ขนาดตัวอักษร

123.เข้าใจผิด 1

 76 Views

                ชุยฉ้าวซีไม่คาดว่าชายวัยกลางคนผู้นี้จะรู้จัก สกุลซูแห่งเมืองชวงหลิวด้วย   ตัวชายหนุ่มมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับสกุลซู   คงถือว่าเป็นคุณชายสกุลซูได้กระมัง?  ชุยฉ้าวซีผงกศีรษะโดยพลัน  แล้วเอ่ยแย้มยิ้ม “ใช่  ข้าถือเป็นคนสกุลซูผู้หนึ่ง!   เอ่อ..ขอถามหน่อย….แม่นางเหลียน…”

                  “อ้อที่แท้คือคุณชายซูนี่เอง!  เป็นเกียรตินัก  เป็นเกียรตินัก!”  ชายวัยกลางคนยิ้มกว้างขึ้นอีก  อีกฝ่ายจึงเอ่ยขึ้น “เป็นเกียรติเช่นกัน”  ฝ่ายตรงข้ามยื่นมือมาหมายจะจับมือชุยฉ้าวซี

             ชุยฉ้าวซีไหนเลย จะเคยให้ความสนิทสนมใกล้ชิดกับคนนอกมากขนาดนี้มาก่อน?  ขนาดกับซูจิงเหอเขาก็ยังมิเคยให้ความสนิทสนมขนาดนี้เลย   ชายหนุ่มพลันทำตัวไม่ถูกที่จู่ๆชายวัยกลางคนก็มีท่าทีอบอุ่นเป็นกันเองขึ้นมา    จึงเอามือหลบไปไพล่หลังโดยไม่รู้ตัว   พลางหัวเราะจืดเจื่อน

                  ชายมีอายุผู้นั้นชะงักไป  กับการเอามือหลบอย่างแนบเนียน  จึงหดมือกลับไป  ทว่าใบหน้ายังแย้มยิ้มตามเดิม   ความอบอุ่นเป็นกันเองที่แสดงออกนั้น  ประหนึ่งความอบอุ่นจากเตาพก   ชายวัยกลางคนหัวเราะฮ่าฮ่าเอ่ยว่า “คุณชายซูกำลังตามหาหลานฟางโจวรึ?  ข้าคือลุงใหญ่ของนาง  วันนี้อากาศเย็นนัก   ขอเชิญคุณชายซูมานั่งพักที่บ้านข้าก่อนเถิด!”

             ชุยฉ้าวซีจำได้ว่าเหลียนฟางโจวกำพร้าบิดามารดา  ทว่าเรื่องที่นางมีญาติผู้ใหญ่หรือไม่นั้น เขาไม่รู้หรอก  ทว่าเรื่องแบบนี้คงไม่มีใครกล้าโป้ปดกระมัง

                  มิหนำซ้ำ  นี้คือญาติผู้ใหญ่วงในของเหลียนฟางโจวอีกด้วย   ชุยฉ้าวซีพอเห็นเขาเป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วยตนเอง   จะไม่ชอบใจได้หรือ?  พลันผงกศีรษะหัวเราะ  ประสานมือคารวะ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ที่แท้ก็ท่านลุงเหลียนนั่นเอง   ท่านลุงสบายดีนะ!”

                  “ฮ่าฮ่า  สบายดี  สบายดี!  คุณชายซูก็คงสบายดีนะ!   เชิญ คุณชายซู!”  ชายวัยกลางคนผู้นี้คือเหลียนลี่นั่นเอง   พอเห็นชุยฉ้าวซีคำนับเขาอย่างเต็มพิธีการเช่นนั้น   จึงเบิกบานใจจนแทบยิ้มออกมา

                  “เชิญ  ท่านลุง!”  ชุยฉ้าวซีบังเกิดความปิติยินดี   ปล่อยให้เขานำทางให้อย่างนอบน้อม   บุรุษทั้งสอง ต่างฝ่ายต่างคุยเรื่องสัพเพเหระ เจือด้วยเสียงหัวเราะ  ขณะเดินตามเหลียนลี่  ซึ่งพานายบ่าวทั้งสองมาที่บ้านของตนเอง

