ขนาดตัวอักษร

146.จัดแจงเตรียมงาน

 97 Views

                         “แน่นอน!” เหลียนฟางโจวเห็นอีกฝ่ายเอ่ยเข้าเรื่องตรงๆ   ซึ่งช่วยเธอไม่ต้องเสียเวลาอารัมภบทให้มากความ   หญิงสาวพลันพยักหน้าแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม  “อันที่จริงข้ามาหาน้าจ้าวลิ่วด้วยมีเรื่องขอความช่วยเหลือ!   ยิ่งท่านหาคนได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น!  ค่าจ้างก็แล้วแต่น้าจ้าวลิ่วบอกตัวเลขคนงานแต่ละคนไปเลย!”

                        จ้าวลิ่วเอ่ยแย้มยิ้ม “ข้านึกอยู่แล้วว่าอีกสองสามวันเจ้าคงต้องมาหาข้าด้วยเรื่องนี้แน่  ในเมื่อทุกคนก็ทักทายปราศรัยกันพอสมควรแล้ว!  และไหนๆวันนี้ก็มาถึงแล้ว  มิสู้พวกเราไปพบคนที่ต้องการกันเลยไหม!  จะได้ประหยัดเวลาไม่ต้องมาหลายเที่ยว!  คนผู้นี้มีนามว่ากู้สือ  เอาจริงเอาจังรับผิดชอบงานดี  ฝีมือไม่เลวเลย  แม่นางเหลียนอยากสร้างโกดังหรืออะไรก็ตามที่ไม่ซับซ้อนมากนัก  ไม่จำเป็นต้องไปหาช่างฝีมือชั้นบรมครูหรอก!   ตราบใดแค่เพียงต้องการให้ใช้ประโยชน์ได้จริงเท่านั้น!”

 

                   เหลียนฟางโจวอดไม่ได้หัวเราะเอ่ยขึ้น  “ที่น้าจ้าวลิ่วเอ่ยมานี้ตรงใจข้านัก!  คนบ้านนอกเช่นพวกเรา  ก็ต้องการเพียงให้มันใช้ประโยชน์ได้จริงก็พอ   ความงดงามหรูหราหามีประโยชน์อันใดไม่!”

                        จ้าวลิ่วหัวเราะชอบใจ  แล้วจึงเอ่ย  “บ้านกู้สืออยู่ไม่ไกลจากบ้านข้า  อยู่ห่างออกไปสองช่วงถนนเอง  พวกเราเดินไปกันเถิด!”

                        เหลียนฟางโจวหัวเราะตกลง  เดินเคียงข้างไปกับเหลียนเจ๋อ  อาเจี่ยน  ติดตามจ้าวลิ่วไปด้วยกัน

                        เดิมทีจ้าวลิ่วกำลังจะร้องทักกู้สืออยู่แล้ว   พอกู้สือเห็นพวกเขามาจึงรู้ว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่    จึงแนะนำตัวเองกับทุกคนซึ่งช่วยประหยัดเวลาไปโข

                        หลังจากคุยเรื่องสัพเพเหระกันพอสมควร   เหลียนฟางโจวกับอาเจี่ยนต่างสบตากัน  แล้วจึงเอ่ยแย้มยิ้ม  “เวลานี้ยังไม่สายนัก  มิสู้พวกเราไปหาร้านอาหารเล็กๆแถวละแวกนี้ นั่งกินมื้อกลางวันกันก่อนดีหรือไม่   ค่อยกินกันไปคุยกันไปก็แล้วกัน!”

                        กู้สือได้ฟังเหลียนฟางโจวเอ่ยมาเช่นนี้ ให้รู้สึกทึ่งเล็กน้อย  อดสำรวจหญิงสาวเร็วๆแวบหนึ่งไม่ได้  แม้ที่นี่คือเมืองเล็กๆ  คนส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนธรรมดาสามัญ   แทบไม่มีคนประเภทที่มาจากตระกูลร่ำรวยและมีรสนิยมเลย   ทว่าเหลียนฟางโจวกลับเชิญพวกเขาไปกินอาหาร  กู้สือจึงอึ้งไปเล็กน้อย

