูแสงสีและความตื่นตาตื่นใจของเทศกาลนี้เลย

  เพราะนอกจากบ้านจะอยู่ห่างใกลที่จัดงานมากแล้ว พอดูโคมไฟหลากสีเสร็จแล้ว พวกเขาจะเดินทางกลับบ้านกันอย่างไรเล่า?

            ดังนั้นในยามนี้การเฉลิมฉลองที่ทำได้ ก็แค่เพียงกินขนมถังหยวน[2]กัน

  พอถึงรุ่งสาง อาหญิงสามจึงวานอาเจี่ยนช่วยบดแป้งเพื่อเตรียมทำขนมถังหยวน เนื่องจากต้องทำขนมส่งให้ทางหมู่ตึกด้วย เหลียนฟางโจวจึงกลัวว่าอาเจี่ยนจะเหน็ดเหนื่อยไป เดิมทีจึงตั้งใจว่าจะไปซื้อแป้งข้าวเจ้าในเมือง อาเจี่ยนแย้มยิ้มบอกเพียงว่าไม่ต้องวุ่นวายไป แค่บดไปเรื่อยๆสบายๆไม่ถึงหนึ่งขั่วยาม ก็ได้แป้งข้าวเจ้าที่ต้องการทั้งหมดแล้ว

            มีการทำไส้ขนมหลายอย่างด้วยกัน เช่นไส้ถั่วแดง ไส้งาหวาน ไส้ถั่วลิสงหวาน ไส้ดอกกุ้ยฮวาหวาน แต่ละไส้ล้วนทำขึ้นเป็นจำนวนมากพอๆกัน

            หลังจากวันนี้ไป จึงถือว่าเข้าสู่ปีใหม่อย่างเต็มตัว เป็นการเข้าสู่การไถหว่านในฤดูใบไม้ผลิอันแสนวุ่นวาย

            วันนี้นี้คือวันที่ 16 พอรับประทานมื้อช้าวเสร็จ เหลียนฟางโจว อาเจี่ยน และเหลียนเจ๋อจึงพากันไปขนหน่อของไม้ผลที่สวนผลไม้สกุลหลิน หน่อของไม้ผลหลายชนิดเกือบสองพันต้นที่นั่น ถึงเวลาต้องปลูกลงดินแล้วด้วย

            ฝ่ายเหลียนฟางฉิงพอรู้เข้า จึงร่ำร้องว่าอยากไปเล่นกับหลินเซ่าเอ๋อร์ เหลียนฟางโจวเลยต้องหอบทั้งเหลียนฟางฉิงและเหลียนเช่อไปด้วยกันทั้งหมด

            ส่วนที่ดินเนื้อที่สองพันหมู่ที่ถูกเผาแผ้วถางไปก็ได้มีการใส่ยาฆ่าวัชพืชและแมลงที่ทำขึ้นเองไปแล้ว ฉินเฟิง และซูจื่อจี้ จึงพาบรรดาบ่าวไพร่ไปเริ่มงานที่ทุ่งนาเนื้อที่ 60 หมู่นั่น

  การไถหน้าดิน ลอกคูคลอง ปรับหน้าดิน คัดปุ๋ย และใส่ปุ๋ย พวกเขาทำกันมือเป็นระวิงมิได้หยุด  ส่วนพื้นที่สองถึงสามหมู่ที่โรยเมล็ดจื่อหยุนอิง[3]ทิ้งไว้  จะยังไม่ถูกไถเป็นการชั่วคราว รอให้ถึงช่วงใกล้ๆเพาะปลูกอีกครั้ง จึงสามารถไถหน้าดินได้ อีกทั้งพวกเขายังต้องการให้ต้นจื่อหยุนอิงมีเวลาพอจะโตสูงกว่านี้อีกหน่อยด้วย

  ภายในที่นาของครอบครัวอื่นๆที่อยู่รายรอบ  ล้วนเห็นแต่เงาร่างคนที่กำลังยุ่งมือเป็นระวิง ได้ยินเสียงฟาดแส้ และเสียงร้องตะโกนร้องเร่งวัวให้เดินครั้งแล้วครั้งเล่า

