ขนาดตัวอักษร

217.ไปล่าสัตว์ 1

 129 Views

            อาหญิงสามอดกล่าววาจาโน้มน้าวไม่ได้ “พวกเจ้าอยากจะไปกันจริงๆรึ?  อากาศวันนี้หนาวเย็นจริงๆนะ !  เซียงเถิงซานทางโน้นคือเขตเทือกเขา  จะต้องเย็นกว่าหมู่บ้านเราทางนี้มาก  เห็นทีพวกเจ้าแต่ละคนจะต้องล้มป่วย ยามกลับมาเป็นแน่ !”

            “จะไปแล้วอย่างไร ไม่ไปแล้วอย่างไร!  วันนี้ตอนออกไปนอกบ้าน ทุกคนไม่รู้สึกเย็นกันหรือไร !  อาหญิงสาม ท่านเลิกพูดเซ้าซี้เสียทีเถิด พรุ่งนี้พวกเราจะเอาของที่ล่าได้กลับมาฝากท่านเอง !”

             เหลียนฟางฉิงกลัวพี่สาวตนฟังวาจาอาหญิงสามแล้วจะเริ่มไขว้เขว จึงรีบพูดสะกัดขึ้นทันควัน

 

             อาหญิงสามหัวเราะทั้งขำทั้งฉุน  “โอ๋” พลางเบิกตากว้างจ้องหลานสาวตัวน้อย  ผู้เป็นอาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแปร่งๆ “ถูกล่ะๆ ข้ารอฉิงเอ๋อร์ของเราล่าของดีๆกลับมาให้ข้าท่าจะดีกว่า !”

             หลายคนในที่นั้นพอได้ยินแล้ว ต่างหัวเราะกันครืน  พาให้ตัวเหลียนฟางฉิงเองต้องยกมือปิดหน้าหัวเราะเขิน

พวกน้องๆทั้งสามคนพากันตื่นเต้นนอนไม่หลับทั้งคืน  วันรุ่งขึ้นแสงเงินแสงทองเพิ่งจับท้องฟ้า  ทั้งสามคนเป็นฝ่ายกระวีกระวาดลุกขึ้นมาช่วยกัน จุดไฟตั้งหม้อ หุงหาอาหารเช้า

           ดังที่อาเจี่ยนได้เอ่ยไปเมื่อวานแล้ว ถนนหนทางไปมาลำบาก  พวกเขาจึงต้องเร่งออกเดินทางเร็วกว่าหมายกำหนดเดิม

เมื่อเหลียนฟางโจวนึกขึ้นได้ว่า  พวกตนอาจต้องประสบลมหนาวอันแสนทารุณตลอดการเดินทาง หญิงสาวชักเริ่มคิดอยากถอนตัวขึ้นมาตะหงิดๆ  ใครจะคิดว่าพอตัวพี่สาวเพิ่งเริ่มพูดเกริ่นไม่กี่คำ ก็ถูกน้องๆทั้งสามพูดทัดทานขึ้นทันควัน

            เหลียนฟางโจวได้แต่หัวเราะ  จึงเลิกล้มความคิดนี้ลง

           เพราะลงมือกินมื้อเช้าด้วยความรีบเร่ง ทุกคนจึงพร้อมออกเดินทางแล้ว ได้มีการบรรทุกสัมภาระไว้บนตัวลา ที่กำลังจูงเดินออกมา  พอพ้นประตูรั้วบ้านไปไม่นานเท่าใด  เหลียนฟางฉิงและเหลียนเช่อต่างโดดขึ้นนั่งขี่บนหลังลา

           หิมะเริ่มละลายแล้วตั้งแต่เมื่อวาน  วันนี้ดวงอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า หิมะยังคงละลายตัวเองลงอย่างช้าๆต่อเนื่อง

ทางน้ำเล็กๆภายในบริเวณถนนใหญ่ เกิดจากหิมะที่ละลายเป็นน้ำหยดเล็กๆไหลมารวมตัวกัน  ได้ยินเสียงน้ำที่กำลังไหล  ซึ่งค่อยๆไหลเข้าไปในพื้นที่เทือกเขาอันห่างไกลทีละน้อยๆ น้ำจากหิมะที่ละลายบนใบไม้ กิ่งก้าน ต่างไหลหยดลงมามากขึ้น เกิดเป็นเสียงดังเปาะแปะๆ

           โชคดีที่ตอนกลางวันมีคนสัญจรในถนนบนภูเขาไม่มากนัก  จึงไม่ปรากฏดินโคลนเฉอะแฉะให้เห็น ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ไม่มีอุปสรรคในการเดินทางเลย

