ขนาดตัวอักษร

228.เย็บเสื้อให้เขา

 56 Views

            พี่สาวคนโต เหล่าน้องๆ อาหญิงสาม และอาเจี่ยน ต่างคนต่างนั่งลงประจำที่  ยามนี้น้ำแกงในหม้อกำลังเดือดปุดๆ พาไอน้ำร้อนๆพวยพุ่งขึ้นเป็นควันขาว กลิ่นหอมของผัก กลิ่นสุราคละเคล้ากัน ลอยตลบอบอวลไปทั่ว  ทุกคนต่างรับประทานกันไป สนทนากันไป ด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ บรรยากาศดูครึกครื้นสนุกสนานนัก

            หลังมื้อเย็นผ่านไปแล้ว ยังอีกนานกว่าจะท้องฟ้าจะมืด เหลียนฟางฉิง เหลียนเจ๋อ และเหลียนเช่อที่รอออกไปเก็บประทัด กำลังบรรจุเมล็ดแตงโม เมล็ดสน ผลไม้เชื่อมจนเต็มถุงผ้า รอจะออกไปเล่นสนุกข้างนอก เหลียนฟางโจวย้ำเตือนน้องๆอยู่หลายหนว่า เวลาจุดประทัดให้ระมัดระวังตัว อย่าได้มีแผล ซ้ำหญิงสาวยังอมยิ้มไม่หยุด บอกว่าให้รีบกลับมาเร็วหน่อย จะได้มาเอาซองแดงกัน น้องๆสามคนต่างรับคำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

            จากนั้นเหลียนฟางโจวและอาหญิงสามช่วยกันเก็บโต๊ะ  เพราะคืนนี้ยังมีการรับประทานอาหารมื้อดึกกันอีก  จานกับข้าวทุกอย่างจึงยังคงวางไว้บนโต๊ะ ทำเพียงย้ายโต๊ะไปชิดติดผนัง เพื่อมิให้กินที่ แล้วเอาฝาชีไม้ไผ่มาครอบไว้เป็นอันใช้ได้

            เมื่อล้างถ้วยชามเสร็จแล้ว อาหญิงสามเมียงมองมายังเหลียนฟางโจว แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มเต็มพิกัด “ฟางโจวเอ๋ย  เจ้าจะออกไปเดินเล่นข้างนอกหรือไม่?”

            เหลียนฟางโจวหาได้สนใจความคิดนี้เลยจริงๆ  จึงสั่นศรีษะแล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ไปดีกว่า อีกอย่างไปแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรให้ดู ข้าอยากผิงไฟอยู่ในบ้านมากกว่าน่ะ”

            อาหญิงสามรีบเอ่ย “หากเจ้าไม่ไป เช่นนั้นข้าไปนะ! ข้าออกไปเดินเล่นประเดี๋ยวเดียว แล้วจะรีบกลับ!”

           “ไม่เป็นไร ท่านไปเถิด!” เหลียนฟางโจวระบายยิ้ม วันหยุด  อาหญิงสามมักชอบออกไปสนทนากับกลุ่มคนรู้จักเสมอ

           “อื้ม” อาหญิงสามร้องออกมาคำหนึ่งแล้วสาวเท้าออกจากเรือนไป

            รอจนในเรือนเงียบลงไร้ซึ่งสุ้มเสียง เหลียนฟางโจวถึงพึ่งนึกได้ว่า  ยามนี้ในบ้านเหลือเธออยู่กับอาเจี่ยนเพียงสองคนเท่านั้น

           หญิงสาวมานึกดูอีกทีก็พบว่าอาเจี่ยนมาอาศัยอยู่กับครอบครัวตนเองนานมากแล้ว  และอยู่มานานพอๆกับคนในครอบครัวเธอเอง  ชีวิตชาวบ้านชนบทไม่มีสิ่งน่าสนใจมากนัก ต่อให้อยู่กันตามลำพัง ดูคล้ายว่าไม่มีใครมีเรื่องสนุกๆให้สนทนากันนัก

           หญิงสาวนึกขำอยู่ในใจ แล้วจึงรีบปัดความเก้อเขินในใจทิ้งไปโดยพลัน พลางนั่งลงข้างๆอาเจี่ยนที่กำลังนั่งผิงไฟอยู่ใกล้ๆเตาถ่าน

           “หรือว่าท่านจะออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกดีไหม อันที่จริงข้าได้ยินมาว่า คืนนี้มีอยู่หลายบ้านที่มีการเล่นไพ่นกกระจอกกัน!”  เหลียนฟางโจวเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

            อาเจี่ยนสั่นหัวยิ้มๆ “ข้าไม่ชอบเล่นของพรรค์นั้นหรอก อยู่สนทนากับเจ้าที่บ้านน่าจะดีกว่านะ!”

            เหลียนฟางโจวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ก็เอาสิ!  ข้าเองก็ไม่มีอันใดจะทำอยู่พอดี เอ่อ..ชุดที่ท่านสวมตอนไปล่าเสือเมื่อคราวก่อน  มิใช่ว่าโดนเกี่ยวขาดเป็นรูอยู่รึ?  ท่านเอามาให้ข้าชุนดีไหม!   สองวันนี้มัวแต่ยุ่ง  ข้าเลยลืมไปเลย !”

           “ดีเลย!”  ดวงตาของอาเจี่ยนเรืองวาบ ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินยิ้มเผล่ออกไป  เพียงไม่นานก็กลับมาพร้อมอาภรณ์ในมือ

           เรื่องเย็บผ้าและปะชุนซ่อมแซมเสื้อผ้านี้ แต่ก่อนเหลียนฟางโจวทำไม่เป็น ทว่าหากเพียงตั้งใจเรียนรู้ ก็เย็บได้ตรงขึ้น คล่องขึ้น  ฝีเข็มดูปราณีตขึ้นมาก

             อาศัยแสงสีแดงจากเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ถ่านไม้ และแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันที่ตั้งอยู่ข้างๆ  เหลียนฟางโจวก้มหน้าเย็บชุนผ้าอย่างตั้งใจ ขณะสนทนากับอาเจี่ยนไปด้วย เรื่องที่นำมาคุยนั้น  เป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น เหลียนเจ๋อฝึกวรยุทธ์ก้าวหน้าขึ้นหรือไม่? หลายวันที่ผ่านมาพวกข้าเรียนอ่านเขียนกับท่าน ยังนับว่าไม่หัวช้าใช่ไหม?  รอถึงต้นฤดูใบไม้ผลิเมื่อไร พวกเราจะเริ่มลงกล้าผลไม้  รวมทั้งลงต้นกล้าฝ้ายในไร่ฝ้ายด้วย ข้าทาสพวกนั้นยังเชื่อฟังคำสั่งดีอยู่หรือไม่?  มีอะไรส่อเค้าว่าจะเริ่มกระด้างกระเดื่องกันอีกหรือไม่….

             หญิงสาวไม่กล้าชวนคุยเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากนี้  เธอเชื่อแน่ว่าในใจอาเจี่ยนคงมีแต่ความคิดถึงบ้าน  เพียงแต่เขาคือคนที่สูญเสียความทรงจำ  ต่อให้คิดถึงบ้านมากเพียงใด ก็คงนึกไม่ออก เทียบกันแล้วน่าเวทนากว่าพวกเร่ร่อนพลัดถิ่นฐานเสียอีก

            ไม่รู้ว่าอาเจี่ยนรู้ถึงความคิดในใจของหญิงสาวหรือไม่ ชายหนุ่มสนทนาพร้อมรอยยิ้มเฉกเช่นเดียวกับเธอ  แสงสว่างจ้าจากเปลวไฟที่สาดบนใบหน้าเขา เผยให้เห็นดวงตาสีรัตติกาลอันล้ำลึกสุดหยั่ง ดูไม่คล้ายว่ากำลังคิดถึงบ้านของตนเองเลยสักนิด

           คองามเรียวระหงของหญิงสาวที่ก้มลงต่ำ เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดขาวกระจ่าง และใบหน้าอ่อนเรียวด้านข้าง  ภายใต้แสงไฟที่สาดกระทบ   ทำให้เผยภาพความงดงามและความรู้สึกนุ่มเนียนอ่อนละมุนเกินกว่าจะจินตนาการได้ อาเจี่ยนที่เลื่อนสายตามองมาโดยไม่ตั้งใจ  ถึงกับเหม่อลอยไปชั่วขณะ

          “เสร็จแล้ว!”เหลียนฟางโจวถอนใจเบาๆแล้วเงยหน้าขึ้น  พลางนวดต้นคอที่เมื่อยขบเล็กน้อยเพราะก้มคอ ครั้นแล้วจึงสะบัดอาภรณ์ในมือ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านลองสวมดูสิว่าเห็นรอยปะชุนชัดหรือไม่!”

