ขนาดตัวอักษร

149.เริ่มงานก่อสร้าง 2

 81 Views

                      จางลี่เจิ้งหัวเราะเบาๆให้เหลียนฟางโจวและเหลียนเจ๋อที่เดินเข้ามาหา  เขาประสานมือยกขึ้น  พลางเอ่ย “ยินดีด้วย!”  ทุกๆคนในที่นั้นพลันตามเข้ามาเอ่ยแสดงความยินดีกันอย่างเซ็งแซ่

                        เหลียนฟางโจวกับเหลียนเจ๋อยิ้มแย้มและมอบของชำร่วยให้ผู้มาแสดงความยินดีทีละคน

                   ตามมาด้วย  เด็กๆตัวเล็กๆที่กรูเข้ามาห้อมล้อมอย่างตื่นเต้นดีใจ  คนงานสี่คนในมือแต่ละคนถือจานก้นตื้นเดินเข้าไปในหมู่เด็กๆ   ยิ้มแย้มแจ่มใสเชิญชวนทุกคนเข้ามา  ในจานเต็มไปด้วย เมล็ดแตงโม  เมล็ดสน  พุทราแห้ง  ลำไยแห้ง  หยุนเปี้ยนเกา  พอๆกับลูกกวาดนานาชนิด  ผลไม้เชื่อม  ขนมหวานชิ้นเล็กๆ

                        เด็กๆส่งเสียงเฮกันเกรียว  ส่วนพวกผู้ใหญ่ต่างก็พากันยิ้มแย้มเต็มใบหน้า

                   ทั้งหมดล้วนยกย่องความใจดีของสกุลเหลียน  ต่างเต็มอกเต็มใจมาร่วมงาน

                        “ฟางโจวนี่ช่างมีชีวิตที่รุ่งเรืองเสียจริงๆ!”

                        “จริงด้วย  ดูสิที่ดินผืนใหญ่โตปานนี้   คงต้องปลูกเรือนหลายๆหลังถึงจะเต็มพื้นที่ได้นะเนี่ย!”

                        เหลียนฟางโจวกับเหลียนเจ๋อต่างหัวเราะโอภาปราศรัยกับบรรดาเพื่อนบ้าน  ซึ่งทุกคนล้วนแสดงท่าทีสุภาพเป็นมิตรอย่างยิ่ง   งานก่อสร้างกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่อึดใจนี้แล้ว  เหล่าเพื่อนบ้านทั้งหมดจึงไม่รบกวนอีกต่อไป   แต่ละคนต่างเอ่ยขอตัวกลับ

          ไม่ต้องสงสัยเลย  หากจะพูดถึงคนที่มีจิตใจ “เมตตา” ผู้คนไม่พ้นต้องกล่าวขวัญถึงเหลียนฟางโจวและน้องๆเป็นแน่

                   “ช่างจัดงานใหญ่เสียจริง  โอกาสสำคัญถึงเพียงนี้ไฉนถึงไม่เชิญลุงใหญ่กับป้าใหญ่มาด้วยเล่า?  แม้ภายในสกุลเหลียนของพวกเจ้าจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน  และพวกเขาก็ทำเกินไปหน่อย  แต่เหนืออื่นใด พวกเขาก็ยังถือเป็นญาติผู้ใหญ่พวกเจ้าอยู่นะ   โอกาสแบบนี้ต้องเชิญพวกเขาสองผัวเมียมาด้วยสิถึงจะถูก  หาไม่คนอื่นจะเอาไปซุบซิบนินทาเอาได้นะ!”

                        เหลียนฟางโจวกับเหลียนเจ๋อต่างแลกเปลี่ยนสายตากันอย่างมีความหมาย  เหลียนเจ๋ออายุยังน้อย   จึงไม่อาจเข้าใจความนัยที่ส่งมา  หญิงสาวทำหน้านิ่ง  ไม่ปริปากตอบโต้อันใด

                 ในใจของเหลียนฟางโจวมีแต่ความรังเกียจ  หญิงสาวหัวเราะพูดจาขอไปทีกับเพื่อนบ้านจอมแส่ผู้นั้นอีกสองสามคำ   แล้วจึงขอตัวพาเหลียนเจ๋อออกไปทักทายแขกผู้อื่นต่อ

                        ญาติผู้ใหญ่หรือ?  ทำเกินไปหน่อยหรือ?   พฤติกรรมของเหลียนลี่กับภรรยามันแค่  “เกินไปหน่อย” เท่านั้นหรือ?