             ไม่รู้ทำไม   เมื่อครู่ก่อนชุยฉ้าวซีถึงได้รู้สึกอบอุ่นล้นหัวใจจนแทบทนไม่ไหว   ผ่านไปเพียงเค่อเดียว  ก็รู้สึกคล้ายว่าสนิทสนมกับอีกฝ่ายมานาน

                  ส่วนชุยอวี้ถือว่าตนเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์  จึงไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน  ได้แต่เดินตามหลัง  อดบ่นกระปอดกระแปดไม่ได้  เห็นชัดว่าประจบไปก็เสียเปล่า  เห็นสายตาเหลียนลี่ชำเลืองมองทั้งยังท่าทีเอาอกเอาใจเช่นนั้น  ในใจนึกบ่น  แม่นางเหลียนเป็นคนแบบไหนกันนะ  ไฉนถึงได้มีลุงแท้ๆแบบนี้ได้……

                  “แม่ไอ้หนู  ชงน้ำชาเร็วเข้า  พวกเรามีแขกมาหา!”  เหลียนลี่ตะโกนร้องยามเดินเข้ามาในลานบ้าน

                  “แขกอะไรกัน!”  เฉียวซื่อตะคอกออกออกมาด้วยความหงุดหงิด  ยามผลักประตูเปิดออก

            พอเห็นชุยฉ้าวซีผู้สง่างามปานเทพเซียนเข้าเท่านั้น   ก็ถึงกับยืนนิ่งอึ้งทันใด  ดวงตาเบิกกว้าง  ยืนตะลึงพรึงเพริด  กะพริบตาปริบๆใส่ชุยฉ้าวซี

                  ชุยฉ้าวซีจิกมือตนเองโดยไม่รู้ตัว  ค่อนข้างเก้อกระดาก

                  ถึงอย่างไร  ตัวเขาไม่เคยมีนิสัยดูถูกคน   แม้จะได้ชื่อว่ามาจากสกุลสูงศักดิ์มั่งคั่งร่ำรวย   พอคิดว่าป้าเหลียนเป็นเพียงฟู่เหริน (หญิงออกเรือนแล้ว) บ้านนอกผู้หนึ่ง  คงมิเคยเห็นคนภายนอกมานาน  ถึงได้ยืนตะลึงตาค้างอยู่เช่นนี้   คงไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอก

                  มินำซ้ำ นางยังเป็นป้าใหญ่แท้ๆของแม่นางเหลียนเสียด้วย!

        ชุยฉ้าวซีกระแอมไอเล็กน้อย  พยายามปั้นหน้ายิ้มให้นาง   โค้งตัวประสานมือคารวะนางนิดหนึ่งอย่างมีมรรยาท  “ป้าเหลียนสบายดีนะ!”

                  ดวงตาเฉียวซื่อเลื่อนลอยเบิกกว้าง   ริมฝีปากเผยอขึ้นนิดหนึ่ง   ไม่อาจเอื้อนเอ่ยแม้เพียงครึ่งคำ  ได้แต่จับจ้องชุยฉ้าวซีตาไม่กะพริบ

             “ยืนเซ่ออยู่ทำไมเล่า   ยังไม่รีบไปชงชาอีก!”  เหลียนลี่ตะคอก  ขึงตาใส่เฉียวซื่อ  ทั้งยังขยิบตาให้นางด้วย   เอ่ยเสียงหนักจนแทบจะรอดไรฟันออกมา “นื่คือญาติแซ่ซูจากเมืองชวงหลิว   มาเยี่ยมหลานฟางโจวของพวกเรา!”