           “ได้” อาเจี่ยนเปล่งเสียงตอบรับด้วยใบหน้าระบายยิ้มพร้อมยื่นมือไปรับ ชายหนุ่มเอามือลูบรอยเย็บปราณีตที่ปิดรอยขาดบนอาภรณ์นั่น ในใจบังเกิดความรู้สึกอบอุ่นหวานล้ำขึ้นมาจางๆ

          “เย็บเก่งมากเลย ฝีเข็มปราณีตกว่าตอนที่ข้าเพิ่งมาถึงใหม่ๆมากเชียวล่ะ !”  อาเจี่ยนเลิกคิ้วให้หญิงสาวพร้อมรอยยิ้ม ครั้นแล้วจึงลุกขึ้นคลี่อาภรณ์ขึ้นสวมดู

         เหลียนฟางโจวหัวเราะคิก บอกว่าเขาพูดเสียจนเธอเขิน แล้วโพล่งขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ก็ตอนนั้นข้าเพิ่งหัดเย็บปักนี่ ไหนเลยจะเย็บดีได้เล่า?”

         อาเจี่ยนชะงักไป แล้วเอ่ยด้วยความแปลกใจ “เพิ่งหัดรึ? “  ชายหนุ่มอดมองประเมินหญิงสาวไม่ได้

          เหลียนฟางโจวพลันนึกขึ้นได้  แล้วกู่ร้องในใจว่าแย่แล้ว นึกในใจว่าตนเองกำลังอยู่ในร่างเด็กสาวที่อายุเกือบถึงเกณฑ์ออกเรือน  มาพูดว่าเพิ่งหัดเรียนเย็บปัก ใครเล่าจะเชื่อ!  นี่ไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ!

           ด้วยปฏิภาณไหวพริบเธอจึงหัวเราะกลบเกลื่อน แล้วเอ่ยงึมงำ “ก่อนหน้าข้ามิได้เรียนรู้จริงจังอะไรนัก  เพิ่งมาเริ่มฝึกหัดจริงๆจังๆก็ตอนนั้น….”

           อาเจี่ยนนิ่งอึ้งไป สายตาที่จับจ้องหญิงสาวดูอ่อนโยนขึ้นสองส่วน “อื้ม” ชายหนุ่มเปล่งเสียงในลำคอเบาๆ  ทำท่าเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ยั้งไว้ แต่ในที่สุดก็ไม่อาจฝืนไว้ได้ จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงละมุน “เจ้าปราดเปรื่องออกอย่างนี้ เรียนรู้สิ่งใด  ล้วนทำได้ดี ถึงแม้นกำพร้าบิดามารดา ก็ไม่ด้อยกว่าผู้ใด ภายหน้าจะต้องได้แต่งให้คนดีๆแน่”

           เหตุใดเขาถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา?  เหลียนฟางโจวนึกฉงน  ครั้นแล้วจึงคิดใคร่ครวญ ในใจบอกว่า   ’ใช่แล้ว ฉันพูดว่าตอนนั้นเพิ่งเริ่มยอมเรียนรู้อะไรจริงๆจังๆ  เพราะตอนนั้นตัวเองยังไม่กระตือรือร้นเท่าไร?  ไม่แน่เขาคงคิดเสมอว่า เพราะก่อนหน้าฉันมีพ่อแม่คอยปกป้องดูแล ทำสิ่งใดล้วนไม่จำเป็นต้องจริงจังเกินไปละสิ….’

             เหลียนฟางโจวเอ่ยด้วยใบหน้าระบายยิ้ม “เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับโชควาสนา  ข้าคงไม่ขวนขวายในเรื่องนี้หรอก น่าเบื่อจะตายไป!” ได้แต่งงานกับคนดีๆรึ? ได้ยินเขาพูดมาเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงรู้สึกอึดอัดและหงุดหงิดขึ้นมาตะหงิดๆ แต่น้ำเสียงเขาที่ออกมา ฟังดูก็รู้ว่าจริงใจ  มิได้พูดเล่นเลย

            “ก็อาจเป็นได้!”  อาเจี่ยนเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าปรารถนาเช่นนี้  โชคดีคงมายากแล้ว !”

            เหลียนฟางโจวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  มองดูอาภรณ์ตัวนอกที่เขาสวมอยู่อย่างละเอียด แล้วปรบมือด้วยความพอใจ “ฝีมือเย็บปักข้านี่ ก้าวหน้าขึ้นจริงๆเสียด้วย!  ดูเผินๆ แทบไม่เห็นรอยเลย !”

            “เฮ่อ..” พอพูดจบก็ถอนใจออกมาอย่างห่อเหี่ยว “อันที่จริง ข้ารู้สึกผิดต่อท่านจริงๆ..อาเจี่ยน  ดูคล้ายว่าที่ท่านต้องเป็นเช่นนี้ เพราะมาอยู่ที่บ้านข้า เวลาเสื้อผ้ามีรอยขาด ยังต้องปะชุนเอา หากเป็นบ้านอื่น เกรงว่าคงโยนชุดทิ้งไปแล้วซื้อใหม่แทนเป็นแน่!”

           หญิงสาวครุ่นคิดแล้วเอ่ยขึ้นอีก “ไว้รอปีหน้าที่กำลังจะมาถึง พอมีรายได้เข้ามา เราจะไม่ซ่อมเสื้อผ้ากันอีกต่อไป  หากชุดขาดเมื่อใด เราจะตัดชุดใหม่ทันทีเลย!”

           เธอพูดด้วยความขุ่นเคืองราวกับเด็กน้อย  ทำเอาอาเจี่ยนหัวเราะ ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย “ข้ามีอะไรต้องเดือดร้อนรึ?  อยู่ที่นี่ข้ามีแต่ความสะดวกสบาย  ไม่มีเรื่องคับข้องใจ  ก็แค่เสื้อขาดเป็นรู มิเห็นเป็นไรเลย!”

           เขาพลันรู้สึกว่า ต่อให้นึกไม่ออกว่าตนเองเป็นใครไปตลอดชีวิต ต่อให้เขาต้องอยู่ที่บ้านสกุลเหลียนไปขั่วชีวิต  บางทีมันอาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้?

          อาเจี่ยนผู้น่าสงสาร ในยามนี้มิได้เริ่มคิดเรื่องการแต่งงานสร้างครอบครัวของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

         “อ๋า ข้ารู้อยู่แล้วว่าอาเจี่ยนเป็นคนดีที่หนึ่งเลย  ที่ข้าพูดอย่างใจปล้ำนั่น ถือว่าข้าไม่ได้พูดก็ได้!” เหลียนฟางโจวปรบมือและกล่าวติดตลก

          อาเจี่ยนได้แต่มองหญิงสาวอย่างจนใจ  แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา

          “พี่ใหญ่ พี่เจี่ยน พวกท่านคุยอะไรกันอยู่รึ ดูครื้นเครงดีจัง!” จู่ๆประตูเรือนก็เปิดผางออกมา เหลียนเจ๋อก้าวพรวดๆเข้ามาจากด้านนอก

            เด็กหนุ่มตัวสูงขึ้นมาก ชุดคลุมตัวนอกลายทางสีเขียวเข้มอมฟ้าที่สวมอยู่ ขับเน้นรูปร่างให้ดูสูงโปร่งเป็นพิเศษ

             เหลียนฟางโจวพลันใจเต้นแรงแทบหลุดจากโพรงอก รู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่ทราบสาเหตุ  ซ้ำเพิ่งตระหนักว่าตนเองเผลอเกร็งมือแน่น หญิงสาวพยายามฝืนยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “ไยเจ้ากลับมาเร็วนัก เช่อเอ๋อร์กับฉิงเอ๋อร์เล่า?

            “สองคนนั่นยังเล่นกันอยู่เลย! “  เหลียนเจ๋อยิ้มกริ่มอธิบาย  พลางสบตาเหลียนฟางโจวแล้วเอ่ยขึ้น “พี่ใหญ่พูดอย่างกับไม่อยากให้ข้ากลับอย่างนั้นแหละ!  พี่ใหญ่วางใจเถิด พวกเขาอยู่กับพี่จวน  พี่จวนบอกว่าจะช่วยดูสองคนนั่นให้!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top