ขนาดตัวอักษร

119.หาตลาด

 83 Views

               เหลียนฟางโจวนั่งฟังด้วยความสงบ  พอลุงหลี่พูดจบ  หญิงสาวจึงเอ่ยขึ้นด้วยความซึ้งใจ “ลุงหลี่…ท่านอุตส่าห์ช่วยข้าขนาดนี้   ทั้งๆที่ข้ามิสมควรได้รับการเอาใจใส่แม้สักนิด….!”  ลุงหลี่ตัดสินใจด้วยตนเองได้เลย   มอบเรื่องนี้ให้ลุงหลี่จัดการ   ข้าเองก็เบาใจแล้ว  คงต้องให้ลุงหลี่เหน็ดเหนื่อยแล้ว!”

                  เหลียนฟางโจวเอ่ยจบ ก็ส่งยิ้มจืดเจื่อน  รู้สึกเกรงใจมาก

             “เรื่องแค่นี้เอง!”  ลุงหลี่พอได้ยินถ้อยวาจาของหญิงสาวทั้งหมด  ก็หัวเราะลั่น   สำหรับชาวไร่ชาวนา   หากมอบเงินใส่มือผู้อื่นให้จัดการได้ทุกสิ่งอย่าง  โดยไม่แม้แต่จะถามละลาบละล้วงสักคำ   นี่คือการไว้ใจและให้เกียรติอย่างที่สุดแล้ว   ลุงหลี่เห็นเหลียนฟางโจวเป็นเช่นนี้   เขาก็อดตื้นตันใจไม่ได้

 

                  เหลียนฟางโจวนั่งคุยต่ออีกสักครู่ แล้วจึงขอตัวกลับ

                  วันรุ่งขึ้น  อาหญิงสามนำน้องเล็กทั้งสองทำอาหารกลางวันอยู่ที่บ้าน  วันนี้นอกจากจะมีกระดูกหมู 2 ท่อนแล้ว  ก็ยังขาหมู 1 ขาด้วย  ซึ่งเหลืออยู่  ไว้ใช้ตุ๋นน้ำแกง

                  เพราะวันนี้หลิวเจี่ยจะมาเยือนที่บ้าน  เหลียนฟางโจวและอาเจี่ยนจึงหารือกันเรื่องงานที่ทำเมื่อวาน   แล้วให้อาเจี่ยนนำเหลียนเจ๋อไปดูแลงานที่ลานหินนั่น    ส่วนเธอจะเป็นฝ่ายรอหลิวเจี่ยอยู่ที่บ้าน  พลางหยิบจับช่วยงานอาหญิงสามไปด้วย

             สำหรับงานก่อสร้างคอกสัตว์ที่ลานหลังบ้าน  เหลียนฟางโจวเพียงอยู่แต่ในเรือน ขณะที่ลุงหลี่พาคนมาทำงาน  ระหว่างนั้นหญิงสาวก็แวะเวียนไปดูการก่อสร้างเสีย 1 รอบ  พูดคุยบ้างอย่างเป็นมิตร  หากลุงหลี่มีเรื่องติดขัดอันใด  ก็ให้บอกเธอได้ทันที   ซ้ำยังมอบอำนาจให้ลุงหลี่ตัดสินใจได้เต็มที่

                  ตอนเที่ยง  เหลียนฟางโจวไปส่งอาหารกลางวันที่ลานหินตามปกติ

                  ณ ลานหิน  งานในวันนี้คือ การแบ่งคนงานออกเป็นกลุ่มย่อยๆ หลายกลุ่ม  ปูพรมทำงานกันกลุ่มละพื้นที่ย่อย  เพื่อค้นหา  พวกไม้พุ่มเตี้ย  ที่ถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม  หรือรอดพ้นจากการถูกเผา  แล้วนำขึ้นมาสับเป็นท่อนๆ   ซ้ำยังขุดถอนรากไม้ในดินออกมาทั้งหมด   เพื่อปรับหน้าดินให้เตียนขึ้นอีกหน่อย  เพียงเท่านี้  วันรุ่งขึ้น เวลาเอาวัวมาช่วยไถพรวนดิน  จะทำได้สะดวกขึ้นมาก

                  เมื่อขุดถอนรากไม้ออกมาจนหมดสิ้นแล้ว  จึงเอามากองสุมรวมกัน  แล้วใช้รถเกวียนเทียมลาขนกลับบ้านเพื่อนำไปใช้เป็นฟืนหุงต้มได้