        “หา?”  เฉียวซื่อพอได้ยินชื่อเหลียนฟางโจว   สติสตังพลันคืนกลับมา  โทสะขุมหนึ่งพุ่งขึ้นเองโดยไม่ต้องมีใครยั่วยุ   อยากจะก่นด่าออกมาสักหลายคำ  ทุกเรื่องทุกคนที่เกี่ยวพันกับเหลียนฟางโจว  ไม่จะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ  นางล้วนต่อต้านทั้งสิ้น

                  ทว่าด้วยบุคลิกการแต่งกายอันงดงามประณีตสูงส่งของชุยฉ้าวซี   คำว่าสกุลซูแห่งเมืองชวงหลิวได้เตือนความจำนาง   ซ้ำยังเห็นในมือของชุยอวี้มีของขวัญมาด้วย   ดูท่าจะเป็นของนางและสามีภรรยาเป็นแน่แท้  นางพลันเข้าใจเจตนาของเหลียนลี่แล้ว

          “ฮ่าฮ่า  เชิญ  เข้ามาเร็วเข้า  เข้ามานั่งในเรือนก่อน  ข้าจะไปชงน้ำชามาให้!”  เฉียวซื่อหัวเราะ

                  “คุณชายซู รีบนั่งเถิด!” เหลียนลี่ส่งยิ้มลุแก่โทษ “หญิงบ้านนอก ไม่มีการศึกษา ทำให้คุณชายซูหัวเราะเยาะแล้ว!”

                  “มิกล้า  มิกล้า  ลุงเหลียนเกรงใจไปแล้ว!”  ชุยฉ้าวซีรีบหัวเราะเอื้อนเอ่ย  ส่งสายบังเหียนในมือให้ชุยอวี้  ปล่อยให้เหลียนลี่นำพาเข้าไปในเรือน

                  “คุณชายซู  เชิญนั่งลงเร็วเถิด!  บ้านข้าออกจะธรรมดาสามัญไปสักหน่อย  คุณชายซูอย่าได้รังเกียจเลยนะ!”  เหลียนลี่เชิญชุยฉ้าวซีให้นั่งลงด้วยท่าทีนอบน้อม

             ฝ่ายเฉียวซื่อเดินยิ้มแป้นเข้ามารินน้ำชาให้ “คุณชายซู  เชิญ!  นี่เป็นใบชาที่เพิ่งซื้อมาไม่นาน   เป็นชาคุณภาพดีนัก!”

        “ท่านลุง ท่านป้า ไม่ต้องมากพิธีถึงเพียงนั้น!”  ชุยฉ้าวซีที่นั่งอยู่  รีบยืนขึ้นรับถ้วยชาไป จิบ  2 ทีแล้วจึงนั่งลง

             “ใช่ล่ะ  ไม่ต้องมากพิธี!  ฮ่าฮ่า  ทุกคนล้วนเป็นญาติกันนี่นะ!”  เหลียนลี่และเฉียวซื่อ ทั้งสองต่างหัวเราะฮาฮา  มองชุยฉ้าวซีประหนึ่งมองก้อนทองใหญ่ที่ส่องประกายเหลืองอร่าม

                  กล่าวออกมาเช่นนี้  ดูจะเกินจริงไปหน่อย  แต่ถึงอย่างไรทั้งคู่ยามนี้ล้วนคิดเหมือนกัน  หากคอยประจบเอาใจชุยฉ้าวซี ผู้เป็นดังภูเขาทองผู้นี้   ภายภาคหน้า ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องปากเรื่องท้องแล้ว

        เหลียนลี่ ยิ้มแย้มโอภาปราศัยกับชุยฉ้าวซี   เนื้อหาไม่มีอะไรอื่นนอกจาก ฝากคารวะประมุข และฮูหยินของสกุลซูด้วย   ถามเขาว่าเดินทางมาลำบากไหม   และอื่นๆจิปาถะ

                  ชุยฉ้าวซีตอบทีละคำถามพร้อมเสียงหัวเราะ

             สามีภรรยาสกุลเหลียนเห็นเขาสุภาพและเป็นมิตรมากถึงเพียงนี้   ยิ่งปลึ้มอกปลื้มใจเหลือคณนา

             สักพักชุยอวี้ก็ถือห่อของขวัญเข้ามา

        เดิมทีของขวัญเหล่านี้ ชุยฉ้าวซีตั้งใจเอามาให้เหลียนฟางโจว  ยามนี้ย่อมไม่มีเผื่อเหลียนลี่  ในใจอดนึกเสียใจมิได้  หากรู้แต่แรก  เขาควรจะถามไถ่เรื่องราวฝั่งบ้านนางให้กระจ่างก่อนมา   จะได้ไม่เกิดความผิดพลาดเช่นนี้