                        “เช่นนั้นก็ดียิ่ง!  งั้นไปกันเถิด  มื้อนี้ข้าเป็นเจ้ามือเอง  เนื้อแพะอบร้านเสี่ยวฟู่ไหลนับว่าไม่เลวเลย พวกเราไปที่นั่นกันนะ!  วันนี้กินเนื้อแพะ  ซดน้ำแกงแพะตุ๋น  ร่างกายจะได้อบอุ่น!”  จ้าวลิ่วเอ่ยแย้มยิ้ม

    เหลียนฟางโจวเอ่ยออกมาสองสามประโยคด้วยความเกรงอกเกรงใจ  แต่ก็ไม่ปฏิเสธจ้าวลิ่ว  หญิงสาวเหลือบมองอาเจี่ยนคราหนึ่ง  แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นก็ไม่ปฏิเสธ!   ไว้คอยให้ก่อสร้างอาคารเสร็จเมื่อใด   ข้าขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงทุกท่านอีกครั้ง   ครั้งหน้าชวนน้าลิ่วมาร่วมด้วย  เพื่อเป็นการขอบคุณทุกๆท่าน!”

                        จ้าวลิ่วเอ่ยแย้มยิ้ม “แม่นางเหลียนนี่อะไรๆก็ดีหมด  เสียแต่ขี้เกรงใจที่หนึ่งเลย!  คราวหน้าค่อยว่ากันอีกที  ไป  พวกเราไปร้านเสี่ยวฟู่ไหลกันก่อนเถอะ!”

                   ร้านเสี่ยวฟู่ไหลที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนฝั่งตะวันออกนี้  เป็นร้านที่มิได้เล็กมากเกินไปนัก  ในร้านดูสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ  ภายในมีโต๊ะอาหารเตรียมไว้ให้ลูกค้านั่ง 8-9 ตัว

                        เห็นได้ชัดว่าจ้าวลิ่วเป็นแขกขาประจำของที่นี่  พอเห็นเขามา  เจ้าของร้านก็หัวเราะยิ้มแย้มจากในร้าน พลางเดินออกมาต้อนรับ

                        แม้ร้านจะเล็กไปหน่อย  ทว่ามีการใช้ฉากกั้นแยกเป็นห้องส่วนตัวเล็กๆได้ 2 ห้อง   พอเจ้าของร้านพูดคุยเฮฮาเรื่องเรื่อยเปื่อยกันอย่างสุภาพกับแขกไปได้สักพัก  จึงเชิญพวกเขาสั่งอาหารก่อน

                        นายท่านลิ่วจะสั่งอาหารแบบที่เคยสั่งดีไหมขอรับ?”  เจ้าของร้านถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

                        จ้าวลิ่วผงกศีรษะ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เอาที่อร่อยๆ แล้วรีบมาขึ้นโต๊ะให้ไวเลย  ระหว่างรอ  หาอะไรมารองท้องกันก่อนดี!  ก่อนอื่นก็ดื่มสุราสักกาก็ไม่เลวนะ!”

              “ดีขอรับ!  ทุกท่านโปรดรอสักครู่ !”  เจ้าของร้านรับคำ  แล้วหมุนตัวออกไปเรียกผู้ช่วย

                   ทุกคนต่างนั่งลง   คุยสัพเพเหระกันไปได้ไม่เท่าไร  ชามผักและเนื้อที่ปรุงเสร็จแล้วก็มาขึ้นโต๊ะ  อาหารชามใหญ่มาก  ใช้วัตถุดิบอย่างดีชิ้นใหญ่น้ำมันเยิ้ม   ผัดมาร้อนๆควันฉุย  ส่งกลิ่นหอมยั่วจมูก  ดึงดูดให้ทุกคนรีบขยับตะเกียบไปลิ้มลองนัก

                        จ้าวลิ่วผู้เป็นเจ้าภาพ  เรียกให้ทุกคนวางตะเกียบลง  ยกเว้นเหลียนฟางโจว  จากนั้นจึงรินสุราให้ทุกคน   แล้วถามเหลียนเจ๋อหนึ่งประโยคด้วยรอยยิ้มกริ่ม  “อาเจ๋อเจ้าดื่มสักหน่อยไหม?”

                        การดื่มสุราก็เป็นวิถีของลูกผู้ชายมากฝีมือ   เหลียนเจ๋อย่อมเต็มใจอย่างยิ่ง    พยักหน้ารับหงึกหงัก “อื้ม!”