                  หลังส่งอาหารกลางวันเสร็จแล้ว  หญิงสาวก็กลับบ้าน  เหลียนฟางโจวหาเวลาไปลานหลังบ้าน  เพื่อดูคอกสัตว์ที่ขึ้นโครงเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งมีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า  มีการซอยพื้นที่  กั้นเป็นช่องเรียงกัน 3  ช่อง  ช่องๆหนึ่งมีเนื้อที่ราว 7 ตารางฉื่อ (1.8*1.8 เมตร)   ตกบ่ายก็น่าจะเอาแผ่นไม้มาตอกตะปูตีเป็นฝาผนังได้  และพรุ่งนี้คงได้ดำเนินการมุงหลังคา   อันที่จริงเพียงลงแรงไม่ถึงสองวัน  ก็มีความคืบหน้าจนเป็นที่น่าพอใจ

             เหลียนฟางโจวเพียงยืนเมียงมองดูเขาก่อสร้าง  โดยมิได้เข้าไปรบกวน  เพียงไม่นาน  เหลียนเช่อได้เข้ามาเรียกเธอ บอกว่ามีแขกมาหา

                  เหลียนฟางโจวคิดว่าคงเป็นหลิวเจี่ยแน่   หญิงสาวรีบสำรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า  แล้วจึงรุดไปหน้าเรือน

                  “แม่นางเหลียน!”  หลิวเจี่ยหัวเราะ แย้มยิ้ม  กระโดดลงจากรถลา  เดินเข้ามาในลานบ้านส่วนหน้า

        เหลียนฟางโจวยิ้มร่า ต้อนรับพาเขาเข้าไปในเรือน แล้วเอ่ยว่า “น้าหลิว  เชิญเข้ามาในเรือน!   เข้ามาดื่มชาสักถ้วยเถิด!”

                  หลิวเจี่ยไม่ปฏิเสธ   คลี่ยิ้มกว้างยามเข้ามาในตัวเรือน

        อาหญิงสามกำลังวุ่นกับการทำอาหารอยู่ในครัว  จึงมิได้ออกมา  เพียงเรียกเหลียนเช่อให้เอาน้ำชาไปต้อนรับแขก

                  สองสามวันมานี้ ทำให้หลิวเจี่ยรู้ความเป็นไปของบ้านหญิงสาวดี   พอนั่งลงสักครู่  เขาก็หัวเราะเอ่ยชวนเหลียนฟางโจวไปดูแปลงนาข้าว เผื่อว่าจะสนใจซื้อ   ทั้งยังโพล่งถามขึ้น “เมื่อวานนี้เห็นแม่นางเหลียนมีอะไรจะบอกข้า  ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอันใดกัน?”

             “คือ…เรื่องมีอยู่ว่า!”  เหลียนฟางโจวพยายามอธิบายให้หลิวเจี่ยฟังเข้าใจง่าย  ถ้อยคำที่ใช้ก็สุภาพนัก  ทั้งยังเล่าเสริมเพิ่มเติมด้วยรอยยิ้ม  “ข้าคิดว่าน้าหลิวพำนักอยู่ในเมือง  วันๆเจอคนเยอะ  คงรู้จักคนมากมาย   เลยคิดว่า   จะขอความช่วยเหลือจากน้าหลิวได้หรือไม่!  ทว่าหากท่านรู้สึกอึดอัดใจ   ก็มิต้องฝืนใจนะ!”

                  หลิวเจี่ยได้ยินแล้วจึงหัวเราะ “แม่นางเหลียนพูดออกมาได้เลย!   นี่เป็นเรื่องที่ใช้วิธีการเดียวกัน  ถึงข้าจะรู้สึกลำบากใจขึ้นมาจริงๆ   ทั้งยังฝืนอกฝืนใจด้วย   ไฉนใจข้ายังคิดจะเกี่ยวข้องน๊า?”

        เหลียนฟางโจวได้ยินถ้อยคำที่เขาพูด  ก็รู้ว่าเขาแค่ล้อเธอเล่น  ซ้ำยังแน่ใจแล้วว่า  เขาตกลงใจจะช่วยเธอแล้ว  จึงอดหัวเราะไม่ได้  “น้าหลิว…ท่านนี่ช่างเข้าใจล้อข้าเล่นเสียจริงๆนะ!  หลังจากนี้แล้ว  ข้าคงได้แต่ขอบคุณน้าหลิวอย่างที่สุดแล้ว!”