                  เขานำขนมอย่างดีที่สุดมาสองกล่อง  และผ้าเนื้อหนาอย่างดีสี่พับ   ใบชาหยุนหวู่แห่งเขาหวงชานระดับคุณภาพดีที่สุด สองกล่อง  ยังไม่นับช่อดอกไม้ผ้าไหมเนื้อบางแบบใหม่ล่าสุดอย่างดีที่สุดอีกด้วย   ทั้งหมดล้วนห่อมาในกล่องขวัญ  เขาเลยไม่รู้กล่องไหนเป็นกล่องไหน  เพียงสั่งชุยอวี้ว่าเอาของพวกนี้ติดตัวไปด้วยเพื่อเป็นของขวัญ   จึงยิ้มและเอ่ยว่า “มากันกระทันไปหน่อย  ของฝากเหล่านี้มอบให้ท่านทั้งสองและแม่นางเหลียนเช่นเดียวกัน   ข้าเตรียมมาน้อยไปหน่อย  ขออย่าได้ตำหนิเลย!”

                  ตามที่ชุยฉ้าวซีคิด  เขาได้เอ่ยออกไปอย่างชัดแจ้งแล้วว่า   ของขวัญเหล่านี้มอบให้เหลียนฟางโจวและลุงป้าของนาง  หลังจากนั้นเป็นที่แน่นอนว่าหญิงสาวจะได้รับของขวัญที่ลุงป้าแบ่งให้ครึ่งหนึ่งเท่าๆกัน

                  เขาหาได้รู้ความบาดหมางที่เกิดขึ้นระหว่างเหลียนฟางโจว  และเหลียนลี่กับเฉียวซื่อไม่

             เหลียนลี่และเฉียวซื่อยามเห็นของขวัญกองนี้   ใจจึงบังเกิดความยินดีประหนึ่งดอกไม้ผลิบาน  และไม่สนใจชื่อเหลียนฟางโจวที่ชายหนุ่มเอ่ยมาเลย  พลางหัวเราะคิกคัก เอ่ยบอกว่าชุยฉ้าวซีช่างเกรงใจยิ่งนัก!

                  แน่นอน   ของขวัญเหล่านี้สองผัวเมียหาได้เกรงใจที่จะรับไม่แม้สักกระผีก

                  ชุยฉ้าวซีเห็นพวกเขาชื่นชอบ  จึงลอบยินดีในใจ   หากประจบเอาใจญาติผู้ใหญ่ของแม่นางเหลียนให้ดี   แม่นางเหลียนย่อมมีไมตรีให้เขาเพิ่มขึ้นอีกนิดแน่

        พอพูดคุยเรื่องสัพเพเหระไปได้สักพัก  ชุยฉ้าวซีเห็นเหลียนลี่และเฉียวซื่อเอาแต่หัวเราะคุยกับเขา  ไม่มีวี่แววจะเรียกตัวเหลียนฟางโจวมาหาแม้สักนิด   เขาเริ่มกระสับกระส่ายนั่งไม่ติดแล้ว

                  ชุยฉ้าวซีจึงกระแอมขึ้นมาทีหนึ่ง   คิดจะออกปากเอ่ยออกไป  พลันฉุกคิดได้ว่า แม่นางเหลียนคือสตรีที่ยังไม่ออกเรือน   ตัวเขาเป็นชายหนุ่ม  จู่ๆก็มาถามหาขอพบนาง   ดูจะไม่ให้เกียรตินัก   ถึงแม้จะอยู่ในแถบบ้านนอกที่มิได้เคร่งครัดในธรรมเนียมมากนัก  ก็ยังไม่เหมาะสมอยู่ดีกระมัง?

                  คงเพราะสาเหตุนี้กระมัง   เช่นนั้นแล้ว ลุงใหญ่และป้าใหญ่จึงปิดปากสนิท  ไม่เอ่ยถึงเหลียนฟางโจวเลย?

             พอคิดได้ดังนี้  ชุยฉ้าวซีจำต้องกล้ำกลืนคำพูดลงคอไป   ทั้งรู้สึกใจหายขึ้นมาไม่น้อย

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top