                        ยึดข้าวเปลือก  เกือบเอาเธอไปขาย  จ้างพวกอันธพาลมาก่อกวนในไร่   ให้พวกมันมากล่าวถ้อยคำจาบจ้วงเธอ   รังแกน้องๆเธอทั้งบุกรุกเข้าบ้านเพื่อขโมยเงินและโฉนดที่ดิน…..

                        ด้วยวีรกรรมทั้งหลายทั้งแหล่นี้  จะยังนับเป็นญาติผู้ใหญ่ได้อีกหรือ?  นี่มันเป็นการแค่ทำ “เกินไปหน่อย” หรือ?

                        เหลียนฟางโจวไม่พอใจมากที่มีคนมาพูดจาแบบปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอเช่นนี้!   มันไม่เกินไปเลย  หากจะบอกว่าพฤติกรรมแบบนี้ช่างน่ารังเกียจเพียงใด

                        คล้ายว่าสังคมมิเคยขาดแคลนคนจำพวกนี้   พวกเขามักรู้สึกว่าตนเองมีคุณธรรมสูงส่ง  ทึกทักเอาว่าเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นเป็นเรื่องของตนเอง  กระเหี้ยนกระหือรือคอย “จุดชนวน”  ให้ผู้อื่นฟัง

                        จะบอกว่าพวกเขาพูดด้วยความหวังดีกระนั้นหรือ   พวกเขาจะจำได้บ้างไหมว่าที่ผ่านมาเกิดอันใดขึ้นบ้าง?   ทำเป็นใจดีเห็นใจผู้คน  โดยเฉพาะคู่ผัวเมียญาติผู้ใหญ่นั่น!

            ไยพวกเขาไม่คิดบ้างว่า  หากเรื่องเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับตนเองบ้าง  พวกเขาจะทำหน้าอย่างไร

                        บรรดาเพื่อนบ้านต่างทะยอยแยกย้ายกันกลับ   ฝ่ายกู้สือจึงเรียกเหล่าคนงานให้เริ่มลงมือทำงาน  ก่อสร้างฐานรากอาคาร  เหลียนฟางโจว เหลียนเจ๋อและอาเจี่ยนคอยดูความเรียบร้อยในภาพรวม  ครั้นแล้วเหลียนฟางโจวจึงพาเหลียนฟางฉิงกับน้องชายคนเล็ก  และอาหญิงสามกลับบ้านไปพร้อมกัน

                   ทิ้งอาเจี่ยนกับเหลียนเจ๋อไว้ที่นั่น

                   “พี่ใหญ่  คอยให้ก่อสร้างอาคารเสร็จ  พวกเราไปขุดต้นผลไม้กันได้ใช่หรือไม่?”  เหลียนฟางฉิงอดถามไม่ได้

               ก่อนหน้านี้จำได้ว่าพอเห็นที่ดินผืนกว้างใหญ่ที่นี่   ในใจเหลียนฟางฉิงไม่เพียงรู้สึกปิติยินดี กับที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบ้านนาง  แต่อีกใจหนึ่งกลับค่อนข้างกลัดกลุ้ม  หากก่อสร้างอาคารให้ดีบนที่ดินผืนนี้  คงต้องใช้เวลาอีกนาน!

                        เหลียนฟางโจวจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ที่นี่มีน้ากู้คอยคุมคนงาน   ส่วนบ้านเราเพียงส่งใครแวะมาดูความคืบหน้าเป็นครั้งคราวในแต่ละวันก็ใช้ได้แล้ว  อืม  อีกสักสองวันหากอากาศดี พวกเราก็เดินทางไปเขาเซียนเถิงซานได้แล้วละทีนี้!”

                        ขืนยังไม่ได้ไปอีก  เธอกลัวว่าน้องน้อยทั้งสองคงจะนอนไม่หลับ!

                        “จริงๆนะ!  ดีจังเลย!  ดียิ่งนัก!  สองวันที่ผ่านมาอากาศดีมาตลอดเลย   ถึงวันนั้นอากาศต้องดีแน่ๆ!”  เหลียนฟางฉิงกับเหลียนเช่อต่างกู่ร้องด้วยความดีใจ

         “ดูพวกเจ้าสองคนสิ ดีอกดีใจอะไรกันนักหนา!”  อาหญิงสามค้อนใส่เด็กทั้งสอง   พลางเปรยขึ้นมา “มัวแต่ดีอกดีใจล่วงหน้ากันไปเถอะ!  เขาเซียนเถินซานได้ยินว่าไกลมากเลยนี่  ระวังจะเดินจนปวดแข้งปวดขา  กลับมายามค่ำ ถึงเวลานอน อย่าได้มาร้องไห้งอแงเชียวนะ!