            เมื่อลัดเลาะไต่ขึ้นไประหว่างหุบเขา  ทัศนียภาพสองฟากฝั่งยิ่งทวีความงดงามน่ามองมากขึ้นตามลำดับ อุณหภูมิก็ลดต่ำลงด้วย หิมะบนต้นไม้ และยิ่งหิมะบนยอดเขาด้วยแล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะละลายเลย หิมะขาวโพลนจึงยังมีปกคลุมให้เห็นไปทั่ว ซึ่งบางส่วนก็เปลี่ยนรูปร่างไปเป็นน้ำแข็งใสกระจ่างให้เห็นก็มี

            “หนาวจังเลย !” เหลียนฟางฉิงอดยกสองมือขึ้นป้องปาก แล้วพ่นลมหายใจใส่มิได้

            เหลียนฟางโจวกำลังจะเอ่ยถ้อยคำหยอกเย้าตอบกลับไป ยาโถวตัวน้อยเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาทอประกายเจิดจ้า  “วันที่อากาศหนาวเย็นแบบนี้  เราย่อมพบไก่ฟ้า และกระต่ายมากมาย ดังที่พี่เจี่ยน บอกไว้ใช่หรือไม่ !”

            ถ้อยคำของเหลียนฟางโจวมิได้หลุดออกจากปาก เรื่องราวที่คิดไว้ในใจว่าจึงยังไม่ปรากฏ  หญิงสาวได้แต่หัวเราะอย่างอดไม่ได้

            อาเจี่ยนเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “เรื่องนี้ต้องขึ้นไปบนเขาก่อนถึงจะรู้!  จะพูดเรื่องนี้ตอนนี้ ถือว่ายังเร็วไปหน่อย !”

            ในที่สุดก็ถึงภูเขาเซียนเถิงซานในเวลาอันรวดเร็ว เหลียนฟางฉิงและเหลียนเช่อพากันลงจากหลังลา อาเจี่ยนจูงลาไปที่ใต้แมกไม้ร่มครึ้ม แล้วผูกลานั้นไว้กับต้นไม้

             เหลียนฟางโจวหันใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้ม เอ่ยกับชายหนุ่ม “พวกเราอย่าเดินเข้าไปในป่าลึกเลย  เดินสำรวจอยู่แถวละแวกนี้เถิด !  วันนี้ พอดีข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนิดหน่อยน่ะ !”

             หิมะในแถบเทือกเขาเซียนเถิงซานนี้หนากว่า ที่เหลียนฟางโจวจินตนาการไว้มาก

              เมื่อคิดอีกทีก็ใช่ นี่คือแถบภูเขา  อุณหภูมิที่นี่เดิมทีก็ต่ำกว่ามากอยู่แล้ว หิมะยิ่งสร้างความลำบากในการเดินป่าทบเท่าทวี อีกทั้ง ระยะเวลาที่หิมะตกที่ฝั่งนี้ดูเหมือนจะยาวนานกว่าที่ฝั่งหมู่บ้านมากเสียด้วยซ้ำ

             “วางใจเถิด ข้ารู้สถานการณ์ดี !”  อาเจี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าจะอยู่หน้าทำทางเอง  อาเจ๋อตามติดข้า  ส่วนเจ้าคอยดูแลพาฉิงเอ๋อร์กับเช่อเอ๋อร์สองคนนี้เดินตามเถิด !”

             เหลียนฟางโจวแย้มยิ้มเป็นเชิงตกลง

             “พี่เจี่ยน  พวกเราจะไปที่ไหนกันเหรอ !  ที่นี่มีหิมะตกหนามาก  ทำให้ภูเขาลูกนี้  ต้นไม้พวกนี้ดูงดงามจริงๆเลย !” เหลียนเช่อเอ่ยถาม

              อาเจี่ยนหันไปมองเหลียนเจ๋อ ถามขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “อาเจ๋อ  เจ้าบอกสิ  ว่าพวกเราควรมุ่งหน้าไปที่ไหนดี?”

              เหลียนเจ๋อดวงตาเป็นประกาย นึกถึงสิ่งที่อยากได้แทบจะทันที ครั้นแล้วจึงเอ่ยแย้มยิ้ม “จริงสิ คราวก่อน หุบเขาที่อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือนั่นดีนัก ข้าจำได้ พี่เจี่ยนเคยกล่าวไว้ว่า หุบเขานั่นมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเลิศเหมาะแก่การล่าสัตว์ที่สุด !  แถมมีโอกาสจะพบพานเหยื่อขนาดใหญ่บนนั้นมากที่สุดอีกด้วย!”