                  เดิมทีหลิวเจี่ยมักรับงานเป็นนายหน้าวิ่งเต้นไปทั่ว  เขาจึงแทบจะทำงานประเภทนี้ในการหาเลี้ยงชีพเป็นหลัก   ดังนั้นพอเหลียนฟางโจวเอ่ยออกมาเช่นนี้   ไม่เพียงจะไม่บอกปัด  ตรงกันข้ามกลับดูเต็มอกเต็มใจนัก  อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่หลิวเจี่ยถนัดนัก

        หลิวเจี่ยหัวเราะโบกไม้โบกมือ เอ่ยว่า  “ก็แค่ขยับปากไม่กี่ที   จะนับเป็นอะไรได้   เรื่องนี้ต่อให้ไม่ได้กำไร   หรือได้กำไร   หากภายหน้า  แม่นางเหลียนมีงานอะไรอยากไหว้วานข้า   ข้าก็จะทำให้ทันทีเลย!”

             เหลียนฟางโจวพอได้ยินเช่นนี้แล้ว ก็เอ่ยพร้อมหัวเราะไปด้วย “ที่น้าหลิวพูดมานี่… ช่างน่าสนใจจริงๆ!   งานทำนองนี้ในเมืองยู่เหอนี้  คงมีท่านทำอยู่คนเดียวกระมัง  ต่อให้ไม่อยากให้ท่านดูแล  ก็คงจะไม่ได้แล้ว!”

        หลิวเจี่ยอดหัวเราะชอบใจไม่ได้

        “เอาอย่างนี้แล้วกัน  ขอข้าไปดูถ่านก่อน   ยามนี้ก็จวนจะปลายเดือน 11 แล้ว อากาศหนาวเย็น   เป็นช่วงเวลาที่เหมาะจะนำออกขายนัก!   หากสินค้ามีคุณภาพดี   ไม่ต้องห่วงเรื่องหาคนซื้อเลย!”  หลิวเจี่ยหัวเราะยามเอ่ยจบ

                  “สำหรับเรื่องนี้..ท่านวางใจเถิด!   พวกเราใช้แต่ไม้เนื้อแข็งเผาเป็นถ่าน  ไม่เพียงให้ความร้อนได้ยาวนานแล้ว   ซ้ำยังไม่มีกลิ่นอีกด้วย  ขี้เถ้ารึ..ก็แทบจะไม่มีเลย   สำหรับส่วนขี้เถ้านั้นทั้งหนัก  และมีน้อย  เทียบได้กับขนาดจุกไม้  มันจะไม่มีทางปลิวฟุ้งกระจายไปทั่วแน่!   ข้าเพียงพาท่านไปพบลุงหลี่ก่อน   แล้วค่อยพาท่านไปตรวจดูสินค้าที่บ้านเขาดีหรือไม่?   บังเอิญนัก  วันนี้ลุงหลี่มาอยู่ช่วยสร้างคอกสัตว์ที่บ้านข้าพอดี   จะให้เขาพาท่านไปดูเลยไหม?” เหลียนฟางโจวเอ่ยพลางแย้มยิ้ม

             หลิวเจี่ยหัวเราะพยักหน้า  เห็นว่าหญิงสาวแค่ไปที่ลานหลังบ้าน  เขาจึงเป็นฝ่ายรอเหลียนฟางโจวอยู่ข้างในเรือน

             เหลียนฟางโจวรีบวิ่งไปที่ลานหลังบ้าน  ร้องเรียกเสียงดัง “ลุงหลี่”   ซ้ำยังกวักมือเรียกให้เขารีบมาด้วย

                  ลุงหลี่พอรู้ว่าผู้ที่เขาจะไปหา   คือตี้เป่า (เจ้าหน้าฝ่ายปกครองท้องถิ่น เช่น กำนัน เป็นต้น) ในเมือง   พลันดวงตาเป็นประกาย   ร้องขานรับเสียงดัง  แล้ววางมือจากงานที่ทำก่อนหน้า  พลางไต่ลงจากบันไดที่พิงเรือนคอกสัตว์ลงมา  ด้วยความระมัดระวัง   ถูไม้ถูมือสาวเท้าเข้าไปหาเหลียนฟางโจว

        “น้าหลิวที่อยู่ในเมืองมาแล้ว  ว่าจะพาเขาไปดูถ่านที่บ้านท่านก่อน!”  เหลียนฟางโจวเอ่ยพลางหัวเราะ   และเอ่ยเสียงเบา  “เช่นนั้นแล้ว  พวกเรามอบถ่าน 2 กระสอบเป็นของกำนัล ให้เขาเอากลับไปลองใช้ดู  ดีหรือไม่?”