                        เหลียนฟางฉิงกับเหลียนเช่อรีบรับปากทันทีว่าพวกตนไม่มีทางร้องไห้แน่นอน   ซ้ำยังสาบถสาบานจริงจัง   ขณะลอบมองสีหน้าเหลียนฟางโจวไปด้วย  กลัวว่าพี่สาวจะถูกอาหญิงสามชักใบให้เรือเสีย

               เหลียนฟางโจวแอบหัวเราะขำ

                        พอกลับถึงบ้าน   อาหญิงสามเอากระดูกหมูท่อนใหญ่มาตุ๋นน้ำแกง  นวดแป้ง   ตอกไข่ไก่  ซอยต้นหอม

                        เหลียนฟางโจวพี่ใหญ่  น้องเล็กและอาหญิงสามช่วยกันทำกับข้าว  เร่งนึ่งหมั่นโถวเป็นอันดับแรก   ไม่นานก็เหลือเพียงจี่เล่าปิ่ง

                        “ไปพักสักครู่เถอะ!  งานเหลืออีกไม่มากแล้ว  ไว้ปล่อยเป็นหน้าที่ข้าเอง!”  อาหารกลางวันสำหรับคน 14-15 คน   นับว่าน้อยกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับสองสามวันก่อนหน้า  อาหญิงสามจึงลงมือทำอย่างง่ายดายสบายๆเลยทีเดียว

                        เหลียนฟางโจวเห็นว่านางหยิบจับได้อย่างว่องไวจริงๆ   จึงไม่เกรงใจ  หัวเราะเบาๆพลางสาวเท้าเข้าไปในห้อง เพื่อนั่งพักขา

              ตอนเที่ยงไปส่งอาหารแล้วกลับมากินกลางวัน  เหลียนฟางโจวจึงไม่ออกไปไหนอีก  นับว่าหายากนักที่หญิงสาวจะพักผ่อนอยู่บ้านนานเป็นครึ่งวัน

                        “พรุ่งนี้   พวกเราไปสือวานสักครั้งดีไหม!  ชวนอาเจี่ยนกับพี่รองของพวกเจ้าไปที่นั่นด้วยกัน! “ เหลียนฟางโจวเอ่ยกับเหลียนฟางฉิงและเหลียนเช่อด้วยรอยยิ้ม “สวนผลไม้ของพวกสือวานหลินมีชื่อเสียงนัก  มีต้นกล้าผลไม้ขายเป็นอันมาก   พวกเราลองแวะไปสำรวจดูหน่อย!”

                        ครอบครัวสือวานหลินเป็นยอดฝีมือในแถบนี้  ปลูกผลไม้หาเลี้ยงชีพ  ไม่ทำไร่ไถนาเลย

                        สกุลพวกเขาทำสวนผลไม้กันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว  ที่บ้านนั้นมีสวนป่าผลไม้พื้นที่ 600-700 หมู่  ซ้ำยังมีไร่ไว้เพาะพันธุ์ต้นกล้าถึง 10 หมู่อีกด้วย  ทุกๆปีมีต้นกล้าผลไม้นำออกขายเป็นอันมาก

           เหลียนฟางฉิงกับเหลียนเช่อพอได้ยินให้รู้สึกดีใจเป็นล้นพ้น   รีบรับคำรัวๆ

                        ตกค่ำเหลียนเจ๋อกับอาเจี่ยนเพิ่งกลับมาถึง   เหลียนฟางฉิงอดรนทนไม่ได้รีบมาเล่าให้คนทั้งสองฟัง

               อาเจี่ยนหัวเราะ  เหลียนเจ๋อย่อมไม่คัดค้าน

                   เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น  แต่ละคนต่างกระวีกระวาดขึ้นรถเกวียนเทียมลาออกจากบ้านไป  อันดับแรกไปแวะไปดูงานก่อสร้างที่ปากทางเข้าหมู่บ้านก่อน  แล้วจึงขับรถไปสือวานเป็นแห่งที่สอง

                        เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงปูพื้นทีละชั้น   ซึ่งไม่อาจทำเสร็จสิ้นได้ในคราวเดียว  เพราะฉะนั้นจึงมีช่วงรอสั้นๆแทรกอยู่หลายครา