               อาเจี่ยนหันไปพยักหน้าแย้มยิ้มให้เด็กหนุ่มอย่างชื่นชม แล้วพูดเสริมขึ้น “พวกเรายังไม่ต้องรีบร้อนไปที่นั่นก่อนหรอก  อืม พวกเราไปที่ป่าพุทราตรงโน้นกันก่อนเถิด !  ไม่แน่ อาจเจอพวกไก่ฟ้าและนกอื่นๆ ออกมาหาอาหารกินก็เป็นได้ “

               “ถูกล่ะ ถูกล่ะ!  บนพื้นแถวบริเวณป่าพุทรานั่น อาจมีลูกพุทราหล่นอยู่มากมายก็เป็นได้ !” เหลียนฟางโจวดวงตาเปล่งประกาย  พลางปรบมือเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

                เหลียนฟางฉิง เหลียนเช่อพร้อมคนที่เหลือ ฟังเหตุผลแล้ว ล้วนเห็นดีด้วยอย่างลิงโลดใจ

                อาเจี่ยนนำทาง เหลียนเจ๋อตามหลังไปติดๆ ตามมาด้วยเหลียนเช่อและเหลียนฟางฉิง ในขณะที่เหลียนฟางโจวเดินปิดท้ายขบวน บรรดานักเดินป่ามุ่งหน้าเข้าไปยังทิศทางของป่าพุทรา

              จวบจนใกล้จะถึงที่หมายอยู่รอมร่อ  อาเจี่ยนได้ยกมือขึ้นเป็นสํญญานให้ทุกคนหยุด  แล้วเหลียวหลังกลับไปเอ่ยเสียงเบา “ทุกคนย่างเท้าให้เบาลงอีกนิด พวกเราสาวเท้าขึ้นหน้ามาช้าๆ !  ทุกคนข้างหลังจงจำไว้ ให้ย่างเท้าไปบนรอยเท้าของข้าเท่านั้นพอ !”

               เหลียนฟางโจวและคนอื่นๆพยักหน้าตอบรับ

                กำลังเข้าใกล้ป่าพุทราเข้าไปทุกทีๆ เหลียนฟางฉิงก็หยุดเท้าเอาเสียดื้อๆ แล้วหันมากระซิบเสียงเบา “ พี่ใหญ่ พี่สาม หรือว่า พวกเรารอสักครู่ก่อน  แล้วค่อยเดินไปอีกครั้ง ดีหรือไม่?”

                เหลียนฟางโจวรู้ดีว่า  ที่น้องสาวพูดเช่นนี้ เป็นเพราะวาจาที่อาหญิงสามกล่าวไว้ก่อนหน้านั่นเอง หากวันนี้กลับไปมือเปล่า อาหญิงสามคงไม่ยอม แถมยังหัวเราะด้วยความขบขันใส่หน้านางอีก !

               “เอาสิ  เช่นนั้นพวกเรารออยู่ที่นี่ก่อน !”  เหลียนฟางโจวเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

               อาเจี่ยนและเหลียนเจ๋อยังคงสาวเท้ามุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ จนผ่านไปพักหนึ่ง พวกเขาแหวกพุ่มกิ่งไม้ที่มีน้ำแข็งจับอยู่ตามขอบไปข้างๆ แล้วค้างไว้เบาๆ ขณะเข้าไปในดงป่า ก็กวาดสายตาไปรอบๆด้วย ดวงตาเหลียนเจ๋อพลันทอประกายเจิดจ้า  มือชี้ไปยังบริเวณอันห่างออกไปที่มีหิมะปกคลุมเต็มพื้นที่ มีเงาร่างพร้อมสีสัน 5 เฉดสีหลัก กำลังก้มหน้าคุ้ยหาอาหารอยู่  เด็กหนุ่มจึงเอ่ยด้วยความยินดีปนประหลาดใจ “พี่เจี่ยนท่านดูสิ มีไก่ฟ้าสีทองด้วยล่ะ !”

               อาเจี่ยนผงกศร๊ษะนิดหนึ่ง  แล้วเอ่ยแย้มยิ้ม “ไกลไปหน่อย  เจ้าจะไปต่อหรือไม่?”

                นานๆจะเจอเหยื่อจะๆสักที  เหลียนเจ๋อแสนดีอกดีใจ รีบพยักหน้าหงึกๆ “ไป ข้าไป !”