                        จ้าวลิ่วหัวเราะฮาฮาชอบใจ  ยกนิ้วให้พลางเอ่ยว่า “เยี่ยมมาก!  นี่สิถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชายตัวจริง!”

                        เหลียนเจ๋อยืดอกผึ่งผาย  เอ่ยน้ำเสียงจริงจัง  “ย่อมเป็นเช่นนั้น   ก็ข้ามีพี่สาวที่ต้องปกป้องทั้งคนนี่!”

                        พอกล่าวจบทุกคนต่างหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

           จ้าวลิ่วรู้ดีว่าพวกเหลียนฟางโจวมีธุระที่ต้องเร่งรีบอีกมาก   พออาหารถูกนำมาขึ้นโต๊ะจนหมด ก็ไม่รั้งรอเวลาอีกต่อไป  เห็นคนส่วนใหญ่กินกันเสร็จแล้วจึงจ่ายเงินค่าอาหารแล้วขอตัว  แต่ละคนจึงกล่าวอำลา

                        “แม่นางเหลียน  ท่านกู้นับเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง   เรื่องซื้อวัสดุหรืออะไรที่เกี่ยวข้อง  ท่านหารือกับเขาได้เลย !   หากมีเรื่องอันใดอยากให้ข้าช่วยอีก  ก็อย่าได้รีรอนะ ไปหาข้าที่บ้านได้เลย!  หากข้าไม่อยู่   ก็สั่งความไว้กับภรรยาข้าก็ได้!”

                        เหลียนฟางโจวหัวเราะรับคำแล้วไปยืนส่งจ้าวลิ่ว   ยามนี้เหลียนฟางโจวหันมาเอ่ยกับกู้สือต่อ  “มิสู้พวกเราไปหาร้านน้ำชานั่งคุยกันก่อน  มีหลายเรื่องที่ข้าอยากคุยกับท่านน้าสักหน่อย!  ทั้งเรื่องแบบแปลนอาคารด้วย  ข้าอยากฟังความคิดเห็นของท่านน้าเสียก่อน!”

                        นี่คือเรื่องที่กู้สือค่อนข้างกังวล   โดยรวมแล้วเขามักไม่ค่อยไปดูวัสดุก่อน   เพราะดูมันฉุกละหุกจนเกินไป!   แต่พอได้ฟังแล้วก็นับว่ามีหลักการ  จึงหยักหน้าเอ่ยแย้มยิ้ม “เช่นนี้ก็ดีนัก!”

                        คนทั้งหมดต่างก้าวเข้าไปในร้านน้ำชา  หาที่นั่งตรงมุมสงบ   แล้วจึงสั่งน้ำชากลิ่นหอมละมุนมากาหนึ่ง  สั่งเมล็ดแตงโมมาเป็นของขบเคี้ยวอีก 4-5 จาน  จากนั้นจึงเริ่มคุยหารือกัน

                        เหลียนฟางโจวหยิบแปลนอาคารออกมากางบนโต๊ะก่อน   แล้วให้กู้สือดูทีละแผ่น  ยามกู้สือกล่าวถึงแผนการ และความคิดเห็นของตน  เขาจะดูแบบแปลนอย่างตั้งใจและละเอียดรอบคอบมาก  พลางสอบถามอีกฝ่ายเป็นระยะๆ

                        พอได้รายละเอียดพอสมควรแล้ว  กู้สือจึงประเมินวิธีการคร่าวๆในใจ  ถามถึงประเภทของวัสดุ  วัสดุแบบไหนที่ต้องการโดยประมาณ

                        “หากแม่นางเหลียนยังไม่รีบกลับบ้าน  พวกเราลองไปดูวัสดุที่ตลาดกันดีไหม!” กู้สือเอ่ยด้วยรอยยิ้ม  ที่นั่นเป็นแหล่งรวมคนยอดฝีมือเรื่องการก่อสร้าง   สินค้าที่วางขายก็นับว่าไม่เลวเลย  ราคาก็ยุติธรรมอีกด้วย!”