                        เหลียนฟางโจวจึงให้กู้สือพาคนงานไปสร้างรั้วก่อน

                        การถามทางไปบ้านสือวานหลินนั้นง่ายดายทีเดียว  บ้านที่ครอบครัวนี้อาศัยอยู่แวดล้อมด้วยสวนป่าผลไม้

                        รถเกวียนเทียมลาเคลื่อนตัวไปตามถนน  แล้วเลี้ยวเข้าทางสามแยกเล็กๆ  จากนั้นจึงวิ่งต่อไป  ไปได้ไม่ไกลนักก็เห็นว่าสองข้างทางล้วนมีแต่ไม้ผลปลูกแน่นขนัดเต็มไปหมด  มีทั้งผลท้อ ผลซิ่ง (อัลมอนด์) ผลหลี่(ลูกพลัม) ผลหลี(ลูกแพร์)   พุทรา  ลูกพลับ  สัดส่วนเท่าๆกัน  เป็นแปลงๆต่อเนื่องกันไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา   ไหล่ทางทั้งสองฟากถนนปลูกไม้หนามแหลมเป็นพุ่มหนายาวเหยียด   เห็นได้ชัดว่ามีคนจงใจปลูกเอาไว้เป็นแถวยาวอย่างเป็นระเบียบมาก   คล้ายเป็นกำแพงรั้วหนามทั้งสองฟากฝั่ง   หมายจะกั้นสวนผลไม้ออกจากถนน

                        นอกจากนี้ยังปลูกเถากุหลาบเกี๋ยงเวยให้เลื้อยคลุมไปทั่วพุ่มไม้หนาม  ยามฤดูกาลนี้ย่อมเห็นเพียงใบไม่เห็นดอก

                        ทว่าจะลองจินตนาการดูซักตั้งก็ไม่เลวนัก   เมื่อถึงเดือนสี่และเดือนห้ายามดอกกุหลาบเกี๋ยงเวยผลิบาน  จะเห็นภาพอันสวยสดงดงามตระการตาสักเพียงใด

                        ไม่ว่าจะเดินเท้าหรือนั่งรถมา   ยามผ่านกำแพงดอกไม้สองฟากฝั่งถนนนี้  จะรู้สึกสุขสงบผ่อนคลายกับภาพงดงามเกินจินตนาการนี้สักเท่าใด

                        ครอบครัวสกุลหลินนี   ช่างเก่งกาจเสียจริง!

                        ทุกคนบนรถล้วนไม่เคยมาเยือนบ้านสือวานหลิน  พวกเขาเห็นเพียงสองข้างทางมีแต่ป่าผลไม้เต็มไปหมด   เหลียนฟางฉิงได้แต่อิจฉาไม่หยุด  อดเอ่ยไม่ได้ “หากบ้านเรามีสวนป่าผลไม้มากมายแบบนี้บ้างก็คงดีนะ!”

                        “ปีหน้าบ้านเราก็มีสวนผลไม้แล้ว  ภายหน้าจะต้องยิ่งใหญ่กว่านี้แน่นอน  ใช่ไหมพี่ใหญ่?”  เหลียนเช่อตะลึงค้างไปกับภาพที่เห็นตรงหน้านี้แล้ว

                        “ถูกต้อง!”  เหลียนฟางโจวเอ่ยแย้มยิ้ม “อีกไม่เกินสองสามปี  พวกเราก็สามารถมีแบบนี้ได้!”

                        “อื้ม  พวกเราทำตามพี่ใหญ่  ไม่มีทางผิดหวังแน่นอน!  พี่ใหญ่  ปีหน้าข้าโตกว่านี้  ข้าก็ทำงานได้แล้ว!  จะได้ช่วยงานพี่ใหญ่เหมือนพี่รองด้วย !” เหลียนฟางฉิงเผยความตั้งใจทันที  คล้ายว่าหากนางทุ่มเทแรงกายทั้งหมด  นางจะมีสวนผลไม้ใหญ่โตเร็วขึ้น

                        “ตกลง!  พวกเจ้าก็รีบโตไวๆ   พี่ใหญ่กำลังคอยพวกเจ้ามาช่วยงานอยู่นะ!”  เหลียนฟางโจวเอ่ยแย้มยิ้ม

                        ไม่นานนัก  ก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่าอยู่ไกลๆ  อาเจี่ยนจึงดึงบังเหียน  ชะลอความเร็วลง  พลางเอ่ยขึ้น   “คล้ายว่าข้างหน้าไม่ไกลจะเป็นบ้านของคนสกุลหลินนะ!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top