                อาเจี่ยนยิ้มบอกเป็นนัย  อาเจ๋อสุดแสนลิงโลดใจ  เด็กหนุ่มรีบตามไปอย่างเงียบเชียบ

                อาเจี่ยนหันหน้าเดินไปอีกทิศทางหนึ่งได้ไม่กี่ก้าว  ก็เห็นกระต่ายสีดำสองตัว วิ่งไล่กันอยู่ท่ามกลางหิมะสีขาวโพลน เขายกยิ้มเล็กน้อย  ชายหนุ่มประทับลูกธนู พลางน้าวสายธนูไปจนสุด  เสียงลูกธนูสองดอก พุ่งดังแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็ว ลูกธนูปักเข้ากับกระต่ายสองตัว ตามลำดับ พวกมันล้มลง พลางกระตุกเฮือกสองสามที ก่อนจะแน่นิ่งไม่ไหวติงไปในที่สุด

             “พี่เจี่ยนช่างร้ายกาจแท้ ! “  เหลียนฟางฉิงเตรียมวิ่งหมายจะเข้าไปไล่จับแล้ว ขณะที่อีกสามคนยังคงมองดูอยู่นิ่งๆ  เด็กน้อยอดเอ่ยด้วยความดีใจไม่ได้

                “พี่เจี่ยน พวกเราไปเก็บกลับมาให้ ดีหรือไม่?”  เหลียนเช่อเริ่มถามขึ้น

             “เอาสิ !” อาเจี่ยนพยักหน้าแย้มยิ้ม

              เหลียนเช่อและเหลียนฟางฉิงยินดีปรีดาไม่หยุด  พลางโห่ร้องลั่น  ทั้งสองคนรีบวิ่งตรงเข้าไปเก็บอย่างทุลักทุเล

คนทั้งหลายเดินสำรวจในป่าพุทรา รวมทั้งป่าละแวกใกล้เคียง อยู่ราวสองชั่วยาม  เหลียนฟางโจวจึงปัดกวาดพื้นที่พอประมาณ  แล้วเอาฟางข้าวมาปูรองไว้

             เดิมทีที่มาที่นี่ ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่หากิจกรรมทำเท่านั้น  มิได้คาดหวังอันใด  มิคาดว่าด้วยสภาพอากาศแบบนี้ กลับดึงดูดนกประเภทต่างๆเข้ามาเป็นอันมากจริงๆ  นอกจากไก่ฟ้าธรรมดา ไก่ฟ้าสีทองแล้ว  ยังมีไก่ป่า นกกระทา นกเขา และนกอื่นๆทั่วไปทั้งขนาดเล็กและใหญ่

              อาเจี่ยนไม่ใคร่สนใจนกเล่านี้เท่าไรนัก แต่ก็ยังยิงธนูใส่เป้าหมายไปเรื่อยๆ  เหลียนเจ๋อคิดเพียงแค่มาฝึกปรือฝีมือ มิคาดว่าจะยิงเข้าเป้าได้เป็นอันมาก

               ลงท้าย เมื่อนับจำนวนสัตว์ที่ยิงได้  มีนกใหญ่น้อยร่วม 30 ตัว ไก่ฟ้า 6 ตัว  ซ้ำยังมีกระต่ายที่ได้จากทุ่งหิมะกว้างอีก 3 ตัว

             “วันนี้ล่ามาได้มากมายจริงๆ!  พอให้พวกเรากินฉลองเทศกาลปีใหม่ได้เลยนะ ! “

               เหลียนฟางฉิงสดชื่นเบิกบานสุดแสน

              ส่วนเหลียนฟางโจวเมื่อเห็นผลงานมากมายปานนี้  ในใจบังเกิดความปิติยินดีไม่รู้จบ หญิงสาวอดลอบเอ่ยในใจไม่ได้  นี่คือยุคสมัยโบราณ ภูเขาขนาดใหญ่เช่นนี้ มีน้อยคนนักจะกล้าย่างกรายเข้าไป หาไม่แล้ว ไหนเลยจะไม่มีสัตว์ป่ามากมายให้เราได้พบเห็นได้เล่า

             อาเจี่ยนค้นทั่วบริเวณนี้ พบว่าเหล่านกหนีหายไปหมดแล้ว จึงหันไปทอดสายตามองหุบเขาที่อยู่ไกลออกไป แล้วจึงหันกลับมากล่าวกับเหลียนฟางโจว “หรือว่า ข้ากับอาเจ๋อจะเข้าไปสำรวจกันสองคนเอง  พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ก่อนเถิด !  เส้นทางในป่านี้  ถ้าตามมากับพวกเราด้วย พวกเจ้าจะเดินฝ่าเข้าไปลำบากนัก !”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top