                  “ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว” ลุงหลี่หาใช่คนตระหนี่ถี่เหนียว  หวงเล็กหวงน้อยไม่   ได้ยินถ้อยวาจานั้น  จึงพยักหน้าทีหนึ่ง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าก็ไปกับพวกเราด้วย   จะได้ช่วยกันคิดอ่าน  เมื่อเย็นวาน  ข้าสั่งให้ท่านป้า และพี่สะใภ้เจ้า  เอาถ่านใส่กระสอบไว้ 2 กระสอบ เตรียมพร้อมไว้แล้วล่ะ!”

        ลุงหลี่กับป้าจาง  ช่างรอบคอบนัก  ข้าพูดเก้อเสียแล้ว!”  เหลียนฟางโจวยิ้ม  ครั้นแล้วคนทั้งสองจึงออกจากลานหลังบ้าน

        เมื่อพบกัน เหลียนฟางโจวเป็นฝ่ายแนะนำคนทั้งสองให้รู้จักกัน

             ลุงหลี่ไม่เคยติดต่อกับชาวเมืองมาก่อน  โดยเฉพาะ  เขามักคิดเอาเองว่า ตี้เป่า  เมื่อเทียบกันแล้วเป็นผู้มียศตำแหน่ง  จึงอดทำตัวลีบไม่ได้  แม้แต่มือไม้ยังเก้ๆกังๆ  ได้แต่หัวเราะ ไม่รู้จะเอ่ยอะไรดี

             หลิวเจี่ยอยู่ในตำแหน่งนี้มานาน  มีคนแบบไหนเล่าที่เขาไม่เคยพบเห็น?  เขาเห็นลุงหลี่ก็ตระหนักได้ว่าชายชาวนาชาวไร่ผู้นี้เป็นคนซื่อๆและขี้เกรงใจ   จึงพยักหน้ายอมรับในใจ   คนแบบนี้ย่อมไม่คดโกงหักหลังผู้อื่นแน่

   หลิวเจี่ยจึงทักทายลุงหลี่ด้วยท่าทีเป็นมิตรและให้เกียรติเช่นเดียวกัน   ลุงหลี่เห็นเขาเป็นแบบนี้   ใจจึงคลายขมวดเกร็งลงอย่างช้าๆ   คนทั้งสามต่างคุยสัพเพเหระกัน  ระหว่างมุ่งหน้าไปบ้านลุงหลี่

                  ทันทีที่ถึงบ้าน หลี่ซานเหอ ยืนรอต้อนรับหลิวเจี่ยอยู่ที่ประตูรั้วแล้ว   ส่วนป้าจางพาหลี่จวน ผู้เป็นลูกสาวไปสวนผัก  ฝ่ายฮูหยินจ้าว  นางจะไม่รู้หรือว่าตนเองควรจะอยู่ที่ไหน  ก็ยืนรอต้อนรับแขกอยู่ที่ประตูด้วยนั่นเอง

                  พอเห็นผู้คนมาถึง  หลี่ซานเหอหัวเราะร่ารีบตรงเข้าทักทายต้อนรับ

        เมื่อเทียบกับลุงหลี่แล้ว หลี่ซานเหอนั้นเป็นคนซื่อๆและขี้เกรงใจเช่นเดียวกัน  เพียงแต่พูดจาได้เก่งกว่า

        เนื่องจากหลิวเจี่ยยังมีธุระอื่นอีก   จึงไม่พิรี้พิไร   ทักทายพอหอมปากหอมคอ  แล้วรีบเดินไปดูถ่าน

                  พอเห็นถ่านเหล่านี้   ดวงตาหลิวเจี่ยพลันทอประกายเรืองวาบ  หัวเราะออกมา ก่อนจะยอมรับว่าเจอของดีเข้าแล้ว   พลันยกมือขึ้นตบอก  อยากรับเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดนัก  จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา  แน่นอน…ขายได้แน่นอน!  ยกเรื่องนี้ให้ข้าจัดการเถิด!  ไม่เพียงขายได้  แถมยังได้ราคาสูงอีกด้วย!”

             ลุงหลี่  หลี่ซานเหอ  เหลียนฟางโจว ทั้งสามคนได้ฟังแล้วให้เกิดความยินดีปรีดายิ่งนัก

                  หลิวเจี่ยหัวเราะ “ข้ายังมีธุระอื่นที่ต้องทำอีก   คงอยู่นานไม่ได้!   พวกท่านเตรียมตัวไว้   อีกสามหรือสี่วันนี้   ถ้าเป็นไปได้ข้าจะมาที่นี่อีกครา  เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะแจ้งข่าวที่แน่นอนอีกที!”

 

                  ลุงหลี่ และหลี่ซานเหอ ล้วนรีบรับคำพร้อมกัน  แล้วหัวเราะร่าเอ่ยขอบคุณ

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top