            ทุกคนเห็นฉินเฟิงกับพวกทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ซึ่งแต่ละคนเป็นคนงานรูปร่างแข็งแรงบึกบึน มือไม้คล่องแคล่ว ทำงานเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกชาวบ้านต่างอดอิจฉาและถอนหายใจอย่างสลดหดหู่ไม่ได้

            “ฟางโจวช่างมีความสามารถจริงๆ  ชีวิตตอนนี้ไม่ต่างกับเจ้าที่ดินตัวน้อยเลย!”

            “จริงๆด้วย มีทั้งที่นามีทั้งที่ดิน แถมยังมีบริวารให้ใช้สอยมากมาย! เฮ้อ คนอย่างพวกเรานี่ เกรงว่าตลอดชีวิต คงไม่อาจเทียบเทียมผู้อื่นได้แล้ว!”

            “ทำไมเราไม่มีญาติดีๆกับเขาบ้างนะ!”

            “ต้องเป็นญาติดีๆที่ใจปล้ำและพร้อมจะช่วยเหลือด้วยนะถึงจะดี!”

            “ฟางโจวลืมตาอ้าปากได้แล้ว น้องๆของนางเลยพลอยสบายไปด้วยเลย!”

            “…….”

            ทุกๆคนต่างพูดคุยและถอนหายใจไปด้วย และอดไม่ได้ที่จะพาดพิงไปถึงเหลียนลี่และเฉียวชื่อสองสามีภรรยา และไม่พลาดที่จะเยาะเย้ยคนทั้งสองที่ไม่ได้มีวาสนาดีกับเขา หากตอนนั้นไม่เจ้าเล่ห์จิตใจคับแคบโลภมาก  จนทำให้คนทั้งสองบ้านมองหน้ากันไม่ติดเช่นนี้ ในวันนี้คงได้รับผลประโยชน์มหาศาลกับเขาบ้างแล้ว!

            ถึงอย่างไร พวกเขาก็ยังมีบุตรชายแสนดีอยู่หนึ่งคน อย่าดูเบาว่าเขาเก่งแต่เรื่องเรียน กระทั่งความกล้าหาญก็มีมิใช่ย่อย  คืนวันนั้นที่ฝูงหมาป่าบุกเข้ามา เขายังกล้าไปเคาะเรียกเพื่อนบ้านแต่ละหลังให้ไปรวมตัวกัน! เฮ้อ เหลียนไห่ไปเป็นบุตรชายของสองสามีภรรยาประเภทนี้ได้อย่างไรกันนะ!

            ถ้อยคำหล่านี้ลอยมาเข้าหูของเหลียนลี่และเฉียวชื่ออย่างจัง และก็ไม่ได้สักแต่ว่าลอยผ่านไป เหลียนลี่เหยียดยิ้มเย็น ทั้งเจ็บใจและขุ่นเคืองไม่หาย  เฉียวชื่อพอเข้ามาในบ้านได้ก็ก่นด่าอย่างฉุนเฉียว ลงท้ายก็ไม่กล้าไปหาเรื่องทะเลาะกับบ้านสกุลเหลียนสายรองอีก

 **

[1] เถาเหลยกง – เถาพระเจ้าฟ้าร้อง เป็นสมุนไพร ใช้รักษาอาการโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (RA) อาการประจำเดือนมามาก โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple sclerosis) และการคุมกำเนิดในเพศชาย และ ยังใช้สำหรับที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ เช่นเป็นยาฆ่าแมลงหนอนแมลงวัน หรือตัวอ่อน และเป็นยาเบื่อหนูและนก

[2] ขนมถังหยวน หรือขนมบัวลอย ที่กินในเทศกาลโคมไฟ

[3] ต้นจื่อหยุนอิง ใช้ปลูกเป็นปุ๋ยพืชสด

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top