                        “ข้าก็ว่าจะเอ่ยเช่นนี้อยู่พอดี!”  หญิงสาวยอมรับโดยไม่มีข้อแม้

                   กู้สือนำทางไป  คนทั้งหมดจึงพากันเดินทางไปยังตลาดขายวัสดุที่ว่า

                   กู้สือมีพรรคพวกในตลาดค้าวัสดุ   รู้ราคาสินค้าทุกประเภทเป็นอย่างดี   ทำให้เหลียนฟางโจวหมดกังวลในเรื่องนี้ไปเลย

                        ด้วยเธอมีความสัมพันธ์อันดีกับจ้าวลิ่ว  เหลียนฟางโจวจึงมั่นใจว่าตัวกู้สือคงไม่คิดเล่นเล่ห์กับเธอแน่

              เหลียนฟางโจวอยากหารือกับกู้สือให้แน่ใจ   ว่าควรซื้อวัสดุประเภทไหน   ทั้งหมดทั้งมวล เป็นเพราะมีวัสดุให้เลือกมากมายหลายชนิด  แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน  กระนั้นกู้สือผู้นี้ก็ยังไม่กล้าฟันธง  จึงให้เหลียนฟางโจวเป็นผู้ตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง

                        จริงๆแล้วเหลียนฟางโจวก็มิได้รู้ดีนัก  ขณะที่เดินกันไป  กู้สือก็เดินประกบอาเจี่ยนแนะนำวัสดุต่างๆ  ซึ่งหญิงสาวเองก็มิได้เข้าใจมันดีนัก  โชคดีนักที่อาเจี่ยนพอฟังกลับเข้าใจในสิ่งที่กู้สืออธิบายได้อย่างแจ่มแจ้ง  ชายหนุ่มจึงเป็นฝ่ายซักถามเป็นส่วนใหญ่  ส่วนเธอเป็นฝ่ายตัดสินใจตามหลัง

                        ทั้งสี่ตระเวณดูข้าวของได้ราวๆครึ่งชั่วยาม  ดูแล้วโดยพื้นฐานนับว่าใช้ได้  เหลียนฟางโจวพึงพอใจนัก  พร้อมจ่ายเงินค่ามัดจำของที่ซื้อเอาไว้ทั้งหมด

              ยามแยกย้ายกัน  หญิงสาวก็จ่ายเงินล่วงหน้าให้กู้สือ 20 ตำลึง  แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “จากนี้ไปคงต้องลำบากน้ากู้แล้ว!  บ้านข้าจะเป็นฝ่ายเตรียมอาหารมื้อกลางวันให้  หากสะดวก  อีกสองวันสามารถเริ่มงานได้นับว่าดีที่สุด!”

                        กู้สือเอ่ยแย้มยิ้ม “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา!   ยามนี้พวกผู้ชายว่างกันพอดี!  คืนนี้ข้าจะบอกพวกนั้น  ให้เตรียมตัวไว้   ส่วนพรุ่งนี้ข้าจะเรียกคนให้จัดการเอาวัสดุที่ซื้อไว้นี้ไปส่งบางส่วนก่อน  วันมะรืนนี้ข้าจะพาคนงานมาก่อสร้างฐานราก!”

                        “ดีนัก!”  เหลียนฟางโจวพยักหน้าหัวเราะเบาๆ  แล้วจึงถามขึ้น “วันพรุ่งนี้ข้าคงยังไม่มีอาหารเตรียมให้   สำหรับวันมะรืนไม่ทราบว่ามีคนงานมาทำงานจำนวนคร่าวๆเท่าใด?”

                        กู้สือนิ่งคิดสักคู่  ยิ้มแย้มเอ่ยว่า  “คงจะราวๆ 14-15 คน!”

                        เหลียนฟางโจวผงกศีรษะ ทวนคำแล้วจดลงไป  แล้วทั้งสองฝ่ายจึงกล่าวอำลากัน

                        “ดูเหมือนพวกเราคงต้องหัวหมุนกันสักพักล่ะนะ!”  เหลียนฟางโจวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

                        อาเจี่ยนตวัดสายตามองหญิงสาว เอ่ยขึ้น  “ข้าไม่มีปัญหาหรอก  ท่านเองก็อย่าได้หักโหมเกินไปนัก  หาเวลาพักเสียบ้าง”

                        “พี่ใหญ่ “  เหลียนเจ๋อรีบเอ่ย  “เรื่องงานที่นี่ก็ปล่อยเป็นหน้าที่ของข้ากับพี่เจี่ยนเถิด   จากนี้ไปท่านอยู่บ้านกับอาหญิงสามคอยทำอาหารให้ดีก็พอ!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top